arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · อุรควรรค

๑๑. นาคเปตวัตถุ เล่ม ๒๖

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๑/๑๒ ในอุรควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๑๑. นาคเปตวัตถุ

ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินน้ำเลือดน้ำหนอง

สามเณรถามว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุรควรรค นาคเปตวัตถุ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)

บาลี (สยามรัฐ)

๑๑ ปุรโต จ ๖ เสเตน ปเลติ หตฺถินา

มชฺเฌ ปน อสฺสตรีรเถน

ปจฺฉา จ กญฺญา สิวิกายํ นิยฺยาติ

โอภาสยนฺตี ทส สพฺพโต ทิสา ฯ

ตุเมฺห ปน มุคฺครหตฺถปาณิโน

รุทมฺมุขา ภินฺนปภินฺนคตฺตา

มนุสฺสภูตา กิมกตฺถ ปาปํ

เยนญฺญมญฺญสฺส ปิวาถ โลหิตํ (อิติ) ฯ

ปุรโต ว โย คจฺฉติ กุญฺชเรน

เสเตน นาเคน จตุกฺกเมน

อมฺหากํ ปุตฺโต อหุ โส ปเชฏฺฐโก ๑

ทานานิ ทตฺวาน สุขึ ๒ ปโมทติ ฯ

โย โส มชฺเฌ อสฺสตรีรเถน

จตุพฺภิ ยุตฺเตน สุวคฺคิเตน

อมฺหากํ ปุตฺโต อหุ มชฺฌิโม โส

อมจฺฉรี ทานปติ ๓ วิโรจติ ฯ

ยา สา [๔] ปจฺฉา สิวิกาย นิยฺยาติ

นารี ๕ สปญฺญา มิคมนฺทโลจนา

อมฺหากํ ธีตา อหุ สา กนิฏฺฐา ๖

ภาคฑฺฒภาเคน สุขี ปโมทติ ฯ

เอเต จ ทานานิ อทํสุ ปุพฺเพ

ปสนฺนจิตฺตา สมณพฺราหฺมณานํ

มยํ ปน มจฺฉริโน อหุมฺหา ๗

ปริภาสกา สมณพฺราหฺมณานํ

เอเต จ ทตฺวา ปริจารยนฺติ

มยญฺจ สุสฺสาม นโฬว ทิตฺโตติ ๑ ฯ

กึ ตุมฺหากํ โภชนํ กึ สยนํ

กถญฺจ ยาเปถ สุปาปธมฺมิโน

ปหูตโภเคสุ อนปฺปเกสุ

สุขํ วิราคาย ๒ ทุกฺขชฺช ปตฺตา ๓ ฯ

อญฺญมญฺญํ วธิตฺวาน ปิวาม ปุพฺพโลหิตํ

พหุํ ปิตฺวา น ทาตา โหม นจฺฉาทิมฺหมฺหเส ๔ มยํ ฯ

อิจฺเจว มจฺจา ปริเทวยนฺติ

อทายิกา ๕ เปจฺจ ยมสฺส ฐายิโน

เย เต วิริจฺจา ๖ อธิคมฺม โภเค

น ภุญฺชเร นาปิ กโรนฺติ ปุญฺญํ ฯ

เต ขุปฺปิปาสุปคตา ปรตฺถ

ปจฺฉา จิรํ ฌายิเร ๗ ฑยฺหมานา

กมฺมานิ กตฺวาน ทุกฺขุทฺรยานิ ๘

อนุโภนฺติ ทุกฺขํ กฏุกปฺผลานิ ฯ

อิตฺตรํ หิ ธนธญฺญํ อิตฺตรํ อิธ ชีวิตํ

อิตฺตรํ อิตฺตรโต ญตฺวา ทีปํ กยิราถ ปณฺฑิโต ฯ

เย เต เอวํ ปชานนฺติ นรา ธมฺมสฺส โกวิทา

เต ทาเน นปฺปมชฺชนฺติ สุตฺวา อรหตํ วโจติ ฯ

นาคเปตวตฺถุ เอกาทสมํ ฯ

๑ ม. โทณินิมฺมชฺชนึ ฯ ยุ. โทณินิมฺมิญฺชนํ ฯ ๒ ม. นิรยํ ปปติสฺสหํ ฯ

๓ ม. เวทิสฺส ฯ ๔ ม. โสจามหํ ภุสนฺติ ฯ ๕ ม. ขลฺลาฏิยเปติวตฺกุ ฯ

๖ ม. ยุ. ว ฯ

๑ ม. เชฏฺฐโปโส ฯ ยุ. เชฏฺฐโก ฯ ๒ ม. สุขี ฯ ๓ ม. ทานวตี ฯ

๔ ม. จ ฯ ๕ ยุ. ทารี ฯ ๖ ม. กนิฏฺฐิกา ฯ ๗ ม. อหุมฺห ฯ

๑ ม. ฉินฺโนติ ฯ ๒. ม. วิราธาย ฯ ๓ ม. ปตฺตาติ ฯ ๔ ม. นจฺฉาทิมฺหเส ฯ

๕ ม. อทายกา ฯ ๖ สี. วิทิตฺวา ฯ ม. วิทิจฺจ ฯ ยุ. วิวิจฺจา ฯ ๗ ม. ฌายเร ฯ

๘ ม. ทุขุทฺรานิ ฯ ยุ. ทุกฺขนฺทฺริยานิ ฯ

ฉบับหลวง

คนหนึ่งขี่ช้างเผือกไปข้างหน้า คนหนึ่งขี่รถเทียมด้วยม้าอัสดรไปท่ามกลางนางสาวน้อยขึ้นวอไปข้างหลัง เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทศทิศ ส่วนท่านทั้งหลายมือถือฆ้อนเดินร้องไห้ มีหน้าชุ่มไปด้วยน้ำตา มีตัวเป็นแผลแตกพัง ท่านเกิดเป็นมนุษย์ได้ทำบาปอะไรไว้ ท่านทั้งหลายดื่มกิน

โลหิตของกันและกัน เพราะกรรมอะไร?

เปรตทั้งสองได้ฟังสามเณรถามจึงตอบว่า

ผู้ใดขี่ช้างเผือกชาติกุญชรมี ๔ เท้าไปข้างหน้า คนนั้นเป็นบุตรหัวปีของข้าพเจ้าทั้งสอง เมื่อเป็นมนุษย์เขาได้ถวายทานแก่สงฆ์ จึงได้รับความสุขบันเทิงใจ ผู้ใดขี่รถเทียมด้วยม้าอัสดร ๔ ม้า แล่นเรียบไปท่ามกลางผู้นั้นเป็นบุตรคนกลางของข้าพเจ้าทั้งสอง เมื่อเขาเป็นมนุษย์เป็นคนไม่ตระหนี่ เป็นทานบดีรุ่งโรจน์อยู่ นารีที่มีปัญญา ดวงตากลมงามรุ่งเรืองดุจตาเนื้อ ขึ้นวอมาข้างหลัง ผู้นั้นเป็นธิดาคนสุดท้ายของข้าพเจ้าทั้งสอง นางมีความสุขเบิกบานใจ เพราะส่วนแห่งทานกึ่งส่วน เมื่อก่อนเขาทั้งสามมีจิตเลื่อมใส ได้ให้ทานแก่สมณพราหมณ์ทั้งหลาย ส่วนข้าพเจ้าทั้งสองเป็นคนตระหนี่ บริภาษสมณพราหมณ์ทั้งหลาย เขาทั้งสามนี้ถวายทานแล้ว บำรุงบำเรอด้วยกามคุณอันเป็นทิพย์ ส่วนข้าพเจ้า

ทั้งสองซูบซีดอยู่ ดุจไม้อ้ออันไฟไหม้ ฉะนั้น.

สามเณรถามว่า

อะไรเป็นโภชนะของท่าน อะไรเป็นที่นอนของท่าน และท่านมีบาปธรรมอย่างยิ่ง ยังอัตภาพให้เป็นไปอย่างไร เมื่อโภคะเป็นอันมากมีอยู่ไม่น้อย

ท่านหน่ายสุข ได้เสวยทุกข์ในวันนี้?

เปรตทั้งสองตอบว่า

ข้าพเจ้าทั้งสองดีซึ่งกันและกัน แล้วกินหนองและเลือดของกันและกันได้ดื่มหนองและเลือดเป็นอันมาก ก็ยังไม่หายอยาก มีความหิวอยู่เป็นนิจ สัตว์ทั้งหลายไม่ให้ทาน ละไปแล้ว เกิดในยมโลก ย่อมร่ำไรอยู่เหมือนข้าพเจ้าทั้งสองฉะนั้น สัตว์เหล่าใด ได้ประสบโภคะต่างๆ แล้วไม่ใช้สอยเอง ทั้งไม่ทำบุญ สัตว์เหล่านั้นจักต้องหิวกระหายในปรโลกภายหลังถูกความหิวแผดเผาไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ครั้นทำกรรมทั้งหลายมีผลเผ็ดร้อน มีทุกข์เป็นกำไรแล้ว ย่อมได้เสวยทุกข์ ก็บัณฑิตทั้งหลายรู้ทรัพย์และข้าวเปลือกเป็นอย่างหนึ่ง รู้ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายในมนุษย์โลกนี้เป็นอย่างหนึ่ง รู้ทรัพย์และข้าวเปลือกและชีวิตมนุษย์เป็นอีกอย่างหนึ่ง จากสิ่งนอกนี้แล้ว พึงทำที่พึ่งของตน ชนเหล่าใดเป็นผู้ฉลาดในธรรม ฟังคำของพระอรหันต์ทั้งหลายแล้ว มารู้ชัดอย่างนี้ ชนเหล่า

นั้นย่อมไม่ประมาทในทาน.

จบ นาคเปตวัตถุที่ ๑๑.

จบ ๑๑. นาคเปตวัตถุ