คาถาสังคณิกะ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑๖–๑๐๔๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๙ ในปริวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
คาถาสงฺคณิกํ
คาถาสังคณิกะ
ท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา
พระวินัยปิฎก ปริวาร คาถาสังคณิกะ ท่านพระอุบาลีเข้าเฝ้าทูลถามปัญหา (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
เอกํสํ จีวรํ กตฺวา ปคฺคณฺหิตฺวาน อญฺชลึ
อาสึสมานรูโป ว กิสฺส ตฺวํ อิธมาคโต ฯ
ทฺวีสุ วินเยสุ [๑] ปญฺญตฺตา
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ
กติ เต สิกฺขาปทา โหนฺติ
กตีสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ
ภทฺทโก เต อุมฺมงฺโค โยนิโส ปริปุจฺฉสิ
ตคฺฆ เต อหมกฺขิสฺสํ ยถาปิ ๒ กุสโล ตถา ฯ
ทฺวีสุ วินเยสุ [๑] ปญฺญตฺตา
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ
อฑฺฒุฑฺฒสตานิ เต โหนฺติ
สตฺตสุ นคเรสุ ๓ ปญฺญตฺตา ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า ท่านห่มผ้าเฉวียงบ่า ประนมมือดูเหมือนมีความมุ่ง มา ณ สถานที่นี้ เพื่อประสงค์อะไร?
ท่านพระอุบาลีกราบทูลว่า สิกขาบทที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถ สิกขาบทเหล่านั้น มีเท่าไร? ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครกี่แห่ง?
พ. ปัญญาของท่านดี ท่านสอบถามโดยแยบคาย เพราะฉะนั้นเราจักบอกแก่ท่านตามที่ท่านเป็นผู้ฉลาดถาม.
สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในวินัยทั้งสอง ย่อมมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถสิกขาบทเหล่านั้นมี ๓๕๐ สิกขาบท ตถาคตบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่ง.
กตเมสุ สตฺตสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา ฯ
อิงฺฆ เม ตฺวํ ๔ พฺยากร นํ ๕ ฯ
ตว ๖ วจนปถํ นิสามยิตฺวา
ปฏิปชฺเชม หิตาย โน สิยา ๗ ฯ
เวสาลิยา ราชคเห สาวตฺถิยา จ อาฬวิยา
โกสมฺพิยา จ สกฺเกสุ ภคฺเคสุ เจว ปญฺญตฺตา ฯ
๑ ม. เย. ฯ ๒ ม. ยถาสิ ฯ ๓ สตฺตนคเรสุ ? ๔ ยุ. ตํ ฯ ๕ ยุ. พฺยากรณํ ฯ
๖ สี. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ ฯ ม. ยุ. ตํ ฯ ๗ โป. สิยาติ ฯ
อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนคร ๗ แห่งๆ ไหนบ้าง? ของพระองค์ได้โปรดแจ้งพระนคร ๗ แห่งนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้าๆ ได้ฟังทางแห่งพระดำรัสของพระองค์แล้ว จะปฏิบัติข้อนั้นจะพึงมีเพื่อความเกื้อกูลแก่พวกข้าพระพุทธเจ้า.
พ. สิกขาบทเหล่านั้น บัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี ๑ พระนครราชคฤห์ ๑พระนครสาวัตถี ๑ พระนครอาฬวี ๑ พระนครโกสัมพี ๑ สักกชนบท ๑ ภัคคชนบท ๑.
กติ เวสาลิยา ปญฺญตฺตา กติ ราชคเห กตา
สาวตฺถิยา กติ โหนฺติ ๑ กติ อาฬวิยา กตา ๒
กติ โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา กติ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ
กติ ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต ฯ
ทสเวสาลิยา ปญฺญตฺตา เอกวีสา ๓ ราชคเห กตา
ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา
ฉ อาฬวิยา ปญฺญตฺตา อฏฺฐ โกสมฺพิยา กตา
อฏฺฐ สกฺเกสุ วุจฺจนฺติ ตโย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา ฯ
เย เวสาลิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ๔ ฯ
เมถุนํ วิคฺคหุตฺตริ ๕ อติเรกญฺจ กาฬกํ
ภูตํ ปรมฺปราภตฺตํ ทนฺตโปเณน อเจลโก
ภิกฺขุนีสุ จ อกฺโกโส ทเสเต เวสาลิยา กตา ฯ
เย ราชคเห ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ๔ ฯ
อทินฺนาทานํ ราชคเห เทฺว จ อนุทฺธํสนา ๖
เทฺวปิ จ เภทา อนฺตรวาสกํ
รูปิยํ สุตฺตํ อุชฺฌาปนเกน จ
ปาจิตปิณฺฑํ คณโภชนํ วิกาเล
จาริตฺตํ นฺหานํ อูนวีส
จีวรํ ทตฺวา โวสาสนฺตี เอเต ราชคเห กตา ฯ
คิรคฺคจริยา ตตฺเถว ๑ ฉนฺททาเนน เอกวีสติ ฯ
เย สาวตฺถิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสา ภวนฺติ โสฬส
อนิยตา [๒] เทฺว โหนฺติ นิสฺสคฺคิยา จตุวีสติ
ฉปฺปญฺญาสสตญฺเจว ขุทฺทกานิ ปวุจฺจเร ๓
ทส คารยฺหา เทฺวสตฺตติ เสขิยา ฯ
ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา ฯ
เย อาฬวิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
กุฏิโกสิยเสยฺยา จ ขณเน คจฺฉ เทวเต
สปฺปาณกญฺจ สิญฺจนฺติ ฉ เอเต อาฬวิยา กตา ฯ
เย โกสมฺพิยา ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
มหาวิหาโร โทวจสฺสํ อญฺญํ ทฺวารํ สุราย จ
อนาทริยํ สหธมฺโม จ ปโยปาเนน อฏฺฐมํ ฯ
เย สกฺเกสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
เอฬกโลมานิ ปตฺโต จ โอวาโทปิ จ ๔ เภสชฺชํ
สูจิ อารญฺญโก เจว ฉ เอเต ๕ กาปิลวตฺถเว ฯ
อุทเก สุทฺธิยา โอวาโท ภิกฺขุนีสุ ปวุจฺจติ ๑ ฯ
เย ภคฺเคสุ ปญฺญตฺตา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
สมาทหิตฺวา วิสิพฺเพนฺติ สามิเสน สสิตฺถกํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ สตฺต
นิสฺสคฺคิยานิ อฏฺฐ ทฺวตฺตึสติ จ ขุทฺทกา ๒
เทฺวคารยฺหา ตโย เสขา ฉปฺปญฺญาส (๓)
ฉสุ นคเรสุ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา
ฉอูนตีณิ สตานิ สพฺเพ สาวตฺถิยา กตา
(๔) โคตเมน ยสสฺสินา ฯ
๑ ปญฺญตฺตา ? ๒ ยุ. ตถา ฯ ๓ สี. ยุ. เอกวีสํ ฯ ๔ ม. ยุ. ยถาตถํ ฯ
๕ สี. ม. ยุ. เมถุนวิคฺคหุตฺตริ ฯ
๖ ม. อทินฺนาทานํ ราชคเห เทฺว อนุทฺธํสนา เทฺวปิ จ เภทา
อนฺตรวาสกํ รูปิยํ สุตฺตํ อุชฺฌาปเนน จ ปาจิตปิณฺฑํ
คณโภชนํ วิกาเล จ จาริตฺตํ นฺหานํ อูนวีสติ ฯ
๑ สี. ยุ. ตเถว ฯ ๒ ม. ยุ. จ ฯ ๓ ม. ยุ. ปวุจฺจนฺติ ฯ ๔ ม. ยุ. โอวาโท
เจว ฯ ๕ ม. อฏฺเฐเต ฯ
สิกขาบทบัญญัติ
อุ. สิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้ ณ พระนครเวสาลี มีเท่าไร? ณ พระนคร
ราชคฤห์ มีเท่าไร? ณ พระนครสาวัตถี มีเท่าไร? ณ พระนครอาฬวีมีเท่าไร? ณ พระนครโกสัมพี มีเท่าไร? ณ สักกชนบท มีเท่าไร? ณภัคคชนบท มีเท่าไร? พระองค์อันข้าพระพุทธเจ้าทูลถามแล้ว ขอได้โปรด
ตอบข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า.
พ. สิกขาบทที่บัญญัติไว้ ในพระนครเวสาลีมี ๑๐ สิกขาบท.
ในพระนครราชคฤห์มี ๒๑ สิกขาบท. ในพระนครสาวัตถี รวมทั้งหมด มี๒๙๔ สิกขาบท. ในพระนครอาฬวี มี ๖ สิกขาบท. ในพระนครโกสัมพี มี๘ สิกขาบท. ในสักกชนบทมี ๘ สิกขาบท. ในภัคคชนบท. มี ๓
สิกขาบท.
สิกขาบทเหล่าใดได้บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑สิกขาบทว่าด้วยฆ่ามนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีจริง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทรงอติเรกจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยหล่อสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยอวดอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง ๑สิกขาบทว่าด้วยภัตรทีหลัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม้ชำระฟัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ของเคี้ยวของฉันแก่อเจลก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีด่าภิกษุ ๑ รวม
สิกขาบทที่บัญญัติไว้ในพระนครเวสาลี เป็น ๑๐ สิกขาบท
สิกขาบทเหล่าใดที่บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ตามที่จะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ณ พระนครราชคฤห์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดภิกษุรวม ๒สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์และประพฤติตามรวม ๒, สิกขาบทว่าด้วยรับอันตรวาสก ๑, สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนรูปิยะ ๑, สิกขาบทว่าด้วยขอด้าย ๑, สิกขาบทว่าด้วยบ่นว่า ๑, สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณีแนะให้เขาถวาย ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาหารในโรงทาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวไปในสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุไม่ครบ ๑สิกขาบทว่าด้วยให้จีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะที่ภิกษุณียืนสั่งเสีย ๑สิกขาบทว่าด้วยเที่ยวยอดเขา ๑ สิกขาบทว่าด้วยจาริก ๑ สิกขาบทเหล่านี้บัญญัติไว้ในพระนครราชคฤห์ รวมกับการให้ฉันทะในกรรมนั้น
แหละ เป็น ๒๑ สิกขาบท.
สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครสาวัตถี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ตามที่กล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ ของภิกษุณี สังฆาทิเลส ๑๖อนิยต ๒ นิสสัคคียะ ๒๔ สิกขาบทที่เรียกว่าขุททกสิกขาบทมี ๑๕๖สิกขาบทที่ควรติเตียน ๑๐ สิกขาบทเสขิยวัตร ๗๒ สิกขาบท รวมสิกขาบททั้งหมดที่บัญญัติไว้ ในพระนครสาวัตถี ๒๙๔ สิกขาบท.
สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครอาฬวี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ทำกุฎี ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำสันถัตเจือไหม ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกับอนุปสัมบัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขุดดิน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำมีตัวสัตว์เอารดหญ้าหรือดิน ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๖ สิกขาบท บัญญัติไว้
ในพระนครอาฬวี.
สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในพระนครโกสัมพี ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป สิกขาบทว่าด้วยให้ทำวิหารใหญ่ ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายากสอนยาก ๑ สิกขาบทว่าด้วยแกล้งพูดคำอื่นกลบเกลื่อน ๑ สิกขาบทว่าด้วยกรอบประตู ๑ สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุราเมรัย ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่เอื้อเฟื้อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยว่ากล่าวโดย
ชอบธรรม ๑ รวมเป็น ๘ สิกขาบททั้งดื่มน้ำนม.
สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในสักกชนบท ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยให้ซักขนเจียม ๑ สิกขาบทว่าด้วยบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยสั่งสอนภิกษุณีถึงที่อยู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอเภสัช ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑สิกขาบทว่าด้วยเสนาสนะป่า ๑ รวม ๖ สิกขาบทนี้บัญญัติไว้ ณ พระนครกบิลพัสดุ์ สิกขาบทว่าด้วยทำความสะอาดด้วยน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วย
ไม่รับโอวาท ๑ ตถาคตได้กล่าวไว้ในหมู่ภิกษุณี.
สิกขาบทเหล่าใดบัญญัติไว้ในภัคคชนบท ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สิกขาบทว่าด้วยติดไฟผิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยมือเปื้อนอามิส ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้ำล้างบาตรมีเมล็ดข้าวสุก ๑ สิกขาบทเหล่านั้น คือ ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๗ นิสสัคคิยะ ๘ ขุททกะ ๓๒ปาฏิเทสนียะสิกขาบทที่น่าติ ๒ เสขิยวัตร ๓ อันพระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ บัญญัติไว้ใน ๖ พระนคร รวม ๕๖ สิกขาบทในพระนครสาวัตถี พระโคดมผู้มียศ บัญญัติไว้ทั้งหมดรวม ๒๙๔ สิกขาบท.
ยนฺตฺวํ อปุจฺฉิมฺหา อกิตฺตยี โน
ตนฺตํ พฺยากตํ อนญฺญถา ฯ
อญฺญนฺตํ ปุจฺฉาม ๕ ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ
ครุกํ ลหุกํ จาปิ สาวเสสํ อนวเสสํ
ทุฏฺฐุลฺลญฺจ อทุฏฺฐุลฺลํ เย จ ยาวตติยกา
สาธารณํ อสาธารณํ
วิปตฺติโย จ เยหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ
สพฺพานิ เปตานิ วิยากโรหิ ฯ
หนฺท วากฺยํ สุโณม เต ฯ
เอกตึสา เย ครุกา อฏฺเฐตฺถ อนวเสสา
เย ครุกา เต ทุฏฺฐุลฺลา เย ทุฏฺฐุลฺลา สา สีลวิปตฺติ ฯ
ปาราชิกํ สงฺฆาทิเสโส สีลวิปตฺตีติ วุจฺจติ ฯ
ถุลฺลจฺจยํ ปาจิตฺติยํ ปาฏิเทสนียํ ทุกฺกฏํ
ทุพฺภาสิตํ โยจายํ อกฺโกสติ หสฺสาธิปฺปาโย ฯ
อยํ สา อาจารวิปตฺติสมฺมตา ฯ
๑ ม. ยุ. ปวุจฺจนฺติ ฯ ๒ ม. ยุ. ทฺวตฺตึส ขุทฺทกา ฯ ๓ ม. สิกฺขาปทา ฯ
๔ ม. การณิเกน พุทฺเธน ฯ ๕ ม. ยุ. ปุจฺฉามิ ฯ
ทรงพยากรณ์อาบัติหนักและอาบัติเบาเป็นต้น
อุ. ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทูลถามปัญหาข้อใดกะพระองค์ พระองค์ได้
ทรงแก้ปัญหาข้อนั้นแก่ข้าพระพุทธเจ้า ได้ทรงแก้ปัญหานั้นๆ โดยมิได้เป็นอย่างอื่น. ข้าพระพุทธเจ้า ขอทูลถามปัญหาข้ออื่นกะพระองค์ ขอพระองค์โปรดตอบปัญหานั้นต่อไป. คือ อาบัติหนัก ๑ อาบัติเบา ๑ อาบัติมีส่วนเหลือ ๑ อาบัติไม่มีส่วนเหลือ ๑ อาบัติชั่วหยาบ ๑ อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๑สิกขาบทเป็นยาวตติยกะ ๑ สิกขาบททั่วไป ๑ สิกขาบทไม่ทั่วไป ๑สิกขาบทที่จำแนกไว้ระงับด้วยสมถะเหล่าใด ๑ ขอพระองค์ได้โปรดชี้แจงสิกขาบทนี้แม้ทั้งมวล. พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้าจะฟังพระดำรัส
ของพระองค์.
พ. อาบัติหนักมี ๓๑ ศีลวิบัติและอาจารวิบัติในอาบัติหนักเหล่านั้น อาบัติปาราชิกที่ไม่มีส่วนเหลือมี ๘ อาบัติใดหนัก อาบัตินั้นชั่วหยาบอาบัติใดชั่วหยาบ อาบัตินั้นเป็นศีลวิบัติ. อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสสเรียกชื่อว่าศีลวิบัติ. อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตติยะ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏทุพภาสิตคือด่าประสงค์จะล้อเล่น อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาจารวิบัติ.
วิปรีตทิฏฺฐึ คณฺหนฺติ อสทฺธมฺเมหิ ปุรกฺขตา
อพฺภาจิกฺขนฺติ สมฺพุทฺธํ ทุปฺปญฺญา โมหปารุตา
อยํ สา ทิฏฺฐิวิปตฺติสมฺมตา ฯ
ทิฏฐิวิบัติ
บุคคลมีปัญญาเขลา อันโมหะครอบงำ ถูกอสัทธรรมรุมล้อมย่อมถือทิฏฐิวิบัติกล่าวตู่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่าทิฏฐิวิบัติ.
อาชีวเหตุ อาชีวการณา ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา สญฺจริตฺตํ สมาปชฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา โย เต วิหาเร วสติ โส ภิกฺขุ อรหาติ ภณติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุนี ปณีตโภชนานิ อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ อาชีวเหตุ อาชีวการณา ภิกฺขุ สูปํ วา โอทนํ วา อคิลาโน อตฺตโน อตฺถาย วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ ฯ
อยํ สา อาชีววิปตฺติสมฺมตา ฯ
อาชีววิบัติ
ภิกษุผู้ปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ ย่อมอวดอุตตริมนุสสธรรม
อันไม่มีไม่เป็นจริง เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุถึงความเที่ยวชักสื่อ เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุกล่าวว่าภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่านภิกษุนั้นเป็นอรหันต์ เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุณีขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ ภิกษุไม่อาพาธขอแกงหรือข้าวสุกเพื่อประโยชน์ตนมาฉัน เพราะเหตุอาชีวะ เพราะการณ์อาชีวะ อาบัตินี้นั้นรวมเรียกว่า อาชีววิบัติ.
เอกาทส ยาวตติยกา เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
อุกฺขิตฺตานุวตฺติกา อฏฺฐ ยาวตติยกา
อริฏฺโฐ จณฺฑกาลี จ อิเม เต ยาวตติยกา ฯ
ยาวตติยกะสิกขาบท
ยาวตติยกะสิกขาบท ๑๑ นั้น ท่านจงฟัง ดังจะกล่าวต่อไป อุกขิตตานุวัตติกสิกขาบท ๑ ยาวตติยกะสิกขาบท ๘ อริฏฐสิกขาบท ๑ จัณฑกาลิสิกขาบท ๑สิกขาบทเหล่านี้นั้นชื่อยาวตติยกะสิกขาบท.
ทรงพยากรณ์เฉทนกสิกขาบทและเภทนกสิกขาบทเป็นต้น
กติ เฉทนกานิ กติ เภทนกานิ กติ อุทฺทาลนกานิ กติ อนญฺญปาจิตฺติยานิ กติ ภิกฺขุสมฺมติโย กติ สามีจิโย กติ ปรมานิ
กติ ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
ฉ เฉทนกานิ เอกํ เภทนกํ เอกํ อุทฺทาลนกํ จตฺตาริ อนญฺญปาจิตฺติยานิ จตสฺโส ภิกฺขุสมฺมติโย สตฺต สามีจิโย จุทฺทส ปรมานิ
โสฬส ชานนฺติ ปญฺญตฺตา พุทฺเธนาทิจฺจพนฺธุนา ฯ
อุ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมีเท่าไร?
สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมีเท่าไร? สิกขาบทว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมีเท่าไร? สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าเป็นความชอบ มีเท่าไร? สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมีเท่าไร?
สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ทรงบัญญัติว่ารู้อยู่ มีเท่าไร?
พ. สิกขาบทว่าด้วยการตัดมี ๖ สิกขาบทว่าด้วยการทำลายมี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการรื้อมี ๑ สิกขาบทที่ว่าเป็นปาจิตตีย์มิใช่อื่นมี ๔ สิกขาบทว่าด้วยการสมมติภิกษุมี ๔ สิกขาบทที่ว่าเป็นความชอบมี ๗ สิกขาบทที่ว่าอย่างยิ่งมี ๑๔ สิกขาบทที่พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์บัญญัติไว้ว่ารู้อยู่มี ๑๖.
จำนวนสิกขาบทของภิกษุเป็นต้น
พระวินัยปิฎก ปริวาร คาถาสังคณิกะ จำนวนสิกขาบทของภิกษุเป็นต้น (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
วีสํ เทฺว สตานิ ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทานิ อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ ตีณิ สตานิ จตฺตาริ ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทานิ อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ ฯ
ฉจตฺตาฬีส ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ อสาธารณา
สตํ ตึสา จ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณา
สตํ สตฺตติ ฉ เจว อุภินฺนํ อสาธารณา
สตํ สตฺตติ จตฺตาริ อุภินฺนํ สมสิกฺขาตา ฯ
สิกขาบทของภิกษุมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถรวม ๒๒๐ สิกขาบท ของภิกษุณีมาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถรวม ๓๐๔ สิกขาบท.
สิกขาบทของภิกษุที่ไม่ทั่วไปกับภิกษุณี มี ๔๖ สิกขาบท.
สิกขาบทของภิกษุณีที่ไม่ทั่วไปกับภิกษุ มี ๑๓๐ สิกขาบทสิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ไม่ทั่วไปรวม ๑๗๖ สิกขาบทสิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกันมี ๑๗๔ สิกขาบท.
วีสํ เทฺว สตานิ ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทานิ
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ เตรส
อนิยตานิ เทฺว โหนฺติ
นิสฺสคฺคิยานิ ตึเสว เทฺวนวุติ จ ขุทฺทกา
จตฺตาโร ปาฏิเทสนียา ปญฺจสตฺตติ เสขิยา วีสํ เทฺว สตานิ จิเม โหนฺติ ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทานิ อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ ฯ
ประเภทสิกขาบทของภิกษุ
สิกขาบทของภิกษุ ๒๒๐ สิกขาบท มาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๓อนิยต ๒ นิสสัคคิยะ ๓๐ ถ้วน ขุททกะ ๙๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ เสขิยะ ๗๕สิกขาบท ของภิกษุรวม ๒๒๐ สิกขาบท มาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถ.
ตีณิ สตานิ จตฺตาริ ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทานิ
อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ อฏฺฐ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ สตฺตรส
นิสฺสคฺคิยานิ ตึเสว สตํ สฏฺฐี จ ฉ เจว
ขุทฺทกานิ ปวุจฺจนฺติ อฏฺฐ ปาฏิเทสนียา
ปญฺจสตฺตติ เสขิยา ตีณิ สตานิ จตฺตาริ จิเม โหนฺติ
ภิกฺขุนีนํ สิกฺขาปทานิ อุทฺเทสํ อาคจฺฉนฺติ อุโปสเถสุ ฯ
ประเภทสิกขาบทของภิกษุณี
สิกขาบทของภิกษุณี ๓๐๔ สิกขาบท มาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. ปาราชิก ๘ สังฆาทิเสส ๑๗นิสสัคคิยะ ๓๐ ถ้วน ขุททกะ ๑๖๖ ปาฏิเทสนียะ ๘ เสขิยะ ๗๕ สิกขาบทของภิกษุณีรวม ๓๐๔ สิกขาบท มาสู่อุเทศทุกวันอุโบสถ.
ฉจตฺตาฬีส ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีหิ อสาธารณา
เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ฉ สงฺฆาทิเสสา ทฺวีหิ อนิยเตหิ
อฏฺฐ นิสฺสคฺคิยา ทฺวาทส เตหิ
เต โหนฺติ วีสติ เทฺววีสติ ขุทฺทกา
จตฺตาโร ปาฏิเทสนียา
ฉจตฺตาฬีส จิเม โหนฺติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณา ฯ
อสาธารณะสิกขาบทของภิกษุ
สิกขาบทของภิกษุ ที่ไม่ทั่วไปกับภิกษุณี มี ๔๖ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. สังฆาทิเสส ๖ รวมทั้งอนิยต ๒สิกขาบท เป็น ๘ นิสสัคคิยะ ๑๒ รวมกันเป็น ๒๐ ขุททกะ ๒๒ ปาฏิเทสนียะ ๔ สิกขาบทของภิกษุไม่ทั่วไปกับภิกษุณี รวม ๔๖ สิกขาบท.
สตํ ตึสา ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณา
เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆมฺหา ทส นิสฺสเร
นิสฺสคฺคิยานิ ทฺวาทส ฉนฺนวุติ จ ขุทฺทกา
อฏฺฐ ปาฏิเทสนียา
สตํ ตึสา จิเม โหนฺติ ภิกฺขุนีนํ ภิกฺขูหิ อสาธารณา ฯ
อสาธารณะสิกขาบทของภิกษุณี
สิกขาบทของภิกษุณี ที่ไม่ทั่วไปกับภิกษุมี ๑๓๐ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ที่สงฆ์ขับออกจากหมู่ ๑๐ นิสสัคคิยะ ๑๒ ขุททกะ ๙๖ ปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบทของภิกษุณีที่ไม่ทั่วไปกับภิกษุ รวม ๑๓๐.
สตํ สตฺตติ ฉ เจว อุภินฺนํ อสาธารณา
เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ โสฬส
อนิยตานิ เทฺว โหติ นิสฺสคฺคิยา จตุวีสติ
สตํ อฏฺฐารส เจว ขุทฺทกานิ ปวุจฺจนฺติ
ทฺวาทส ปาฏิเทสนียา
สตํ สตฺตติ ฉ เจวิเม โหนฺติ อุภินฺนํ อสาธารณา ฯ
สิกขาบทที่ไม่ทั่วไปแก่สองฝ่าย
สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ไม่ทั่วไปมี ๑๗๖ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๑๖ อนิยต ๒นิสสัคคิยะ ๒๔ ขุททกะ ๑๑๘ ปาฏิเทสนียะ ๑๒ สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ไม่ทั่วไป รวม ๑๗๖.
สตํ สตฺตติ จตฺตาริ อุภินฺนํ สมสิกฺขาตา
เต สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาราชิกานิ จตฺตาริ สงฺฆาทิเสสานิ ภวนฺติ สตฺต
นิสฺสคฺคิยานิ อฏฺฐารส สมสตฺตติ ขุทฺทกา
ปญฺจสตฺตติ เสขิยา
สตํ สตฺตติ จตฺตาริ จิเม โหนฺติ อุภินฺนํ สมสิกฺขาตา ฯ
สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกัน
สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกันมี ๑๗๔ ท่านจงฟังสิกขาบทเหล่านั้นดังจะกล่าวต่อไป. ปาราชิก ๔ สังฆาทิเสส ๗ นิสสัคคิยะ ๑๘ขุททกะ ๗๐ ถ้วน เสขิยะ ๗๕ สิกขาบทของทั้งสองฝ่ายที่ศึกษาร่วมกันรวม ๑๗๔ สิกขาบท.
อฏฺเฐว ปาราชิกา เย ทูราสทา ตาลวตฺถุสมูปมา
ปณฺฑุปลาโส ปุถุสีลา สีสจฺฉินฺโนว โส นโร
ตาโลว มตฺถกจฺฉินฺโน อวิรูฬฺหิ ภวนฺติ เต ฯ
อาบัติที่ระงับไม่ได้
บุคคลผู้ต้องปาราชิกเหล่าใด ๘ จำพวกไม่ควรเข้าใกล้ เปรียบเสมอด้วยโคนต้นตาล บุคคลผู้ต้องปาราชิกเหล่านั้น ย่อมไม่งอกงามเปรียบเหมือนใบไม้เหลือง ศิลาหนา คนศีรษะขาด ต้นตาลยอดด้วน ฉะนั้น.
เตวีสํ สงฺฆาทิเสสา เทฺว อนิยตา เทฺวจตฺตาฬีส นิสฺสคฺคิยา
อฏฺฐาสีติสตํ ปาจิตฺติยา ทฺวาทส ปาฏิเทสนียา
ปญฺจสตฺตติ เสขิยา ตีหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ
สมฺมุขา ว ๑ ปฏิญฺญาย ติณวตฺถารเกน จ ฯ
อาบัติที่ระงับได้
สังฆาทิเสส ๒๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยะ ๔๒ ปาจิตตีย์ ๑๘๘ปาฏิเทสนียะ ๑๒ เสขิยะ ๗๕ ระงับด้วยสมถะ ๓ คือสัมมุขาวินัย ๑ปฏิญญาตกรณะ ๑ ติณวัตถารกะ ๑.
เทฺว อุโปสถา เทฺว ปวารณา
จตฺตาริ กมฺมานิ ชิเนน เทสิตา
ปญฺเจว อุทฺเทสา จตุโร ภวนฺติ อนญฺญถา
อาปตฺติกฺขนฺธา จ ภวนฺติ สตฺต ฯ
ส่วนที่ทรงจำแนก
อุโบสถ ๓ ปวารณา ๒ กรรม ๔ อันพระชินเจ้าทรงแสดงแล้วอุเทศ ๕ และอุเทศ ๔ ย่อมไม่มีโดยประการอื่น และกองอาบัติมี ๗.
อธิกรณานิ จตฺตาริ สตฺตหิ สมเถหิ สมฺมนฺติ
ทฺวีหิ จตูหิ ตีหิ กิจฺจํ เอเกน สมฺมติ ฯ
อธิกรณ์
อธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๗ คือ ระงับด้วยสมถะ ๒ด้วยสมถะ ๔ ด้วยสมถะ ๓ แต่กิจจาธิกรณ์ระงับด้วยสมถะ ๑.
วิเคราะห์ปาราชิก
พระวินัยปิฎก ปริวาร คาถาสังคณิกะ วิเคราะห์ปาราชิก (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ปาราชิกนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
จุโตปรทฺโธ ภฏฺโฐ จ สทฺธมฺเมหิ ๒ นิรงฺกโต
สํวาโสปิ จ ๓ ตหึ นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาราชิกดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. บุคคลเป็นผู้เคลื่อนแล้ว ผิดพลาด แลเหินห่างจากสัทธรรม อนึ่งแม้สังวาสก็ไม่มีในผู้นั้น เพราะเหตุนั้นเราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า ปาราชิก.
สงฺฆาทิเสโสติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
สงฺโฆ ว เทติ ปริวาสํ มูลาย ปฏิกสฺสติ
มานตฺตํ เทติ อพฺเภติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์สังฆาทิเสส
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าสังฆาทิเสสดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหาอาบัติเดิม ให้มานัต อัพภานเพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า สังฆาทิเสส.
อนิยโตติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
อนิยโต น นิยโต อเนกํสิกตํ ปทํ
ติณฺณมญฺญตรํ ฐานํ อนิยโตติ ปวุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์อนิยต
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า อนิยต ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. กองอาบัติชื่อว่าอนิยต เพราะไม่แน่ บทอันพระผู้มีพระภาคทรงทำแล้วโดยมิใช่ส่วนเดียว บรรดาฐานะ ๓ ฐานะอย่างใดอย่างหนึ่งเรียกว่าอนิยต.
ถุลฺลจฺจยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
เอกสฺส มูเล โย เทเสติ โย จ ตํ ปฏิคฺคณฺหติ
อจฺจโย เตน สโม นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
๑ ม. จ ฯ ๒ โป. ม. สทฺธมฺมา หิ ฯ ๓ โป. ม. จสทฺโท นตฺถิ ฯ ยุ. ปิสทฺโท นตฺถิ ฯ
วิเคราะห์ถุลลัจจัย
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าถุลลัจจัยดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว.
ต่อไป ภิกษุแสดงอาบัติถุลลัจจัยในที่ใกล้ภิกษุรูปหนึ่ง และภิกษุรับอาบัตินั้นโทษเสมอด้วยถุลลัจจัยนั้นไม่มีเพราะเหตุนั้น จึงเรียกโทษนั้นว่า ถุลลัจจัย.
นิสฺสคฺคิยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
สงฺฆมชฺเฌ คณมชฺเฌ เอกกสฺเสว เอกโต
นิสฺสชฺชิตฺวา ยํ เทเสติ ๑ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์นิสสัคคิยะ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่านิสสัคคิยะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ภิกษุเสียสละในท่ามกลางสงฆ์ ท่ามกลางคณะ และต่อหน้าภิกษุรูปหนึ่งๆ แล้วจึงแสดงข้อละเมิดใด เพราะเหตุนั้น จึงเรียกข้อละเมิดนั้นว่านิสสัคคิยะ
ปาจิตฺติยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ปาเตติ กุสลํ ธมฺมํ อริยมคฺคํ อปรชฺฌติ
จิตฺตสมฺโมหนฏฺฐานํ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์ปาจิตตีย์
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาจิตตีย์ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ความละเมิดยังกุศลธรรมให้ตก ย่อมฝืนต่ออริยมรรค เป็นเหตุแห่งความลุ่มหลงแห่งจิต เพราะเหตุนั้น จึงเรียกความละเมิดนั้นว่า ปาจิตตีย์.
ปาฏิเทสนียนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ภิกฺขุ อญฺญาตโก สนฺโต กิจฺฉา ลทฺธาย โภชนํ
สามํ คเหตฺวา ภุญฺเชยฺย คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ
นิมนฺตนาสุ ภุญฺชนฺโต ๒ ฉนฺทาย โวสาสติ ตตฺถ ภิกฺขุนี
อนิวาเรตฺวา ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ
สทฺธาจิตฺตํ กุลํ คนฺตฺวา อปฺปโภคํ อนาฬฺหิยํ ๓
อคิลาโน ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ
โย เจ อรญฺเญ วิหรนฺโต สาสงฺเก สภยานเก
อวิทิตํ ตหึ ภุญฺเช คารยฺหนฺติ ปวุจฺจติ ฯ
ภิกฺขุนี อญฺญาติกา สนฺตา ยํ ปเรสํ มมายิตํ
สปฺปิ เตลํ มธุ ผาณิตํ
มจฺฉมํสํ อโถปิ ขีรํ ทธึ
สยํ วิญฺญาเปยฺย ภิกฺขุนี
คารยฺหปตฺตา สุคตสฺส สาสเน ฯ
๑ ม. ยุ. นิสฺสชฺชิตฺวาน เทเสติ ฯ ๒ ม. ภุญฺชนฺตา ฯ ยุ. ภุญฺชนฺตํ ฯ
๓ ม. อนาฬิลํ ฯ
วิเคราะห์ปาฏิเทสนียะ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าปาฏิเทสนียะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ภิกษุไม่มีญาติหาโภชนะได้ยากรับมาเองแล้วฉัน เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุฉันอยู่ในที่นิมนต์ภิกษุณีสั่งเสียอยู่ในที่นั้นตามพอใจ ภิกษุไม่ห้ามฉันอยู่ในที่นั้น เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุไม่อาพาธไปสู่ตระกูลที่มีจิตศรัทธา แต่มีโภคทรัพย์น้อย เขามิได้นำไปถวายแล้วฉันในที่นั้น เรียกว่า ต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุใดถ้าอยู่ในป่าที่น่ารังเกียจมีภัยจำเพาะหน้า ฉันภัตตาหารที่เขาไม่ได้บอกในที่นั้น เรียกว่าต้องธรรมที่น่าติ. ภิกษุณีไม่มีญาติขอโภชนะที่ผู้อื่นยึดถือว่าเป็นของเรา คือเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด และนมส้ม ด้วยตนเองชื่อว่า ถึงธรรมที่น่าติในศาสนาของพระสุคต.
ทุกฺกฏนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
อปรทฺธํ วิรทฺธญฺจ ขลิตํ ยญฺจ ทุกฺกฏํ
ยํ มนุสฺโส กเร ปาปํ อาวิ วา ยทิ วา รโห
ทุกฺกฏนฺติ ปเวเทนฺติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์ทุกกฏ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า ทุกกฏ ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. กรรมใดผิดพลั้งและพลาด กรรมนั้นชื่อว่าทำไม่ดี คนทำความชั่วอันใดในที่แจ้งหรือในที่ลับ บัณฑิตทั้งหลายย่อมประกาศความชั่วนั้นว่าทำชั่วเพราะเหตุนั้น กรรมนั่นจึงเรียกว่า ทุกกฏ.
ทุพฺภาสิตนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
ทุพฺภาสิตํ ทุราภฏฺฐํ สงฺกิลิฏฺฐญฺจ ยํ ปทํ
ยญฺจ วิญฺญู ครหนฺติ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
วิเคราะห์ทุพภาสิต
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าทุพภาสิตดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. บทใดอันภิกษุกล่าวไม่ดีพูดไม่ดีและเศร้าหมอง วิญญูชนทั้งหลายย่อมติเตียนบทใด เพราะเหตุนั้น บทนั้น จึงเรียกว่า ทุพภาสิต.
เสขิยนฺติ ยํ วุตฺตํ ตํ สุโณหิ ยถากถํ ฯ
เสขสฺส สิกฺขมานสฺส อุชุมคฺคานุสาริโน
อาทิ เจตํ จรณญฺจ มุขํ สญฺญมสํวโร
สิกฺขา เอตาทิสา ๑ นตฺถิ เตเนตํ อิติ วุจฺจติ ฯ
ฉนฺนมติวสฺสติ วิวฏํ นาติวสฺสติ
ตสฺมา ฉนฺนํ วิวเรถ เอวนฺตํ นาติวสฺสติ ฯ
คติ มิคานํ ปวนํ อากาโส ปกฺขินํ คติ
วิภโว คติ ธมฺมานํ นิพฺพานํ อรหโต คตีติ ฯ
คาถาสงฺคณิกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
วิเคราะห์เสขิยะ
คำใดที่เรากล่าวไว้ว่าเสขิยะดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป. ข้อนี้เป็นเบื้องต้น เป็นข้อประพฤติ เป็นทางและเป็นข้อระวังคือสำรวม ของพระเสขะผู้ศึกษาอยู่ ผู้ดำเนินไปตามทางตรง สิกขาทั้งหลายเช่นด้วยสิกขานั้นไม่มี เพราะเหตุนั้น สิกขานั้นจึงเรียกว่า เสขิยะ.
อุปมาอาบัติและอนาบัติ
เรือนคืออาบัติอันภิกษุปิดไว้ย่อมรั่ว เรือนคืออาบัติอันภิกษุเปิดแล้วย่อมไม่รั่ว เพราะฉะนั้น ภิกษุพึงเปิดเผยอาบัติที่ปิดไว้ เมื่อเป็นอย่างนั้นเรือนคืออาบัตินั้น ย่อมไม่รั่ว. ป่าใหญ่เป็นที่พึ่งของหมู่มฤค อากาศเป็นทางไปของหมู่ปักษี ความเสื่อมเป็นคติของธรรมทั้งหลาย นิพพานเป็นภูมิที่ไปของพระอรหันต์.
คาถาสังคณิกะ จบ
----------------
ตสฺสุทฺทานํ
สตฺตนคเรสุ ปญฺญตฺตา ๒ วิปตฺติ จตุโรปิ จ
ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนญฺจ สาธารณา อสาธารณา
สาสนํ อนุคฺคหาย คาถาสงฺคณิกํ อิทนฺติ ฯ
๑ โป. ม. ยุ. เอตาทิสี ฯ ๒ ยุ. ปญฺญตฺตํ ฯ
หัวข้อประจำเรื่อง
สิกขาบทที่ทรงบัญญัติใน ๗ พระนคร ๑ วิบัติ ๔ อย่าง ๑สิกขาบทของภิกษุและของภิกษุณีทั่วไป ๑ ไม่ทั่วไป ๑ นี้เป็นถ้อยคำที่รวมไว้ด้วยคาถา เพื่ออนุเคราะห์พระศาสนา.
หัวข้อประจำเรื่อง จบ
จบ คาถาสังคณิกะ