จูฬสงคราม
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๘๓–๑๐๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๒/๑๙ ในปริวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
จูฬสงฺคามํ
จูฬสงคราม
ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม
พระวินัยปิฎก ปริวาร จูฬสงคราม ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
สงฺคามาวจเรน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมนฺเตน นีจจิตฺเตน สงฺโฆ อุ ปสงฺกมิตพฺโพ รโชหรณสเมน จิตฺเตน อาสนกุสเลน ภวิตพฺพํ นิสชฺชกุสเลน เถเร ภิกฺขู อนูปขชฺชนฺเตน นเว ภิกฺขู อาสเนน อ ปฺปฏิพาหนฺเตน ยถาปฏิรูเป อาสเน นิสีทิตพฺพํ อนานากถิเกน ภวิตพฺพํ อติรจฺฉานกถิเกน สามํ วา ธมฺโม ภาสิตพฺโพ ปโร วา อ ชฺเฌสิตพฺโพ อริโย วา ตุณฺหีภาโว นาติมญฺญิตพฺโพ ฯ สงฺเฆน อ นุมเตน ปุคฺคเลน อนุวิชฺชเกน อนุวิชฺชิตุกาเมน น อุปชฺฌาโย ปุจฺฉิตพฺโพ น อาจริโย ปุจฺฉิตพฺโพ น สทฺธิวิหาริโก ปุจฺฉิตพฺโพ น อนฺเตวาสิโก ปุจฺฉิตพฺโพ น สมานุปชฺฌายโก ปุจฺฉิตพฺโพ น สมานาจริยโก ปุจฺฉิตพฺโพ น ชาติ ปุจฺฉิตพฺพา น นามํ ปุจฺฉิตพฺพํ น โคตฺตํ ปุจฺฉิตพฺพํ น อาคโม ปุจฺฉิตพฺโพ น กุลปฺปเทโส ปุจฺฉิตพฺโพ น ชาติภูมิ ปุจฺฉิตพฺพา ฯ
[๑] กึการณา ฯ อตฺรสฺส เปมํ วา โทโส วา เปเม วา สติ โทเส วา สติ ๒ ฉนฺทาปิ คจฺเฉยฺย โทสาปิ คจฺเฉยฺย โมหาปิ คจฺเฉยฺย ภยาปิ คจฺเฉยฺย ฯ สงฺเฆน อนุมเตน ปุคฺคเลน อนุวิชฺชเกน อนุวิชฺชิตุกาเมน สงฺฆครุเกน ภวิตพฺพํ โน ปุคฺคลครุเกน สทฺธมฺมครุเกน ภวิตพฺพํ โน อามิสครุเกน อตฺถวสิเกน ภวิตพฺพํ โน ปริสกปฺปิเยน กาเลน อนุวิชฺชิตพฺพํ โน อกาเลน ภูเตน อนุวิชฺชิตพฺพํ โน อภูเตน สเณฺหน อนุวิชฺชิตพฺพํ โน ผรุเสน อตฺถสญฺหิเตน อนุวิชฺชิตพฺพํ โน อนตฺถสญฺหิเตน เมตฺตจิตฺเตน อนุวิชฺชิตพฺพํ โน โทสนฺตเรน น อุปกณฺณกชปฺปินา ภวิตพฺพํ น ชิมฺหํ เปกฺขิตพฺพํ น อกฺขิ นิกฺขนิตพฺพํ น ภมุกํ อุกฺขิปิตพฺพํ
น สีสํ อุกฺขิปิตพฺพํ น หตฺถวิกาโร กาตพฺโพ น หตฺถมุทฺทา ทสฺเสตพฺพา อาสนกุสเลน ภวิตพฺพํ นิสชฺชกุสเลน [๑] ยุคมตฺตํ เปกฺขนฺเตน อตฺถํ อนุวิธิยนฺเตน สเก อาสเน นิสีทิตพฺพํ น จ อาสนา วุฏฺฐาตพฺพํ น วีติหาตพฺพํ น กุมฺมคฺโค เสวิตพฺโพ น วาจาวิกฺเขปกํ ๒ ภณิตพฺพํ อตุริเตน ภวิตพฺพํ อสาหสิเกน [๑] อจณฺฑิกเตน ภวิตพฺพํ วจนกฺขเมน เมตฺตจิตฺเตน ภวิตพฺพํ หิตานุกมฺปินา การุณิเกน ภวิตพฺพํ หิตปริสกฺกินา อสมฺผปฺปลาปินา ภวิตพฺพํ ปริยนฺตภาณินา อเวรวสิเกน ภวิตพฺพํ อนสุรุตฺเตน อตฺตา ปริคฺคเหตพฺโพ ปโร ปริคฺคเหตพฺโพ โจทโก ปริคฺคเหตพฺโพ จุทิตโก ปริคฺคเหตพฺโพ อธมฺมโจทโก ปริคฺคเหตพฺโพ อธมฺมจุทิตโก
ปริคฺคเหตพฺโพ ธมฺมโจทโก ปริคฺคเหตพฺโพ ธมฺมจุทิตโก ปริคฺคเหตพฺโพ วุตฺตํ อหาเปนฺเตน อวุตฺตํ อปฺปกาเสนฺเตน โอติณฺณานิ ปทพฺยญฺชนานิ สาธุกํ อุคฺคเหตฺวา ๓ ปโร ปฏิปุจฺฉิตฺวา ยถาปฏิญฺญาย กาเรตพฺโพ เวโป ปหาเสตพฺโพ ๔ ภีรุ อสฺสาเสตพฺโพ จณฺโฑ นิเสเธตพฺโพ อสุจิ วิภาเวตพฺโพ อุชุ มทฺทเวน น ฉนฺทาคติ ๑ คนฺตพฺพา น โทสาคติ คนฺตพฺพา น โมหาคติ คนฺตพฺพา น ภยาคติ คนฺตพฺพา มชฺฌตฺเตน ภวิตพฺพํ ธมฺเมสุ จ ปุคฺคเลสุ จ ฯ เอวญฺจ ปน อนุวิชฺชโก อนุวิชฺชมาโน สตฺถุ เจว สาสนกโร โหติ วิญฺญูนํ ๒ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ ฯ
๑ ม. ยุ. ตํ ฯ ๒ ม. ยุ. อยํ ปาโฐ นตฺถิ ฯ
๑ ยุ. ภวิตพฺพํ ฯ ๒ ม. ยุ. พาหาวิกฺเขปกํ ฯ ๓ ม. ปริคฺคเหตฺวา ฯ ๔ สี. ม. ยุ.
มนฺโท หาเสตพฺโพ ฯ เวโป ปหาเสตพฺโพติ มนฺโท โมมูโห ปคฺคณฺหิตพฺโพติ อฏฺฐกถา ฯ
อันภิกษุผู้เข้าสงครามเมื่อเข้าหาสงฆ์พึงเป็นผู้มีจิตยำเกรง มีจิตเสมอด้วยผ้าเช็ดธุลี เข้าหาสงฆ์ พึงเป็นผู้รู้จักที่นั่ง รู้จักการนั่ง ไม่เบียดภิกษุผู้เถระ ไม่ห้ามภิกษุผู้อ่อนกว่าด้วยอาสนะ พึงนั่งอาสนะตามสมควร ไม่พึงพูดเรื่องต่างๆ ไม่พึงพูดเรื่องดิรัจฉานกถา พึงกล่าวธรรมเอง หรือพึงเชื้อเชิญภิกษุรูปอื่น ไม่พึงดูหมิ่นอริยดุษณีภาพ.
อันภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ที่สงฆ์อนุมัติแล้ว มีประสงค์จะวินิจฉัยอธิกรณ์ ไม่พึงถามถึงอุปัชฌาย์ ไม่พึงถามถึงอาจารย์ ไม่พึงถามถึงสัทธิวิหาริก ไม่พึงถามถึงอันเตวาสิก ไม่พึงถามถึงภิกษุปูนอุปัชฌาย์ ไม่พึงถามถึงภิกษุปูนอาจารย์ ไม่พึงถามถึงชาติ ไม่พึงถามถึงชื่อ ไม่พึงถามถึงโคตร ไม่พึงถามถึงอาคม ไม่พึงถามถึงตระกูลประเทศ ไม่พึงถามถึงชาติภูมิ. เพราะเหตุไร?
เพราะความรักหรือความชังจะพึงมีในบุคคลนั้น เมื่อมีความรักหรือความชัง พึงลำเอียงเพราะความชอบบ้าง พึงลำเอียงเพราะความชังบ้าง พึงลำเอียงเพราะความหลงบ้าง พึงลำเอียงเพราะความกลัวบ้าง.
ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์
อันภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ที่สงฆ์อนุมัติแล้ว มีประสงค์จะวินิจฉัยอธิกรณ์ พึงเป็นผู้หนักในสงฆ์ ไม่พึงเป็นผู้หนักในบุคคล พึงเป็นผู้หนักในพระสัทธรรม ไม่พึงเป็นผู้หนักในอามิสพึงเป็นผู้ไปตามอำนาจแห่งคดี ไม่พึงเป็นผู้เห็นแก่บริษัท พึงวินิจฉัยโดยกาลอันควร ไม่พึงวินิจฉัยโดยกาลไม่ควร พึงวินัยฉัยด้วยคำจริง ไม่พึงวินิจฉัยด้วยคำไม่จริง พึงวินิจฉัยด้วยคำสุภาพ ไม่พึงวินิจฉัยด้วยคำหยาบ พึงวินิจฉัยด้วยคำประกอบด้วยประโยชน์ ไม่พึงวินิจฉัยด้วยคำไม่ประกอบด้วยประโยชน์ พึงเป็นผู้มีเมตตาจิตวินิจฉัย ไม่พึงเป็นผู้มุ่งร้ายวินิจฉัย ไม่พึงเป็นผู้กระซิบที่หู ไม่พึงคอยจับผิด ไม่พึงขยิบตา
ไม่พึงเลิกคิ้ว ไม่พึงชะเง้อศีรษะ ไม่พึงทำวิการแห่งมือ ไม่พึงแสดงปลายนิ้วมือ พึงเป็นผู้รู้จักที่นั่ง พึงเป็นผู้รู้จักการนั่ง พึงนั่งบนอาสนะของตน ทอดตาชั่วแอก เพ่งเนื้อความและไม่ลุกจากอาสนะไปข้างไหน ไม่พึงยังการวินิจฉัยให้บกพร่อง ไม่พึงเสพทางผิด ไม่พึงพูดส่ายคำ พึงเป็นผู้ไม่รีบด่วน ไม่ผลุนผลันไม่ดุดัน เป็นผู้อดได้ต่อถ้อยคำ พึงเป็นผู้มีเมตตาจิต คิดเอ็นดูเพื่อประโยชน์ พึงเป็นผู้มีกรุณา ขวนขวายเพื่อประโยชน์ พึงเป็นผู้ไม่พูดพล่อย เป็นผู้พูดมีที่สุด พึงเป็นผู้ไม่ผูกเวร ไม่ขัดเคือง พึงรู้จักตนพึงรู้จักผู้อื่น พึงสังเกตโจทก์ พึงสังเกตจำเลย พึงกำหนดรู้ผู้โจทก์ไม่เป็นธรรม พึงกำหนดรู้ผู้ถูกโจทไม่เป็นธรรม พึงกำหนดรู้ผู้โจทก์เป็นธรรม พึงกำหนดรู้ผู้ถูกโจทเป็นธรรม พึงกำหนดข้อความอันสองฝ่ายกล่าวมิให้ตกหล่น ไม่แซมข้อความอันเขาไม่ได้กล่าว พึงจำบทพยัญชนะ อันเข้าประเด็นไว้เป็นอย่างดีสอบสวนจำเลย แล้วพึงปรับตามคำรับสารภาพ โจทก์หรือจำเลยประหม่าพึงพูดเอาใจ เป็นผู้ขลาด พึงพูดปลอบ เป็นผู้ดุ พึงห้ามเสีย เป็นผู้ไม่สะอาดพึงดัดเสีย เป็นผู้ตรง พึงประพฤติต่อด้วยความอ่อนโยน ไม่พึงถึงฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ พึงวางตนเป็นกลาง ทั้งในธรรม ทั้งในบุคคล.
ก็แล ภิกษุผู้วินิจฉัยอธิกรณ์ เมื่อวินิจฉัยอธิกรณ์ด้วยอาการ อย่างนี้ ชื่อว่าเป็นผู้ทำตามคำสอนของพระศาสดา เป็นที่รักที่ชอบใจที่เคารพ ที่สรรเสริญ แห่งสพรหมจารีทั้งหลายผู้เป็นวิญญ.
สุตฺตํ สํสนฺทนตฺถาย โอปมฺมํ นิทสฺสนตฺถาย อตฺโถ วิญฺญาปนตฺถาย ปฏิปุจฺฉา ฐปนตฺถาย โอกาสกมฺมํ โจทนตฺถาย โจทนา สารณตฺถาย สารณา สวจนียตฺถาย สวจนียํ ปลิโพธตฺถาย ปลิโพโธ วินิจฺฉยตฺถาย วินิจฺฉโย สนฺตีรณตฺถาย สนฺตีรณา ๓ ฐานาฐานคมนตฺถาย ฐานาฐานคมนํ ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหตฺถาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ สมฺปคฺคหตฺถาย สงฺโฆ สมฺปริคฺคหสมฺปฏิจฺฉนตฺถาย สงฺเฆน อนุมตา ปุคฺคลา ปจฺเจกฏฺฐายิโน อวิสํวาทกฏฺฐายิโน ฯ วินโย สํวรตฺถาย สํวโร อวิปฺปฏิสารตฺถาย อวิปฺปฏิสาโร ปามุชฺชตฺถาย ปามุชฺชํ ปีตตฺถาย ปีติ ปสฺสทฺธตฺถาย ปสฺสทฺธิ สุขตฺถาย สุขํ สมาธตฺถาย สมาธิ ยถาภูตญาณทสฺสนตฺถาย ยถาภูตญาณทสฺสนํ นิพฺพิทตฺถาย นิพฺพิทา วิราคตฺถาย วิราโค วิมุตฺตตฺถาย วิมุตฺติ วิมุตฺติญาณทสฺสนตฺถาย วิมุตฺติญาณทสฺสนํ อนุปาทาปรินิพฺพานตฺถาย ฯ เอตทตฺถา กถา เอตทตฺถา มนฺตนา เอตทตฺถา อุปนิสา เอตทตฺถํ โสตาวธานํ ยทิทํ อนุปาทา จิตฺตสฺส วิโมกฺโขติ ฯ
๑ ม. น ฉนฺทาคตึ คนฺตพฺพํ ฯเปฯ น ภยาคตึ คนฺตพฺพํ ฯ ๒ ม. ยุ. วิญฺญูนญฺจ ฯ
๓ ม. ยุ. สนฺตีรณํ ฯ
ว่าด้วยประโยชน์แห่งสูตรเป็นต้น
สูตร เพื่อประโยชน์แก่การเทียบเคียง ข้ออุปมา เพื่อประโยชน์แก่การ
ชี้ความ เนื้อความ เพื่อประโยชน์ที่ให้เขาเข้าใจ การย้อนถาม เพื่อประโยชน์แก่ความดำรงอยู่การขอโอกาส เพื่อประโยชน์แก่การโจท การโจท เพื่อประโยชน์แก่การให้จำเลยระลึกโทษ การให้ระลึก เพื่อประโยชน์แก่ความเป็นผู้มีถ้อยคำอันจะพึงกล่าว ความเป็นผู้มีถ้อยคำอันจะพึงกล่าวเพื่อประโยชน์แก่การกังวล การกังวลเพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัย การวินิจฉัย เพื่อประโยชน์แก่การพิจารณา การพิจารณาเพื่อประโยชน์แก่การถึงฐานะและมิใช่ฐานะ การถึงฐานะและมิใช่ฐานะ เพื่อประโยชน์ข่มบุคคลผู้เก้อยาก เพื่อประโยชน์ยกย่องภิกษุมีศีลเป็นที่รัก สงฆ์เพื่อประโยชน์แก่การสอดส่องและรับรอง บุคคลที่สงฆ์อนุมัติแล้ว ตั้งอยู่ในตำแหน่งผู้ใหญ่ ตั้งอยู่ในตำแหน่งผู้ไม่แกล้งกล่าวให้ผิด.
ประโยชน์แห่งวินัยเป็นต้น
วินัยเพื่อประโยชน์แก่ความสำรวม ความสำรวมเพื่อประโยชน์แก่ความไม่เดือดร้อนความไม่เดือดร้อนเพื่อประโยชน์แก่ความปราโมทย์ ความปราโมทย์เพื่อประโยชน์แก่ความปีติความปีติเพื่อประโยชน์แก่ปัสสัทธิ ปัสสัทธิเพื่อประโยชน์แก่ความสุข ความสุขเพื่อประโยชน์แก่สมาธิ สมาธิเพื่อประโยชน์แก่ความรู้เห็นตามเป็นจริง ความรู้เห็นตามเป็นจริงเพื่อประโยชน์แก่ความเบื่อหน่าย ความเบื่อหน่ายเพื่อประโยชน์แก่ความสำรอก ความสำรอกเพื่อประโยชน์แก่วิมุตติ วิมุตติเพื่อประโยชน์แก่วิมุตติญาณทัสสนะ วิมุตติญาณทัสสนะเพื่อประโยชน์แก่ความดับสนิทหาปัจจัยมิได้. การกล่าววินัยมีอนุปาทาปรินิพพานนั้นเป็นประโยชน์ การปรึกษาวินัยมีอนุปาทาปรินิพพานนั้นเป็นประโยชน์ เหตุมีอนุปาทาปรินิพพาพนั้นเป็นประโยชน์ ความเงี่ยโสตสดับมีอนุปาทาปรินิพพาพนั้นเป็นประโยชน์ คือ ความพ้นวิเศษแห่งจิต เพราะไม่ยึดมั่น.
อนุโยควตฺตํ นิสามย
กุสเลน พุทฺธิมตา กตํ
สุวุตฺตํ สิกฺขาปทานุโลมิกํ
คตึ น นาเสนฺโต สมฺปรายิกํ
วตฺถุํ วิปตฺตึ อาปตฺตึ นิทานํ อาการอโกวิโท
ปุพฺพาปรํ น ชานาติ กตากตํ สเมน จ
กมฺมญฺจ อธิกรณญฺจ สมเถ จาปิ อโกวิโท
รตฺโต ทุฏฺโฐ จ มูโฬฺห จ ภยา โมหา จ คจฺฉติ
น จ สญฺญตฺติกุสโล ๑ นิชฺฌตฺติยา จ อโกวิโท
ลทฺธปกฺโข อหิริโก กณฺหกมฺโม อนาทโร
ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ อปฺปฏิกฺโขติ วุจฺจติ ฯ
วตฺถุํ วิปตฺตึ อาปตฺตึ นิทานํ อาการโกวิโท
ปุพฺพาปรํ ปชานาติ กตากตํ สเมน จ
กมฺมญฺจ อธิกรณญฺจ สมเถ จาปิ โกวิโท
อรตฺโต อทุฏฺโฐ อมูโฬฺห จ ภยา โมหา น คจฺฉติ
สญฺญตฺติยา ๒ จ กุสโล นิชฺฌตฺติยา จ โกวิโท
ลทฺธปกฺโข หิริมโน สุกฺกกมฺโม สคารโว
ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ สปฺปฏิกฺโขติ วุจฺจตีติ ฯ
จูฬสงฺคามํ นิฏฺฐิตํ ฯ
๑ ยุ. ปญฺญตฺติกุสโล ฯ ๒ ยุ. ปญฺญตฺติยา ฯ
อนุโยควัตร
เธอจงพิจารณาวัตร คือ การซักถาม อนุโลมแก่สิกขาบท อันพระพุทธเจ้าผู้เฉียบแหลม มีพระปัญญา ทรงวางไว้ ตรัสไว้ดีแล้วอย่าให้เสียคติที่เป็นไปในสัมปรายภพ.
ภิกษุใดไม่รู้ วัตถุ วิบัติ อาบัติ นิทาน คำต้น คำหลัง สิ่งที่ทำแล้ว และยังไม่ได้ทำโดยเสมอ และเป็นผู้ไม่เข้าใจอาการ ภิกษุผู้เช่นนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ไม่ควรเลือก.
อนึ่ง ภิกษุใดไม่รู้กรรม อธิกรณ์ และไม่เข้าใจสมถะ เป็นผู้กำหนัดขัดเคืองและหลงย่อมลำเอียงเพราะกลัว เพราะหลง ไม่เข้าใจในสัญญัติ ไม่ฉลาดในการพินิจ เป็นผู้ได้พรรคพวกไม่มีความละอาย มีกรรมดำ ไม่เอื้อเฟื้อ ภิกษุผู้เช่นนั้นๆ แลพระผู้มีพระภาคตรัสว่า ไม่ควรเลือก.
ภิกษุใดรู้วัตถุ วิบัติ อาบัติ นิทาน คำต้น คำหลัง สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ โดยเสมอและเป็นผู้เข้าใจอาการ ภิกษุผู้เช่นนั้นๆ แลพระผู้มีพระภาคตรัสว่า ควรเลือก.
อนึ่ง ภิกษุใดรู้กรรม อธิกรณ์ และเข้าใจสมถะ เป็นผู้ไม่กำหนัดไม่ขัดเคือง และไม่หลง ไม่ลำเอียง เพราะกลัว เพราะหลง เข้าใจในสัญญัติ ฉลาดในการพินิจ เป็นผู้ได้พรรคพวก มีความละอาย มีกรรมขาว มีความเคารพ ภิกษุผู้เช่นนั้นๆ แล พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ควรเลือก.
จูฬสงคราม จบ
----------------
ตสฺสุทฺทานํ
นีจจิตฺเตน ปุจฺเฉยฺย ครุ สงฺเฆ น ปุคฺคเล
สุตฺตํ สํสนฺทนตฺถาย วินยานุคฺคเหน จ
อุทฺทานํ จูฬสงฺคาเม เอกุทฺเทสํ ๑ อิทํ กตนฺติ ฯ
________________
๑ ม. เอกุทฺเทโส ฯ
หัวข้อประจำเรื่อง
มีจิตยำเกรง ๑ ถาม ๑ หนักในสงฆ์ มิใช่ในบุคคล ๑ สูตรเพื่อประโยชน์
แก่การเทียบเคียง ๑ วินัยเพื่ออนุเคราะห์ ๑ หัวข้อตามที่กล่าวนี้มีอุเทศอย่างเดียว ท่านจัดไว้ในจูฬสงครามแล.
จบ จูฬสงคราม