arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๕

กัมมูปจยกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๖๓๔–๑๖๓๘ (Royal Thai)11/11 in วรรคที่ ๑๕4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

กมฺมูปจยกถา

กัมมูปจยกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๕ กัมมูปจยกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมูปจโยติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ ผสฺโส อญฺโญ ผสฺสูปจโย อญฺญา เวทนา อญฺโญ เวทนูปจโย อญฺญา สญฺญา อญฺโญ สญฺญูปจโย อญฺญา เจตนา อญฺโญ เจตนูปจโย อญฺญํ จิตฺตํ อญฺโญ จิตฺตูปจโย อญฺญา สทฺธา อญฺโญ สทฺธูปจโย อญฺญํ วิริยํ อญฺโญ วิริยูปจโย อญฺญา สติ อญฺโญ สตูปจโย อญฺโญ สมาธิ อญฺโญ สมาธูปจโย อญฺญา ปญฺญา อญฺโญ ปญฺญูปจโย อญฺโญ ราโค อญฺโญ ราคูปจโย ฯเปฯ อญฺญํ อโนตฺตปฺปํ อญฺโญ อโนตฺตปฺปูปจโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรม ก็เป็นอย่างหนึ่ง หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ผัสสะเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งผัสสะก็เป็นอย่างหนึ่ง เวทนาเป็น

อย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งเวทนาก็เป็นอย่างหนึ่ง สัญญาเป็นอย่างหนึ่งความสั่งสมแห่งสัญญาก็เป็นอย่างหนึ่ง เจตนาเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งเจตนาก็เป็นอย่างหนึ่ง จิตเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งจิตก็เป็นอย่างหนึ่ง ศรัทธาเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งศรัทธาก็เป็นอย่างหนึ่งวิริยะเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งวิริยะก็เป็นอย่างหนึ่ง สติเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งสติก็เป็นอย่างหนึ่ง สมาธิเป็นอย่างหนึ่งความสั่งสมแห่งสมาธิก็เป็นอย่างหนึ่ง ปัญญาเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งปัญญาก็เป็นอย่างหนึ่ง ราคะเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งราคะก็เป็นอย่างหนึ่ง ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งอโนตตัปปะก็เป็นอย่างหนึ่ง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมูปจโยติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมูปจโย กมฺเมน สห ชาโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมูปจโย กมฺเมน สห ชาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ กุสเลน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย กุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กุสเลน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย กุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺขาย เวทนาย ฯเปฯ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมูปจโย กมฺเมน สห ชาโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุสเลน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย อกุสโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อกุสเลน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย อกุสโลติ ฯ อามนฺตา ฯ สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทุกฺขาย เวทนาย ฯเปฯ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺเตน กมฺเมน สห ชาโต กมฺมูปจโย อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับกรรม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับกรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่เป็นกุศล เกิดพร้อมกับกรรมที่เป็นกุศล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่เป็นกุศล เกิดพร้อมกับกรรมที่เป็นกุศล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดพร้อมกับกรรมที่

สัมปยุตด้วยสุขเวทนา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมกรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา ฯลฯ ที่สัมปยุตด้วยอทุกขม

สุขเวทนา เกิดพร้อมกับกรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับกรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่เป็นอกุศล เกิดพร้อมกับกรรมที่เป็นอกุศล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่เป็นอกุศล เกิดพร้อมกับกรรมที่เป็นอกุศล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา เกิดพร้อมกับกรรมที่

สัมปยุตด้วยสุขเวทนา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา ฯลฯ ที่สัมปยุตด้วยอทุก

ขมสุขเวทนา เกิดพร้อมกับกรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กมฺมํ จิตฺเตน สห ชาตํ กมฺมํ สารมฺมณนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมูปจโย จิตฺเตน สห ชาโต กมฺมูปจโย สารมฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมูปจโย จิตฺเตน สห ชาโต กมฺมูปจโย อนารมฺมโณติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมํ จิตฺเตน สห ชาตํ กมฺมํ อนารมฺมณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต และกรรมที่มีอารมณ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมเกิดพร้อมกับจิต และความสั่งสมแห่งกรรมมี

อารมณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่ความสั่งสมแห่งกรรมไม่มี

อารมณ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่กรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กมฺมํ จิตฺเตน สห ชาตํ จิตฺตํ ภิชฺชมานํ กมฺมํ ภิชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมูปจโย จิตฺเตน สห ชาโต จิตฺตํ ภิชฺชมานํ กมฺมูปจโย ภิชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ กรรมก็ทำลายไป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม เกิดพร้อมกับจิต และเมื่อจิตดับ การสั่งสมแห่ง

กรรม ก็ทำลายไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กมฺมูปจโย จิตฺเตน สห ชาโต จิตฺตํ ภิชฺชมานํ กมฺมูปจโย น ภิชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมํ จิตฺเตน สห ชาตํ จิตฺตํ ภิชฺชมานํ กมฺมํ น ภิชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมมฺหิ กมฺมูปจโยติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว กมฺมํ โส กมฺมูปจโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมมฺหิ กมฺมูปจโย กมฺมูปจยโต วิปาโก นิพฺพตฺตตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว กมฺมํ โส กมฺมูปจโย โส กมฺมวิปาโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมมฺหิ กมฺมูปจโย กมฺมูปจยโต วิปาโก นิพฺพตฺตติ วิปาโก สารมฺมโณติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมูปจโย สารมฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมูปจโย อนารมฺมโณติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปาโก อนารมฺมโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมูปจโยติ ฯ อามนฺตา ฯ

นนุ วุตฺตํ ภควตา อิธ ปุณฺณ เอกจฺโจ สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ วจีสงฺขารํ ฯเปฯ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ โส สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ กายสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ วจีสงฺขารํ ฯเปฯ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ โลกํ อุปปชฺชติ ตเมนํ สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ โลกํ อุปปนฺนํ สมานํ สพฺยาปชฺฌาปิ อพฺยาปชฺฌาปิ ผสฺสา ผุสนฺติ โส สพฺยาปชฺเฌหิปิ อพฺยาปชฺเฌหิปิ ผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ สมาโน สพฺยาปชฺฌมฺปิ อพฺยาปชฺฌมฺปิ เวทนํ เวเทติ โวกิณฺณสุขทุกฺขํ เสยฺยถาปิ มนุสฺสา เอกจฺเจ จ เทวา เอกจฺเจ จ วินิปาติกา อิติ โข ปุณฺณ ภูตาภูตสฺส อุปปตฺติ โหติ ยํ กโรติ เตน อุปปชฺชติ อุปปนฺนเมตํ ผสฺสา ผุสนฺติ เอวมฺปาหํ ปุณฺณ กมฺมทายาทา สตฺตาติ วทามีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมูปจโยติ ฯ

กมฺมูปจยกถา ฯ

ปนฺนรสโม วคฺโค ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

ปจฺจยตา ววตฺถิตา ปฏิจฺจสมุปฺปาโท อทฺธา

ขโณ ลโย มุหุตฺตํ จตฺตาโร อาสวา อนาสวา

โลกุตฺตรานํ ธมฺมานํ ชรามรณํ โลกุตฺตรํ ๒

สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โลกุตฺตรา

สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ โลกิยา

สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปนฺโน

กาลํ กเรยฺย เสฺวว มคฺโค อสญฺญสตฺตูปิกา ๑

อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมูปจโยติ ฯ

ตติโย ปณฺณาสโก ฯ

อนุสยา สํวโร กปฺโป มูลญฺจ ววตฺถิตาติ ฯ

๑ ม. ม. ๘๗ ฯ ๒. ม. โลกุตฺตรา.

Royal Thai

ส. ความสั่งสมแห่งกรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่เมื่อจิตดับ ความสั่งสมแห่งกรรมไม่ทำลายไป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมเกิดพร้อมกับจิต แต่เมื่อจิตดับ กรรมไม่ทำลายไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เมื่อกรรมมี ความสั่งสมแห่งกรรมก็มี หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมอันนั้น ความสั่งสมแห่งกรรมก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เมื่อกรรมมี การสั่งสมแห่งกรรมก็มี และวิบากก็เกิดจากความสั่งสมแห่ง

กรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมอันนั้น ความสั่งสมแห่งกรรมก็อันนั้นแหละ วิบากแห่งกรรมก็อัน

นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เมื่อกรรมมี ความสั่งสมแห่งกรรมก็มี และวิบากก็เกิดจากความสั่งสม

แห่งกรรม ทั้งวิบากก็มีอารมณ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม มีอารมณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสั่งสมแห่งกรรม ไม่มีอารมณ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิบาก ไม่มีอารมณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรปุณณะ บุคคลบางคนในโลกนี้ สร้าง

สมกายสังขารที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้างสร้างสมวจีสังขาร ฯลฯ มโนสังขาร ที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง บุคคลนั้น ครั้นสร้างสมกายสังขารที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง สร้างสมวจีสังขาร ฯลฯ

มโนสังขารที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้างแล้วย่อมเข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้างผัสสะทั้งหลาย ที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้างย่อมถูกต้อง บุคคลผู้เข้าถึงโลกที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง บุคคลนั้นเป็นผู้อันผัสสะทั้งหลาย ที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง ถูกต้องแล้ว ย่อมเสวยเวทนาที่มีความเบียดเบียนบ้าง ที่ไม่มีความเบียดเบียนบ้าง มีสุขและทุกข์เกลือกกลั้วดังที่มนุษย์ เทวดาบางจำพวก และวินิปาติกะบางจำพวกเป็นอยู่ ดูกรปุณณะ ความเข้าถึงแห่งสัตว์น้อยใหญ่เป็นอย่างนี้แลเขาทำกรรมใด ย่อมเข้าถึงด้วยกรรมนั้น ผัสสะทั้งหลายย่อมถูกต้องบุคคลผู้เข้าถึงแล้วนี้ ดูกรปุณณะ เรากล่าวเรา สัตว์ทั้งหลายเป็นผู้รับมรดกแห่งกรรม แม้ด้วยประการฉะนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กรรมเป็นอย่างหนึ่ง ความสั่งสมแห่งกรรม

ก็เป็นอย่างหนึ่ง

กัมมูปจยกถา จบ

วรรคที่ ๑๕ จบ

ตติยปัณณาสก์ จบ

End of กัมมูปจยกถา