arnon.world

พระวินัยปิฎก ปริวาร · ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร

ย่อหัวข้อสมุฏฐาน เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๒๖–๘๔๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๗/๑๙ ในภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สมุฏฺฐานสีสสงฺเขปํ ๑

ย่อหัวข้อสมุฏฐาน

พระวินัยปิฎก ปริวาร ภิกขุนีวิภังค์ ๑๖ มหาวาร ย่อหัวข้อสมุฏฐาน (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา ๒ ทุกฺขานตฺตา จ สงฺขตา ฯ

นิพฺพานญฺเจว ปณฺณตฺติ อนตฺตา อิติ นิจฺฉยา ฯ

พุทฺธจนฺเท อนุปฺปนฺเน พุทฺธาทิจฺเจ อนุคฺคเต

เตสํ สภาคธมฺมานํ นามมตฺตํ น ญายติ ๓ ฯ

ทุกฺกรํ วิวิธํ กตฺวา ปูรยิตฺวาน ปารมี ๔

อุปฺปชฺชนฺติ มหาวีรา จกฺขุภูตา สพฺรหฺมเก

เต เทสยนฺติ สทฺธมฺมํ ทุกฺขหานึ สุขาวหํ ฯ

องฺคีรโส สกฺยมุนิ สพฺพภูตานุกมฺปโก

สพฺพสตฺตุตฺตโม สีโห ปิฏเก ตีณิ เทสยิ

สุตฺตนฺตํ อภิธมฺมญฺจ วินยญฺจ มหาคุณํ ฯ

เอวํ นียติ สทฺธมฺโม วินโย ยทิ ติฏฺฐติ

อุภโต จ วิภงฺคานิ ขนฺธกา ยา จ มาติกา

มาลา สุตฺตคุเณเนว ปริวาเรน คนฺถิตา ฯ

ตสฺเสว ปริวารสฺส สมุฏฺฐานํ นิยโต กตํ

สมฺเภทนิทานญฺจญฺญํ สุตฺเต ทิสฺสนฺติ อุปริ

ตสฺมา สิกฺเข ปริวารํ ธมฺมกาโม สุเปสโลติ ฯ

วิภงฺเค ทฺวีสุ ปญฺญตฺตํ อุทฺทิสนฺติ อุโปสเถ

ปวกฺขามิ สมุฏฺฐานํ ยถาญายํ สุณาถ เม ฯ

ปาราชิกํ ยํ ปฐมํ ทุติยญฺจ ตโต ปรํ

สญฺจริตฺตานุภาสญฺจ อติเรกญฺจ จีวรํ

โลมานิ ปทโสธมฺโม ภูตสํวิธาเนน จ

เถยฺยเทสนโจริญฺจ อนนุญฺญาย ๑ เตรส ฯ

เตรเสเต สมุฏฺฐานนยา วิญฺญูหิ จินฺติตา

เอเกกสฺมึ สมุฏฺฐาเน สทิสา อิธ ทิสฺสเร ฯ

__________________

๑ ยุ. สมุฏฺฐานสฺสุทฺทานํ ฯ ม. สมุฏฺฐานสีสสงฺเขปสมุฏฺฐานสฺสุทฺทานํ ฯ ๒ ม. ยุ.

สพฺเพ ฯ ๓ ม. ยุ. นายติ ฯ ๔ ยุ. ปารมิ ฯ

ฉบับหลวง

สังขารทั้งปวงที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาพระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัยขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก. พระมหาวีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรงบำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก

พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข. พระอังคีรสศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่าพระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะและมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่. ในคัมภีร์บริวารนั้นแลสมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่นย่อมเห็นได้ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด. ในวันอุโบสถ ภิกษุและภิกษุณีย่อมสวดสิกขาบท

อันพระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติไว้ในวิภังค์ทั้ง ๒ ข้าพเจ้าจักกล่าวสมุฏฐานตามที่รู้ ขอท่านทั้งหลายจงฟังข้าพเจ้า. ปฐมปราชิกสิกขาบท๑ ทุติยปาราชิกสิกขาบท ๑ ต่อแต่นั้น สัญจริตสิกขาบท ๑ สมนุภาสนสิกขาบท ๑ อติเรกจีวรสิกขาบท ๑ เอฬกโลมสิกขาบททั้งหลาย ๑ปทโสธัมมสิกขาบท ๑ ภูตาโรจนสิกขาบท ๑ สังวิธานสิกขาบท ๑เถยยสัตถสิกขาบท ๑ เทสนาสิกขาบท ๑ โจรีวุฏฐาปนสิกขาบท ๑ รวมกับการบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีไม่อนุญาต จึงเป็นสมุฏฐาน ๑๓.

ในอุภโตวิภังค์นี้ นัยแห่งสมุฏฐาน ๑๓ นี้ วิญญูชนทั้งหลาย คิดกันแล้วที่คล้ายคลึงกัน ย่อมปรากฏในสมุฏฐานอันหนึ่งๆ.

บาลี (สยามรัฐ)

เมถุนํ สุกฺกสํสคฺโค อนิยตา ปฐมิกา

ปุพฺพูปปริปาจิตา รโห ภิกฺขุนิยา สห

สโภชเน รโห เทฺว จ องฺคุลิ อุทเก หสํ

ปหาเร อุคฺคิเร เจว เตปญฺญาสา จ เสขิยา

อธกฺขคามาวสฺสุตา ๒ ตลมฏฺฐญฺจ สุทฺธิกา

วสฺสํ วุตฺถา จ โอวาทํ นานุพนฺเธ ปวตฺตินึ

ฉสตฺตติ อิเม สิกฺขา กายมานสิกา กตา

สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา ปฐมํ ปาราชิกํ ยถา ฯ

ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยเสพเมถุน ๑ สิกขาบทว่าด้วยปล่อยน้ำสุกกะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยเคล้าคลึงกาย ๑ อนิยตสิกขาบทที่หนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนแซกภิกษุผู้เข้าไปอยู่ก่อน ๑สิกขาบทว่าด้วยฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะให้เขาถวาย ๑ สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับกับภิกษุณี ๑สิกขาบทว่าด้วยแทรกแซงในสโภชนสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยนั่งในที่ลับ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยจี้ด้วยนิ้วมือ ๑ สิกขาบทว่าด้วยหัวเราะในน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ประหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยเงือดเงื้อหอกคือฝ่ามือ ๑ เสขิยวัตร ๕๓ สิกขาบท ๑ อธักขกสิกขาบทของภิกษุณี ๑คามันตรคมนสิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพอใจรับของฉันจากมือบุรุษ ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้ของลับกระทบกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีท่อนยางกลม ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีชำระด้วยน้ำ ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่จำพรรษาแล้วไม่หลีกไปสู่จาริก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ไปรับโอวาท๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ติดตามปวัตตินี ๑ สิกขาบทเหล่านี้ รวม ๗๖ สิกขาบท ท่านจัดไว้เป็นสิกขาบทมีกายกับจิตเป็นสมุฏฐาน ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเหมือนปฐมปาราชิกสิกขาบท ฉะนั้น.

ปฐมปาราชิกสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

อทินฺนํ วิคฺคหุตฺตรึ ๓ ทุฏฺฐุลฺลา อตฺตกามินํ

อมูลา อญฺญภาคิยา อนิยตา ทุติยิกา

อจฺฉินฺเท ปริณามเน มุสา โอมสเปสุณา

ทุฏฺฐุลฺลา ปฐวีขเณ ๔ ภูตํ อญฺญาย อุชฺฌเป

นิกฺกฑฺฒนํ สิญฺจนญฺจ อามิสเหตุ ภุตฺตาวี

เอหิ อนาทริ ภึสา อปนิเธ จ ชีวิตํ

ชานํ สปฺปาณกํ กมฺมํ อูนสํวาสนาสนา

สหธมฺมิกวิเลขา โมโห อมูลเกน จ

กุกฺกุจฺจํ ธมฺมิกํ ๑ [๒] ทตฺวา ปริณาเมยฺย ปุคฺคเล

กินฺเต อกาลอจฺฉินฺเท ทุคฺคหิ นิรเยน จ

คณํ วิภงฺคํ ทุพฺพลํ กฐินผาสุปสฺสยํ ๓

อกฺโกสจณฺฑี มจฺฉรี คพฺภินี จ ปายนฺติยา

เทฺว วสฺสา สิกฺขา สงฺเฆน ตโย เจว คิหิคตา

กุมารีภูตา ติสฺโส จ อูนทฺวาทสสมฺมตา

อลนฺตาว โสกาวสฺสํ ๔ ฉนฺทา อนุวสฺสา จ เทฺว

สิกฺขาปทา สตฺตตีเม สมุฏฺฐานา ติกา กตา

กายจิตฺเตน น วาจา วาจาจิตฺตา น กายิกา ๕

ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายนฺติ ปาราชิกํ ทุติยํ ยถา ฯ

ทุติยปาราชิกสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อนนุญฺญาตาย ฯ ๒ ยุ. อธกฺขกํ ฯ ๓ ม. วิคฺคหุตฺตริ ฯ ๔ ยุ. ปฐวึขเณ ฯ

ฉบับหลวง

ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากกายมนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่าวอวดธรรมอันยิ่งของมนุษย์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดเคาะด้วยวาจาชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่าวบำเรอตนด้วยกาม ๑ สิกขาบทว่าด้วยตามกำจัดด้วยปาราชิกธรรมไม่มีมูล ๑ สิกขาบทว่าด้วยถือเอาเลศแห่งอธิกรณ์เรื่องอื่น ๑ อนิยตสิกขาบทที่สอง ๑สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแล้วชิงเอาคืนมา ๑ สิกขาบทว่าด้วยน้อมลาภของสงฆ์มาเพื่อตน ๑สิกขาบทว่าด้วยพูดเท็จ ๑ สิกขาบทว่าด้วยด่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดส่อเสียดภิกษุ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบอกอาบัติชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยขุดแผ่นดิน ๑ สิกขาบทว่าด้วยพรากภูตคาม ๑สิกขาบทว่าด้วยพูดกลบเกลื่อน

๑ สิกขาบทว่าด้วยโพนทะนา ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉุดคร่าออกจากวิหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยเอาน้ำรด ๑ สิกขาบทว่าด้วยสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุฉันเสร็จแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยการชวนภิกษุเข้าไปบิณฑบาตในบ้าน ๑ สิกขาบทว่าด้วยการไม่เอื้อเฟื้อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยการหลอกภิกษุให้กลัวผี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการซ่อนบริขาร๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งพรากสัตว์จากชีวิต ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุรู้อยู่ใช้น้ำมีตัวสัตว์ ๑สิกขาบทว่าด้วยฟื้นอธิกรณ์เพื่อทำใหม่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยบวชคนมีอายุหย่อน ๒๐ ปี ๑ สิกขาบทว่าด้วยการอยู่ร่วมกับภิกษุที่สงฆ์ยกวัตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยการสมโภคกับสามเณรที่ถูกนาสนะ

๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุผู้อันภิกษุทั้งหลายว่ากล่าวโดยชอบธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยธรรมอันเป็นไปเพื่อความยุ่งเหยิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งทำหลง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการโจทด้วยอาบัติสังฆาทิเสสไม่มีมูล ๑ สิกขาบทว่าด้วยการแกล้งก่อความรำคาญ ๑ สิกขาบทว่าด้วยการให้ฉันทะเพื่อกรรมที่เป็นธรรมแล้วกลับบ่นว่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยการให้จีวร แล้วกลับบ่นว่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยการน้อมลาภสงฆ์ไปเพื่อบุคคล ๑ สิกขาบทว่าด้วยคำที่ว่าบุรุษบุคคลนั่นจักทำอะไรแก่ท่านได้ ๑สิกขาบทว่าด้วยอธิษฐานอกาลจีวรเป็นกาลจีวรแล้วให้แจก ๑ สิกขาบทว่าด้วยแลกจีวรกับภิกษุณีแล้วชิงคืนมา ๑ สิกขาบทว่าด้วยการยกโทษผู้อื่นด้วยความถือผิดเข้าใจผิด

๑ สิกขาบทว่าด้วยแช่งด้วยนรก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงทำอันตรายแก่จีวรลาภของคณะ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงห้ามการแจกจีวรอันเป็นธรรม ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงยังสมัยจีวรกาลให้ล่วงไปด้วยหวังจะจะได้จีวรอันไม่แน่นอน ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงห้ามการเดาะกฐินที่เป็นธรรม ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดพึงแกล้งก่อความไม่ผาสุกแก่ภิกษุณี ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดให้ที่อยู่แล้ว ไม่พอใจฉุดคร่าภิกษุณีออก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดด่าหรือกล่าวขู่ภิกษุ ๑ สิกขาบทที่ว่า ภิกษุณีใดดุร้ายกล่าวขู่คณะ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดหวงสกุล ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีมีครรภ์ ๑สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีแม่ลูกอ่อน

๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ยังไม่ได้ศึกษาในธรรม ๖ ครบ ๒ ปี ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีใดบวชสิกขมานาผู้ศึกษาเสร็จในธรรม ๖ ครบ ๒ ปีแต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชสตรีคฤหัสถ์ ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยการบวชเด็กหญิงรวม ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาหย่อน ๑๒ ให้อุปสมบท๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีมีพรรษาครบ ๑๒ แล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติให้อุปสมบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอันภิกษุณีทั้งหลายอย่าเพ่อก่อน ท่านอย่ายังสิกขมานาให้อุปสมบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียังสิกขมานาผู้มีใจร้ายยังชายให้ระทมโศกให้อุปสมบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบทด้วยมอบฉันทะที่ค้างคราว ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อุปสมบททุกๆ ปี ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้สิกขมานาบวชปีละ ๒ รูป ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗๐ สิกขาบท จัดเป็นสมุฏฐาน ๓ คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิดแต่ทวาร ๓ เหมือนทุติยปาราชิกสิกขาบทฉะนั้น.

ทุติยปาราชิกสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

สญฺจริ กุฏิ วิหาโร โธวนญฺจ ปฏิคฺคโห

วิญฺญตฺตุตฺตริ อภิหฏฺฐุํ อุภินฺนํ ทูตเกน จ

โกสิยา สุทฺธเทฺวภาคา ฉพฺพสฺสานิ นิสีทนํ

ริญฺจนฺติ รูปิกา เจว อุโภ นานปฺปการกา

อูนพนฺธนวสฺสิกา สุตฺตํ วิกปฺปเนน จ

ทฺวารทานสิพฺพินี ๑ จ ปูวปจฺจยโชติ จ

รตนํ สูจิ มญฺโจ จ ตูลํ นิสีทนกณฺฑุ จ

วสฺสิกา จ สุคเตน วิญฺญตฺติ อญฺญเจตาปนา

เทฺว สงฺฆิกา มหาชนิกา เทฺว ปุคฺคลา ลหุกา ครุ

เทฺว วิฆาสา สาฏิกา จ สมณจีวเรน จ

สมปญฺญาสิเม ธมฺมา ฉหิ ฐาเนหิ ชายเร

กายโต น วาจาจิตฺตา วาจโต น กายมนา

กายวาจา น จิตฺตโต ๒ กายจิตฺตา น วาจโต ๓

วาจาจิตฺตา น กาเยน ตีหิ ฐาเนหิ ๔ ชายเร

ฉสมุฏฺฐานิกา เจเต ๕ สญฺจริตฺเตน สาทิสา ฯ

สญฺจริตฺตสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ยุ. ธมฺมกํ ฯ ๒ ม. จีวรํ ฯ ๓ ม. กฐินาผาสุปสฺสยํ ฯ ๔ ม. ยุ. โสกาวาสํ ฯ

๕ ม. ยุ. วาจาจิตฺตํ น กายิกํ ฯ

ฉบับหลวง

สัญจริตตสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยชักสื่อ ๑ สิกขาบทว่าด้วยสร้างกุฏิ ๑ สิกขาบทว่าด้วยสร้างวิหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้ภิกษุณีซักจีวรเก่า ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้ภิกษุณีขอจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยยินดีเฉพาะผ้าอุตราสงค์และอันตรวาสก ๑ สิกขาบทว่าด้วยถึงความกำหนดในจีวร ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยส่งทรัพย์สำหรับจ่ายจีวรด้วยทูต ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตเจือไหม ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตขนเจียมดำล้วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตถือเอาขนเจียมดำ ๒ ส่วน ๑ สิกขาบทว่าด้วยใช้สันถัตใหม่ให้ได้ ๖ ปี ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้ทำสันถัตสำหรับนั่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการทอดทิ้งอุเทศ ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับรูปิยะ

๑สิกขาบทว่าด้วยแลกเปลี่ยนและซื้อขายมีประการต่างๆ รวม ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยบาตรมีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยแสวงหาผ้าอาบน้ำฝน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอด้าย๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปหาช่างหูกถึงความกำหนดในจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยวางเช็ดหน้าจนถึงกรอบประตู ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้จีวรแก่ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ๑ สิกขาบทว่าด้วยเย็บจีวรของภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ๑ สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยขนม ๑ สิกขาบทว่าด้วยปวารณาด้วยปัจจัยสี่ ๑สิกขาบทว่าด้วยการติดไฟผิง ๑ สิกขาบทว่าด้วยการเก็บรตนะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยกล่องเข็ม ๑สิกขาบทว่าด้วยทำเตียง ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปูนั่ง

๑สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าปิดฝี ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำผ้าอาบน้ำฝน ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำจีวรขนาดสุคตจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอของอื่นแล้วขอของอื่นอีก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นแล้วให้จ่ายของอื่นอีก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของสงฆ์ ๒ สิกขาบท ๑สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารของคนหมู่มาก ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายของอื่นด้วยบริขารส่วนบุคคล ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายผ้าห่มบาง ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้จ่ายผ้าห่มหนา ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีทิ้งอาหารเป็นเดน ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้ทำผ้าอาบน้ำเกินประมาณ ๑ สิกขาบทที่ว่าภิกษุณีให้สมณจีวร ๑ ธรรมคือสิกขาบทเหล่านี้ ๕๐ถ้วนเกิดด้วยสมุฏฐาน ๖ คือ เกิดแต่กาย มิใช่วาจาแลจิต เกิดแต่วาจา มิใช่กายแลจิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย และเกิดด้วยทวาร ๓ อนึ่ง สิกขาบทเหล่านี้ มีสมุฏฐาน ๖ เช่นกับสัญจริตตสิกขาบท.

สัญจริตตสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

เภทานุวตฺตทุพฺพจ- ทูสทุฏฺฐุลฺลทิฏฺฐิ จ

ฉนฺทํ อุชฺชคฺฆิกา เทฺว จ เทฺว จ สทฺทา น พฺยาหเร

ฉมา นีจาสเน ฐานํ ปจฺฉโต อุปฺปเถน จ

วชฺชานุวตฺติ คหณา โอสาเร ปจฺจาจิกฺขนา

กิสฺมึ สํสฏฺฐา เทฺว วธิ วิสิพฺเพ ทุกฺขิตาย จ

ปุน สํสฏฺฐา น วูปสเม อารามญฺจ ปวารณา

อนฺวฑฺฒมาสํ ๖ สหชีวินี เทฺว จีวรํ อนุพนฺธนา

สตฺตตึส อิเม ธมฺมา กายวาจาย จิตฺตโต

สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา สมนุภาสนา ยถา ฯ

สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. ทฺวารทานสิพฺพานิ จ ฯ ๒ ม. ยุ. น จ จิตฺตา ฯ ๓ ม. ยุ. น วาจิกา ฯ

๔ ม. ยุ. ทฺวาเรหิ ฯ ๕ ม. ยุ. เอเต ฯ ๖ ม. อนฺวทฺธํ สหชีวินึ ฯ

ฉบับหลวง

สมนุภาสนสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยทำลายสงฆ์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุว่ายาก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประทุษร้ายสกุล ๑ สิกขาบทว่าด้วยปิดอาบัติชั่วหยาบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่สละทิฏฐิ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่มอบฉันทะ ๑ สิกขาบทว่าด้วยหัวเราะ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยพูดเสียงดัง ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยมีคำข้าวอยู่ในปากจักไม่พูด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบนแผ่นดินแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุนั่งบนอาสนะต่ำแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุยืนอยู่แสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุไปข้างหลังแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุเดินนอกทางแสดงธรรม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีปิดโทษ

๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุประพฤติตามภิกษุผู้ถูกยกวัตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียินดีการจับต้อง ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับภิกษุณีเข้าหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบอกคืนพระพุทธเจ้าเป็นต้น ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถูกตัดสินให้แพ้อธิกรณ์เรื่องหนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่คลุกคลี ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีประหารตนแล้วร้องไห้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเลาะจีวรของภิกษุณี ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่บำรุงสหชีวินีผู้ตกระกำลำบาก ๑ สิกขาบทที่ตรัสซ้ำถึงภิกษุณีอยู่คลุกคลีกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ระงับอธิกรณ์ ๑ สิกขาบทที่ว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนเข้าไปสู่อาราม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ปวารณาโดย ๓ สถาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพึงหวังธรรม๒ อย่างจากภิกษุสงฆ์ทุกกึ่งเดือน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่อนุเคราะห์และไม่พาสหชีวินีไปจาริก๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้สิกขมานาถวายจีวรแล้วจักบวชให้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้สิกขมานาติดตาม ๑

ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๓๗ สิกขาบท เกิดแต่กายวาจาและจิต ทุกๆสิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่ง เหมือนสมนุภาสนสิกขาบท.

สมนุภาสนสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

อุพฺภตํ กฐินํ ตีณิ ปฐมํ ปตฺตเภสชฺชํ

อจฺเจกญฺจาปิ ๑ สาสงฺกํ ปกฺกมนฺเตน วา ทุเว

อุปสฺสยํ ปรมฺปรา อนติริตฺตํ นิมนฺตนา

วิกปฺปํ รญฺโญ วิกาเล โวสาสารญฺญเกน ๒ จ

อุสูยา ๓ สนฺนิจยญฺจ ปูเร ปจฺฉา วิกาเล จ

ปญฺจาหิกา สงฺกมนี ๔ เทฺวปิ อาวสเถน จ

ปสาเข อาสเน เจว ๕ ตึสเอกูนกา อิเม

กายวาจา น จิตฺตโต ๖ ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายเร

ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ กฐิเนน สหา สมา ๗ ฯ

กฐินสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

กฐินสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยกฐินอันภิกษุเดาะแล้ว ๓ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วย

ใช้อติเรกบาตรสิกขาบทที่หนึ่ง ๑ สิกขาบทว่าด้วยเภสัช ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับอัจเจกจีวร ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุอยู่ในเสนาสนะป่ามีความรังเกียจเก็บไตรจีวรไว้ในละแวกบ้านได้ ๑ สิกขาบทว่าด้วยเมื่อหลีกไปไม่เก็บเตียงหรือตั่ง ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าไปสู่ที่อยู่ภิกษุณีแล้วสอน๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันโภชนะทีหลัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยห้ามภัตรแล้วฉันภัตตาหารไม่เป็นเดน ๑สิกขาบทว่าด้วยรับนิมนต์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยวิกัปจีวร ๑ สิกขาบทว่าด้วยไม่ได้รับบอกก่อนเข้าไปในพระราชมณเฑียร ๑ สิกขาบทว่าด้วยเข้าบ้านในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันภัตตาหารที่ภิกษุณียืนสั่งเสียอยู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอยู่เสนาสนะป่ารับของเคี้ยวเป็นต้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีพูดให้ร้าย ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีทำการสั่งสมบาตร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาก่อนอาหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาหลังอาหาร ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปสู่สกุลในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผลัดเปลี่ยนผ้าสังฆาฏิเกินกำหนด๕ วัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้จีวรผลัดเปลี่ยน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มอบหมายจีวรสับเปลี่ยนและที่พัก ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ฝ่าฝีอันเกิดที่แง้มขา ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่บอกก่อนนั่งบนอาสนะข้างหน้าภิกษุ ๑

ธรรม คือ สิกขาบทเหล่านี้มี ๒๙ สิกขาบท เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่จิต และเกิดแต่ทวารทั้ง ๓ ทุกๆ สิกขาบทรวมทั้งกฐินสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน.

กฐินสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

เอฬกโลมา เทฺว เสยฺยา อาหจฺจปิณฺฑโภชนํ

คณวิกาเล สนฺนิธิ ทนฺตโปเณนเจลกา

อุยฺยุตฺตํ วเส ๘ อุยฺโยธิ สุรา โอเรน นฺหายนา

ทุพฺพณฺเณ เทฺว เทสนิกา ลสุณุตฺติฏฺเฐ ๙ นจฺจนา ฯ

นฺหานํ อตฺถรณํ เสยฺยา อนฺโตรฏฺเฐ ตถา พหิ

อนฺโตวสฺสํ จิตฺตาคารํ อาสนฺทิ สุตฺตกนฺตนา

เวยฺยาวจฺจํ สหตฺถา จ อภิกฺขุกาวาเสน จ

ฉตฺตํ ยานญฺจ สงฺฆาณึ อลงฺการํ คนฺธวาสิตํ

ภิกฺขุนี สิกฺขมานา จ สามเณรี คิหินิยา

อสงฺกจฺฉิกา อาปตฺตี จตฺตารีสา จ จตุตฺตริ

กาเยน น วาจาจิตฺเตน กายจิตฺเตน น วาจโต

ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ สมา เอฬกโลมกา ฯ

เอฬกโลมสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ สี. ยุ. อจฺเจกํ วาปิ ฯ ๒ โวสาสารญฺญิเตน ฯ ๓ ม. ยุ. อุสฺสยา ฯ

๔ โป. สงฺกมนิ ฯ ยุ. สงฺกมณิ ฯ ๕ โป. เทฺว ปสาเข จ อาสเน ฯ

๖ ม. ยุ. น จ จิตฺตา ฯ ๗ โป. สมา สมา ฯ ๘ ม. ยุ. เสนํ ฯ

๙ ม. ลสุณุปติฏฺเฐ ฯ

ฉบับหลวง

เอฬกโลมสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยขนเจียม ๑ สิกขาบทว่าด้วยนอนร่วมกัน ๒ สิกขาบท ๑

สิกขาบทว่าด้วยเตียงเท้าเสียบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในโรงทาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารเป็นหมู่ ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารในเวลาวิกาล ๑ สิกขาบทว่าด้วยฉันอาหารที่ทำการสั่งสม ๑ สิกขาบทว่าด้วยรับประเคนไม้ชำระฟัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยให้อาหารแก่อเจลก ๑ สิกขาบทว่าด้วยไปดูเสนาอันยกออกไปแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยอยู่ในกองทัพ ๑ สิกขาบทว่าด้วยไปสู่สนามรบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยดื่มสุรา ๑ สิกขาบทว่าด้วยยังไม่ถึงกึ่งเดือนอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยทำจีวรใหม่ให้เสียสี ๑ ปาฏิเทสนียะ ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีฉันกระเทียม ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเข้าไปปฏิบัติภิกษุผู้กำลังฉัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูฟ้อนรำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเปลือยกายอาบน้ำ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูปใช้ผ้าปูนอนและผ้าห่มผืนเดียวกันนอนด้วยกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณี ๒ รูป นอนเตียงเดียวกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มีพวกเที่ยวจาริกภายในแว่นแคว้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่มีพวกเที่ยวจาริกภายนอกแว่นแคว้น๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีหลีกไปสู่จาริกภายในพรรษา ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปดูโรงละคร ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สอยเก้าอี้นอน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีกรอด้าย ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีช่วยทำธุระของคฤหัสถ์ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีให้ของเคี้ยวด้วยมือของตนแก่ชาวบ้านเป็นต้น ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีจำพรรษาในอาวาสที่ไม่มีภิกษุ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ร่ม๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไปด้วยยาน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับเอว ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้เครื่องประดับสำหรับสตรี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำ ปรุงเครื่องประเทืองผิว ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีอาบน้ำปรุงกำยานเป็นเครื่องอบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้ภิกษุณีนวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สิกขมานานวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สามเณรีนวด ๑สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีใช้สตรีคฤหัสถ์นวด ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีผู้เข้าบ้านไม่มีผ้ารัดถันต้องอาบัติ ๑

รวมเป็น ๔๔ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจากับจิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจาทุกๆ สิกขาบท รวมทั้งเอฬกโลมสิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เสมอกัน.

เอฬกโลมสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ปทญฺญตฺร อสมฺมตา ตถา อตฺถงฺคเตน จ

ติรจฺฉานวิชฺชา เทฺว วุตฺตา อโนกาเส ๑ จ ปุจฺฉนา

สตฺต สิกฺขาปทา เอเต วาจา น กายจิตฺตโต

วาจาจิตฺเตน ชายนฺติ น ตุ กาเยน ชายเร

ทฺวิสมุฏฺฐานิกา สพฺเพ ปทโสธมฺมสาทิสา ฯ

ปทโสธมฺมสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ปทโสธัมมสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยสอนธรรมแก่อนุปสัมบันว่าพร้อมกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วย

แสดงธรรมแก่มาตุคาม ยิ่งกว่า ๕-๖ คำ เว้นแต่มีบุรุษผู้รู้เดียงสา ๑ สิกขาบทว่าด้วยยังไม่ได้รับสมมติสั่งสอนภิกษุณี ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุได้รับสมมติแล้วสอนภิกษุณีเมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีเรียนและบอกติรัจฉานวิชา ๒ สิกขาบท ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีไม่ขอโอกาสก่อนถามปัญหา ๑ สิกขาบทเหล่านี้รวม ๗ สิกขาบท เกิดแต่วาจา มิใช่กายและจิต เกิดแต่วาจากับจิต แต่มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบท มีสมุฏฐาน ๒ เหมือนปทโสธัมมสมุฏฐาน ฉะนั้น.

ปทโสธัมมสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

อทฺธานนาวํ ปณีตํ มาตุคาเมน สงฺฆเร

ธญฺญํ นิมนฺติตา เจว อฏฺฐ จ ปาฏิเทสนี ๒

สิกฺขา ปณฺณรสา ๓ เอเต กายา น วาจา น มนา

กายวาจาย ๔ ชายนฺติ น เต จิตฺเตน ชายเร

กายจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ วาจโต

กายวาจาย ๔ จิตฺเตน สมุฏฺฐานา จตุพฺพิธา

ปญฺญตฺตา พุทฺธญาเณน อทฺธาเนน สมา นยา ๑ ฯ

อทฺธานสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. อโนกาโส ฯ ๒ โป. ยุ. ปาฏิเทสนิ ฯ ๓ ม. ปณฺณรส ฯ ๔ ม. กายวาจาหิ ฯ

ฉบับหลวง

อัทธานสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยชักชวนภิกษุณีเดินทางไกล ๑ สิกขาบทว่าด้วยชักชวนภิกษุณี

ลงเรือลำเดียวกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอโภชนะอันประณีต ๑ สิกขาบทว่าด้วยชักชวนมาตุคามเดินทางด้วยกัน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีถอนขนในที่แคบ ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีขอข้าวเปลือก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับนิมนต์แล้วฉันภัตตาหาร ๑ ปาฏิเทสนียะของภิกษุณี ๘สิกขาบท ๑ สิกขาบทเหล่านี้ร่วม ๑๕ สิกขาบท เกิดแต่กาย มิใช่วาจา มิใช่จิต เกิดแต่กายกับวาจามิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่กายวาจาและจิต เป็น ๔ สมุฏฐานพระพุทธเจ้าผู้มีพระญาณ ทรงบัญญัติว่า มีวินัยเสมอกับอัทธานสมุฏฐาน.

อัทธานสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

เถยฺยสตฺถํ อุปสฺสุติ สูปวิญฺญาปเนน จ

รตฺติ ฉนฺนญฺจ โอกาสํ เอเต พฺยูเหน สตฺตมา

กายจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ วาจโต

ตีหิ ทฺวาเรหิ ชายนฺติ ทฺวิสมุฏฺฐานิกา อิเม

เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานา เทสิตาทิจฺจพนฺธุนา ฯ

เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

เถยยสัตถสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยชักชวนพวกเกวียนผู้เป็นโจรเดินทางร่วม ๑ สิกขาบทว่าด้วยยืนแอบฟัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยขอแกงและข้าวสุก ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในเวลาค่ำคืน ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในโอกาสกำบัง ๑ สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในที่กลางแจ้ง ๑ สิกขาบทว่า ด้วยภิกษุณียืนร่วมกับบุรุษในตรอกตัน ๑ รวมสิกขาบทเหล่านี้ ๗ สิกขาบทเกิดแต่กายกับจิต มิใช่เกิดแต่วาจา เกิดแต่ทวาร ๓ สิกขาบทเหล่านี้ มีสมุฏฐาน ๒ พระพุทธเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ ได้ทรงแสดงแล้วว่า เหมือนเถยยสัตถสมุฏฐาน.

เถยยสัตถสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ฉตฺตปาณิสฺส สทฺธมฺมํ น เทเสนฺติ ตถาคตา

ตเถว ๒ ทณฺฑปาณิสฺส สตฺถอาวุธปาณินํ

ปาทุกุปาหนา ยานํ เสยฺยา ปลฺลตฺถิกาย จ

เวฐิโตคุณฺฐิโต เจว เอกาทสมนูนกา

วาจาจิตฺเตน ชายนฺติ น เต ชายนฺติ กายโตู

สพฺเพ เอกสมุฏฺฐานา สมกา ธมฺมเทสนา ๓ ฯ

ธมฺมเทสนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

ธัมมเทสนาสมุฏฐาน

พระตถาคตทั้งหลาย ย่อมไม่แสดงธรรมแก่คนมีร่มในมือ ๑ มีไม้พลองในมือ ๑ มีศาตราในมือ ๑ มีอาวุธในมือ ๑ สวมเขียงเท้า ๑ สวมรองเท้า ๑ ไปในยาน ๑ อยู่บนที่นอน ๑ นั่งรัดเข่า ๑ โพกศีรษะ ๑ คลุมศีรษะ ๑ รวมเป็น ๑๑ สิกขาบท พอดี เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย ทุกๆ สิกขาบทมีสมุฏฐานอันหนึ่งเสมอกับธัมมเทสนาสมุฏฐาน.

ธัมมเทสนาสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ภูตํ กาเยน ชายติ น วาจาย น จิตฺตโต

วาจโต จ สมุฏฺฐาติ น กายา น จ จิตฺตโต

กายวาจาย ชายติ น จ ๔ ชายติ จิตฺตโต

ภูตาโรจนกนฺนาม ๑ ตีหิ ฐาเนหิ ชายติ ฯ

ภูตาโรจนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. ยุ. สหาสมา ฯ ๒ ม. ยุ. เอวเมว ฯ ๓ ม. ยุ. สมฺมตาธมฺมเทสเน ฯ

๔ ม. ยุ. ตุ ฯ

ฉบับหลวง

ภูตาโรจนสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริง เกิดแต่กาย มิใช่เกิดแต่วาจามิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต ชื่อว่าภูตาโรจนสมุฏฐาน ย่อมเกิดแต่สมุฏฐาน ๓.

ภูตาโรจนสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

โจรี วาจาย จิตฺเตน น ตํ ๒ ชายติ กายโต

ชายติ ตีหิ ทฺวาเรหิ โจรีวุฏฺฐาปนํ อิทํ

อกตํ ทฺวิสมุฏฺฐานํ ธมฺมราเชน ฐปิตํ ๓ ฯ

ฉบับหลวง

โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีรับหญิงโจรให้บวช เกิดแต่วาจากับจิต มิใช่เกิดแต่กาย และเกิดโดยทวารทั้ง ๓ โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐานนี้ พระพุทธเจ้าผู้ธรรมราชาทรงตั้งไว้ว่า มีสมุฏฐาน ๒ ไม่ซ้ำกัน.

โจรีวุฏฐาปนสมุฏฐาน จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

โจรีวุฏฺฐาปนสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ

อนนุญฺญาตํ วาจาย น กายา น จ จิตฺตโต

ชายติ กายวาจาย น ตํ ชายติ จิตฺตโต

ชายติ วาจาจิตฺเตน น ตํ ชายติ กายโต

ชายติ ตีหิ ฐาเนหิ ๔ อกตํ จตุฏฺฐานิกํ ฯ

อนนุญฺญาตสมุฏฺฐานํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

อนนุญาตสมุฏฐาน

สิกขาบทว่าด้วยภิกษุณีบวชสตรีที่มารดาบิดา หรือสามีมิได้อนุญาต เกิดแต่

วาจา มิใช่เกิดแต่กาย และมิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่กายกับวาจา มิใช่เกิดแต่จิต เกิดแต่วาจากับจิตมิใช่เกิดแต่กาย เกิดแต่กายวาจาจิต ๓ สถาน จึงมีสมุฏฐาน ๔ ไม่ซ้ำกัน.

อนนุญาตสมุฏฐาน จบ

-----------

บาลี (สยามรัฐ)

สมุฏฺฐานํ หิ สงฺเขปํ ทส ตีณิ สุเทสิตํ

อสมฺโมหกรณฏฺฐานํ ๕ เนตฺติธมฺมานุโลมิกํ

ธารยนฺโต อิมํ วิญฺญู สมุฏฺฐาเน น มุยฺหตีติ ฯ

สมุฏฺฐานสีสสงฺเขปํ นิฏฺฐิตํ ฯ

_______________

๑ ม. ยุ. ภูตาโรจนกา นาม ฯ ๒ โป. สี ตุ ฯ ๓ ม. ยุ. ภาสิตํ ฯ ๔ ม. ยุ. ทฺวาเรหิ ฯ

๕ ยุ. อสมฺโมหกรณํ ฐานํ ฯ

ฉบับหลวง

ก็สมุฏฐาน ๑๓ ทรงแสดงไว้ดีแล้วโดยย่อๆ เป็นเหตุทำความไม่หลง อนุโลมแก่ธรรมที่เป็นแบบ วิญญูชนเมื่อทรงจำสมุฏฐานนี้ไว้ได้ ย่อมไม่หลงในสมุฏฐานแล.

ย่อหัวข้อสมุฏฐาน จบ

จบ ย่อหัวข้อสมุฏฐาน