arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ปริวาร ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร · กตาปัตติวารที่ ๒

ปาจิตติยกัณฑ์ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗๕–๗๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๕ ในกตาปัตติวารที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ปาจิตติยกัณฑ์

คำถามและคำตอบในลสุณวรรคที่ ๑

พระวินัยปิฎก ปริวาร ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กตาปัตติวารที่ ๒ ปาจิตติยกัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

ลสุณํ ขาทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขาทิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีฉันกระเทียม ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สมฺพาเธ โลมํ สํหราเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สํหราเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สํหราปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ถอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ตลฆาตกํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้ของลับกระทบกัน ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ชตุมฏฺฐกํ อาทิยนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาทิยติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยง ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑เมื่อใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อติเรกทฺวงฺคุลปพฺพปรมํ อุทกสุทฺธิกํ อาทิยนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อาทิยติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อาทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๑ ม. ยุ. ครุปาวุรณํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้น้ำชำระให้สะอาดลึกเกิน ๒ ข้อองคุลีเป็นอย่างยิ่ง ต้องอาบัติ ๒คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุสฺส ภุญฺชนฺตสฺส ปานีเยน วา วิธูปเนน วา อุปติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีบำรุงภิกษุผู้กำลังฉัน ด้วยน้ำฉัน ด้วยการพัด ต้องอาบัติ ๒ คือยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อามกธญฺญํ วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีขอข้าวเปลือกสดมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ คือรับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉันต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกคำกลืน ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ ๑ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา ติโรกุฑฺเฑ [๒] ฉฑฺเฑนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฉฑฺเฑติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ฉฑฺฑิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี น้ำลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดี

ที่ภายนอกฝา ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังเท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา หริเต ฉฑฺเฑนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ฉฑฺเฑติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ฉฑฺฑิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี น้ำลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดีบนของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังเทเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ วา สุณาติ วา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ลสุณวคฺโค ปฐโม ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไปดูฟ้อนรำก็ดี ขับร้องก็ดี ประโคมก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไปต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ยืนอยู่ในที่ใดมองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

ลสุณวรรคที่ ๑ จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

รตฺตนฺธกาเร อปฺปทีเป ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

๑ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ โส จ ภิกฺขุนีวิภงฺเคปิ น ทิสฺสติ

๒ ม. วา ติโรปากาเร วา ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในรัตตันธการวรรคที่ ๒

ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในเวลาค่ำคืน ไม่มีประทีปส่องหนึ่งต่อหนึ่งต้องอาบัติ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาสต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปฏิจฺฉนฺเน โอกาเส ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในโอกาสอันกำบังหนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อชฺโฌกาเส ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในที่แจ้ง หนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

รถิกาย วา พฺยูเห วา สิงฺฆาตเก วา ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา สนฺติฏฺฐนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ หตฺถปาเส ติฏฺฐติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส หตฺถปาสํ วิชหิตฺวา ติฏฺฐติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษ ในถนนก็ดี ในตรอกตันก็ดี ในทางสามแพร่งก็ดีหนึ่งต่อหนึ่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ยืนพ้นหัตถบาสต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุเรภตฺตํ กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา อาสเน นิสีทิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา ปกฺกมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ อโนวสฺสกํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาเช้า นั่งบนอาสนะแล้ว ไม่บอกลาเจ้าของ กลับไปต้องอาบัติ ๒ คือ ก้าวเท้าที่ ๑ ล่วงพ้นชายคาไป ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ก้าวเท้าที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปจฺฉาภตฺตํ กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา อาสเน นิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาหลังภัตตกาล ไม่บอกเจ้าของแล้วนั่งบนอาสนะต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนั่งแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

วิกาเล กุลานิ อุปสงฺกมิตฺวา สามิเก อนาปุจฺฉา เสยฺยํ สนฺถริตฺวา วา สนฺถราเปตฺวา วา อภินิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภินิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภินิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาวิกาล ไม่บอกเจ้าของ ลาดเองก็ดี ให้ลาดก็ดีซึ่งที่นอน แล้วขึ้นนั่ง ต้องอาบัติ ๒ คือ ขึ้นนั่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อขึ้นนั่งแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุคฺคหิเตน ทูปธาริเตน ปรํ อุชฺฌาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุชฺฌาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุชฺฌาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้ภิกษุณีรูปอื่นโพนทะนา ด้วยเรื่องที่ถือผิด เข้าใจผิด ต้องอาบัติ ๒คือ ให้โพนทะนา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้โพนทะนาแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺตานํ วา ปรํ วา นิรเยน วา พฺรหฺมจริเยน วา อภิสปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภิสปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภิสปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีแช่งตนก็ดี ผู้อื่นก็ดี ด้วยนรกก็ดี ด้วยพรหมจรรย์ก็ดี ต้องอาบัติ ๒คือ กำลังแช่ง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อแช่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺตานํ วธิตฺวา วธิตฺวา โรทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วธติ โรทติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส วธติ น โรทติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

รตฺตนฺธการวคฺโค ทุติโย ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีประหัตประหารตนแล้ว ร้องไห้ ต้องอาบัติ ๒ คือประหัตประหารแล้วร้องไห้ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑ ประหัตประหาร แต่ไม่ร้องไห้ต้องอาบัติทุกกฏ ๑.

รัตตันธการวรรคที่ ๒ จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

นคฺคา นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในนหานวรรคที่ ๓

ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังอาบ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปมาณาติกฺกนฺตํ อุทกสาฏิกํ การาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำฝนเกินประมาณ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุนิยา จีวรํ วิสิพฺเพตฺวา วา วิสิพฺพาเปตฺวา วา เนว สิพฺเพนฺตี น สิพฺพาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเลาะเองก็ดี ให้ผู้อื่นเลาะก็ดี ซึ่งจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บ ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้เย็บ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ปญฺจาหิกํ สงฺฆาฏิวารํ อติกฺกาเมนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิ อันมีกำหนด ๕ วัน ให้เกินไปต้องอาบัติตัวหนึ่งคือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

จีวรสงฺกมนียํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้จีวรสับเปลี่ยน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

คณสฺส จีวรลาภํ อนฺตรายํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีทำลาภคือจีวรของหมู่ให้เป็นอันตราย ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมิกํ จีวรวิภงฺคํ ปฏิพาหนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิพาหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิพาหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีห้ามการแจกจีวร อันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังห้าม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อาคาริกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สมณจีวรํ เทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้านก็ดี ปริพาชกก็ดี ปริพาชิกาก็ดี ต้องอาบัติ ๒คือ กำลังให้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุพฺพลจีวรปจฺจาสาย จีวรกาลสมยํ อติกฺกาเมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อติกฺกาเมติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อติกฺกามิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไป ด้วยหวังจะได้จีวรอันไม่แน่นอน ต้องอาบัติ๒ คือ ให้ล่วงไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ล่วงไปแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ธมฺมิกํ กฐินุทฺธารํ ปฏิพาหนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิพาหติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิพาหิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

นฺหานวคฺโค ตติโย ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีห้ามการเดาะกฐิน อันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังห้าม เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

นหานวรรคที่ ๓ จบ

------------

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺว ภิกฺขุนิโย เอกมญฺเจ ตุวฏฺเฏนฺติโย เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ นิปชฺชนฺติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในตุวัฏฏวรรคที่ ๔

ภิกษุณีสองรูป นอนบนเตียงเดียวกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังนอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺว ภิกฺขุนิโย เอกตฺถรณปาปุรณา ๑ ตุวฏฺเฏนฺติโย เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชนฺติ นิปชฺชนฺติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณี ๒ รูป มีเครื่องลาดและผ้าห่มผืนเดียวกันนอน ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังนอน เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุนิยา สญฺจิจฺจ อผาสุํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีแกล้งทำความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณี ต้องอาบัติ ๒ คือกำลังทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ทุกฺขิตํ สหชีวินึ เนว อุปฏฺเฐนฺตี น อุปฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่บำรุงสหชีวินีผู้ได้รับทุกข์ ทั้งไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้ผู้อื่นบำรุงต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุนิยา อุปสฺสยํ ทตฺวา กุปิตา อนตฺตมนา นิกฺกฑฺฒนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิกฺกฑฺฒติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิกฺกฑฺฒิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้ที่อาศัยแก่ภิกษุณีแล้ว โกรธ ขัดใจ ฉุดคร่าออก ต้องอาบัติ ๒คือ กำลังฉุดคร่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อฉุดคร่าออกแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สํสฏฺฐา ภิกฺขุนี ยาวตติยํ สมนุภาสนาย นปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ กมฺมวาจาปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีผู้คลุกคลีไม่สละกรรมเพราะสวดสมนุภาสน์ครบ ๓ จบ ต้องอาบัติ ๒คือ จบญัตติ เป็นทุกกฏ ๑ จบกรรมวาจาครั้งสุด ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนฺโตรฏฺเฐ สาสงฺกสมฺมเต สปฺปฏิภเย อสตฺถิกา จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

๑ ม. ยุ. ...ปาวุรณา ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่มีพวกเกวียนเป็นเพื่อน เที่ยวจาริกภายในแว่นแคว้น ซึ่งรู้กันว่าเป็นที่มีรังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ติโรรฏฺเฐ สาสงฺกสมฺมเต สปฺปฏิภเย อสตฺถิกา จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่มีพวกเกวียนเป็นเพื่อน เที่ยวจาริกภายนอกแว่นแคว้น ซึ่งรู้กันว่าเป็นที่มีรังเกียจ มีภัยเฉพาะหน้า ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนฺโตวสฺสํ จาริกํ จรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฏิปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปฏิปนฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเที่ยวจาริกภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินไปเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อเดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

วสฺสํ วุตฺถา ภิกฺขุนี จาริกํ น ปกฺกมนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ตุวฏฺฏวคฺโค จตุตฺโถ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้ว ไม่หลีกไปสู่จาริก ต้องอาบัติตัวหนึ่งคือ ปาจิตตีย์.

ตุวัฏฏวรรคที่ ๔ จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ราชาคารํ วา จิตฺตาคารํ วา อารามํ วา อุยฺยานํ วา โปกฺขรณึ วา ทสฺสนาย คจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คจฺฉติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ๑ ยตฺถ ฐิตา ปสฺสติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในจิตตาคารวรรคที่ ๕

ภิกษุณีไปชมโรงละครหลวงก็ดี โรงประกวดภาพก็ดี สถานที่หย่อนใจก็ดีอุทยานก็ดี สระโบกขรณีก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ยืนอยู่ในที่ใดมองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสนฺทึ วา ปลฺลงฺกํ วา ปริภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้สอยอาสันทิก็ดี บัลลังก์ก็ดี ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้สอย เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สุตฺตํ กนฺตนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กนฺตติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุชฺชวุชฺชเว อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังกรอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ม้วนไปๆ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

คิหิเวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ กโรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ กเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุนิยา เอหยฺเย อิมํ อธิกรณํ วูปสเมหีติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา เนว วูปสเมนฺตี น วูปสมาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

๑ ม. ยุ. คจฺฉติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวว่า มาเถิด แม่เจ้า ขอจงช่วยระงับอธิกรณ์นี้ รับคำว่า ดีละ แล้วไม่ช่วยระงับ ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้ระงับ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อาคาริกสฺส วา ปริพฺพาชกสฺส วา ปริพฺพาชิกาย วา สหตฺถา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ทินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีให้ของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี แก่ชาวบ้านก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ปริพาชิกาก็ดี ด้วยมือของตน ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังให้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อาวสถจีวรํ อนิสฺสชฺชิตฺวา ปริภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภุญฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภุตฺเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่สละผ้าอาศัยแล้วใช้เสียเอง ต้องอาบัติ ๒ คือใช้สอย เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อาวสถํ อนิสฺสชิชิตฺวา จาริกํ ปกฺกมนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่มอบหมายที่อยู่แล้วหลีกไปสู่จาริก ต้องอาบัติ ๒ คือเดินล่วงที่ล้อมก้าวหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมสองก้าว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ติรจฺฉานวิชฺชํ ปริยาปุณนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริยาปุณาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีเรียนติรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังเรียนเป็นทุกกฏในประโยค๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ติรจฺฉานวิชฺชํ วาเจนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วาเจติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปเท ปเท อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

จิตฺตาคารวคฺโค ปญฺจโม ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีบอกติรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบอกเป็นทุกกฏในประโยค๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ บท ๑.

จิตตาคารวรรคที่ ๕ จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ชานํ สภิกฺขุกํ อารามํ อนาปุจฺฉา ปวิสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในอารามวรรคที่ ๖

ภิกษุณีรู้อยู่ ไม่บอกกล่าวก่อนเข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือเดินล่วงที่ล้อมก้าวหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมสองก้าวต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุํ อกฺโกสนฺตี ปริภาสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อกฺโกสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อกฺโกสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ ด่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑เมื่อด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

จณฺฑีกตา ๑ คณํ ปริภาสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริภาสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริภาสิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีแค้นเคืองบริภาษคณะ ต้องอาบัติ ๒ คือ บริภาษ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อบริภาษแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

นิมนฺติตา วา ปวาริตา วา ขาทนียํ วา โภชนียํ วา ภุญฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขาทิสฺสามิ ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีอันทายกนิมนต์แล้ว หรือห้ามภัตรแล้ว ฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี

ต้องอาบัติ ๒ คือ รับประเคนด้วยตั้งใจจักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

กุลํ มจฺฉรายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ มจฺฉรายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ มจฺฉริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีหวงตระกูล ต้องอาบัติ ๒ คือ หวง เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อหวงแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อภิกฺขุเก อาวาเส วสฺสํ วสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วสฺสํ วสิสฺสามีติ เสนาสนํ ปญฺญาเปติ ๒ ปานียํ ปริโภชนียํ อุปฏฺฐาเปติ ๓ ปริเวณํ สมฺมชฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส สห อรุณุคฺคมนา อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ จัดแจงเสนาสนะจัดตั้งน้ำฉันน้ำใช้ กวาดบริเวณด้วยตั้งใจจะจำพรรษา ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ต้องอาบัติปาจิตตีย์พร้อมกับอรุณขึ้น ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

วสฺสํ วุตฺถา ภิกฺขุนี อุภโตสงฺเฆ ตีหิ ฐาเนหิ นปฺปวาเรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีจำพรรษาแล้ว ไม่ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย ด้วยสถาน ๓ ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

โอวาทาย วา สํวาสาย วา น คจฺฉนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

๑ ยุ. จณฺฑิกตา ฯ ๒ ม. ปญฺญเปติ ฯ ๓ ม. อุปฏฺฐเปติ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่ไปเพื่อรับโอวาท หรือเพื่อร่วมสังฆกรรม ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อุโปสถมฺปิ น ปุจฺฉนฺตี โอวาทมฺปิ น ยาจนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่ถามอุโบสถก็ดี ไม่ขอโอวาทก็ดี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ปสาเข ชาตํ คณฺฑํ วา รุหิตํ วา อนปโลเกตฺวา สงฺฆํ วา คณํ วา ปุริเสน สทฺธึ เอเกเนกา เภทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เภทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ภินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

อารามวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่บอกสงฆ์หรือคณะ ให้บุรุษผ่าฝีก็ดี บาดแผลก็ดี ซึ่งเกิดที่แง้มขาตัวต่อตัวร่วมกัน ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ผ่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อผ่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

อารามวรรคที่ ๖ จบ.

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

คพฺภินึ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในคัพภินีวรรคที่ ๗

ภิกษุณียังสตรีมีครรภ์ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปายนฺตึ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสตรีแม่ลูกอ่อนให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีสิกขายังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สิกฺขมานํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ^

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อูนทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๑๒ ปี ให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปีแล้ว แต่มีสิกขายังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ประการตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ คือให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสํ คิหิคตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปี มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่สมมติให้บวช ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค๑ ให้บวชแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สหชีวินึ วุฏฺฐาเปตฺวา เทฺว วสฺสานิ เนว อนุคฺคณฺหนฺตี นานุคฺคหาเปนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสหชีวินีให้บวชแล้ว ไม่อนุเคราะห์ ไม่ให้ผู้อื่นอนุเคราะห์ตลอด๒ ปี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

วุฏฺฐาปิตํ ปวตฺตินึ เทฺว วสฺสานิ นานุพนฺธนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้ให้อุปสมบท ตลอด ๒ ปี ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

สหชีวินึ วุฏฺฐาเปตฺวา เนว วูปกาเสนฺตี น วูปกาสาเปนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

คพฺภินีวคฺโค สตฺตโม ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสหชีวินีให้อุปสมบทแล้ว ไม่พาหลีกไปเอง ไม่ยังผู้อื่นให้พาหลีกไป ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

คัพภินีวรรคที่ ๗ จบ.

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

อูนวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในกุมารีภูตวรรคที่ ๘

ภิกษุณียังสามเณรีที่เป็นเด็กหญิงมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ให้อุปสมบท ต้อง

อาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ อสิกฺขิตสิกฺขํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสามเณรีที่เป็นเด็กหญิงมีอายุครบ ๒๐ ปีแล้ว แต่มีสิกขายังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปี ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริปุณฺณวีสติวสฺสํ กุมารีภูตํ เทฺว วสฺสานิ ฉสุ ธมฺเมสุ สิกฺขิตสิกฺขํ สงฺเฆน อสมฺมตํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสามเณรีผู้มีอายุครบ ๒๐ ปี มีสิกขาอันได้ศึกษาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อูนทฺวาทสวสฺสา วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีมีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบทเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปริปุณฺณทฺวาทสวสฺสา สงฺเฆน อสมฺมตา วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ให้อุปสมบท ต้อง

อาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อลนฺตาว เต อยฺเย วุฏฺฐาปิเตนาติ วุจฺจมานา สาธูติ ปฏิสฺสุณิตฺวา ปจฺฉา ขียนธมฺมํ อาปชฺชนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ขียติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ขียิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีผู้อันภิกษุณีกล่าวอยู่ว่า อย่าเพ่อก่อน แม่คุณ ท่านอย่ายังสิกขมานาให้อุปสมบท รับคำว่า ดีละ แล้วถึงธรรมคือความบ่นว่าในภายหลังต้องอาบัติ ๒ คือ กำลังบ่นว่า เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อบ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สิกฺขมานํ สเจ เม ตฺวํ อยฺเย จีวรํ ทสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺตี น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักให้จีวรแก่เราๆ จะให้ท่านอุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

สิกฺขมานํ สเจ มํ ตฺวํ อยฺเย เทฺว วสฺสานิ อนุพนฺธิสฺสสิ เอวาหนฺตํ วุฏฺฐาเปสฺสามีติ วตฺวา เนว วุฏฺฐาเปนฺตี น วุฏฺฐาปนาย อุสฺสุกฺกํ กโรนฺตี เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า แม่เจ้า ถ้าท่านจักติดตามเราตลอด ๒ ปี เราจักให้ท่านอุปสมบทตามปรารถนา แล้วไม่ให้อุปสมบท ไม่ทำการขวนขวายเพื่อให้อุปสมบท ต้องอาบัติตัวหนึ่ง คือ ปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุริสสํสฏฺฐํ กุมารกสํสฏฺฐํ จณฺฑึ โสกาวสฺสํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาผู้เกี่ยวข้องด้วยบุรุษ ผู้คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ผู้ดุร้าย ยังชายให้ระทมโศก ให้อุปสมบท ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

มาตาปิตูหิ วา สามิเกน วา อนนุญฺญาตํ สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาผู้อันมารดาบิดา หรือสามียังไม่อนุญาต ให้อุปสมบทต้องอาบัติ ๒ คือ ให้อุปสมบท เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้อุปสมบทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปาริวาสิกจฺฉนฺททาเนน สิกฺขมานํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวช ด้วยการให้ฉันทะค้างคราว ต้องอาบัติ ๒ คือให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนุวสฺสํ วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชทุกปี ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวชเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ วสฺสํ เทฺว วุฏฺฐาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วุฏฺฐาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วุฏฺฐาปิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

กุมารีภูตวคฺโค อฏฺฐโม ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาให้บวชปีละ ๒ รูป ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้บวช เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้บวชแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

กุมารีภูตวรรคที่ ๘ จบ.

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ฉตฺตุปาหนํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙

ภิกษุณีใช้ร่มและรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ยาเนน ยายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ยายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ยายิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไปด้วยยาน ต้องอาบัติ ๒ คือ ไป เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺฆาณึ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อิตฺถาลงฺการํ ธาเรนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ธาเรติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ธาริเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ต้องอาบัติ ๒ คือ ใช้ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

คนฺธวณฺณเกน นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีอาบน้ำปรุงเครื่องประเทืองผิว ต้องอาบัติ ๒ คือ อาบ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

วาสิตเกน ปิญฺญาเกน นฺหายนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นฺหายติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นฺหานปริโยสาเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีอาบน้ำปรุงกำยานเป็นเครื่องอบ ต้องอาบัติ ๒ คือ อาบเป็นทุกกฏในประโยค ๑ อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุนิยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังภิกษุณีให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้วต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สิกฺขมานาย อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสิกขมานาให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวด เป็นทุกกฏ ในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สามเณริยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ คิหินิยา อุมฺมทฺทาเปนฺตี ปริมทฺทาเปนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อุมฺมทฺทาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อุมฺมทฺทิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ ภิกฺขุสฺส ปุรโต อนาปุจฺฉา อาสเน นิสีทนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ นิสีทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ นิสินฺเน อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณียังสามเณรีให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวดเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

ภิกษุณียังหญิงคฤหัสถ์ให้นวด ให้ขยำ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้นวดเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนวดแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

ภิกษุณีไม่ขอโอกาส นั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ คือ นั่งเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อโนกาสกตํ ภิกฺขุํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปุจฺฉติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปุจฺฉิเต อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีถามปัญหากะภิกษุผู้ที่ตนยังมิได้ขอโอกาส ต้องอาบัติ ๒ คือ ถามเป็นทุกกฏในประโยค ๑ เมื่อถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อสงฺกจฺฉิกา คามํ ปวิสนฺตี เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ปริกฺเขปํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส ฯ

ฉตฺตุปาหนวคฺโค นวโม ฯ

นววคฺคา ขุทฺทกา นิฏฺฐิตา ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปสู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ คือ เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่หนึ่งต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่สอง ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ๑.

ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙ จบ.

ขุททกสิกขาบท ๙ วรรค จบ

จบ ปาจิตติยกัณฑ์