เสทโมจนคาถา
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๙๖–๑๓๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๘/๑๙ ในปริวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เสทโมจนคาถา
เสทโมจนคาถา
พระวินัยปิฎก ปริวาร เสทโมจนคาถา (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
อสํวาโส ภิกฺขูหิ ๑ ภิกฺขุนีหิ จ
สมฺโภโค เอกจฺโจ ตหึ น ลพฺภติ
อวิปฺปวาเสน อนาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลไม่มีสังวาสกับภิกษุและภิกษุณี การสมโภคบางอย่าง อันภิกษุและภิกษุณีย่อมไม่ได้ในบุคคลนั้น ไม่ต้องอาบัติ เพราะไม่อยู่ปราศ ปัญหาข้อนี้ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อวิสฺสชฺชิตํ ๒ อเวภงฺคิยํ ปญฺจ วุตฺตา มเหสินา
วิสฺสชฺชนฺตสฺส ปริภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ครุภัณฑ์ ๕ อย่าง อันพระพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ตรัสว่า ไม่เป็นอาบัติ แก่ภิกษุผู้จำหน่าย ผู้ใช้สอย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ทส ปุคฺคเล น วทามิ เอกาทส วิวชฺชิย
วุฑฺฒํ วนฺทนฺตสฺส อาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ข้าพเจ้าไม่กล่าวถึง บุคคล ๑๐ จำพวก เว้นบุคคล ๑๑ จำพวกเสีย ภิกษุไหว้ผู้แก่กว่าต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น อุกฺขิตฺตโก น จ ปน ปาริวาสิโก
น สงฺฆภินฺโน น จ ปน ปกฺขสงฺกนฺโต
สมานสํวาสกภูมิยา ฐิโต
กถํ นุ สิกฺขาย อสาธารโณ สิยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่ใช่ผู้ถูกยกวัตร ไม่ใช่ผู้อยู่ปริวาส ไม่ใช่ผู้ทำลายสงฆ์ และไม่ใช่ผู้หลีกไปเข้ารีด ตั้งอยู่ในภูมิของภิกษุผู้มีสังวาสเสมอกัน ไฉนจึงไม่ทั่วไปแก่สิกขา ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุเปติ ธมฺมํ ปริปุจฺฉมาโน
กุสลํ อตฺถุปสญฺหิตํ
น ชีวติ น มโต น นิพฺพุโต ฯ
ตํ ปุคฺคลํ กตมํ วทนฺติ พุทฺธา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ม. ยุ. ภิกฺขูหิ จ ฯ ๒ ม. ยุ. อวิสฺสชิยํ ฯ
บุคคลเข้าถึงธรรม ไต่ถามกุศลที่ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่ผู้เป็นอยู่ ไม่ใช่ผู้ตายไม่ใช่ผู้นิพพาน ท่านผู้รู้ทั้งหลายเรียกบุคคลนั้นว่าอย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุพฺภกฺขเก น วทามิ อโธนาภึ ๑ วิวชฺชิย
เมถุนธมฺมปจฺจยา กถํ ปาราชิโก สิยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่พูดถึงอวัยวะเหนือรากขวัญขึ้นไป เว้นอวัยวะใต้สะดือลงมา ภิกษุพึงต้องอาบัติปาราชิกเพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัยได้อย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรติ
อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกนฺตํ
สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อนาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ไม่ได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินประมาณ มีผู้จองไว้หาชานรอบมิได้ ไม่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรติ
เทสิตวตฺถุกํ ปมาณิกํ
อนารมฺภํ สปริกฺกมนํ อาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ให้สงฆ์แสดงพื้นที่แล้วได้ประมาณ ไม่มีผู้จอง มีชานรอบ แต่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น กายิกํ กิญฺจิ ปโยคมาจเร
น จาปิ วาจาย ปเร ภเณยฺย
อาปชฺเชยฺย ครุกํ เฉชฺชวตฺถุํ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่ประพฤติประโยคอะไรทางกาย และไม่พูดกะคนอื่นๆ ด้วยวาจา แต่ต้องอาบัติหนักซึ่งเป็นที่ตั้งแห่งความขาด ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น กายิกํ วาจสิกญฺจ กิญฺจิ
มนสาปิ สนฺโต น กเรยฺย ปาปํ
โส นาสิโต กินฺติ สุนาสิโต ภเว
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ยุ. อโธนาภิ ฯ
สัตบุรุษ ไม่ทำความชั่วอะไรทางกายและทางวาจา แม้ทางใจผู้นั้นถูกสงฆ์นาสนะแล้วชื่อว่าถูกนาสนะด้วยดี เพราะเหตุไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อนาลปนฺโต มนุเชน เกนจิ
วาจา คิรํ โน จ ปเร ภเณยฺย
อาปชฺเชยฺย วาจสิกํ น กายิกํ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่เจรจากับมนุษย์ไรๆ ด้วยวาจา และไม่กล่าวถ้อยคำกะผู้อื่น แต่ต้องอาบัติทางวาจา มิใช่ทางกาย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สิกฺขาปทา พุทฺธวเรน วณฺณิตา
สงฺฆาทิเสสา จตุโร ภเวยฺยุํ
อาปชฺเชยฺย เอกปฺปโยเคน สพฺเพ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
สิกขาบท อันพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐพรรณนาไว้แล้ว สังฆาทิเสส ๔ สิกขาบทภิกษุณีต้องทั้งหมด ด้วยประโยคเดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุโภ เอกโต อุปสมฺปนฺนา
อุภินฺนํ หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย
สิยา อาปตฺติโย นานา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณี ๒ รูป อุปสมบทแต่สงฆ์ฝ่ายเดียว ภิกษุรับจีวรแต่มือของภิกษุณี ๒ รูป ต้องอาบัติต่างกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
จตุโร ชนา สํวิธาย ครุภณฺฑํ อวหรุํ ๑
ตโย ปาราชิกา เอโก น ปาราชิโก
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุ ๔ รูปชวนกันไปลักครุกัณฑ์ ๓ รูป เป็นปาราชิก รูป ๑ ไม่เป็นปาราชิก ปัญหาข้อนี้ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อิตฺถี จ อพฺภนฺตเร สิยา ภิกฺขุ จ พหิทฺธา สิยา
ฉิทฺทํ ตสฺมึ ฆเร นตฺถิ เมถุนธมฺมปจฺจยา
กถํ ปาราชิโก สิยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ม. ยุ. อวาหรุํ ฯ
สตรีอยู่ข้างใน ภิกษุอยู่ข้างนอก ช่องไม่มีในเรือนนั้น ภิกษุจะพึงต้องอาบัติปาราชิกเพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัยได้อย่างไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้วฯ
เตลํ มธุํ ผาณิตญฺจาปิ สปฺปึ
สามํ คเหตฺวาน นิกฺขิเปยฺย
อวีติวตฺเต สตฺตาเห
สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุรับประเคนน้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย และเนยใสด้วยตนเองแล้วเก็บไว้ เมื่อยังไม่ล่วงสัปดาห์ เมื่อปัจจัยมีอยู่ฉัน ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
นิสฺสคฺคิเยน อาปตฺติ สุทฺธเกน ปาจิตฺติยํ
อาปชฺชนฺตสฺส เอกโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัตินิสสัคคิยปาจิตตีย์ อาบัติสุทธิกปาจิตตีย์ ภิกษุต้องพร้อมกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ภิกฺขู สิยา วีสติยา สมาคตา
กมฺมํ กเรยฺยุํ สมคฺคสญฺญิโน
ภิกฺขุ สิยา ทฺวาทสโยชเน ฐิโต
กมฺมญฺจ ตํ กุปฺเปยฺย วคฺคปจฺจยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุ ๒๐ รูป มาประชุมกันสำคัญว่าพร้อมเพรียงจึงทำกรรม ภิกษุอยู่ในที่ ๑๒ โยชน์พึงยังกรรมนั้นให้เสียได้เพราะปัจจัยคือเป็นวรรค ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ปทวีติหารมตฺเตน วาจาย ภณิเตน จ
สพฺพานิ ครุกานิ สปฺปฏิกมฺมานิ
จตุสฏฺฐิ อาปตฺติโย อาปชฺเชยฺย เอกโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุต้องครุกาบัติล้วน ๖๔ ที่ทำคืนได้ ด้วยอาการเพียงย่างเท้า และด้วยกล่าววาจาคราวเดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
นิวตฺโถ อนฺตรวาสเกน ทิคุณํ สงฺฆาฏึ ปารุโต
สพฺพานิ ตานิ นิสฺสคฺคิยานิ โหนฺติ ฯ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุนุ่งผ้าอันตรวาสก ห่มผ้าสังฆาฏิ ๒ ชั้น ผ้าทั้งหมดนั้นเป็นนิสสัคคีย์ ปัญหาข้อนี้ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น จาปิ ญตฺติ น จ ปน กมฺมวาจา
น เจหิภิกฺขูติ ชิโน อโวจ
สรณคมนมฺปิ น ตสฺส อตฺถิ
อุปสมฺปทา จสฺส อกุปฺปา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ญัตติก็ไม่ใช่ กรรมวาจาก็ไม่เชิง และพระชินเจ้า ก็ไม่ได้ตรัสว่า เอหิภิกขุแม้สรณคมน์ก็ไม่มีแก่เธอ แต่อุปสัมปทาของเธอไม่เสีย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อิตฺถึ หเน น มาตรํ ปุริสญฺจ น ปิตรํ หเน
หเนยฺย อนริยํ มนฺโท เตน จานนฺตรํ ผุเส
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลผู้โฉดเขลา ฆ่าสตรีซึ่งมิใช่มารดา และฆ่าบุรุษซึ่งมิใช่บิดา ฆ่าบุคคลผู้มิใช่อริยะแต่ต้องอนันตริยกรรมเพราะเหตุนั้น ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อิตฺถึ หเน จ มาตรํ ปุริสญฺจ ปิตรํ หเน
มาตรํ ปิตรํ หนฺตฺวา น เตนานนฺตรํ ผุเส
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
บุคคลผู้โฉดเขลา ฆ่าสตรีผู้เป็นมารดา ฆ่าบุรุษผู้เป็นบิดา ครั้นฆ่าบิดามารดาแล้วแต่ไม่ต้องอนันตริยกรรมเพราะโทษนั้น ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อโจทยิตฺวา อสารยิตฺวา
อสมฺมุขีภูตสฺส กเรยฺย กมฺมํ
กตญฺจ กมฺมํ สุกตํ ภเวยฺย
การโก จ สงฺโฆ อนาปตฺติโก สิยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุไม่โจท ไม่สอบสวน แล้วทำกรรมแก่บุคคลผู้อยู่ลับหลัง และกรรมที่ทำแล้วเป็นอันทำชอบแล้ว ทั้งการกสงฆ์ไม่ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
โจทยิตฺวา สารยิตฺวา
สมฺมุขีภูตสฺส กเรยฺย กมฺมํ
กตญฺจ กมฺมํ อกตํ ภเวยฺย
การโก จ สงฺโฆ สาปตฺติโก สิยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุโจท สอบสวนแล้ว ทำกรรมแก่บุคคลผู้อยู่ต่อหน้า และกรรมที่ทำแล้วไม่เป็นอันทำทั้งการกสงฆ์ก็ต้องอาบัติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ฉินฺทนฺตสฺส อาปตฺติ ฉินฺทนฺตสฺส อนาปตฺติ
ฉาเทนฺตสฺส อาปตฺติ ฉาเทนฺตสฺส อนาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุตัด ต้องอาบัติก็มี ไม่ต้องอาบัติก็มี ภิกษุปิดต้องอาบัติก็มี ไม่ต้องอาบัติก็มีปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สจฺจํ ภณนฺโต ครุกํ มุสา จ ลหุ ภาสโต
มุสา ภณนฺโต ครุกํ สจฺจญฺจ ลหุ ภาสโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุพูดจริง ต้องอาบัติหนัก พูดเท็จต้องอาบัติเบา พูดเท็จต้องอาบัติหนัก และพูดจริงต้องอาบัติเบา ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อธิฏฺฐิตํ รชนาย รตฺตํ
กปฺปกตํปิ สนฺตํ
ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุบริโภคจีวรที่อธิษฐานแล้ว ย้อมด้วยน้ำย้อมแล้ว แม้กัปปะก็ทำแล้วยังต้องอาบัติปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อตฺถงฺคเต สุริเย ภิกฺขุ มํสานิ ขาทติ
น อุมฺมตฺตโก น จ ปน ขิตฺตจิตฺโต
น จาปิ โส เวทนฏฺโฏ ๑ ภเวยฺย
น จสฺส โหติ อาปตฺติ
โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
เมื่อพระอาทิตย์อัสดงแล้ว ภิกษุฉันเนื้อ เธอไม่ใช่ผู้วิกลจริต ไม่ใช่ผู้มีจิตฟุ้งซ่านและไม่ใช่ผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา แต่เธอไม่ต้องอาบัติ ก็ธรรมข้อนั้น พระสุคตทรงแสดงแล้ว ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น รตฺตจิตฺโต น จ ปน เถยฺยจิตฺโต
น จาปิ โส ปรํ มรณาย เจตยิ
สลากํ เทนฺตสฺส โหติ เฉชฺชํ
ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ม. เวทนาฏฺโฏ ฯ
เธอไม่ใช่ผู้มีจิตกำหนัด และไม่ใช่ผู้มีไถยจิต และแม้ผู้อื่นเธอก็ไม่ได้คิดจะฆ่า ความขาดย่อมมีแก่เธอผู้ให้จับสลาก เป็นอาบัติถุลลัจจัยแก่ภิกษุผู้จับ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น จาปิ อารญฺญกํ สาสงฺกสมฺมตํ
น จาปิ สงฺเฆน สมฺมติ ทินฺนา
น จสฺส กฐินํ อตฺถตํ ตตฺเถว จีวรํ
นิกฺขิปิตฺวา คจฺเฉยฺย อฑฺฒโยชนํ
ตสฺเสว ๑ อรุณํ อุคฺคจฺฉนฺตสฺส อนาปตฺติ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ไม่ใช่เสนาสนะป่าที่รู้กันว่ามีความรังเกียจ และไม่ใช่สงฆ์ให้สมมติ ทั้งกฐินเธอไม่ได้กราน เธอเก็บจีวรไว้ ณ ที่นั้นเอง แล้วไปตั้งกึ่งโยชน์เมื่ออรุณขึ้น เธอนั่นแหละไม่ต้องอาบัติปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
กายิกานิ น วาจสิกานิ
สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัติทั้งมวลที่เป็นไปทางกาย มิใช่ทางวาจา ต่างวัตถุกัน ภิกษุต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
วาจสิกานิ น กายิกานิ
สพฺพานิ นานาวตฺถุกานิ
อปุพฺพํ อจริมํ อาปชฺเชยฺย เอกโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
อาบัติทั้งมวลที่เป็นไปทางวาจา มิใช่ทางกายต่างวัตถุกัน ภิกษุต้องในขณะเดียวกันไม่ก่อน ไม่หลัง ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ติสฺสิตฺถิโย เมถุนํ ตํ น เสเว
ตโย ปุริเส ตโย จ ๒ อนริยปณฺฑเก
น จาจเร เมถุนํ พฺยญฺชนสฺมึ
เฉชฺชํ สิยา เมถุนธมฺมปจฺจยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ม. ตตฺเถว ฯ ๒ ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ
ไม่เสพเมถุนนั้นในสตรี ๓ จำพวก บุรุษ ๓ จำพวก คนไม่ประเสริฐ ๓ จำพวก และบัณเทาะก์ ๓ จำพวก และไม่ประพฤติเมถุนในอวัยวะที่ปรากฏ แต่ความขาดย่อมมีเพราะเมถุนธรรมเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
มาตรํ จีวรํ ยาเจ โน จ สงฺฆสฺส ๑ ปริณตํ
เกนสฺส โหติ อาปตฺติ อนาปตฺติ จ ญาตเก
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ขอจีวรกะมารดา และไม่ได้น้อมลาภไปเพื่อสงฆ์ เพราะเหตุไร ภิกษุนั้นจึงต้องอาบัติแต่ไม่ต้องอาบัติเพราะบุคคลผู้เป็นญาติ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
กุทฺโธ อาราธโก โหติ กุทฺโธ โหติ ครหิโย
อถ โก นาม โส ธมฺโม เยน กุทฺโธ ปสํสิโย
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ผู้โกรธ ย่อมให้สงฆ์ยินดี ผู้โกรธ ย่อมถูกสงฆ์ติเตียน ก็ธรรมที่เป็นเหตุให้สงฆ์สรรเสริญผู้โกรธนั้น ชื่ออะไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
ตุฏฺโฐ อาราธโก โหติ ตุฏฺโฐ โหติ ครหิโย
อถ โก นาม โส ธมฺโม เยน ตุฏฺโฐ ครหิโย
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ผู้แช่มชื่น ย่อมให้สงฆ์ยินดี ผู้แช่มชื่น ย่อมถูกสงฆ์ติเตียน ก็ธรรมที่เป็นเหตุให้สงฆ์ติเตียนผู้แช่มชื่นนั้นชื่ออะไร? ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
สงฺฆาทิเสสํ ถุลฺลจฺจยํ
ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ
ทุกฺกฏํ อาปชฺเชยฺย เอกโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุต้องอาบัติสังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ และทุกกฏ ในขณะเดียวกัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อุโภ ปริปุณฺณวีสติวสฺสา อุภินฺนํ
เอกุปชฺฌาโย เอกาจริโย เอกา กมฺมวาจา
เอโก อุปสมฺปนฺโน เอโก อนุปสมฺปนฺโน
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ทั้งสองมีอายุครบ ๒๐ ปี ทั้งสองมีอุปัชฌาย์คนเดียวกัน มีอาจารย์คนเดียวกัน มีกรรมวาจาอันเดียวกัน รูปหนึ่งเป็นอุปสัมบัน รูปหนึ่งเป็นอนุปสัมบัน ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อกปฺปกตํ นปิ รชนาย รตฺตํ
เตน นิวตฺโถ เยน กามํ วเชยฺย
น จสฺส โหติ อาปตฺติ
โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
๑ ม. สงฺเฆ ฯ
ผ้าที่ไม่ได้ทำกัปปะ และไม่ได้ย้อมด้วยน้ำย้อม ภิกษุปรารถนา พึงแสวงหามานุ่งห่มและเธอไม่ต้องอาบัติ ก็ธรรมอันนั้น พระสุคตทรงแสดงแล้ว ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น เทติ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ
ปฏิคฺคโห เตน น วิชฺชติ
อาปชฺชติ ครุกํ น ลหุกํ
ตญฺจ ปริโภคปจฺจยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณีไม่ให้ ไม่รับ การรับไม่มีด้วยเหตุนั้น แต่ต้องอาบัติหนัก มิใช่อาบัติเบาและการต้องนั้น เพราะการบริโภคเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
น เทติ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ
ปฏิคฺคโห เตน น วิชฺชติ
อาปชฺชติ ลหุกํ น ครุกํ
ตญฺจ ปริโภคปจฺจยา
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
ภิกษุณีไม่ให้ ไม่รับ การรับไม่มีด้วยเหตุนั้น แต่ต้องอาบัติเบา ไม่ใช่อาบัติหนักและการต้องนั้น เพราะการบริโภคเป็นปัจจัย ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
อาปชฺชติ ครุกํ สาวเสสํ
ฉาเทติ อนาทริยํ ปฏิจฺจ
น ภิกฺขุนี โน จ ผุเสยฺย วชฺชํษ
ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา ฯ
เสทโมจนคาถา ๑ นิฏฺฐิตา ฯ
๑ ยุ. เสทโมจกคาถา ฯ
ภิกษุณีต้องอาบัติหนักมีส่วนเหลือ ปกปิดไว้ เพราะอาศัยความไม่เอื้อเฟื้อ ไม่ใช่ภิกษุณีก็ไม่ต้องโทษ ปัญหาข้อนี้ ท่านผู้ฉลาดทั้งหลายคิดกันแล้ว.
เสทโมจนคาถา จบ.
----------------
ตสฺสุทฺทานํ
อสํวาโส อวิสฺสชฺชิ ทส จ อนุกฺขิตฺตโก
อุเปติ ธมฺมํ อุพฺภกฺขํ ๑ ตโต สญฺญาจิกา จ เทฺว
น กายิกญฺจ ครุกํ น กายิกํ สุนาสิตํ ๒
อนาลปนฺโต สิกฺขา จ อุโภ จ จตุโร ชนา
อิตฺถี เตลญฺจ นิสฺสคฺคิ ภิกฺขู จ ปทวีติโย
นิวตฺโถ จ น จ ญตฺติ น มาตรํ ปิตรํ หเน
อโจทยิตฺวา โจทยิตฺวา ฉินฺทนฺตํ สจฺจเมว จ
อธิฏฺฐิตญฺจตฺถงฺคเต น รตฺตํ น จารญฺญกํ
กายิกา วาจสิกา จ ๓ ติสฺสิตฺถี จาปิ มาตรํ
กุทฺโธ อาราธโก ตุฏฺโฐ สงฺฆาทิเสสกา ๔ อุโภ
อกปฺปกตํ น เทติ น เทตาปชฺชเต ๕ ครุํ
เสทโมจนิกา คาถา ปญฺหา วิญฺญูวิภาวิตาติ ฯ
_____________________
๑ ม. ยุ. อุพฺภกฺขกํ ฯ ๒ ยุ. น วาจสิกํ ฯ ๓ ยุ. กายิกวาจสิกา ฯ
๔ ม. ยุ. สงฺฆาทิเสสา จ ฯ ๕ ยุ. น เทตาปชฺชติ ฯ
หัวข้อประจำเรื่อง
ไม่มีสังวาส ไม่จำหน่าย บุคคล ๑๐ ไม่ใช่ผู้ถูกยกวัตร เข้าถึงธรรม
อวัยวะเหนือรากขวัญ ต่อนั้น ทำกุฎีด้วยอาการขอเอาเอง ๒ สิกขาบท ไม่ประพฤติประโยคทางกาย แต่ต้องอาบัติหนัก ไม่ทำความชั่วทางกายแต่ถูกสงฆ์นาสนะชอบแล้ว ไม่เจรจา สิกขาบทชน ๒ คน และชน ๔ คน สตรี น้ำมัน นิสสัคคีย์ ภิกษุ ย่างเท้าเดิน นุ่งผ้า ไม่ใช่ญัตติฆ่าสตรีมิใช่มารดา ฆ่าบุรุษมิใช่บิดา ไม่โจท โจท ตัด พูดจริง ผ้าที่อธิษฐาน พระอาทิตย์อัสดงแล้ว ไม่กำหนัด มิใช่เสนาสนะป่า อาบัติทางกาย ทางวาจา สตรี ๓ พวก มารดาโกรธให้ยินดี แช่มชื่น ต้องสังฆาทิเสส สองคน ผ้าไม่ได้ทำกัปปะ ไม่ให้ต้องอาบัติหนัก คาถาที่คิดจนเหงื่อไหล เป็นปัญหาที่ท่านผู้รู้ให้แจ่มแจ้งแล้วแล.
หัวข้อประจำเรื่อง จบ.
จบ เสทโมจนคาถา