arnon.worldSign in

วรรคที่ ๒๑

Text layerBuddha’s wordsItems 1833–1881 (Royal Thai)22/23 in กถาวัตถุ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สาสนกถา

วรรคที่ ๒๑

สาสนกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ สาสนกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สาสนํ นวํ กตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานา นวํ กตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สาสนํ นวํ กตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ อิทฺธิปาทา ฯเปฯ อินฺทฺริยา ฯเปฯ พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา นวํ กตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สญฺโญชนิยํ คนฺถนิยํ โอฆนิยํ โยคนิยํ นีวรณิยํ ปรามฏฺฐํ อุปาทานิยํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ๑ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ศาสนาได้แปลงใหม่ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. สติปัฏฐานได้แปลงใหม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ศาสนาได้แปลงใหม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ได้แปลงใหม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ศาสนาเป็นอกุศลในกาลก่อน ได้แปลงให้เป็นกุศลในภายหลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ศาสนาเป็นสาสวะ ฯลฯ เป็นสัญโญชนิยะ เป็นคันถนิยะ เป็นโอฆนิยะ

เป็นโยคนิยะ เป็นนีวรณิยะ เป็นปรามัฏฐะ เป็นอุปาทานิยะ ฯลฯ

เป็นสังกิเลสิกะในกาลก่อน ได้แปลงให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ โกจิ ตถาคตสฺส สาสนํ นวํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ สติปฏฺฐาเน นวํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ สมฺมปฺปธาเน ฯเปฯ อิทฺธิปาเท ฯเปฯ อินฺทฺริเย ฯเปฯ พเล ฯเปฯ โพชฺฌงฺเค นวํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาของพระตถาคตใหม่ได้ มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลไร ที่แปลงสติปัฏฐานใหม่ได้ มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลไร ที่แปลงสัมมัปปธาน ฯลฯ อิทธิบาท ฯลฯ อินทรีย์ ฯลฯ

พละ ฯลฯ โพชฌงค์ใหม่ได้ มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อนให้เป็นกุศลในภาย

หลังได้ มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลไร ที่แปลงศาสนาอันเป็นสาสวะ ฯลฯ อันเป็นสังกิเลสิกะ

ในกาลก่อน ให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังได้ มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ลพฺภา ตถาคตสฺส สาสนํ ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ลพฺภา สติปฏฺฐานา ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา สมฺมปฺปธานา อิทฺธิปาทา อินฺทฺริยา พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ปุน นวํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา ปุพฺเพ อกุสลํ ปจฺฉา กุสลํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา ปุพฺเพ สาสวํ ฯเปฯ สงฺกิเลสิกํ ปจฺฉา อสงฺกิเลสิกํ กาตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สาสนกถา ฯ

๑ ม. สงฺกิเลสิยํ. สพฺพตฺถ อีทิสเมว ทิสฺสติ.

Royal Thai

ส. ศาสนาของพระตถาคตจะแปลงใหม่อีกได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติปัฏฐานจะแปลงใหม่อีกได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ ฯลฯ โพชฌงค์ จะแปลงใหม่อีก

ได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อน จะแปลงให้เป็นกุศลในภายหลังได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ศาสนาอันเป็นสาสวะ ฯลฯ อันเป็นสังกิเลสิกะในกาลก่อน จะแปลง

ให้เป็นอสังกิเลสิกะในภายหลังได้ หรือ?

สาสนกถา จบ

อวิวิตฺตกถา

อวิวิตตกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ อวิวิตตกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ผสฺเสหิ ฯเปฯ เตธาตุกาหิ เวทนาหิ สญฺญาหิ เจตนาหิ จิตฺเตหิ สทฺธาหิ วิริเยหิ สตีหิ สมาธีหิ เตธาตุกาหิ ปญฺญาหิ อวิวิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ยสฺมึ ขเณ ปุถุชฺชโน จีวรํ เทติ ตสฺมึ ขเณ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ ฯเปฯ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยสฺมึ ขเณ ปุถุชฺชโน ปิณฺฑปาตํ เทติ ฯเปฯ เสนาสนํ เทติ ฯเปฯ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ ตสฺมึ ขเณ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากธรรมมีธาตุ ๓ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากผัสสะมีธาตุ ๓ ฯลฯ จากเวทนา จากสัญญา

จากเจตนา จากจิต จากศรัทธา จากวิริยะ จากสติ จากสมาธิ จากปัญญามีธาตุ ๓ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากธรรมมีธาตุ ๓ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ในขณะใดปุถุชนให้จีวร ในขณะนั้นก็เข้าถึงปฐมฌานอยู่ ฯลฯ เข้าถึง

อากาสานัญจายตนสมาบัติอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ในขณะใดปุถุชนให้บิณฑบาต ฯลฯ ให้เสนาสนะ ฯลฯ ให้คิลาน

ปัจจยเภสัชชบริขาร ในขณะนั้นก็เข้าถึงจตุตถฌานอยู่ ก็เข้าถึงเนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส รูปธาตุอรูปธาตูปคํ กมฺมํ ปริญฺญาตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโตติ ฯ

อวิวิตฺตกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากธรรมมีธาตุ ๓ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. กรรมอันจะให้เข้าถึงรูปธาตุ และอรูปธาตุ อันปุถุชนกำหนดรู้แล้ว หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ไม่สงัดแล้วจากธรรมมีธาตุ ๓ น่ะสิ

อวิวิตตกถา จบ

สญฺโญชนกถา

สัญโญชนกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ สัญโญชนกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กิญฺจิ สกฺกายทิฏฺฐึ อปฺปหาย ฯเปฯ วิจิกิจฺฉํ อปฺปหาย ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาสํ อปฺปหาย ราคํ อปฺปหาย โทสํ อปฺปหาย โมหํ อปฺปหาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที การที่พระโยคียังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วบรรลุอรหัตผล มีอยู่หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. การที่พระโยคียังไม่ละสักกายทิฏฐิ ฯลฯ ยังไม่ละวิจิกิจฉา ฯลฯ ยังไม่ละ

สีลัพพตปรามาส ฯลฯ ยังไม่ละราคะ ยังไม่ละโทสะ ยังไม่ละโมหะ ฯลฯ

ยังไม่ละอโนตตัปปะบางอย่าง แล้วบรรลุอรหัตผล มีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สราโค สโทโส สโมโห สมาโน สมกฺโข สปฬาโส สอุปายาโส สกิเลโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา นีราโค นิทฺโทโส นิมฺโมโห นิมฺมาโน นิมฺมกฺโข นิปฺปฬาโส นิรุปายาโส นิกฺกิเลโสติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา นีราโค ฯเปฯ นิกฺกิเลโส โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ

Royal Thai

ส. การที่พระโยคียังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วบรรลุอรหัตผล มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ ยังมีโทสะ ยังมีโมหะ ยังมีมานะ ยังมีมักขะ ยังมี

อุปายาส ยังมีกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ หมดราคะแล้ว หมดโทสะแล้ว หมดโมหะแล้ว หมดมานะ

แล้ว หมดมักขะแล้ว หมดปฬาสะแล้ว หมดอุปายาสแล้ว หมดกิเลสแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์หมดราคะแล้ว ฯลฯ หมดกิเลสแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า

การที่พระโยคียังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วบรรลุอรหัตผลมีอยู่

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺ- ตปฺปตฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สพฺพํ พุทฺธวิสยํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ

สญฺโญชนกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า การที่พระโยคียังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วบรรลุอรหัตผล มีอยู่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยทั้งปวง หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น การที่พระโยคียังไม่ละสัญโญชน์บาทอย่างแล้ว บรรลุ

อรหัตผล ก็มีอยู่ น่ะสิ

สัญโญชนกถา จบ

อิทฺธิกถา

อิทธิกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ อิทธิกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ นิจฺจปณฺณา รุกฺขา โหนฺตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิจฺจปุปฺผา รุกฺขา โหนฺตุ ฯเปฯ นิจฺจผลิกา รุกฺขา โหนฺตุ นิจฺจํ ชุณฺหํ โหตุ นิจฺจํ เขมํ โหตุ นิจฺจํ สุภิกฺขํ โหตุ นิจฺจํ สุวุฏฺฐิกํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปนฺโน ผสฺโส มา นิรุชฺฌีติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปฺปนฺนา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ จิตฺตํ สทฺธา วิริยํ สติ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา มา นิรุชฺฌีติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้า หรือของพระสาวก มีอยู่หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า ต้นไม้จงมีใบเป็นนิตย์ ดังนี้ ของ

พระพุทธเจ้าหรือพระสาวก มีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า ต้นไม้จงมีดอกเป็นนิตย์ ฯลฯ ต้น

ไม้จงมีผลเป็นนิตย์ สถานที่นี้จงมีความสว่างเป็นนิตย์ จงมีความปลอดโปร่งเป็นนิตย์ จงมีภิกษาหาได้ง่ายเป็นนิตย์ จงมีฝนงามเป็นนิตย์ดังนี้ ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้า หรือของพระสาวก

มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า ผัสสะเกิดขึ้นแล้วอย่าดับไป ดังนี้

ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา

ฯลฯ จิต ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เกิดขึ้นแล้วอย่าดับไปดังนี้ ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิจฺจํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ นิจฺจํ โหตูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า รูปจงเป็นของเที่ยง เวทนา สัญญา

สังขาร ฯลฯ วิญญาณ จงเป็นของเที่ยง ดังนี้ ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ ชาติธมฺมา สตฺตา มา ชายึสูติ อตฺถิ ฯเปฯ ชราธมฺมา สตฺตา มา ชิรึสูติ ฯเปฯ พฺยาธิธมฺมา สตฺตา มา พฺยาธิยึสูติ ฯเปฯ มรณธมฺมา สตฺตา มา มิยฺยึสูติ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้า หรือของพระสาวกมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ว่า สัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความเกิดเป็น

ธรรมดา อย่าเกิดเลย ดังนี้ ฯลฯ ว่าสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความแก่เป็นธรรมดาอย่าแก่เลย ดังนี้ ฯลฯ ว่าสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความเจ็บเป็นธรรมดา อย่าเจ็บเลย ดังนี้ ฯลฯ ว่าสัตว์ทั้งหลายซึ่งมีความตายเป็นธรรมดา อย่าตายเลย ดังนี้ ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวกมีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา ปิลินฺทวจฺโฉ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปาสาทํ สุวณฺณนฺเตฺว อธิมุจฺจิ สุวณฺโณ จ ปน อาสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อายสฺมา ปิลินฺทวจฺโฉ รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส ปาสาทํ สุวณฺณนฺเตฺว อธิมุจฺจิ สุวณฺโณ จ ปน อาสิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วาติ ฯ

อิทฺธิกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านพระปิลินทวัจฉะได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินมคธ ผู้จอม

ทัพ พระนามว่าพิมพิสาร ว่าจงเป็นทอง ดังนี้ และปราสาทนั้นก็ได้เป็นทองไปจริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า ท่านพระปิลินทวัจฉะ ได้อธิษฐานปราสาทของพระเจ้าแผ่นดินมคธ

ผู้จอมทัพ พระนามว่าพิมพิสาร ว่าจงเป็นทอง ดังนี้ และปราสาทนั้นก็ได้เป็นทองไปจริงๆ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ฤทธิ์เป็นเหตุสำเร็จความประสงค์ของพระพุทธเจ้าหรือของพระสาวก มีอยู่

อิทธิกถา จบ.

พุทฺธกถา

พุทธกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ พุทธกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ พุทฺธานํ พุทฺเธหิ หีนาติเรกตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สติปฏฺฐานโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมปฺปธานโต ฯเปฯ อิทฺธิปาทโต อินฺทฺริยโต พลโต โพชฺฌงฺคโต วสีภาวโต ฯเปฯ สพฺพญฺญุตญาณทสฺสนโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

พุทฺธกถา ฯ

Royal Thai

สกวาที พระพุทธกับพระพุทธด้วยกัน ยังมียิ่งหย่อนกว่ากัน หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. โดยสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โดยสัมมัปปธาน ฯลฯ โดยอิทธิบาท โดยอินทรีย์ โดยพละ โดยโพชฌงค์

โดยความชำนาญ ฯลฯ โดยสัพพัญญุตญาณทัสสนะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พุทธกถา จบ

สพฺพทิสากถา

สัพพทิสากถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ สัพพทิสากถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺพา ทิสา พุทฺธา ติฏฺฐนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุรตฺถิมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุรตฺถิมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺนาโม โส ภควา กึชจฺโจ กึโคตฺโต กินฺนามา ตสฺส ภควโต มาตาปิตโร กินฺนามํ ตสฺส ภควโต สาวกยุคํ โกนาโม ตสฺส ภควโต อุปฏฺฐาโก กีทิสํ จีวรํ ธาเรติ กีทิสํ ปตฺตํ ธาเรติ กตรสฺมึ คาเม วา นิคเม วา นคเร วา รฏฺเฐ วา ชนปเท วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทกฺขิณาย ทิสาย ฯเปฯ ปจฺฉิมาย ทิสาย ฯเปฯ อุตฺตราย ทิสาย ฯเปฯ เหฏฺฐิมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เหฏฺฐิมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺนาโม โส ภควา ฯเปฯ ชนปเท วาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปริมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปริมาย ทิสาย พุทฺโธ ติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จาตุมฺมหาราชิเก ติฏฺฐติ ฯเปฯ ตาวตึเส ติฏฺฐติ ยาเม ติฏฺฐติ ตุสิเต ติฏฺฐติ นิมฺมานรติยา ติฏฺฐติ ปรนิมฺมิตวสวตฺติยา ติฏฺฐติ ฯเปฯ พฺรหฺมโลเก ติฏฺฐตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สพฺพทิสากถา ฯ

Royal Thai

สกวาที พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในทิศทั้งปวง หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในปุรัตถิมทิศ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในปุรัตถิมทิศ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคองค์นั้น พระนามว่ากระไร ชาติอะไร โคตรอะไร พระ

มารดา พระบิดา ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีนามว่ากระไร คู่แห่งสาวกของพระผู้มีพระภาคนั้น มีนามว่ากระไร อุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น มีนามว่ากระไร พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น ทรงจีวรเช่นไร ทรงบาตรเช่นไร เสด็จอยู่บ้านไหน หรือในนิคมไหนหรือในนครไหน หรือในรัฐไหน หรือในชนบทไหน?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในทักษิณทิศ ฯลฯ ในปัจฉิมทิศ ฯลฯ ใน

อุตตรทิศ ฯลฯ ในเหฏฐิมทิศ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในเหฎฐิมทิศ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น พระนามว่ากระไร ฯลฯ เสด็จอยู่ใน

ชนบทไหน

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในอุปริมทิศ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระพุทธเจ้าสถิตอยู่ในอุปริมทิศ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สถิตอยู่ในชั้นจาตุมหาราชหรือ ฯลฯ สถิตอยู่ในชั้นดาวดึงส์หรือ ฯลฯ

สถิตอยู่ในชั้นยามะหรือ สถิตอยู่ในชั้นดุสิตหรือ สถิตอยู่ในชั้นนิมมานรดีหรือ สถิตอยู่ในชั้นปรนิมมิตวสวัสดีหรือ ฯลฯ สถิตอยู่ในพรหมโลก หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สัพพทิสากถา จบ

ธมฺมกถา

ธรรมกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ ธรรมกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ

Royal Thai

สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ (แน่นอน) หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ (แน่นอนโดยความผิด) หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ (แน่นอนโดยความถูก) หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กองอันเป็นอนิยตะ (ไม่แน่นอน) ไม่มีหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา นิยตาติ ฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ ๑ กอง

อันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ อย่าง คือ กองอันเป็นมิจฉัตต

นิยตะ ๑ กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ ๑ กองอันเป็นอนิยตะ ๑ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

Pali (Siam Rath)

รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูป เป็นนิยตะ โดยอรรถว่ารูป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะ โดย

อรรถว่าวิญญาณ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตํ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ โหติ เวทนา โหติ สญฺญา โหติ สงฺขารา โหนฺติ วิญฺญาณํ โหติ เวทนา สญฺญา โหติ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ รูปํ โหติ เวทนา โหติ สญฺญา โหติ สงฺขารา โหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ รูปํ รูปฏฺเฐน นิยตํ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ

ธมฺมกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นนิยตะโดยอรรถว่ารูป ฯลฯ เวทนา ฯลฯ

สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะโดยอรรถว่า วิญญาณหรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปเป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ เวทนา สัญญา

สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นรูป เป็นเวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขารหรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น รูปก็เป็นนิยตะโดยอรรถว่ารูป เวทนา ฯลฯ สัญญาฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นนิยตะโดยอรรถว่าวิญญาณ น่ะสิ

ธรรมกถา จบ

กมฺมกถา

กรรมกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กรรมกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ

Royal Thai

สกวาที กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กองอันเป็นอนิยตะไม่มี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า กองอันเป็นอนิยตะมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กรรมทั้งปวง

เป็นนิยตะ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ สมฺมตฺตนิยโต ราสิ อนิยโต ราสิ โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ

Royal Thai

ส. กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ กองอัน

เป็นสัมมัตตนิยตะ กองอันเป็นอนิยตะ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสกอง ๓ คือ กองอันเป็นมิจฉัตตนิยตะ

กองอันเป็นสัมมัตตนิยตะ กองอันเป็นอนิยตะ ก็ต้องไม่กล่าวว่า กรรมทั้งปวงเป็นนิยตะ

Pali (Siam Rath)

ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นนิยตะโดยอรรถว่าทิฏฐธรรมเวทนิยะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรม เป็นนิยตะโดย

อรรถว่า อปราปริยเวทนิยะ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นมิจฉัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เป็นสัมมัตตนิยตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ อุปปชฺชเวทนิยํ โหติ อปราปริยเวทนิยํ โหติ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหติ อปราปริยเวทนิยํ โหติ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ โหติ อุปปชฺชเวทนิยํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ อุปปชฺชเวทนิยํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนิยํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ ฯ

กมฺมกถา ฯ

เอกวีสติโม วคฺโค ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

สาสนํ นวํ กตํ อตฺถิ โกจิ ตถาคตสฺส สาสนํ นวํ

กโรติ ลพฺภา ตถาคตสฺส สาสนํ ปุน นวํ กาตุํ

ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ ธมฺเมหิ อวิวิตฺโต อตฺถิ

กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺติ อตฺถิ

อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วา อตฺถิ

พุทฺธานํ พุทฺเธหิ หีนาติเรกตา สพฺพา ทิสา พุทฺธา

ติฏฺฐนฺติ สพฺเพ ธมฺมา นิยตา สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นนิยตะ โดยอรรถว่าทิฏฐธรรมเวทนิยะ อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรมเป็นนิยตะโดยอรรถว่าอปราปริยเวทนิยะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรมเป็นอุปปัชชเวทนิยกรรม เป็นอปราปริยเวทนิย

กรรม ฯลฯ อุปปัชชเวทนิยกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นอปราปริยเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรม เป็นทิฏฐธรรมเวทนิยกรรม เป็นอุปปัชชเวทนิยกรรม หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ทิฏฐธรรมเวทนิยกรรมก็เป็นนิยตะ โดยอรรถว่าทิฏฐธรรม

เวทนิยะ อุปปัชชเวทนิยกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนิยกรรมก็เป็นนิยตะโดยอรรถว่า อปราปริยเวทนิยะ น่ะสิ

กรรมกถา จบ

วรรคที่ ๒๑

ปรินิพฺพานกถา

วรรค ๒๒

ปรินิพพานกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ ปรินิพพานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กิญฺจิ สกฺกายทิฏฺฐึ อปฺปหาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่าง แล้วปรินิพพาน มีอยู่หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสักกายทิฏฐ ฯลฯ ยังไม่ละอโนตตัปปะบางอย่าง

แล้วปรินิพพาน มีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สราโค ฯเปฯ สกิเลโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา นีราโค ฯเปฯ นิกฺกิเลโสติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา นีราโค ฯเปฯ นิกฺกิเลโส โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้ว ปรินิพพาน มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ ฯลฯ ยังมีกิเลสอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์หมดราคะแล้ว ฯลฯ หมดกิเลสแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์หมดราคะแล้ว ฯลฯ หมดกิเลสแล้ว ก็ต้องไม่

กล่าวว่า การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานมีอยู่

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา สพฺพํ พุทฺธวิสยํ ชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานนฺติ ฯ

ปรินิพฺพานกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพานมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระอรหันต์รู้พุทธวิสัยทั้งปวง หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น การที่พระอรหันต์ยังไม่ละสัญโญชน์บางอย่างแล้วปรินิพพาน

ก็มีอยู่ น่ะสิ

ปรินิพพานกถา จบ

กุสลจิตฺตกถา

กุสลจิตตกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กุสลจิตตกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ปุญฺญาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต อาเนญฺชาภิสงฺขารํ อภิสงฺขโรนฺโต คติสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต ภวสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต อิสฺสริยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต อธิปจฺจสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มหาโภคสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มหาปริวารสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต เทวโสภคฺยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต มนุสฺสโสภคฺยสํวตฺตนิยํ กมฺมํ กโรนฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์สร้างสมอยู่ซึ่งบุญญาภิสังขาร สร้างสมอยู่ซึ่งอเนญชาภิสังขาร

ทำอยู่ซึ่งกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ เพื่อภพ เพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อความเป็นอธิบดี เพื่อสมบัติใหญ่ เพื่อบริวารมาก เพื่อความงามในเทพ เพื่อความงามในมนุษย์ ปรินิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อาจินนฺโต อปจินนฺโต ปชหนฺโต อุปาทิยนฺโต วิสิเนนฺโต อุสฺสิเนนฺโต วิธูเปนฺโต ฯเปฯ สนฺธูเปนฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ นนุ อรหา เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโต เนว วิสิเนติ น อุสฺสิเนติ วิสิเนตฺวา ฐิโต นนุ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์สั่งสมอยู่ เลิกสะสมอยู่ ละขาดอยู่ ถือมั่นอยู่ ชำระล้างอยู่

หมักหมมอยู่ กำจัดอยู่ ฯลฯ อบอวลอยู่ ปรินิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์สะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็มิใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสม

แล้วดำรงอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์สะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิก

สะสมแล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพานส. พระอรหันต์ละขาดอยู่ก็ไม่ใช่ ถือมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้วดำรง

อยู่ ชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ หมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้างแล้วดำรงอยู่ กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้วดำรงอยู่มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัด

แล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา อุปฏฺฐิตสฺสติ สโต สมฺปชาโน ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา อุปฏฺฐิตสฺสติ สโต สมฺปชาโน ปรินิพฺพายติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

กุสลจิตฺตกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะ ปรินิพพาน มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า พระอรหันต์มีสติตั้งมั่น มีสติสัมปชัญญะ ปรินิพพาน ด้วยเหตุ

นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอรหันต์มีจิตเป็นกุศลปรินิพพาน

กุศลจิตตกถา จบ

อาเนญฺชกถา

อาเนญชกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ อาเนญชกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา ปกติจิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา ปกติจิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

Royal Thai

สกวาที พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้มีจิตเป็นปกติ ปรินิพพาน มิใช่หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้มีจิตเป็นปกติ ปรินิพพาน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้มีจิตเป็นปกติปรินิพพาน ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน

Pali (Siam Rath)

อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา กิริยมเย จิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา วิปากจิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา วิปากจิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในกิริยมยจิต (จิตคือกิริยา) ปรินิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในวิปากจิตปรินิพพาน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในวิปากจิตปรินิพพาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า

พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน ดังนี้

Pali (Siam Rath)

อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา กิริยาพฺยากเต จิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา วิปากาพฺยากเต จิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา วิปากาพฺยากเต จิตฺเต ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในจิตที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายกิริยา ปรินิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในจิตที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก ปรินิพพาน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในจิตที่เป็นอัพยากฤตฝ่ายวิบาก ปรินิพพาน

ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหว ปรินิพพาน

Pali (Siam Rath)

อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐหิตฺวา สมนนฺตรา ปรินิพฺพุโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ภควา จตุตฺถชฺฌานา วุฏฺฐหิตฺวา สมนนฺตรา ปรินิพฺพุโต โน วต เร วตฺตพฺเพ อรหา อาเนญฺเช ฐิโต ปรินิพฺพายตีติ ฯ

อาเนญฺชกถา ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคออกจากจตุตถฌานแล้วจึงปรินิพพาน ในลำดับอันกระชั้น

ชิด มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคออกจากจตุตถฌานแล้วจึงปรินิพพานในลำดับอัน

กระชั้นชิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ตั้งอยู่ในความเป็นผู้ไม่หวั่นไหวปรินิพพาน

อาเนญชกถา จบ.

ธมฺมาภิสมยกถา

ธัมมาภิสมยกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ ธัมมาภิสมยกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโยติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมเทสนา ธมฺมสฺสวนํ ธมฺมสากจฺฉา ปริปุจฺฉา สีลสมาทานํ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา โภชเน มตฺตญฺญุตา ปุพฺพรตฺตาปรูํ ตฺตํ ชาคริยานุโยโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมเทสนา ฯเปฯ ปุพฺพรตฺตาปรูํ ตฺตํ ชาคริยานุโยโคติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ นตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมเทสนา ธมฺมสฺสวนํ ฯเปฯ ปุพฺพรตฺตาปรูํ ตฺตํ ชาคริยานุโยโค โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโยติ ฯ

Royal Thai

สกวาที การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. การแสดงธรรม การฟังธรรม การสนทนาธรรม การสอบถาม การ

สมาทานศีล ความสังวรระวังในอินทรีย์ทั้งหลาย ความรู้จักประมาณในโภชนะ การประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่ในปฐมยามและปัจฉิมยามแห่งราตรี มีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การแสดงธรรม ฯลฯ การประกอบความเพียรเครื่องตื่นอยู่ในปฐมยาม

และปัจฉิมยามแห่งราตรี ไม่มีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า การแสดงธรรม การฟังธรรม ฯลฯ การประกอบความเพียร

เครื่องตื่นอยู่ในปฐมยามและปัจฉิมยามแห่งราตรี ไม่มีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโยติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส โยนิโส จ มนสิกาโรติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ เทฺว ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส โยนิโส จ มนสิกาโร โน วต เร วตฺตพฺเพ อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโยติ ฯ

Royal Thai

ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปัจจัยเพื่อความบังเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิ มี ๒ อย่าง คือเสียงจากผู้อื่น

และโยนิโสมนสิการ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ปัจจัยเพื่อความเกิดขึ้นแห่งสัมมาทิฏฐิ มี ๒ อย่าง คือ เสียง

จากผู้อื่นและโยนิโสมนสิการ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การตรัสรู้ธรรม มีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโยติ ฯ อามนฺตา ฯ สุตฺตสฺส ปมตฺตสฺส มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส ธมฺมาภิสมโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ธมฺมาภิสมยกถา ฯ

Royal Thai

ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การตรัสรู้ธรรม มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง

ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ธัมมาภิสมยกถา จบ.

ติสฺโสปิกถา

กถาทั้ง ๓

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กถาทั้ง ๓ (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สุตฺตสฺส ปมตฺตสฺส มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ สุปินคตสฺส ธมฺมาภิสมโยติ ฯ อามนฺตา ฯ สุตฺตสฺส ปมตฺตสฺส มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส ธมฺมาภิสมโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ สุปินคตสฺส อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สุตฺตสฺส ปมตฺตสฺส มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส อรหตฺตปฺปตฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ติสฺโสปิกถา ฯ

Royal Thai

สกวาที การบรรลุอรหัตผลมีแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. การบรรลุอรหัตผล มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง

ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่บุคคลผู้ฝัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การตรัสรู้ธรรมมีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง ผู้ไม่

มีสัมปชัญญะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. การบรรลุอรหัตผลมีแก่บุคคลผู้ฝัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การบรรลุอรหัตผล มีแก่บุคคลผู้หลับแล้ว ผู้ประมาทแล้ว ผู้มีสติหลง

ผู้ไม่มีสัมปชัญญะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

กถาทั้ง ๓ จบ

อพฺยากตกถา

อัพยากตกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ อัพยากตกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ สุปินนฺเตน ปาณํ หเนยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินนฺเตน ปาณํ หเนยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

Royal Thai

สกวาที จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่างเป็นอัพยากฤต หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. บุคคลพึงฝันฆ่าสัตว์ได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า บุคคลพึงฝันฆ่าสัตว์ได้ก็ต้องไม่กล่าวว่าจิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่าง

เป็นอัพยากฤต

Pali (Siam Rath)

สุปินนฺเตน อทินฺนํ อาทิเยยฺย ฯเปฯ มุสา ภเณยฺย ปิสุณํ ภเณยฺย ผรุสํ ภเณยฺย สมฺผํ ปลเปยฺย สนฺธึ ฉินฺเทยฺย นิลฺโลปํ หเรยฺย เอกาคาริกํ กเรยฺย ปริปนฺเก ติฏฺเฐยฺย ปรทารํ คจฺเฉยฺย คามฆาตกํ กเรยฺย นิคมฆาตกํ กเรยฺย สุปินนฺเตน เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสเวยฺย สุปินคตสฺส อสุจิ มุจฺเจยฺย สุปินนฺเตน ทานํ ทเทยฺย จีวรํ ทเทยฺย ปิณฺฑปาตํ ทเทยฺย เสนาสนํ ทเทยฺย คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ทเทยฺย ขาทนียํ ทเทยฺย โภชนียํ ทเทยฺย ปานียํ ทเทยฺย เจติยํ วนฺเทยฺย เจติเย มาลํ อาโรเปยฺย คนฺธํ อาโรเปยฺย วิเลปนํ อาโรเปยฺย ฯเปฯ เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺยาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินนฺเตน เจติยํ อภิทกฺขิณํ กเรยฺย โน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. บุคคลพึงฝันลักทรัพย์ ฯลฯ พึงฝันพูดเท็จ พึงฝันพูดส่อเสียด พึงฝันพูดคำหยาบ พึงฝันพูดเพ้อเจ้อ พึงฝันตัดที่ต่อ พึงฝันปล้นใหญ่ พึงฝันปล้นเฉพาะเรือนหลังหนึ่ง พึงฝันดักที่ทางเปลี่ยว พึงฝันผิดเมียท่านพึงฝันทำการฆ่าชาวบ้าน พึงฝันทำการฆ่าชาวนิคม พึงฝันเสพเมถุนธรรมอสุจิของบุคคลผู้ฝันพึงเคลื่อนได้ บุคคลพึงฝันให้ทาน พึงฝันให้จีวรพึงฝันให้บิณฑบาต พึงฝันให้เสนานะ พึงฝันให้คิลานปัจจยเภสัชบริขารพึงฝันให้ของเคี้ยว พึงฝันให้ของกิน พึงฝันให้น้ำดื่ม พึงฝันไหว้พระเจดีย์พึงฝันยกขึ้นซึ่งมาลา พึงฝันยกขึ้นซึ่งของหอม พึงฝันยกขึ้นซึ่งเครื่องลูบไล้ ที่พระเจดีย์ ฯลฯ พึงฝันทำประทักษิณพระเจดีย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า บุคคลพึงฝันทำประทักษิณพระเจดีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่าจิตของ

บุคคลผู้ฝันทุกอย่าง เป็นอัพยากฤต

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺโพหาริยํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺโพหาริยํ วุตฺตํ ภควตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตนฺติ ฯ

อพฺยากตกถา ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่างเป็นอัพยากฤต หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคตรัสจิตของบุคคลผู้ฝันว่า เป็นอัพโพหาริก มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสจิตของบุคคลผู้ฝันว่า เป็นอัพโพหาริก ด้วย

เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จิตของบุคคลผู้ฝันทุกอย่าง เป็นอัพยากฤต

อัพยากตกถา จบ

อาเสวนปจฺจยตากถา

อาเสวนปัจจยตากถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ อาเสวนปัจจยตากถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปาณาติปาโต ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต นิรยสํวตฺตนิโก ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิโก ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิโก โย สพฺพลหุโส ปาณาติปาตสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อปฺปายุกสํวตฺตนิโก โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

Royal Thai

สกวาที ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปาณาติบาต อันบุคคล

ซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรก เป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต วิบากของปาณาติบาตอย่างเบาที่สุดก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อยเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อทินฺนาทานํ ภิกฺขเว อาเสวิตํ ภาวิตํ พหุลีกตํ นิรยสํวตฺตนิกํ ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิกํ ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิกํ โย สพฺพลหุโส อทินฺนาทานสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส โภคพฺยสนสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส กาเมสุมิจฺฉาจารสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส สปตฺตเวรสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส มุสาวาทสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อพฺภูตพฺภกฺขานสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส ปิสุณาย วาจาย วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส มิตฺเตหิ เภทนสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส ผรุสาย วาจาย วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อมนาปสทฺทสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส สมฺผปฺปลาปสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อนาเทยฺยวาจสํวตฺตนิโก โหติ ฯเปฯ สุราเมรยปานํ ภิกฺขเว อาเสวิตํ ฯเปฯ โย สพฺพลหุโส สุราเมรยปานสฺส วิปาโก มนุสฺสภูตสฺส อุมฺมตฺตกสํวตฺตนิโก โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

๑ อํ. อฏฺฐก. ๑๐๔ ฯ

Royal Thai

ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มี หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อทินนาทาน อันบุคคล

ซ่องเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อนรกเป็นไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรตวิบากของอทินนาทานอย่างเบาที่สุดก็เป็นไปพร้อมเพื่อความฉิบหายแห่งโภคะเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากของกาเมสุมิจฉาจารอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีศัตรู มีเวรเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากของมุสาวาทอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความกล่าวตู่ด้วยคำไม่เป็นจริงเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งวาจาส่อเสียดอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความแตกจากมิตรเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ วิบากแห่งวาจาหยาบอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อเสียงอันไม่เป็นที่ชอบใจ เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ

วิบากแห่งการพูดเพ้อเจ้ออย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีวาจาอันไม่น่าเชื่อถือเมื่อเกิดเป็นมนุษย์ ฯลฯ

การดื่มสุราเมรัย อันบุคคลเสพแล้ว ฯลฯ วิบากแห่งการดื่มสุราเมรัยอย่างเบาที่สุด ก็เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นคนบ้าเมื่อเกิดเป็น

มนุษย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่างก็มีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาทิฏฺฐิ ภิกฺขเว อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา นิรยสํวตฺตนิกา ติรจฺฉานโยนิสํวตฺตนิกา ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิกาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

Royal Thai

ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นผิดอันบุคคล

เสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อนรกเป็นที่ไปพร้อมเพื่อกำเนิดดิรัจฉาน เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต ดังนี้

เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา มิจฺฉาสงฺกปฺโป ฯเปฯ มิจฺฉาสมาธิ ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต ฯเปฯ ปิตฺติวิสยสํวตฺตนิโกติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

๑ อํ. อฏฺฐก. ๑๐๔ ฯ

Royal Thai

ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความดำริผิด ฯลฯ

ความตั้งใจผิด อันบุคคลเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ฯลฯ

เป็นไปพร้อมเพื่อวิสัยแห่งเปรต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สมฺมาทิฏฺฐิ ภิกฺขเว อาเสวิตา ภาวิตา พหุลีกตา อมโตคธา โหติ อมตปรายนา อมตปริโยสานาติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

Royal Thai

ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความเห็นชอบอัน

บุคคลเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นปริโยสาน ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าเช่นนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา สมฺมาสงฺกปฺโป ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต ฯเปฯ สมฺมาสมาธิ ภิกฺขเว อาเสวิโต ภาวิโต พหุลีกโต อมโตคโธ โหติ อมตปรายโน อมตปริโยสาโนติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตฺถิ กาจิ อาเสวนปจฺจยตาติ ฯ

อาเสวนปจฺจยตากถา ฯ

Royal Thai

ส. ความเป็นอาเสวนปัจจัยอะไรๆ ไม่มีหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความดำริชอบอัน

บุคคลเสพแล้ว อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ฯลฯ ความตั้งใจชอบอันบุคคลเสพแล้วโดยมาก อบรมแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะที่เป็นไปในเบื้องหน้า มีอมตะเป็นปริโยสาน ดังนี้

เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอาเสวนปัจจัยบางอย่าง ก็มีอยู่น่ะสิ

อาเสวนปัจจยตากถา จบ.

ขณิกกถา

ขณิกกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ ขณิกกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ จิตฺเต มหาปฐวี สณฺฐาติ มหาสมุทฺโท สณฺฐาติ สิเนรุปพฺพตราชา สณฺฐาติ อาโป สณฺฐาติ เตโช สณฺฐาติ วาโย สณฺฐาติ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย สณฺฐหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. มหาปฐพี มหาสมุทร ขุนเขาสิเนรุ น้ำ ไฟ ลม หญ้า ไม้ และไม้

เจ้าป่า ล้วนดำรงอยู่ในจิต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อชฺฌตฺติกญฺเจว อาวุโส จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ตชฺโช สมนฺนาหาโร โหติ เนว ตาว ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหติ อชฺฌตฺติกญฺเจว อาวุโส จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ตชฺโช สมนฺนาหาโร โหติ เนว ตาว ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหติ ยโต จ โข อาวุโส อชฺฌตฺติกญฺเจว จกฺขุํ อปริภินฺนํ โหติ พาหิรา จ รูปา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ตชฺโช จ สมนฺนาหาโร โหติ เอวํ ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะแห่งจิตอันหนึ่ง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า อาวุโส จักขุอันเป็นธรรมภายใน

ยังมิได้แตกไป แต่รูปอันเป็นธรรมภายนอกยังมิได้มาสู่คลอง และการประมวลที่สมกันก็ยังไม่มี ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันก็ยังไม่มีก่อน จักขุอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วยรูปอันเป็นธรรมภายนอกมาสู่คลองด้วย แต่การประมวลที่สมกันยังไม่มี ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันก็ยังไม่มีก่อน ก็ในกาลใดแล จักขุอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย รูปอันเป็นธรรมภายนอกก็มาสู่คลองด้วย การประมวลที่สมกันก็มีด้วย อย่างนี้ความปรากฏแห่งความเป็นวิญญาณที่สมกันจึงมี ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า จักขายตนะเกิดพร้อมกับจักขุวิญญาณ

Pali (Siam Rath)

โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา สารีปุตฺโต เอตทโวจ อชฺฌตฺติโก เจว อาวุโส กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ฯเปฯ อชฺฌตฺติโก เจว อาวุโส กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ โน จ ฯเปฯ ยโต จ โข อาวุโส อชฺฌตฺติโก เจว กาโย อปริภินฺโน โหติ พาหิรา จ โผฏฺฐพฺพา อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ ตชฺโช จ สมนฺนาหาโร โหติ เอวํ ตชฺชสฺส วิญฺญาณภาวสฺส ปาตุภาโว โหตีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ กายายตนํ กายวิญฺญาเณน สหชาตนฺติ ฯ

๑ ม. มู. ๓๔๒ ฯ

Royal Thai

ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ ฯลฯ กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวคำนี้ไว้ว่า อาวุโส กายอันเป็นธรรมภายใน

ยังมิได้แตกไป แต่โผฏฐัพพะอันเป็นธรรมภายนอกยังไม่มาสู่คลองและการประมวลที่สมกันก็ยังไม่มี ฯลฯ กายอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย โผฏฐัพพะอันเป็นธรรมภายนอกก็มาสู่คลองด้วย แต่การประมวลที่สมกันยังไม่มี ฯลฯ ก็ในกาลใดแล กายอันเป็นธรรมภายในยังมิได้แตกไปด้วย โผฏฐัพพะก็มาสู่คลองด้วยการประมวลที่สมกันก็มีด้วย อย่างนี้ ความปรากฏแห่งความเป็น

วิญญาณที่สมกันจึงมี ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กายายตนะเกิดพร้อมกับกายวิญญาณ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อวิปริณามธมฺมาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ

ขณิกกถา ฯ

พาวีสติโม วคฺโค ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

อตฺถิ กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย ปรินิพฺพานํ

อรหา กุสลจิตฺโต ปรินิพฺพายติ อรหา อาเนญฺเช

ฐิโต ปรินิพฺพายติ อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย ธมฺมาภิสมโย

อตฺถิ คพฺภเสยฺยาย อรหตฺตปฺปตฺติ อตฺถิ สุปินคตสฺส

ธมฺมาภิสมโย อตฺถิ สุปินคตสฺส อรหตฺตปฺปตฺติ

สพฺพํ สุปินคตสฺส จิตฺตํ อพฺยากตํ นตฺถิ กาจิ

อาเสวนปจฺจยตา เอกจิตฺตกฺขณิกา สพฺเพ ธมฺมาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ธรรมทั้งปวง เที่ยง ยั่งยืน แน่นอน มีอันไม่แปรปรวนไปเป็นธรรมดา

หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ธรรมทั้งปวงก็เป็นไปในขณะจิตอันหนึ่ง น่ะสิ

ขณิกกถา จบ.

วรรคที่ ๒๒ จบ.

End of วรรคที่ ๒๑