พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · อุรควรรค
๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ เล่ม ๒๖
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๒ ในอุรควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ
ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตกินลูกคราวละ ๗ ตน
พระเถระถามหญิงเปรตตนหนึ่งว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ อุรควรรค สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ (ฉบับหลวง เล่ม ๒๖ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๖ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๖)
๗ นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ ทุคฺคนฺธา ปูติ วายติ
มกฺขิกาหิ ปริกิณฺณา กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสีติ ฯ
อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ ทุคฺคตา ยมโลกิกา
ปาปกมฺมํ กริตฺวาน เปตโลกมิโต คตา
กาเลน สตฺต ปุตฺตานิ สายํ สตฺต ปุนาปเร
วิชายิตฺวาน ขาทามิ เตปิ น โหนฺติ เม อลํ ฯ
ปริฑยฺหติ ธูมายติ ขุทาย หทยํ มม
นิพฺพุตึ นาธิคจฺฉามิ อคฺคิทฑฺเฒว ๑ อาตเปติ ฯ
กินฺนุ กาเยน วาจาย มนสา ทุกฺกฏํ กตํ
กิสฺส กมฺมวิปาเกน ปุตฺตมํสานิ ขาทสีติ ฯ
อหุ มยฺหํ ทุเว ปุตฺตา อุโภ สมฺปตฺตโยพฺพนา
สาหํ ปุตฺตพลูเปตา สามิกํ อติมญฺญิสฺสํ ๒ ฯ
ตโต เม สามิโก กุทฺโธ สปติมญฺญมานยิ ๓
สา จ คพฺภํ อลภิตฺถ ตสฺสา ปาปํ อเจตยึ
สาหํ ปทุฏฺฐมนสา อกรึ คพฺภปาตนํ ฯ
ตสฺสา เตมาสิโก คพฺโภ ปุพฺพโลหิตโก ๔ ปติ
ตทสฺสา มาตา กุปิตา มยฺหํ ญาตี สมานยิ
สปถญฺจ มํ อกาเรสิ ปริภาสาปยิ จ มํ ฯ
สาหํ โฆรญฺจ สปถํ มุสาวาทญฺจ ๕ ภาสิสฺสํ
ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ สเจตํ ปกตํ มยา ฯ
ตสฺส กมฺมวิปาเกน มุสาวาทสฺส จูภยํ
ปุตฺตมํสานิ ขาทามิ ปุพฺพโลหิตมกฺขิตาติ ฯ
สตฺตปุตฺตขาทิกเปตวตฺถุ สตฺตมํ ฯ
๑ ยุ. คตาติ ฯ ๒ ยุ. อภาสิสฺสํ ฯ ๓ ยุ. สปถญฺจ กตํ ฯ ๔ ยุ. ...กาติ ฯ
๕ ม. ปญฺจปุตฺตขาทเปติวตฺถุ ฯ
๑ ม. อคฺคิทฑฺฒาว ฯ ๒ ยุ. อติมญฺญสึ ฯ ๓ ม. สปตฺตึ มยฺหมานยิ ฯ
๔ สี. ยุ. ปูติโลหิตโก ฯ ๕ ม. มุสาวาทํ อภาสิสํ ฯ
ท่านเปลือยกายมีผิวพรรณเลวทราม มีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไป หมู่แมลงวัน
พากันตอมเกลื่อนกล่น ท่านเป็นใครหนอมายืนอยู่ที่นี้?
หญิงเปรตนั้นตอบว่า
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ดิฉันเป็นเปรต ถึงทุคติ เกิดในยมโลก เพราะทำกรรมอันลามกจึงต้องจากโลกนั้นไปสู่เปตโลก เวลาเช้าคลอดบุตร ๗ ตนเวลาเย็นอีก ๗ ตน แล้วกินบุตรเหล่านั้นหมด ถึงบุตร ๑๔ คนนั้นก็ยังไม่อาจบรรเทาความหิวของดิฉันได้ หัวใจของดิฉันย่อมเร่าร้อนอยู่เป็นนิจเพราะความหิว ดิฉันเป็นดุจถูกเผาด้วยไฟในที่อันร้อนยิ่ง ไม่ได้
ประสบความเย็นเลย.
พระเถระถามว่า
ท่านทำกรรมชั่วอะไรไว้ด้วยกาย วาจา ใจ หรือท่านกินเนื้อบุตรเพราะ
วิบากแห่งกรรมอะไร?
หญิงเปรตนั้นตอบว่า
เมื่อก่อนดิฉันมีบุตร ๒ คน บุตร ๒ คนนั้นกำลังหนุ่มแน่น ดิฉันเป็นผู้เข้าถึงกำลังคือบุตร (ถือตัวว่ามีบุตร) จึงได้ดูหมิ่นสามีของตน ภายหลังสามีของดิฉันโกรธ จึงได้หาภรรยามาใหม่ ก็ภรรยาใหม่นั้นมีครรภ์ดิฉันคิดชั่วต่อเขา มีใจประทุษร้าย ได้ทำให้ครรภ์ตกไป ภรรยาใหม่มีครรภ์ ๓ เดือนเท่านั้น ตกเป็นโลหิตเน่า มารดาของเขาโกรธแล้วเชิญพวกญาติของดิฉันมาประชุมซักถาม ให้ดิฉันทำการสบถและขู่เข็ญดิฉันให้กลัว ดิฉันได้กล่าวคำสบถและมุสาวาทอย่างแรงว่า ถ้าดิฉันทำชั่วอย่างนี้ ขอให้ดิฉันกินเนื้อบุตรเถิด ดิฉันมีกายเปื้อนหนองและโลหิตกินเนื้อบุตรทั้งหลาย เพราะวิบากแห่งกรรม คือ การทำครรภ์ให้ตกไป
และมุสาวาททั้งสองนั้น.
จบ สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุที่ ๗.
จบ ๗. สัตตปุตตขาทิกเปตวัตถุ