พระวินัยปิฎก ปริวาร ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร · กตาปัตติวารที่ ๒
ปาจิตติยกัณฑ์ เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๗๕–๗๖๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๕ ในกตาปัตติวารที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ปริวาร ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กตาปัตติวารที่ ๒ ปาจิตติยกัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๒๕๓–๒๖๔
๔. ปาจิตติยกัณฑ์
๑. ลสุณวรรค
{๖๗๕} [๒๓๑] ภิกษุณีฉันกระเทียมต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ คำกลืน
{๖๗๖} ภิกษุณีให้ถอนขนในที่แคบ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้ถอน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ถอน (๒) ให้ถอนเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๖๗๗} ภิกษุณีตบทวารเบากันด้วยฝ่ามือต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังตบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ตบ (๒) ตบเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๖๗๘} ภิกษุณีใช้ท่อนยางเกลี้ยงต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๖๗๙} ภิกษุณีใช้นํ้าชำระช่องคลอดลึกเกิน ๒ ข้อองคุลีเป็นอย่างยิ่ง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้เสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๘๐} ภิกษุณีเข้าไปปฏิบัติอยู่ใกล้ ๆ ภิกษุผู้กำลังฉันด้วยนํ้าดื่ม ด้วยการพัดวี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ยืนอยู่นอกหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ{๖๘๑} ภิกษุณีขอข้าวเปลือกดิบมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ คำกลืน
{๖๘๒} ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี นํ้าลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดี ทิ้งออกภายนอกฝา ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเท เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เท (๒) เทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{683 } ภิกษุณีเทอุจจาระก็ดี ปัสสาวะก็ดี นํ้าลายก็ดี หยากเยื่อก็ดี ของเป็นเดนก็ดี ลงในของเขียวสด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเท เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เท (๒) เทแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๖๘๔} ภิกษุณีไปดูการฟ้อนรำก็ดี การขับร้องก็ดี การประโคมก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังไป ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ยืนอยู่ในที่มองเห็นหรือได้ยิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
จบ ลสุณวรรคที่ ๑
๒. รัตตันธการวรรค
{๖๘๕} [๒๓๒] ภิกษุณียืนด้วยกันกับบุรุษสองต่อสองในเวลาค่ำมืดที่ไม่มีแสงสว่าง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ยืนนอกหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ{๖๘๖} ภิกษุณียืนด้วยกันกับบุรุษในสถานที่กำบังสองต่อสอง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ยืนนอกหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ{๖๘๗} ภิกษุณียืนด้วยกันกับบุรุษในสถานที่แจ้งสองต่อสอง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ยืนนอกหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ{๖๘๘} ภิกษุณียืนด้วยกันกับบุรุษสองต่อสองในถนนก็ดี ในตรอกตันก็ดี ในทางสามแยกก็ดี ต้องอาบัติ ๒
ตัว คือ (๑) ยืนอยู่ในหัตถบาส ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ยืนนอกหัตถบาส ต้องอาบัติทุกกฏ{๖๘๙} ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาก่อนฉัน นั่งบนอาสนะแล้วไม่บอกลาเจ้าของบ้านก่อนหลีกไป ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ก้าวเท้าที่ ๑ ล้วงพ้นชายคาไป ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ก้าวเท้าที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๐} ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาหลังฉัน ไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้านก่อน นั่งบนอาสนะ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่นั่ง (๒) นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๖๙๑} ภิกษุณีเข้าไปสู่ตระกูลในเวลาวิกาลแล้วไม่บอกกล่าวเจ้าของบ้านก่อน ลาดเองก็ดี ให้ปูลาดก็ดีซึ่งเครื่องนอน แล้วขึ้นนั่งทับ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังขึ้นนั่ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ขึ้น (๒) ขึ้นนั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๒} ภิกษุณีให้ผู้อื่นโพนทะนา โดยให้เชื่อผิด เข้าใจผิด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้โพนทะนา เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ (๒) โพนทะนาแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๓} ภิกษุณีแช่งตนก็ดี ผู้อื่นก็ดี ด้วยนรกก็ดี ด้วยพรหมจรรย์ก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังแช่ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่แช่ง (๒) แช่งเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๔} ภิกษุณีร้องไห้ทุบตีตนเอง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) ทุบตีไปร้องไห้ไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (๒) ทุบตีแต่ไม่ร้องไห้ ต้องอาบัติทุกกฏ
จบ รัตตันธการวรรคที่ ๒
๓. นหานวรรค
{๖๙๕} [๒๓๓] ภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังอาบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่อาบ (๒) อาบเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๖} ภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินขนาด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้ทำ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ทำ (๒) ให้ทำเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๖๙๗} ภิกษุณีเลาะเองก็ดี ให้เลาะก็ดี ซึ่งจีวรของภิกษุณี แล้วไม่เย็บเอง ไม่ขวนขวายที่จะให้เย็บ ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๖๙๘} ภิกษุณีปล่อยวาระผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิอันมีกำหนด ๕ วัน ให้เลยไป ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๖๙๙} ภิกษุณีใช้จีวรสับเปลี่ยน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็น ทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๐๐} ภิกษุณีทำลาภคือจีวรของหมู่คณะให้เป็นอันตราย ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังทำ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ทำ (๒) ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๐๑} ภิกษุณีห้ามการแจกจีวรอันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังห้าม เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ห้าม (๒) ห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๐๒} ภิกษุณีให้สมณจีวรแก่ชาวบ้านก็ดี ปริพาชกก็ดี ปริพาชิกาก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ (๒) ให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๐๓} ภิกษุณียังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไปด้วยหวังว่าจะได้จีวรอันไม่แน่นอน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้ล่วงไป เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ล่วงไป (๒) ให้ล่วงไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๐๔} ภิกษุณีห้ามการเดาะกฐินอันเป็นไปโดยชอบธรรม ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังห้าม เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ห้าม (๒) ห้ามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
จบ นหานวรรคที่ ๓
๔. ตุวัฏฏวรรค
{๗๐๕} [๒๓๔] ภิกษุณีนอนบนเตียงเดียวกันสองรูป ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังนอน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่นอน (๒) นอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๐๖} ภิกษุณีนอนบนผ้าที่นอนและผ้าห่มผืนเดียวกันสองรูป ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังนอน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่นอน (๒) นอนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๐๗} ภิกษุณีแกล้งก่อความไม่สำราญให้แก่ภิกษุณี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังแกล้ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ทำ (๒) แกล้งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๐๘} ภิกษุณีไม่ช่วยเหลือเอง ไม่ขวนขวายที่จะให้ผู้อื่นช่วยเหลือสหชีวินีผู้ได้รับความลำบาก ต้องอาบัติตัวเดียว คือปาจิตตีย์
{๗๐๙} ภิกษุณีให้ที่พักแก่ภิกษุณีแล้ว โกรธ ไม่พอใจ ฉุดคร่าออกไป ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังฉุดคร่า เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ฉุดคร่า (๒) ฉุดคร่าออกแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๑๐} ภิกษุณีผู้คลุกคลีกัน ไม่ยอมสละการกระทำจนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๑๑} ภิกษุณีไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อนเที่ยวจาริกไปภายในสถานที่ซึ่งรู้กัน ว่าเป็นที่น่าระแวง มีภัยเฉพาะหน้าภายในรัฐ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเดินไป เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เดิน (๒) เดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๑๒} ภิกษุณีไม่มีกองเกวียนเป็นเพื่อนเที่ยวจาริกไปภายในสถานที่ซึ่งรู้กันว่าเป็นที่น่าระแวง มีภัยเฉพาะหน้าภายนอกรัฐ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเดินไป เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เดิน (๒) เดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๑๓} ภิกษุณีเที่ยวจาริกไปภายในพรรษา ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเดินไป เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เดิน (๒) เดินไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๑๔} ภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้วไม่หลีกไปสู่ที่จาริก ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
จบ ตุวัฏฏวรรคที่ ๔
๕. จิตตาคารวรรค
{๗๑๕} [๒๓๕] ภิกษุณีไปดูโรงละครหลวงก็ดี หอจิตรกรรมก็ดี สวนสาธารณะก็ดี อุทยานก็ดี สระโบกขรณีก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังไป เป็นทุกกฏ ในเพราะประโยคที่ไป (๒) ยืนอยู่ในที่มองเห็น ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๑๖} ภิกษุณีใช้สอยตั่งก็ดี แคร่ก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้สอย เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้สอยแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๑๗} ภิกษุณีกรอด้าย ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังกรอ เป็นทุกกฏใน เพราะประโยคที่กรอ (๒) กรอเป็นม้วนแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๑๘} ภิกษุณีช่วยทำงานของชาวบ้าน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังทำ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ทำ (๒) ทำแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๑๙} ภิกษุณีผู้ถูกขอร้องว่า ‘ขอเชิญแม่เจ้า โปรดไปช่วยระงับอธิกรณ์นี้ด้วย’ รับคำว่าได้ แล้วไม่ระงับเอง ไม่ช่วยขวนขวายที่จะให้ระงับ ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์{๗๒๐} ภิกษุณีให้ของเคี้ยวก็ดี ของกินก็ดี แก่ชาวบ้านก็ดี แก่ปริพาชกก็ดี แก่ ปริพาชิกาก็ดี ด้วยมือของตน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้ (๒) ให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๒๑} ภิกษุณีใช้ผ้าซับระดูไม่ยอมสละแล้วใช้ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๒๒} ภิกษุณีไม่มอบหมายห้องที่อยู่แล้วหลีกจาริกไป ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่ ๑ ต้องอาบัติทุกกฏ(๒) เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๒๓} ภิกษุณีเรียนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเรียน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เรียน (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ บท
{๗๒๔} ภิกษุณีสอนดิรัจฉานวิชา ต้องอาบัดิ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังสอน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่สอน (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ บท
จบ จิตตาคารวรรคที่ ๕
๖. อารามวรรค
{๗๒๕} [๒๓๖] ภิกษุณีรู้อยู่ไม่บอกกล่าวก่อนเข้าไปสู่อารามที่มีภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่ ๑ เข้าไป ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) เดินล่วงที่ล้อมก้าวที่สองเข้าไป ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๒๖} ภิกษุณีด่าบริภาษภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังด่า เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ด่า (๒) ด่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๒๗} ภิกษุณีขึ้งเคียดกล่าวติคณะ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังกล่าวติ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่กล่าว (๒) กล่าวติแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๒๘} ภิกษุณีถูกนิมนต์แล้วหรือห้ามภัตแล้ว ฉันของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยตั้งใจว่าจักเคี้ยวจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุก ๆ คำกลืน{๗๒๙} ภิกษุณีตระหนี่ตระกูล ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังตระหนี่ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ตระหนี่ (๒) ตระหนี่แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๓๐} ภิกษุณีอยู่จำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) จัดแจงเสนาสนะ จัดตั้งนํ้าฉันนํ้าใช้ กวาดบริเวณด้วยตั้งใจจะจำพรรษา ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาจิตตีย์พร้อมกับอรุณขึ้น{๗๓๑} ภิกษุณีจำพรรษาแล้วไม่ปวารณาในสงฆ์สองฝ่ายโดยสถาน ๓ ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๗๓๒} ภิกษุณีไม่ไปเพื่อรับโอวาทก็ดี เพื่อธรรมเป็นเหตุอยู่ร่วมก็ดี ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๗๓๓} ภิกษุณีไม่ถามทั้งอุโบสถ ไม่ขอทั้งโอวาท ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๗๓๔} ภิกษุณีไม่บอกกล่าวสงฆ์หรือคณะให้บ่งฝีหรือแผลอันเกิดในร่มผ้ากับบุรุษสองต่อสอง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้บ่ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บ่ง (๒) บ่งเสร็จแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
จบ อารามวรรคที่ ๖
๗. คัพภินีวรรค
{๗๓๕} [๒๓๗] ภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๓๖} ภิกษุณีบวชให้สตรีแม่ลูกอ่อน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๓๗} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ครบ ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๓๘} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการมาครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๓๙} ภิกษุณีบวชให้หญิงมีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปีต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช(๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๔๐} ภิกษุณีบวชให้หญิงมีอายุครบ ๑๒ ปี แต่ยังไม่ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการครบ ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏใน เพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๔๑} ภิกษุณีบวชให้หญิงมีอายุ ๑๒ ปีผู้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการมาครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๔๒} ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีแล้ว ไม่อนุเคราะห์ ทั้งไม่ให้ผู้อื่นอนุเคราะห์ เป็นเวลา ๒ ปี ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๗๔๓} ภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินีผู้บวชให้เป็นเวลา ๒ ปี ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
{๗๔๔} ภิกษุณีบวชให้สหชีวินีไว้แล้วไม่พาหลีกไปเอง ทั้งไม่ให้ผู้อื่นพาหลีกไป ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์
จบ คัพภินีวรรคที่ ๗
๘. กุมารีภูตวรรค
{๗๔๕} [๒๓๘] ภิกษุณีบวชให้หญิงผู้เป็นกุมารีมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๔๖} ภิกษุณีบวชให้หญิงผู้เป็นกุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษา สิกขาในธรรม ๖ ประการครบ ๒ ปี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๔๗} ภิกษุณีบวชให้หญิงผู้เป็นกุมารีมีอายุครบ ๒๐ ปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการมาครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๔๘} ภิกษุษีมีพรรษาต่ำกว่า ๑๒ ปีบวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้อง อาบัติปาจิตตีย์
{๗๔๙} ภิกษุณีผู้มีพรรษาครบ ๑๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ บวชให้กุลธิดา ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๐} ภิกษุณีผู้ถูกภิกษุณีกล่าวอยู่ว่า ‘ดูก่อนแม่เจ้า เธอยังไม่สมควรบวช ให้กุลธิดาก่อน’ รับคำว่าดีแล้ว ภายหลังกลับมาบ่นว่า ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบ่นว่า เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บ่น (๒) บ่นว่าแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๑} ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า ‘แน่ะเธอ ถ้าเธอจักให้จีวรแก่ฉัน เมื่อได้เช่นนี้ ฉันก็จักบวชให้เธอ’ แล้วไม่บวชให้เอง ทั้งไม่ช่วยขวนขวายที่จะให้ได้บวช ต้องอาบัติตัวเดียว
คือปาจิตตีย์{๗๕๒} ภิกษุณีกล่าวกะสิกขมานาว่า ‘แน่ะเธอ ถ้าเธอจักติดตามฉันไปเป็นเวลา ๒ ปี เมื่อได้เช่นนี้ ฉันก็จักบวชให้เธอ’ แล้วไม่บวชให้เอง ทั้งไม่ขวนขวายที่จะให้ได้บวช ต้องอาบัติตัวเดียว คือ ปาจิตตีย์{๗๕๓} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้คลุกคลีกับผู้ชาย ผู้คลุกคลีกับเด็กหนุ่ม ผู้ดุร้าย ผู้ทำชายให้ระทมโศก ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๔} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาผู้ที่มารดาบิดาก็ดี สามีก็ดียังมิได้อนุญาต ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๕} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาโดยให้ฉันทะค้าง ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
{๗๕๖} ภิกษุณีบวชให้สิกขมานาปีละ ๒ รูปต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังบวชให้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บวช (๒) บวชให้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
จบ กุมารีภูตวรรคที่ ๘
๙. ฉัตตุปาหนวรรค
{๗๕๗} [๒๓๙] ภิกษุณีใช้ร่มและรองเท้า ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๘} ภิกษุณีเดินทางด้วยยานพาหนะ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังเดินทาง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่เดินทาง (๒) เดินทางไปแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๕๙} ภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒) ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๐} ภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังใช้ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ใช้ (๒)ใช้แล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๑} ภิกษุณีสนานกายด้วยเครื่องหอมและเครื่องประทินผิว
ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังสนาน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่สนาน (๒) สนานเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๒} ภิกษุณีสนานกายด้วยแป้งร่ำ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังสนาน เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่สนาน (๒) สนานเสร็จ ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๓} ภิกษุณีใช้ภิกษุณีให้บีบให้นวด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้บีบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บีบ (๒) ให้บีบแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๔} ภิกษุณีใช้สิกขมานาให้บีบให้นวด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้บีบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บีบ (๒) ให้บีบแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๕} ภิกษุณีใช้สามเณรีให้บีบให้นวด ตองอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้บีบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บีบ (๒) ให้บีบแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๖} ภิกษุณีใช้สตรีคฤหัสถ์ให้บีบให้นวด ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังให้บีบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่บีบ (๒) ให้บีบแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนนั่งบนอาสนะเบื้องหน้าภิกษุ ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังนั่ง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่นั่ง (๒) นั่งแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๗} ภิกษุณีถามปัญหากะภิกษุผู้ที่ตนยังมิได้ขอโอกาสต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) กำลังถาม เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ถาม (๒) ถามแล้ว ต้องอาบัติปาจิตตีย์{๗๖๘} ภิกษุณีไม่มีผ้ารัดถันเข้าไปยังหมู่บ้าน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) เดินล่วงเครื่องล้อมก้าวที่ ๑ ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) เดินล่วงเครื่องล้อมก้าวที่ ๒ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
จบ ฉัตตุปาหนวรรคที่ ๙
จบ ขุททกสิกขาบท ๙ วรรค
๕. ปาฏิเทสนียกัณฑ์
{๗๖๙} [๒๔๐] ภิกษุณีขอเนยใสมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยมุ่งว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะทุก ๆ คำกลืน{๗๗๐} ภิกษุณีขอนํ้ามันมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยมุ่งว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะทุก ๆ คำกลืน{๗๗๑} ภิกษุณีขอนํ้าผึ้งมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยมุ่งว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะทุก ๆ คำกลืน{๗๗๒} ภิกษุณีขอนํ้าอ้อยมาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยมุ่งว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะทุก ๆ คำกลืน{๗๗๓} ภิกษุณีขอปลามาฉัน ต้องอาบัติ ๒ ตัว คือ (๑) รับประเคนด้วยมุ่งว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะทุก ๆ คำกลืน
จบ ปาจิตติยกัณฑ์