arnon.worldSign in

กัลยาณวรรค

Text layerBuddha’s wordsItems 122–445 (Royal Thai)2/23 in กถาวัตถุ4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

กัลยาณวรรค

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณ- ปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น ๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่วหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างบุคคลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างนิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปนานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯ มหาปฐวิยา กาตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส.เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างมหาปฐพี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ มหาสมุทฺทสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างมหาสมุทร

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างขุนเขาสิเนรุ

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ อาปสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นน้ำ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างน้ำ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ เตชสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่วหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นไฟ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างไฟ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯ วายสฺส กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นลม ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างลม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง

หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญานิ กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมดีกรรมชั่วเป็นอื่น ผู้ทำ ผู้สร้างกรรมดีกรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ

กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาก- ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อุปลพฺภตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปาโก อญฺโญ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ วิปากปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี กรรมชั่ว หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย

วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยวิบากนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคล ผู้เสวย

วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวย

วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยนิพพานหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย

วิบากของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวย หญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะหยั่งเห็นวิบากของกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงเห็นบุคคลผู้เสวยวิบาก

ของกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิบากของกรรมดีและกรรมชั่วเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากของกรรมดี

กรรมชั่ว ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้าไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ทิพฺพํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ ทิพฺพํ สุขํ อญฺโญ ทิพฺพสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขอันเป็นทิพย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขอันเป็นทิพย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขอันเป็นทิพย์ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์นั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล ฯ อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มานุสกํ สุขํ อุปลพฺภตีติ ฯ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ มานุสกํ สุขํ อญฺโญ มานุสกสฺส สุขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นสุขของมนุษย์ ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขของมนุษย์เป็นอื่น บุคคลผู้เสวยสุขของมนุษย์ก็เป็นอื่นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวย บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นหญ้าไม้ และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อาปายิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ อาปายิกํ ทุกฺขํ อญฺโญ อาปายิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในอบาย ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบาย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทุกข์ที่มีในอบายเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในอบายก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ท่านหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรกหรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ท่านหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่างหาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นบุคคล ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้เสวยบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อุปลพฺภตีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นนิพพาน ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยนิพพาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อุปลพฺภตีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อุปลพฺภตีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อุปลพฺภตีติ ฯ อาโป อุปลพฺภตีติ ฯ เตโช อุปลพฺภตีติ ฯ วาโย อุปลพฺภตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อุปลพฺภนฺตีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะหยั่งเห็นมหาปฐพี ฯลฯ เพราะหยั่งเห็นมหาสมุทร เพราะหยั่งเห็นขุนเขาสิเนรุ เพราะหยั่งเห็นน้ำ เพราะหยั่งเห็นไฟ เพราะหยั่งเห็นลม เพราะหยั่งเห็นหญ้า ไม้และต้นไม้เจ้าป่า ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เนรยิกํ ทุกฺขํ อุปลพฺภตีติ ฯ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ เนรยิกํ ทุกฺขํ อญฺโญ เนรยิกสฺส ทุกฺขสฺส ปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นทุกข์ที่มีในนรก ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทุกข์ที่มีในนรกเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยทุกข์ที่มีในนรกก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปรกตํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้าง ผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขและทุกข์บุคคลอื่นทำให้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นผู้ทำ ผู้สร้างผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขและทุกข์ตัวทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสยํการํ อปรการํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้างผู้เสวยวิบากกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่

บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่

บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง ไม่ใช่การทำของคนอื่น

เกิดขึ้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กลฺยาณปาปกานิ กมฺมานิ อุปลพฺภนฺตีติ ฯ กลฺยาณปาปกานํ กมฺมานํ กตฺตา กาเรตา วิปากปฏิสํเวที อุปลพฺภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทติ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทติ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺติ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปฏิสํเวเทตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โส กโรติ โส ปฏิสํเวเทติ อญฺโญ กโรติ อญฺโญ ปฏิสํเวเทติ โส จ อญฺโญ จ กโรนฺติ โส จ อญฺโญ จ ปฏิสํเวเทนฺติ เนว โส กโรติ น โส ปฏิสํเวเทติ น อญฺโญ กโรติ น อญฺโญ ปสํเวเทตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สยํกตํ สุขทุกฺขํ ปรกตํ สุขทุกฺขํ สยํกตญฺจ ปรกตญฺจ สุขทุกฺขํ อสยํการํ อปรการํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ สุขทุกฺขนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะหยั่งเห็นกรรมดีกรรมชั่ว ฉะนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลผู้ทำ ผู้สร้างผู้เสวยกรรมดีกรรมชั่ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลนั้นทำ บุคคลนั้นเองเสวย บุคคลอื่นทำ บุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นและบุคคลอื่นทำ บุคคลนั้นและบุคคลอื่นเสวย บุคคลนั้นทำก็หาไม่ บุคคลนั้นเองเสวยก็หาไม่ บุคคลอื่นทำก็หาไม่ บุคคลอื่นเสวยก็หาไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขและทุกข์ตัวทำเอง สุขและทุกข์คนอื่นทำให้ สุขและทุกข์ตัวทำเองด้วย คนอื่นทำให้ด้วย สุขและทุกข์อาศัยสภาพที่มิใช่การทำของตนเอง มิใช่การทำของบุคคลอื่นเกิดขึ้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

กมฺมํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส การโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ ปุคฺคลสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถีติ ฯ นิพฺพานสฺส การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อตฺถีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อตฺถีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อตฺถีติ ฯ อาโป อตฺถีติ ฯ เตโช อตฺถีติ ฯ

วาโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ การโก อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ กมฺมํ อตฺถีติ ฯ กมฺมการโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ กมฺมํ อญฺโญ กมฺมการโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตสฺส ตสฺเสว นตฺถิ ทุกฺขสฺส อนฺตกิริยา นตฺถิ วฏฺฏูปจฺเฉโท นตฺถิ อนุปาทาปรินิพฺพานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อตฺถีติ ฯ ปุคฺคลสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ

อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถีติ ฯ นิพฺพานสฺส ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ มหาปฐวี อตฺถีติ ฯเปฯ มหาสมุทฺโท อตฺถีติ ฯ สิเนรุปพฺพตราชา อตฺถีติ ฯ อาโป อตฺถีติ ฯ เตโช อตฺถีติ ฯ วาโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐ- วนปฺปตโย อตฺถีติ ฯ ติณกฏฺฐวนปฺปตีนํ ปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปาโก อตฺถีติ ฯ วิปากปฏิสํเวที อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ วิปาโก อญฺโญ วิปากปฏิสํเวทีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

กลฺยาณวคฺโค ปฐโม ฯ

Royal Thai

ป. กรรมมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลผู้ทำกรรมก็มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือป. ถูกแล้ว

ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผู้สร้างบุคคลผู้ทำกรรมนั้นก็มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มีแก่บุคคลนั้นๆ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างบุคคลจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นผู้สร้างนิพพานจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะกรรมมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ

มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ

เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้น ผู้สร้างหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่า จึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะกรรมมีอยู่ บุคคลผู้ทำกรรมจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมเป็นอื่น บุคคลผู้ทำกรรมก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิบากมีอยู่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลผู้เสวยวิบากมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผู้เสวยบุคคลผู้เสวยวิบากนั้นมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การทำที่สุดแห่งทุกข์ไม่มี ความขาดแห่งวัฏฏะก็ไม่มี ความดับรอบอย่าง

หาเชื้อมิได้ก็ไม่มี แก่บุคคลนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะบุคคลมีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยบุคคลจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะนิพพานมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยนิพพานจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะมหาปถพีมีอยู่ ฯลฯ เพราะมหาสมุทรมีอยู่ ฯลฯ เพราะขุนเขาสิเนรุ

มีอยู่ ฯลฯ เพราะน้ำมีอยู่ ฯลฯ เพราะไฟมีอยู่ ฯลฯ เพราะลมมีอยู่ ฯลฯ

เพราะหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่ามีอยู่ ฉะนั้นผู้เสวยหญ้า ไม้ และต้นไม้เจ้าป่าจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะวิบากมีอยู่ ฉะนั้นบุคคลผู้เสวยวิบากจึงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิบากเป็นอื่น บุคคลผู้เสวยวิบากก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ ย่อ

กัลยาณวรรค จบ

อภิญญานุโยค

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค อภิญญานุโยค (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ ปรจิตฺตํ ชานาติ ฯเปฯ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ ฯเปฯ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อตฺถิ โกจิ อิทฺธึ วิกุพฺพตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย อิทฺธึ วิกุพฺพติ เสฺวว ปุคฺคโล โย อิทฺธึ น วิกุพฺพติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โย ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ โย ปรจิตฺตํ ชานาติ ฯเปฯ โย ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ ฯเปฯ โย ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ฯเปฯ โย อาสวานํ ขยํ สจฺฉิกโรติ เสฺวว ปุคฺคโล โย อาสวานํ ขยํ น สจฺฉิกโรติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

อภิญฺญานุโยโค ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็น บุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้ก็มีอยู่ มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง

กล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่ฟังเสียงด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ ที่รู้จิตของบุคคล

อื่นได้ ฯลฯ ที่ตามระลึกชาติหนหลังได้ ฯลฯ ที่เห็นรูปด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ ที่ทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้ มีอยู่มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่ทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้มีอยู่ ด้วย

เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางคนที่แสดงฤทธิ์ได้มีอยู่ และด้วย

เหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดแสดงฤทธิ์ได้ ผู้นั้นแหละเป็นบุคคล ผู้ใดแสดงฤทธิ์ไม่ได้ ผู้นั้น

ไม่ใช่บุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผู้ใดฟังเสียงด้วยโสตธาตุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ ผู้ใดรู้จิตคนอื่นได้ ฯลฯ ผู้

ใดตามระลึกชาติหนหลังได้ ฯลฯ ผู้ใดเห็นรูปด้วยจักษุเพียงดังทิพย์ได้ ฯลฯ

ผู้ใดทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะได้ ผู้นั้นแหละเป็นบุคคล ผู้ใดทำให้แจ้งซึ่งความสิ้นไปแห่งอาสวะไม่ได้ ผู้นั้นไม่ใช่บุคคล หรือ ฯลฯ

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

อภิญญานุโยค จบ

ญาตกานุโยค

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค ญาตกานุโยค (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ มาตา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มาตา อตฺถิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ปิตา อตฺถิ ฯเปฯ ภาตา อตฺถิ ภคินี อตฺถิ ขตฺติโย อตฺถิ พฺราหฺมโณ อตฺถิ เวสฺโส อตฺถิ สุทฺโท อตฺถิ คหฏฺโฐ อตฺถิ ปพฺพชิโต อตฺถิ เทโว อตฺถิ มนุสฺโส อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มนุสฺโส อตฺถิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. มารดามีอยู่มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า มารดามีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคล

ได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บิดามีอยู่ ฯลฯ พี่น้องชายมีอยู่ พี่น้องหญิงมีอยู่ กษัตริย์มีอยู่ พราหมณ์

มีอยู่ แพศย์มีอยู่ ศูทรมีอยู่ คฤหัสถ์มีอยู่ บรรพชิตมีอยู่ เทวดามีอยู่มนุษย์มีอยู่ มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า มนุษย์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคล

ได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

Pali (Siam Rath)

มาตา อตฺถีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น มาตา หุตฺวา มาตา โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น ปุคฺคโล หุตฺวา ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ น ปิตา หุตฺวา ฯเปฯ น ภาตา หุตฺวา น ภคินี หุตฺวา น ขตฺติโย หุตฺวา น พฺราหฺมโณ หุตฺวา น เวสฺโส หุตฺวา น สุทฺโท หุตฺวา น คหฏฺโฐ หุตฺวา น ปพฺพชิโต หุตฺวา น เทโว หุตฺวา น มนุสฺโส หุตฺวา มนุสฺโส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น ปุคฺคโล หุตฺวา ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า มารดามีอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นมารดาแล้วเป็นมารดามีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบิดา ฯลฯ ไม่เป็นพี่น้องชายไม่เป็นพี่น้อง

หญิง ไม่เป็นกษัตริย์ ไม่เป็นพราหมณ์ ไม่เป็นแพศย์ ไม่เป็นศูทร ไม่เป็นคฤหัสถ์ ไม่เป็นบรรพชิต ไม่เป็นเทวดา ไม่เป็นมนุษย์แล้วเป็นมนุษย์มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มาตา อตฺถีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ มาตา หุตฺวา น มาตา โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ ปุคฺคโล หุตฺวา น ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ ปิตา หุตฺวา ภาตา หุตฺวา ภคินี หุตฺวา ขตฺติโย หุตฺวา พฺราหฺมโณ หุตฺวา เวสฺโส หุตฺวา สุทฺโท หุตฺวา คหฏฺโฐ หุตฺวา ปพฺพชิโต หุตฺวา เทโว หุตฺวา มนุสฺโส หุตฺวา น มนุสฺโส โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ ปุคฺคโล หุตฺวา น ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า มารดามีอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคนซึ่งเดิมเป็นมารดาแล้วไม่เป็นมารดามีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลบางคนซึ่งเดิมเป็นบิดา เป็นพี่น้องชาย เป็นพี่น้องหญิง เป็น

กษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร เป็นคฤหัสถ์ เป็นบรรพชิตเป็นเทวดา เป็นมนุษย์ แล้วไม่เป็นมนุษย์มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ โสตาปนฺโน อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ โสตาปนฺโน อตฺถิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐ- ปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สกทาคามี อตฺถิ ฯเปฯ อนาคามี อตฺถิ ฯเปฯ อรหา อตฺถิ ฯเปฯ อุภโตภาควิมุตฺโต อตฺถิ ปญฺญาวิมุตฺโต อตฺถิ กายสกฺขี อตฺถิ ทิฏฺฐิปฺปตฺโต อตฺถิ สทฺธาวิมุตฺโต อตฺถิ ธมฺมานุสารี อตฺถิ สทฺธานุสารี อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สทฺธานุสารี อตฺถิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า

หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลเป็นสกทาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นอนาคามีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็น

พระอรหัตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุตมีอยู่ ฯลฯ

บุคคลเป็นพระขีณาสพผู้ปัญญาวิมุตมีอยู่ บุคคลเป็นพระอริยะผู้กายสักขีมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ทิฏฐิปัตตะมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธาวิมุตมีอยู่ ฯลฯ บุคคลเป็นพระอริยะผู้ธัมมานุสารีมีอยู่บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลเป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน

จึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺโน อตฺถีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น โสตาปนฺโน หุตฺวา โสตาปนฺโน โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น ปุคฺคโล หุตฺวา ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ น สกทาคามี หุตฺวา น อนาคามี หุตฺวา น อรหา หุตฺวา น อุภโตภาควิมุตฺโต หุตฺวา น ปญฺญาวิมุตฺโต หุตฺวา น กายสกฺขี หุตฺวา น ทิฏฺฐิปฺปตฺโต หุตฺวา น สทฺธาวิมุตฺโต หุตฺวา น ธมฺมานุสารี หุตฺวา น สทฺธานุสารี หุตฺวา สทฺธานุสารี โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ น ปุคฺคโล หุตฺวา ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลเป็นโสดาบันมีอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นโสดาบัน แล้วเป็นโสดาบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นสกทาคามี ... ไม่เป็นอนาคามี ... ไม่เป็นพระ

อรหันต์ ... ไม่เป็นพระขีณาสพผู้อุภโตภาควิมุต ... ไม่เป็นพระขีณาสพผู้ปัญญาวิมุต ... ไม่เป็นพระอริยะผู้กายสักขี ... ไม่เป็นพระอริยะผู้ทิฏฐิปัตตะ ... ไม่เป็นพระอริยะผู้สัทธาวิมุต ... ไม่เป็นพระอริยะผู้ธัมมานุสารี ... ไม่เป็นพระอริยะผู้สัทธานุสารีแล้วเป็น พระอริยผู้สัทธานุสารีมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมไม่เป็นบุคคลแล้วเป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺโน อตฺถีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ โสตาปนฺโน หุตฺวา น โสตาปนฺโน โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ ปุคฺคโล หุตฺวา น ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ สกทาคามี หุตฺวา อนาคามี หุตฺวา น อนาคามี โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ ปุคฺคโล หุตฺวา น ปุคฺคโล โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลผู้โสดาบันมีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นโสดาบันแล้วไม่เป็นโสดาบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคลแล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นสกทาคามี ... เป็นอนาคามีแล้ว ไม่เป็นอนาคามี

มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคน ซึ่งเดิมเป็นบุคคล แล้วไม่เป็นบุคคลมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา อตฺถิ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก มีอยู่มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวกมีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าว

ว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

Pali (Siam Rath)

จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา อตฺถีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ จตฺตาโร ปุริสยุคา อฏฺฐ ปุริสปุคฺคลา พุทฺธปาตุภาวา ปาตุภวนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล พุทฺธปาตุภาวา ปาตุภวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุคฺคโล พุทฺธปาตุภาวา ปาตุภวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ พุทฺธสฺส ภควโต ปรินิพฺพุเต อุจฺฉินฺโน ปุคฺคโล นตฺถิ ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก มีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อริยบุคคล ๔ คู่ ๘ จำพวก ปรากฏขึ้นได้เพราะความปรากฏขึ้นแห่งพระ

พุทธเจ้า หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลปรากฏขึ้นได้ เพราะความปรารถนาแห่งพระพุทธเจ้า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลปรากฏขึ้นได้ เพราะความปรารถนาแห่งพระพุทธเจ้า หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ครั้นเมื่อพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว บุคคลขาดสูญไป บุคคล

ไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุคฺคโล อสงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สงฺขตญฺจ อสงฺขตญฺจ ฐเปตฺวา อตฺถญฺญา ตติยา โกฏีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สงฺขตญฺจ อสงฺขตญฺจ ฐเปตฺวา อตฺถญฺญา ตติยา โกฏีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เทฺวมา ภิกฺขเว ธาตุโย กตมา เทฺว สงฺขตา จ ธาตุ อสงฺขตา จ ธาตุ อิมา โข ภิกฺขเว เทฺว ธาตุโยติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ สงฺขตญฺจ อสงฺขตญฺจ ฐเปตฺวา อตฺถญฺญา ตติยา โกฏีติ ฯ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ สงฺขตํ อญฺญํ อสงฺขตํ อญฺโญ ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ขนฺธา สงฺขตา นิพฺพานํ อสงฺขตํ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺเญ ขนฺธา อญฺญํ นิพฺพานํ อญฺโญ ปุคฺคโล ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ สงฺขตํ นิพฺพานํ อสงฺขตํ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ รูปํ อญฺญํ นิพฺพานํ อญฺโญ ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ สงฺขตํ นิพฺพานํ อสงฺขตํ ปุคฺคโล เนวสงฺขโต นาสงฺขโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญํ วิญฺญาณํ อญฺญํ นิพฺพานํ อญฺโญ ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลเป็นสังขตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลเป็นอสังขตะ หรือ

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและอสังขตะอีกหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธาตุนี้มี ๒ อย่าง

๒ อย่างเป็นไฉน ธาตุเป็นสังขตะ ๑ ธาตุเป็นอสังขตะ ๑ นี้แล

ธาตุ ๒ อย่าง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ยังมีส่วนสุดที่ ๓ อื่นนอกเหนือสังขตะและ

อสังขตะอีกนะสิ

ส. บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สังขตะเป็นอื่น อสังขตะก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่

เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ขันธ์ทั้งหลายเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปเป็นสังขตะ นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็น

อสังขตะก็ไม่ใช่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณเป็นสังขตะ

นิพพานเป็นอสังขตะ บุคคลเป็นสังขตะก็ไม่ใช่ เป็นอสังขตะก็ไม่ใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณเป็นอื่น นิพพานก็เป็นอื่น บุคคลก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคลสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล สงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วุตฺตํ ภควตา ตีณิมานิ ภิกฺขเว สงฺขตสฺส สงฺขตลกฺขณานิ สงฺขตานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ๑ ปุคฺคลสฺส อุปฺปาโท ปญฺญายติ วโย ปญฺญายติ ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ เตน หิ ปุคฺคโล สงฺขโตติ ฯ ปุคฺคลสฺส น อุปฺปาโท ปญฺญายติ น วโย ปญฺญายติ น ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโล อสงฺขโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วุตฺตํ ภควตา ตีณิมานิ ภิกฺขเว อสงฺขตสฺส อสงฺขตลกฺขณานิ อสงฺขตานํ ภิกฺขเว ธมฺมานํ น อุปฺปาโท ปญฺญายติ น วโย ปญฺญายติ น ฐิตานํ อญฺญถตฺตํ ปญฺญายตีติ ปุคฺคลสฺส น อุปฺปาโท ปญฺญายติ น วโย ปญฺญายติ น ฐิตสฺส อญฺญถตฺตํ ปญฺญายติ เตน หิ ปุคฺคโล อสงฺขโตติ ฯ

๑ อํ. ติก. ๑๙๓ สํสนฺทนํ ฯ

Royal Thai

ส. บุคคลมีความเกิดขึ้นปรากฏ มีความเสื่อมปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ มีความแปรปรวนปรากฏ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลเป็นสังขตะหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สังขตธรรมมี

สังขตลักษณะ ๓ อย่างนี้ คือ สังขตธรรมทั้งหลาย มีความเกิดขึ้นปรากฏมีความเสื่อมปรากฏเมื่อตั้งอยู่มีความแปรปรวนปรากฏ ดังนี้บุคคลก็มีความเกิดขึ้นปรากฏ ความเสื่อมก็ปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนก็ปรากฏ ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็เป็นสังขตะน่ะสิส. ความเกิดขึ้นแห่งบุคคลไม่ปรากฏ ความเสื่อมไม่ปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ความ

แปรปรวนไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลเป็นอสังขตะ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตธรรมมีอสังขต

ลักษณะ ๓ อย่างนี้ คือ ความเกิดขึ้นแห่งอสังขตธรรมทั้งหลายไม่ปรากฏ ความเสื่อมไป ไม่ปรากฏ เมื่อตั้งอยู่ ความแปรปรวนไม่ปรากฏ ดังนี้ ความเกิดขึ้นแห่งบุคคลก็ไม่ปรากฏ ความเสื่อมก็ไม่ปรากฏเมื่อตั้งอยู่ความแปรปรวนก็ไม่ปรากฏ ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็เป็นอสังขตะนะสิ

Pali (Siam Rath)

ปรินิพฺพุโต ปุคฺคโล อตฺถตฺถมฺหิ นตฺถตฺถมฺหีติ ฯ อตฺถตฺถมฺหีติ ฯ ปรินิพฺพุโต ปุคฺคโล สสฺสโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถตฺถมฺหีติ ฯ ปรินิพฺพุโต ปุคฺคโล อุจฺฉินฺโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปรินิพพานแล้ว คงมีอยู่ในนิพพาน หรือไม่มีอยู่ในนิพพานป. คงมีอยู่ในนิพพาน

ส. บุคคลผู้ปรินิพพาน เป็นผู้เที่ยง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. บุคคลผู้ปรินิพพานแล้ว ไม่มีอยู่ในนิพพาน

ส. บุคคลผู้ปรินิพพานแล้ว เป็นผู้ขาดสูญ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปกิณณกะ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค ปกิณณกะ (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล กึ นิสฺสาย ติฏฺฐตีติ ฯ ภวํ นิสฺสาย ติฏฺฐตีติ ฯ ภโว อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโม วิปริณามธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุคฺคโลปิ อนิจฺโจ สงฺขโต ปฏิจฺจสมุปฺปนฺโน ขยธมฺโม วยธมฺโม วิราคธมฺโม นิโรธธมฺโม วิปริณามธมฺโมติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลอาศัยอะไรตั้งอยู่?

ป. อาศัยภพตั้งอยู่

ส. ภพไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา

มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความจางไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. แม้บุคคลก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็น

ธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความจางไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. แม้บุคคลก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็น

ธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความจางไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ ทุกฺขํ เวทนํ เวทิยมาโน ฯเปฯ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยมาโน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยมาโน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

อตฺถิ โกจิ สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาติ เสฺวว ปุคฺคโล โย สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ น ปชานาติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โย ทุกฺขํ เวทนํ เวทิยมาโน ฯเปฯ โย อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยมาโน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาติ เสฺวว ปุคฺคโล โย อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยมาโน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยามีติ น ปชานาติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺญา สุขาเ เวทนา อญฺโญ สุขํ เวทนํ เวทิยมาโน สุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺญา ทุกฺขา เวทนา ฯเปฯ อญฺญา อทุกฺขมสุขา เวทนา อญฺโญ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยมาโน อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทิยามีติ ปชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่เสวยสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนาอยู่ มีอยู่

มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่เสวยสุขเวทนาอยู่ก็รู้ชัดว่าเราเสวยสุขเวทนาอยู่

มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่เสวยทุกขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยทุกขเวทนา

อยู่ ฯลฯ ที่เสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ มีอยู่มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่เสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่าเราเสวย

อทุกขมสุขเวทนาอยู่ มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางคนที่เสวยสุขเวทนา ก็รู้ชัดว่า

เราเสวยสุขเวทนาอยู่ มีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดเสวยสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนาอยู่ ผู้นั้นเทียว

เป็นบุคคล ผู้ใดเสวยสุขเวทนา ไม่รู้ชัดว่า เราเสวยสุขเวทนาอยู่ ผู้นั้นไม่เป็นบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผู้ใดเสวยทุกขเวทนาอยู่ ฯลฯ ผู้ใดเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า

เราเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ผู้นั้นเทียวเป็นบุคคล ผู้ใดเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ไม่รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ ผู้นั้นไม่เป็นบุคคลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางทีเสวยสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า

เราเสวยสุขเวทนาอยู่ และด้วยเหตุนั้นจึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สุขเวทนาเป็นอื่น ผู้เสวยสุขเวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่าเราเสวยสุขเวทนาอยู่

ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ทุกขเวทนาเป็นอื่น ฯลฯ อทุกขมสุขเวทนาเป็นอื่น ผู้เสวยอทุกขม

เวทนาอยู่ ก็รู้ชัดว่า เราเสวยอทุกขมสุขเวทนาอยู่ก็เป็นอื่น หรือ?

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ กาเย กายานุปสฺสี วิหรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตฺถิ โกจิ เวทนาสุ ฯเปฯ จิตฺเต ฯเปฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ โกจิ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อตฺถิ โกจิ กาเย กายานุปสฺสี วิหรตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ โย กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ เสฺวว ปุคฺคโล โย น กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ

น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โย เวทนาสุ ฯเปฯ จิตฺเต ฯเปฯ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ เสฺวว ปุคฺคโล โย น ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรติ น โส ปุคฺคโลติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ โกจิ กาเย กายานุปสฺสี วิหรตีติ กตฺวา เตน จ การเณน ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ อญฺโญ กาโย อญฺโญ กาเย กายานุปสฺสี วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อญฺญา เวทนา ฯเปฯ อญฺญํ จิตฺตํ ฯเปฯ อญฺเญ ธมฺมา อญฺโญ ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นกายอยู่ มีอยู่ มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ มีอยู่ ด้วยเหตุ

นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ส. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ฯลฯ ที่เป็นผู้

พิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ ฯลฯ ที่เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่มีอยู่มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ มีอยู่ ด้วย

เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกาย

อยู่ มีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดเป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ผู้นั้นเทียวเป็นบุคคล ผู้ใดไม่เป็น

ผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ผู้นั้นไม่เป็นบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผู้ใดเป็นผู้พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาอยู่ ฯลฯ เป็นผู้พิจารณาเห็นจิต

ในจิตอยู่ ฯลฯ เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ ผู้นั้นเทียว เป็นบุคคลผู้ใดไม่เป็นผู้พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ ผู้นั้นไม่เป็นบุคคล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านได้ทำความตกลงแล้วว่า บุคคลบางคนที่เป็นผู้พิจารณาเห็นกายใน

กายอยู่ มีอยู่ และด้วยเหตุนั้น จึงหยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กายเป็นอื่น บุคคลที่เป็นผู้พิจารณาเห็นกายในกายอยู่ ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนาเป็นอื่น ฯลฯ จิตเป็นอื่น ฯลฯ ธรรมเป็นอื่น บุคคลที่เป็นผู้

พิจารณาเห็นธรรมในธรรมอยู่ ก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

สุญฺญโต โลกํ อเวกฺขสฺสุ โมฆราช สทา สโต

อตฺตานุทิฏฺฐึ อูหจฺจ เอวํ มจฺจุตโร สิยา

เอวํ โลกํ อเวกฺขนฺตํ มจฺจุราชา น ปสฺสตีติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า โมฆราชะ เธอจงเป็นผู้มีสติทุกเมื่อ

หยั่งเห็นโลกโดยความเป็นของสูญ ถอนอัตตานุทิฏฐิเสีย เธอพึงเป็นผู้ข้ามพ้นมัจจุราชเสีย ได้ด้วยอาการอย่างนี้ เพราะมัจจุราชย่อมไม่แลเห็นบุคคลผู้หยั่งเห็นโลกอยู่อย่างนี้ ดังนี้ เป็นสูตรที่มีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อเวกฺขตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สห รูเปน อเวกฺขตีติ วินา รูเปน อเวกฺขตีติ ฯ สห รูเปน อเวกฺขตีติ ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วินา รูเปน อเวกฺขตีติ ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุคฺคโล อเวกฺขตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อพฺภนฺตรคโต อเวกฺขตีติ พหิทฺธา นิกฺขมิตฺวา อเวกฺขตีติ ฯ อพฺภนฺตรคโต อเวกฺขตีติ ฯ ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ พหิทฺธา นิกฺขมิตฺวา อเวกฺขตีติ ฯ อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลหยั่งเห็น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ร่วมกับรูปหยั่งเห็นหรือ หรือว่าเว้นจากรูปหยั่งเห็นป. ร่วมกับรูปหยั่งเห็น

ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. เว้นจากรูป หยั่งเห็น

ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลหยั่งเห็น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อยู่ภายในหยั่งเห็นหรือ หรือว่าออกไปภายนอกแล้วจึงหยั่งเห็นป. อยู่ภายในหยั่งเห็น

ส. ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ออกไปภายนอกแล้วจึงหยั่งเห็น

ส. ชีพเป็นอื่น สรีระก็เป็นอื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา อตฺถิ ปุคฺคโล อตฺตหิตาย ปฏิปนฺโนติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา เอกปุคฺคโล ภิกฺขเว โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานนฺติ ๒ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

๑ ขุ, สุ. ๕๔๙ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคมีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อนมิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อเกื้อกูลแก่ตน มีอยู่

ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ น่ะสิป. ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลคนเดียวเมื่อ

บังเกิดขึ้นในโลก ย่อมบังเกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่คนมาก เพื่อความสุขของคนมาก เพื่อความอนุเคราะห์แก่โลก เพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลเพื่อความสุข ของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ก็หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตาติ ๓ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ส. หยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา ดังนี้ เป็นสูตร

มีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา ทุกฺขเมว อุปฺปชฺชมานํ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขเมว นิรุชฺฌมานํ นิรุชฺฌตีติ น กงฺขติ น วิจิกิจฺฉติ ฯ อปรปจฺจยา ญาณเมวสฺส เอตฺถ โหติ เอตฺตาวตา โข กจฺจาน สมฺมาทิฏฺฐิ โหตีติ ๔ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

๑ อภิ. ปุ. ๑๖๗-๑๙๓ ฯ ๒ อํ. เอก. ๒๘ ฯ ๓ ขุ. ขุ. ๔๓ ฯ ๔ สํ. นิ. ๒๑ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า อริยสาวกไม่สงสัย ไม่เคลือบแคลงว่า

เมื่อบังเกิด ทุกข์เท่านั้นบังเกิดขึ้น เมื่อดับ ทุกข์เท่านั้นดับไปในข้อนี้อริยสาวกนั้นหยั่งรู้ได้โดยไม่ต้องอาศัยผู้อื่นทีเดียว เพียงเท่านี้แลกัจจานะ เป็นสัมมาทิฏฐิ ดังนี้ เป็นสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วชิรา ภิกฺขุนี มารํ ปาปิมนฺตํ เอตทโวจ

กึ นุ สตฺโตติ ปจฺเจสิ มาร ทิฏฺฐิคตํ นุ เต

สุทฺธสงฺขารปุญฺโชยํ น ยิธ สตฺตูปลพฺภติ

ยถา หิ องฺคสมฺภารา โหติ สทฺโท รโถ อิติ

เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ โหติ สตฺโตติ สมฺมติ

ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ

นาญฺญตฺร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระวชิราภิกษุณีได้กล่าวกะมารผู้มีบาปว่าดังนี้ ดูกรมารท่านเชื่อว่าเป็น

สัตว์หรือหนอ นั่นเป็นความเห็นของท่านหรือหนอ นี้เป็นกลุ่มสังขารล้วน ๆ ในกลุ่มสังขารนี้จะค้นหาสัตว์ไม่ได้ เพราะคุมส่วนทั้งหลายเข้า เสียงเรียกว่ารถจึงมีได้ แม้ฉันใด เมื่อขันธ์ทั้งหลายยังมีอยู่สมมติว่าสัตว์ก็มีได้ฉันนั้น. ความจริงทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่และเสื่อมสิ้นไป นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์

ไม่มีอะไรดับ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ สุญฺโญ โลโก สุญฺโญ โลโกติ ภนฺเต วุจฺจติ กิตฺตาวตา นุโข ภนฺเต สุญฺโญ โลโกติ วุจฺจตีติ ยสฺมา โข อานนฺท สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา ตสฺมา สุญฺโญ โลโกติ วุจฺจติ กิญฺจานนฺท สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา จกฺขุํ โข อานนฺท สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา รูปา สุญฺญา ฯเปฯ จกฺขุวิญฺญาณํ สุญฺญํ ฯเปฯ จกฺขุสมฺผสฺโส สุญฺโญ ฯเปฯ ยมฺปิทํ จกฺขุสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา โสตํ สุญฺญํ ฯเปฯ สทฺทา สุญฺญา ฯเปฯ ฆานํ สุญฺญํ ... คนฺธา สุญฺญา ฯเปฯ ชิวฺหา สุญฺญา ... รสา สุญฺญา ฯเปฯ กาโย สุญฺโญ ... โผฏฺฐพฺพา สุญฺญา ฯเปฯ

มโน สุญฺโญ ... ธมฺมา สุญฺญา ... มโนวิญฺญาณํ สุญฺญํ ... มโนสมฺผสฺโส สุญฺโญ ฯเปฯ ยมฺปิทํ มโนสมฺผสฺสปจฺจยา อุปฺปชฺชติ เวทยิตํ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา ตมฺปิ สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา ยสฺมา โข อานนฺท สุญฺญํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา ตสฺมา สุญฺโญ โลโกติ วุจฺจตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

๑ สํ. ส. ๑๙๘ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ดังนี้ พระพุทธเจ้าข้า

ที่กล่าวกันว่า โลกสูญ โลกสูญ นั้น ด้วยเหตุเพียงไรพระเจ้าข้า จึงจะกล่าวได้ว่า โลกสูญ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบว่า ดูกรอานนท์เพราะสูญโดยตนหรือโดยของที่เนื่องกับตน ฉะนั้น จึงกล่าวได้ว่าโลกสูญ อะไรเล่าอานนท์ที่สูญโดยตนหรือโดยของที่เนื่องกับตนจักษุแล สูญโดยตนหรือโดยของที่เนื่องกับตน รูปสูญ ฯลฯ จักขุวิญญาณสูญ ฯลฯ จักขุสัมผัสสูญ ฯลฯ เพราะจักขุสัมผัสเป็นปัจจัยจึงเกิดความรู้สึกเสวยอารมณ์ สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม ไม่ทุกข์ ไม่สุขก็ตาม อันใด แม้อันนั้น ก็สูญโดยตนหรือโดยของที่เนื่องกับตนโสตะสูญ ฯลฯ

เสียงสูญ ฯลฯ ฆานะสูญ ... กลิ่นสูญ ฯลฯ ชิวหาสูญ ... รสสูญ ฯลฯ

กายสูญ ... โผฏฐัพพะสูญ ฯลฯ มโนสูญ ... ธัมมารมณ์สูญ ... มโนวิญญาณสูญ ... มโนสัมผัสสูญ ... เพราะมโนสัมผัสเป็นปัจจัย จึงเกิดความรู้สึกเสวยอารมณ์ สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม ไม่ทุกข์ไม่สุขก็ตามอันใด แม้อันนั้น ก็สูญโดยตนหรือโดยของเนื่องกับตน ดูกรอานนท์เพราะสูญโดยตนหรือโดยของที่เนื่องกับตน ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า

โลกสูญ ดังนี้ เป็นพระสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา อตฺตนิ วา ภิกฺขเว สติ อตฺตนิยํ เมติ อสฺสาติ เอวํ ภนฺเต อตฺตนิเย วา ภิกฺขเว สติ อตฺตา เมติ อสฺสาติ เอวํ ภนฺเต อตฺตนิ จ ภิกฺขเว อตฺตนิเย จ สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเน ยมิทํ ทิฏฺฐิฏฺฐานํ โส โลโก โส อตฺตา โส เปจฺจ ภวิสฺสามิ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต อวิปริณามธมฺโม สสฺสติสมํ ตเถว ฐสฺสามีติ นนฺวายํ ภิกฺขเว เกวโล ปริปูโร พาลธมฺโมติ กิญฺจิ โน สิยา ภนฺเต เกวโล หิ ภนฺเต ปริปูโร พาลธมฺโมติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

๑ ขุ. ป. ๔๓๓ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อตนก็ดีมีอยู่ พึงมีคำ

พูดว่า ของที่เนื่องกับตนของเราหรือ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่าอย่างนั้นพระพุทธเจ้าข้า ตรัสว่า เมื่อของที่เนื่องกับตนก็ดีมีอยู่ พึงมีคำพูดว่า ตนของเราหรือ กราบทูลว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้าตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เมื่อทั้งตนและของที่เนื่องกับตนจะหยั่งเห็นไม่ได้ โดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ เหตุเป็นที่ตั้งแห่งทิฏฐิว่า โลกก็อันนั้น ตนก็อันนั้น เรานั้นละไปแล้ว จักเป็นผู้เที่ยง ยั่งยืน คงที่ มีอันไม่แปรไปเป็นธรรมดา จักตั้งอยู่อย่างนั้นเทียวคงที่เสมอไป ดังนี้ ก็เป็นธรรมของคนพาลบริบูรณ์สิ้นเชิง มิใช่หรือ กราบทูลว่า ไม่พึงเป็นอะไรๆ อื่นพระพุทธเจ้าข้า เป็นธรรมของคนพาลบริบูรณ์สิ้นเชิงทีเดียว พระพุทธเจ้าข้า ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา ตโยเม เสนิย สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ กตเม ตโย อิธ เสนิย เอกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อิธ ปน เสนิย เอกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐว หิ โข ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ โน จ โข อภิสมฺปรายํ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อิธ ปน เสนิย เอกจฺโจ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ ตตฺร

เสนิย ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อยํ วุจฺจติ เสนิย สตฺถา สสฺสตวาโท ตตฺร เสนิย ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐว หิ โข ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ โน จ โข อภิสมฺปรายํ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต ปญฺญเปติ อยํ วุจฺจติ เสนิย สตฺถา อุจฺเฉทวาโท ตตฺร เสนิย ยฺวายํ สตฺถา ทิฏฺเฐ เจว ธมฺเม อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ อภิสมฺปรายญฺจ อตฺตานํ สจฺจโต เถตโต น ปญฺญเปติ อยํ วุจฺจติ เสนิย สตฺถา สมฺมาสมฺพุทฺโธ อิเม โข เสนิย ตโย สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมินฺติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

๑ ม. มู. ๒๖๐ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรเสนิยะ ศาสดา ๓ จำพวกนี้มี อยู่ปรากฏ

อยู่ในโลก ๓ จำพวกเป็นไฉน ศาสดาบางคนในโลกนี้ บัญญัติอัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ อนึ่ง ศาสดาบางคนในโลกนี้ บัญญัติอัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ แต่ในปัจจุบันไม่บัญญัติเช่นนั้นในสัมปรายภพ อนึ่ง ศาสดาบางคนในโลกนี้ ไม่บัญญัติอัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ใน ๓ จำพวกนั้น ศาสดาที่บัญญัติอัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ นี้เรียกว่า สัสสตวาท ศาสดาที่บัญญัติอัตตา โดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ แต่ในปัจจุบัน ไม่บัญญัติเช่นนั้นในสัมปรายภพ นี้เรียกว่า อุจเฉทวาท ศาสดาที่ไม่บัญญัติอัตตาโดยความเป็นของจริง โดยความเป็นของแท้ ทั้งในปัจจุบันทั้งในสัมปรายภพ นี้เรียกว่า สัมมาสัมพุทธะ ดูกรเสนิยะ ศาสดา๓ จำพวกนี้แล มีอยู่ ปรากฏอยู่ในโลก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา สปฺปิกุมฺโภติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ โกจิ สปฺปิสฺส กุมฺภํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้า มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า หม้อเนยใส หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ใครๆ ที่ทำหม้อเนยใสมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

นะสิ

Pali (Siam Rath)

ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ภควา สจฺจวาที กาลวาที ภูตวาที ตถวาที อวิตถวาที อนญฺญถวาทีติ ฯ อามนฺตา ฯ วุตฺตํ ภควตา เตลกุมฺโภ มธุกุมฺโภ ผาณิตกุมฺโภ ขีรกุมฺโภ อุทกกุมฺโภ ปานียถาลกํ ปานียโกสกํ ปานียสราวกํ นิจฺจภตฺตํ ธุวยาคูติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กาจิ ยาคุ นิจฺจา ธุวา สสฺสตา อวิปริณามธมฺมาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปุคฺคโล อุปลพฺภติ สจฺฉิกฏฺฐปรมฏฺเฐนาติ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ

ปุคฺคลกถา

อฏฺฐนิคฺคหเปยฺยาลา สนฺธาวนิยา อุปาทาย

จิตฺเตน ปญฺจมํ กลฺยาณํ อิทฺธิ สุตฺตาหรเณน อฏฺฐมํ ฯ

Royal Thai

ส. ท่านหยั่งเห็นบุคคลโดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาค มีปกติตรัสคำจริง ตรัสสมกาล ตรัสเรื่องที่เป็นจริง

ตรัสถูกต้อง ตรัสไม่ผิด ตรัสไม่คลาดเคลื่อน มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสว่าหม้อน้ำมัน ... หม้อน้ำผึ้ง ... หม้อน้ำอ้อย ... หม้อ

น้ำนม ... หม้อน้ำ ... ภาชนะน้ำดื่ม ... กระติกน้ำดื่ม ... ขันน้ำดื่ม ... นิตยภัต ...

ธุวยาคู หรือ

ป. ถูกแล้ว

ส. ยาคูบางอย่าง เป็นของเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรไปเป็นธรรมดา

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า หยั่งเห็นบุคคลได้โดยสัจฉิกัตถปรมัตถ์

น่ะสิ ฯลฯ ย่อ

ปุคคลกถา จบ

ปริหานิกถา

ปริหานิกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค ปริหานิกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพตฺถ อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพตฺถ อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพตฺถ อรหโต ปริหานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพทา อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺพทา อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพทา อรหโต ปริหานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพว อรหนฺโต อรหตฺตา ปริหายนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพว อรหนฺโต อรหตฺตา ปริหายนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพสญฺเญว อรหนฺตานํ ปริหานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ในภพทั้งปวงหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ในภพทั้งปวง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ในภพทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ในกาลทั้งปวง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ในกาลทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ทุกองค์เทียว เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ทุกองค์เทียว เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เหตุเสื่อมของพระอรหันต์ (มีได้) ทุกองค์เทียว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน จตูหิ ผเลหิ ปริหายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จตูหิ สตสหสฺเสหิ เสฏฺฐี เสฏฺฐิตฺตํ กาเรนฺโต สตสหสฺเส ปริหีเน เสฏฺฐิตฺตา ปริหีโน โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพสาปเตยฺยา ปริหีโน โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ จตูหิ สตสหสฺเสหิ เสฏฺฐี เสฏฺฐิตฺตํ กาเรนฺโต สตสหสฺเส ปริหีเน ภพฺโพ สพฺพสาปเตยฺยา ปริหายิตุนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน ภพฺโพ จตูหิ ผเลหิ ปริหายิตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล ย่อมเสื่อมจากผลทั้งสี่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. เศรษฐีดำรงตำแหน่งเศรษฐีอยู่ด้วยทรัพย์สี่แสน เมื่อทรัพย์แสนหนึ่งสิ้น

ไป ย่อมเสื่อมจากตำแหน่ง หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ย่อมเสื่อมจากสมบัติทั้งปวง หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เศรษฐีดำรงตำแหน่งเศรษฐีอยู่ด้วยทรัพย์สี่แสน เมื่อทรัพย์แสนหนึ่งสิ้นไป เป็นผู้ควรจะเสื่อมจากสมบัติทั้งปวงหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล เป็นผู้ควรจะเสื่อมจากผลทั้งสี่

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน กตฺถ สณฺฐาตีติ ฯ อนาคามิผเลติ ฯ อนาคามี อนาคามิผลา ปริหายมาโน กตฺถ สณฺฐาตีติ ฯ สกทาคามิผเลติ ฯ สกทาคามี สกทาคามี สกทาคามิผลา ปริหายมาโน กตฺถ สณฺฐาตีติ ฯ โสตาปตฺติผเลติ ฯ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลา ปริหายมาโน ปุถุชฺชนภูมิยํ สณฺฐาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน อนาคามิผเล สณฺฐาติ อนาคามี อนาคามิผลา ปริหายมาโน สกทาคามิผเล สณฺฐาติ สกทาคามี สกทาคามิผลา ปริหายมาโน โสตาปตฺติผเล สณฺฐาติ เตน วต เร วตฺตพฺเพ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลา ปริหายมาโน ปุถุชฺชนภูมิยํ สณฺฐาตีติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล ย่อมตั้งอยู่ในธรรมอะไร?

ป. ในอนาคามิผล

ส. พระอนาคามี เมื่อเสื่อมจากอนาคามิผล ย่อมตั้งอยู่ในธรรมอะไร?

ป. ในสกทาคามิผล

ส. พระสกทาคามี เมื่อเสื่อมจากสกทาคามิผล ย่อมตั้งอยู่ในธรรมอะไร?

ป. ในโสดาปัตติผล

ส. พระโสดาบัน เมื่อเสื่อมจากโสดาปัตติผล ย่อมตั้งอยู่ในภูมิแห่งปุถุชน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่า พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตผลย่อมตั้ง

อยู่ในอนาคามิผล พระอนาคามีเมื่อเสื่อมจากอนาคามิผลย่อมตั้งอยู่ในสกทาคามิผล พระสกทาคามีเมื่อเสื่อมจากสกทาคามิผลย่อมตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเมื่อเสื่อมจากโสดาปัตติผล ย่อมตั้งอยู่ในภูมิแห่งปุถุชน

Pali (Siam Rath)

อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน โสตาปตฺติผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลสฺส อนนฺตรา อรหตฺตญฺเญว สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา อรหโต วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ เมื่อเสื่อมจากอรหัตผล ย่อมตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถัดจากโสดาปัตติผลท่านก็ทำให้แจ้ง ซึ่งอรหัตผลทีเดียว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระอรหันต์หรือพระโสดาบัน ?

ป. พระอรหันต์

ส. หากว่า พระอรหันต์ละกิเลสได้มากกว่า และพระอรหันต์เสื่อมจาก

อรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา อรหโต วา สกทาคามิสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระอรหันต์หรือพระสกทาคามี?

ป. พระอรหันต์

ส. หากว่า พระอรหันต์ละกิเลสได้มากกว่า และพระอรหันต์เสื่อมจาก

อรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา อรหโต วา อนาคามิสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระอรหันต์หรือพระอนาคามี?

ป. พระอรหันต์

ส. หากว่า พระอรหันต์ละกิเลสได้มากกว่า และพระอรหันต์เสื่อมจาก

อรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา อนาคามิสฺส วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ อนาคามิสฺส ฯ หญฺจิ อนาคามิสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระอนาคามีหรือพระโสดาบัน?

ป. พระอนาคามี

ส. หากว่า พระอนาคามีละกิเลสได้มากกว่า และพระอนาคามีเสื่อมจาก

อนาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา อนาคามิสฺส วา สกทาคามิสฺส วาติ ฯ อนาคามิสฺส ฯ หญฺจิ อนาคามิสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระอนาคามีหรือพระสกทาคามี?

ป. พระอนาคามี

ส. หากว่า พระอนาคามีละกิเลสได้มากกว่า และพระอนาคามีเสื่อมจาก

อนาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา สกทาคามิสฺส วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ สกทาคามิสฺส ฯ หญฺจิ สกทาคามิสฺส พหุตรา กิเลสา ปหีนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ใครละกิเลสได้มากกว่า พระสกทาคามีหรือพระโสดาบัน?

ป. พระสกทาคามี

ส. หากว่า พระสกทาคามีละกิเลสได้มากกว่า และพระสกทาคามีเสื่อมจาก

สกทาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา อรหโต วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระอรหันต์หรือของพระโสดาบัน?

ป. ของพระอรหันต์

ส. หากว่า มัคคภาวนาของพระอรหันต์เยี่ยมกว่า และพระอรหันต์เสื่อมจาก

อรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา สติปฏฺฐานภาวนา ฯเปฯ สมฺมปฺปธานภาวนา อิทฺธิปาทภาวนา อินฺทฺริยภาวนา พลภาวนา โพชฺฌงฺคภาวนา อรหโต วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สติปัฏฐานภาวนา ... สัมมัปปธานภาวนา ... อิทธิบาทภาวนา ... อินทริย

ภาวนา ... พลภาวนา ... โพชฌงคภาวนา ... ของใครเยี่ยมกว่า ของพระอรหันต์หรือของพระโสดาบัน?

ป. ของพระอรหันต์

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระอรหันต์เยี่ยมกว่า และพระอรหันต์

เสื่อมจากอรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคภาวนา อรหโต วา สกทาคามิสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนา ฯลฯ โพชฌงคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระอรหันต์

หรือของพระสกทาคามี?

ป. ของพระอรหันต์

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระอรหันต์เยี่ยมกว่า และพระอรหันต์

เสื่อมจากอรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคภาวนา อรหโต วา อนาคามิสฺส วาติ ฯ อรหโต ฯ หญฺจิ อรหโต อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ อรหา อรหตฺตา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนา ฯลฯ โพชฌงคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระอรหันต์หรือ

ของพระอนาคามี?

ป. ของพระอรหันต์

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระอรหันต์เยี่ยมกว่า และพระอรหันต์เสื่อม

จากอรหัตผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคภาวนา อนาคามิสฺส วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ อนาคามิสฺส ฯ หญฺจิ อนาคามิสฺส อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนา ฯลฯ โพชฌงคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระอนาคามี

หรือของพระโสดาบัน?

ป. ของพระอนาคามี

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระอนาคามีเยี่ยมกว่า และพระอนาคามี

เสื่อมจากอนาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าพระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคภาวนา อนาคามิสฺส วา สกทาคามิสฺส วาติ ฯ อนาคามิสฺส ฯ หญฺจิ อนาคามิสฺส อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนา ฯลฯ โพชฌงคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระอนาคามี

หรือของพระสกทาคามี?

ป. ของพระอนาคามี

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระอนาคามีเยี่ยมกว่า และพระอนาคามี

เสื่อมจากอนาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กสฺส อธิมตฺตา มคฺคภาวนา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคภาวนา สกทาคามิสฺส วา โสตาปนฺนสฺส วาติ ฯ สกทาคามิสฺส ฯ หญฺจิ สกทาคามิสฺส อธิมตฺตา โพชฺฌงฺคภาวนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลา เตน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มัคคภาวนา ฯลฯ โพชฌงคภาวนาของใครเยี่ยมกว่า ของพระสกทาคามี

หรือของพระโสดาบัน?

ป. ของพระสกทาคามี

ส. หากว่า โพชฌงคภาวนาของพระสกทาคามีเยี่ยมกว่า และพระสกทาคามี

เสื่อมจากสกทาคามิผลได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

Pali (Siam Rath)

อรหตา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา สมุทโย ทิฏฺโฐ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน สมุทโย ทิฏฺโฐ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา นิโรโธ ทิฏฺโฐ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน นิโรโธ ทิฏฺโฐ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา มคฺโค ทิฏฺโฐ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน มคฺโค ทิฏฺโฐ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เห็นทุกข์แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เห็นสุทัยแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นสมุทัยแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. พระอรหันต์เห็นนิโรธแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นนิโรธแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เห็นมรรคแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นมรรคแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหตา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เห็นทุกข์แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรค

แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหตา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหตา สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามินา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เห็นทุกข์แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรคแล้ว ฯลฯ

เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามินา สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามินา สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีเห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรค

แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีเห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรคแล้ว ฯลฯ

เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามินา สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺเนน จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีเห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรค

แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันเห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺเนน สมุทโย ทิฏฺโฐ ฯเปฯ นิโรโธ ทิฏฺโฐ ฯเปฯ มคฺโค ทิฏฺโฐ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เห็นทุกข์แล้ว พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันเห็นสมุทัยแล้ว ฯลฯ เห็นนิโรธแล้ว ฯลฯ เห็นมรรค

แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตา จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่

เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่

เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺเนน ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามินา ทุกฺขํ ทิฏฺฐํ ฯเปฯ จตฺตาริ สจฺจานิ ทิฏฺฐานิ น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีเห็นทุกข์แล้ว ฯลฯ เห็นสัจจะสี่แล้ว พระสกทาคามีย่อม

ไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย ราโค ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย โทโส ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน มาโน ปหีโน ทิฏฺฐิ ปหีนา วิจิกิจฺฉา ปหีนา ถีนํ ปหีนํ อุทฺธจฺจํ ปหีนํ อหิริกํ ปหีนํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย ราโค ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย โทโส ปหีโน ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดา

ปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละสีลัพพตปรามาสขาดแล้ว ฯลฯ

ละราคะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว ฯลฯ ละโทสะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะขาดแล้ว ฯลฯ ละมานะขาด

แล้ว ฯลฯ ละทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละถีนะขาดแล้ว ฯลฯ ละอุทธัจจะขาดแล้ว ฯลฯ ละอหิริกะขาดแล้ว ฯลฯ

ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดา

ปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละสีลัพพตปรามาสขาดแล้ว ฯลฯ

ละราคะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว ฯลฯ ละโทสะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโน ฯเปฯ โอฬาริโก กามราโค ปหีโน ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจาก

สกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละสีลัพพตปรามาสขาดแล้ว ฯลฯ

ละกามราคะอย่างหยาบขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาดแล้วพระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระ

อรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโน อณุสหคโต กามราโค ปหีโน อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละสีลัพพตปรามาสขาดแล้ว ...

ละกามราคะอย่างละเอียดขาดแล้ว ... ละพยาบาทอย่างละเอียดขาดแล้วพระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาด

แล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

Pali (Siam Rath)

อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดา

ปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ และพยาบาทอย่างละเอียดขาดแล้ว

พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบาย

ขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ สีลพฺพตปรามาโส ปหีโน โอฬาริโก กามราโค ปหีโน โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจาก

สกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละสีลัพพตปรามาสขาดแล้ว ...

ละกามราคะอย่างหยาบขาดแล้ว ... ละพยาบาทอย่างหยาบขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ละพยาบาทอย่างละเอียดขาดแล้ว

พระอนาคามีเสื่อมจากอนาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก กามราโค ปหีโน โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดา

ปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจาก

สกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละกามราคะอย่างหยาบขาด

แล้ว ... ละพยาบาทอย่างหยาบขาดแล้ว พระสกทาคามีเสื่อมจากสกทาคามิผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบาย

ขาดแล้ว พระโสดาบันเสื่อมจากโสดาปัตติผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจาก

โสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาดแล้ว

พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต ราโค ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอนาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาดแล้ว

พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ละราคะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาด

แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาด

แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ อณุสหคโต พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ อนาคามี อนาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาด

แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสกทาคามีละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาดแล้ว

พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างละเอียดขาด

แล้ว พระอนาคามีย่อมไม่เสื่อมจากอนาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺนสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส วิจิกิจฺฉา ปหีนา ฯเปฯ อปายคมนิโย โมโห ปหีโน น ปริหายติ โสตาปนฺโน โสตาปตฺติผลาติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส สกฺกายทิฏฺฐิ ปหีนา ฯเปฯ โอฬาริโก พฺยาปาโท ปหีโน น ปริหายติ สกทาคามี สกทาคามิผลาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระโสดาบันละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระโสดาบันละวิจิกิจฉาขาดแล้ว ฯลฯ ละโมหะที่เป็นเหตุไปอบายขาด

แล้ว พระโสดาบันย่อมไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีละสักกายทิฏฐิขาดแล้ว ฯลฯ ละพยาบาทอย่างหยาบขาด

แล้ว พระสกทาคามีย่อมไม่เสื่อมจากสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโมติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราโค ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํ กโต อายตึอนุปฺปาทธมฺโม โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ราคะอันพระอรหัตน์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอด

ด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ราคะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจ

ตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ โมโห ปหีโน มาโน ปหีโน ทิฏฺฐิ ปหีนา วิจิกิจฺฉา ปหีนา ถีนํ ปหีนํ อุทฺธจฺจํ ปหีนํ อหิริกํ ปหีนํ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวํ กตํ อายตึ- อนุปฺปาทธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวํ กตํ อายตึอนุปฺปาทธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โทสะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ฯลฯ โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... วิจิกิจฉา ...

ถีนะ ... อุทธัจจะ ... อิหิริกะ ... อโนตตัปปะ อันพระอรหันต์ละขาดแล้วถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ภายหลังทำให้มีอันไม่เกิดต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อโนตตัปปะอันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้

เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดขึ้นได้ภายหลัง ทำให้ไม่มีอันไม่ต้องเกิดขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดขึ้นแล้วมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต ราคปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ สมฺมปฺปธานา ภาวิตา อิทฺธิปาทา ภาวิตา อินฺทฺริยา ภาวิตา พลา ภาวิตา โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต ราคปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังสติปัฏฐานให้เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ยัง

สัมมัปปธานให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังอิทธิบาทให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังอินทรีย์ให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังพละให้เกิดขึ้นแล้ว ... ยังโพชฌงค์ให้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหโต โทสปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย โพชฺฌงฺคา ภาวิตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ยังมรรค

ให้เกิดขึ้นแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ยังโพชฌงค์ให้เกิดขึ้น

แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริโข อพฺพุฬฺเหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต สุวิชิตวิชโย ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน นิโรโธ สจฺฉิกโต มคฺโค ภาวิโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ เป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จ

แล้ว ปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้ว เพราะรู้ชอบ มีลิ่มอันยกขึ้นแล้ว มีคูอันกลบแล้ว มีเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก เป็นพระอริยะ ลดธง (คือมานะ) แล้ว วางภาระแล้ว หมดเครื่องผูกพันแล้วมีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว ยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้วกำหนดรู้ธรรมสิ่งที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละธรรมที่ควรละแล้ว บำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์เป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำให้

แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา น ปริหายตีติ ฯ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา ปริหายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา น ปริหายตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตา น ปริหายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต เสื่อมจากอรหัตผลได้ พระอรหันต์ ผู้อสมย

วิมุต ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต เสื่อมจากพระอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุต เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราโค ปหีโน ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ

สมฺมปฺปธานา ภาวิตา อิทฺธิปาทา ภาวิตา อินฺทฺริยา ภาวิตา พลา ภาวิตา โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย สติปฏฺฐานา ภาวิตา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต โทสปฺปหานาย ฯเปฯ อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อม

จากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว

พระอรหันต์สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว

พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตยังมรรคให้เกิดแล้ว พระ

อรหันต์ผู้สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตยังมรรคให้เกิดแล้ว พระ

อรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว ...

ยังสัมมัปปธานให้เกิดแล้ว ... ยังอิทธิบาทให้เกิดแล้ว ... ยังอินทรีย์ให้เกิดแล้ว ... ยังพละให้เกิด แล้ว ... ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตยังสติปัฏฐานให้เกิดแล้ว

ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ผู้สมย

วิมุต ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุต ยังมรรคให้เกิด

แล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สมยวิมุตฺโต อรหา วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริโข อพฺพุฬฺเหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต สุวิชิตวิชโย ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน นิโรโธ สจฺฉิกโต มคฺโค ภาวิโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อสมยวิมุตฺโต อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต เป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้วเพราะรู้ชอบ มีลิ่มอันยกขึ้นแล้วมีคูอันกลบแล้ว มีเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก เป็นอริยะ ลดธง (คือมานะ) แล้ว วางภาระแล้ว หมดเครื่องผูกพันแล้ว มีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว ยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้วกำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละธรรมที่ควรละแล้วบำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตได้ หรือ?

ป. ผลถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ

ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตเสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราโค ปหีโน น ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราโค ปหีโน น ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต โทโส ปหีโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปํ ปหีนํ น ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา น ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต ราคปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา น ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อสมยวิมุตฺตสฺส อรหโต โทสปฺปหานาย ฯเปฯ

อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา น ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺตสฺส อรหโต อโนตฺตปฺปปฺปหานาย มคฺโค ภาวิโต ฯเปฯ โพชฺฌงฺคา ภาวิตา น ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อสมยวิมุตฺโต อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ น ปริหายติ อสมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สมยวิมุตฺโต อรหา วีตราโค วีตโทโส ฯเปฯ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ น ปริหายติ สมยวิมุตฺโต อรหา อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตละราคะขาดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตย่อม

ไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตละโทสะขาดแล้ว ฯลฯ ละอโนตตัปปะขาดแล้ว

พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตละอโนตตัปปะขาดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต

ย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุต ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ

ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งราคะ พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ

ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพื่อละขาดซึ่งโทสะ ฯลฯ เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ผู้

อสมยวิมุต ยังมรรคให้เกิดแล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพื่อละขาดซึ่งอโนตตัปปะ พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต ยังมรรคให้เกิด

แล้ว ฯลฯ ยังโพชฌงค์ให้เกิดแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุต เป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ

ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว พระอรหันต์ผู้อสมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ผู้สมยวิมุต เป็นผู้ปราศจาก ราคะ โทสะ โมหะแล้ว ฯลฯ ทำ

ให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว พระอรหันต์ผู้สมยวิมุตย่อมไม่เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ สารีปุตฺโต เถโร ปริหายิตฺถ อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร มหากสฺสโป เถโร มหากจฺจายโน เถโร มหาโกฏฺฐิโก เถโร มหาปณฺฐโก เถโร ปริหายิตฺถ อรหตฺตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สารีปุตฺโต เถโร น ปริหายิตฺถ อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สารีปุตฺโต เถโร น ปริหายิตฺถ อรหตฺตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ... มหากสฺสโป เถโร ... มหากจฺจายโน เถโร ... มหาโกฏฺฐิโก เถโร ... มหาปณฺฐโก เถโร น ปริหายิตฺถ อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ มหาโมคฺคลฺลาโน เถโร ... ฯเปฯ มหาปณฺฐโก เถโร น ปริหายิตฺถ อรหตฺตา โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสารีบุตรเถระเสื่อมแล้วจากอรหัตตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ ... พระมหากัสสปเถระ ... พระมหากัจจายน

เถระ ... พระมหาโกฏฐิตเถระ ... พระมหาปันถกเถระเสื่อมแล้วจากอรหัตผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสารีบุตรเถระไม่ได้เสื่อมจากอรหัตตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระไม่ได้เสื่อมจากอรหัตผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า

พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ ... พระมหาปันถกเถระ ... พระมหากัจจายน

เถระ ... พระมหาโกฏฐิตเถระ ... พระมหาปันถกเถระไม่ได้เสื่อมจากอรหัตผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหาปันถกเถระไม่ได้เสื่อม

จากอรหัตผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

อุจฺจาวจา หิ ปฏิปทา สมเณน ปกาสิตา

น ปารํ ทิคุณํ ยนฺติ นยิทํ เอกคุณํ มุตนฺติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

๑. ขุ. สุ. ๓๘๔ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ปฏิปทาที่พระสมณะประกาศแล้วมีสูงและ

ต่ำแล แต่ผู้ปฏิบัติจะไปถึงฝั่ง (คือนิพพาน) ได้สองเที่ยวก็หาไม่ฝั่งนี้อันผู้ปฏิบัติจะได้รู้แต่ครั้งเดียวก็หาไม่ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ฉินฺนสฺส เฉทิยนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตฺถิ ฉินฺนสฺส เฉทิยนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

วีตตณฺโห อนาทาโน กิจฺจํ ยสฺส น วิชฺชติ

ฉินฺนสฺส เฉทิยํ นตฺถิ โอฆปาโส สมูหโตติ

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ ฉินฺนสฺส เฉทิยนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยังมีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ท่านผู้เสร็จกิจที่จำต้องทำแล้ว เป็นผู้

ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยึดถือ บรรดากิเลสวัฏที่ท่านตัดแล้วไม่มีอันใดที่ยังจะต้องตัดอีก ท่านถอนห้วงน้ำและบ่วงได้แล้ว ดังนี้

เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า บรรดากิเลสวัฏที่พระอรหันต์ตัดแล้ว ยัง

มีบางอย่างที่ยังจะต้องตัดอีก น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ กตสฺส ปฏิจโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตฺถิ กตสฺส ปฏิจโยติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

ตสฺส สมฺมาวิมุตฺตสฺส สนฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน

กตสฺส ปฏิจโย นตฺถิ กรณียํ น วิชฺชติ

เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ

เอวํ รูปา รสา สทฺทา คนฺธา ผสฺสา จ เกวลา

อิฏฺฐา ธมฺมา อนิฏฺฐา จ นปฺปเวเธนฺติ ตาทิโน

ฐิตํ จิตฺตํ วิปฺปมุตฺตํ วยํ จสฺสานุปสฺสตีติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตฺถิ กตสฺส ปฏิจโยติ ฯ

๑ วิ. ม. ๒. ๑๑ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. กิจที่ทำแล้ว ต้องกลับสร้างสมอีก มีหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า การกลับสร้างสมกิจที่ทำแล้วไม่มี กิจ

อื่นที่จำต้องทำอีกก็ไม่มี แก่ภิกษุนั้นผู้พ้นแล้วโดยชอบ ผู้มีจิตสงบแล้ว บรรดารูป เสียง กลิ่น รส ผัสสะ ธัมมารมณ์ทุกอย่างทั้งที่น่าปรารถนาและไม่น่าปรารถนา ไม่ยังจิตของท่านผู้คงที่ อันตั้งมั่นหลุดพ้นแล้ว ให้หวั่นไหวได้ ดุจภูเขาศิลาล้วนเป็นแท่งทึบ ย่อมไม่สะเทือนเพราะลม ฉะนั้น เพราะภิกษุนั้นย่อมพิจารณาเห็นแต่ความสิ้นไปแห่งจิตนั้นๆ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กิจที่ทำแล้วต้องกลับสร้างสมอีก มีอยู่

น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ปญฺจิเม ภิกฺขเว ธมฺมา สมยวิมุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ กตเม ปญฺจ กมฺมารามตา ภสฺสารามตา นิทฺทารามตา สงฺคณิการามตา ยถา วิมุตฺตํ จิตฺตํ น ปจฺจเวกฺขติ อิเม โข ภิกฺขเว ปญฺจ ธมฺมา สมยวิมุตฺตสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๕ เหล่านี้

ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมรอบแก่ภิกษุผู้สมยวิมุต ธรรม ๕เป็นไฉน คือ ความเพลิดเพลินในการงาน ความเพลิดเพลินในการสนทนา ความเพลิดเพลินในการหลับ ความเพลิดเพลินในการคลุกคลี ไม่พิจารณาจิตที่หลุดพ้นแล้วอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลายธรรม ๕ เหล่านี้แล ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความเสื่อมแก่ภิกษุผู้

สมยวิมุต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็เสื่อมจากอรหัตผลได้น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ อรหโต กมฺมารามตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตฺถิ อรหโต กมฺมารามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺท- นีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตฺถิ อรหโต ภสฺสารามตา อตฺถิ อรหโต นิทฺทารามตา อตฺถิ อรหโต สงฺคณิการามตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตฺถิ อรหโต สงฺคณิการามตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต ราโค กามราโค กามราคปริยุฏฺฐานํ กามราคสญฺโญชนํ กาโมโฆ กามโยโค กามจฺฉนฺทนีวรณนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์มีความเพลิดเพลินในการงาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์

กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการสนทนา ... มีความเพลิดเพลิน

ในการหลับ ... มีความเพลิดเพลินในการคลุกคลี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังมีความเพลิดเพลินในการคลุกคลี หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีราคะ กามราคะ กามราคปริยุฏฐานะ กามราคสัญโญชน์

กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อรหตฺตา ปริหายมาโน กึ ปริยุฏฺฐิโต ปริหายตีติ ฯ ราคปริยุฏฺฐิโต ปริหายตีติ ฯ ปริยุฏฺฐานํ กึ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อนุสยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อตฺถิ อรหโต อนุสยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรหโต อนุสยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต กามราคานุสโย ปฏิฆานุสโย มานานุสโย ทิฏฺฐานุสโย วิจิกิจฺฉานุสโย ภวราคานุสโย อวิชฺชานุสโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทสปริยุฏฺฐิโต ปริหายตีติ ฯเปฯ โมหปริยุฏฺฐิโต ปริหายตีติ ฯ ปริยุฏฺฐานํ กึ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อนุสยํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชตีติ ฯ อตฺถิ อรหโต อนุสยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรหโต อนุสยาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ อํ. ปญฺจก. ๑๙๓ ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์เมื่อเสื่อมจากอรหัตตผล ถูกอะไรกลุ้มรุมจึงเสื่อม?

ป. ถูกราคะกลุ้มรุมจึงเสื่อม

ส. การกลุ้มรุมเกิดขึ้น เพราะอาศัยอะไร?

ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย

ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย

วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. พระอรหันต์ถูกโทสะกลุ้มรุมจึงเสื่อม ฯลฯ ถูกโมหะกลุ้มรุมจึงเสื่อมส. ความกลุ้มรุมเกิดขึ้นเพราะอาศัยอะไร

ป. เกิดขึ้น เพราะอาศัยอนุสัย

ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังมีอนุสัย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังมีกามราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อรหตฺตา ปริหายมานสฺส กึ อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ ราโค อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ สกฺกายทิฏฺฐิ อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ วิจิกิจฺฉา อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ สีลพฺพตปรามาโส อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โทโส อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯเปฯ โมโห อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ สกฺกายทิฏฺฐิ อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ วิจิกิจฺฉา อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ สีลพฺพตปรามาโส อุปจยํ คจฺฉตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผล อะไรก่อตัวขึ้น?

ป. ราคะก่อตัวขึ้น

ส. สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อ

ตัวขึ้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โทสะก่อตัวขึ้นหรือ ฯลฯ โมหะก่อตัวขึ้นหรือ สักกายทิฏฐิก่อตัวขึ้นหรือ

วิจิกิจฉาก่อตัวขึ้นหรือ สีลัพพตปรามาสก่อตัวขึ้นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อาจินตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา อปจินตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา ปชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา อุปาทิยตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา วิสิเนตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา อุสฺสิเนตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา วิธูเปตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา สนฺธูเปตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนวาจินาติ น อปจินาติ อปจินิตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ นนุ อรหา เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนว ปชหติ น อุปาทิยติ ปชหิตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

นนุ อรหา เนว วิสิเนติ น อุสฺสิเนติ วิสินิตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนว วิสิเนติ น อุสฺสิเนติ วิสินิตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ นนุ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโตติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อรหา เนว วิธูเปติ น สนฺธูเปติ วิธูเปตฺวา ฐิโต โน วต เร วตฺตพฺเพ ปริหายติ อรหา อรหตฺตาติ ฯ

ปริหานิกถา ฯ

Royal Thai

ส. พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์เลิกสะสมอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังยึดมั่นอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังหมักหมมอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังมืดมัวอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิก

สะสมแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสะสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น

ผู้เลิกสะสมแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ส. พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้ว

ตั้งอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ยังละอยู่ก็ไม่ใช่ ยังยึดมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาด

แล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ส. พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระ

ล้างแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ยังชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ ยังหมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น

ผู้ชำระล้างแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่าพระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้ส. พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัด

มืดแล้วตั้งอยู่ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระอรหันต์ยังกำจัดมืดอยู่ก็ไม่ใช่ ยังมืดมัวอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็น

ผู้กำจัดมืดแล้วตั้งอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์เสื่อมจากอรหัตผลได้

ปริหานิกถา จบ.

พฺรหฺมจริยกถา

พรหมจริยกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค พรหมจริยกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ เทวา ชฬา เอฬมูคา อวิญฺญู หตฺถสํวาจิกา น ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตานํ อตฺถมญฺญาตุํ สพฺเพ เทวา น พุทฺเธ ปสนฺนา น ธมฺเม ปสนฺนา น สงฺเฆ ปสนฺนา น พุทฺธํ ภควนฺตํ ปยิรุปาสนฺติ น พุทฺธํ ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ น พุทฺเธน ภควตา ปญฺเห วิสชฺชิเต อตฺตมนา สพฺเพ เทวา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ สพฺเพ เทวา มาตุฆาตกา ปิตุฆาตกา อรหนฺตฆาตกา รุหิรุปฺปาทกา สงฺฆเภทกา สพฺเพ เทวา ปาณาติปาติโน อทินฺนาทายิโน กาเมสุ มิจฺฉาจาริโน มุสาวาทิโน ปิสุณวาจา ผรุสวาจา สมฺผปฺปลาปิโน อภิชฺฌาลุโน พฺยาปนฺนจิตฺตา มิจฺฉาทิฏฺฐิกาติ ฯ

น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ เทวา อชฬา อเนฬมูคา วิญฺญู น หตฺถสํวาจิกา ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตานํ อตฺถมญฺญาตุํ อตฺถิ เทวา พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม ปสนฺนา สงฺเฆ ปสนฺนา พุทฺธํ ภควนฺตํ ปยิรุปาสนฺติ พุทฺธํ ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉนฺติ พุทฺเธน ภควตา ปญฺเห วิสชฺชิเต อตฺตมนา โหนฺติ อตฺถิ เทวา น กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา น กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา น วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา สทฺธา ฉนฺทิกา ปญฺญวนฺโต ภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ อตฺถิ เทวา น มาตุฆาตกา น ปิตุฆาตกา น อรหนฺตฆาตกา น รุหิรุปฺปาทกา น สงฺฆเภทกา อตฺถิ เทวา น ปาณาติปาติโน น อทินฺนาทายิโน น กาเมสุ มิจฺฉาจาริโน น มุสาวาทิโน น ปิสุณวาจา น ผรุสวาจา น สมฺผปฺปลาปิโน น อภิชฺฌาลุโน อพฺยาปนฺนจิตฺตา สมฺมาทิฏฺฐิกาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตฺถิ เทวา อชฬา อเนฬมูคา วิญฺญู น หตฺถสํวาจิกา ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตานํ อตฺถมญฺญาตุํ ฯเปฯ อตฺถิ เทวา พุทฺเธ ปสนฺนา ฯเปฯ สมฺมาทิฏฺฐิกา โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ

Royal Thai

สกวาที การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. เทวดาทั้งหมด เป็นผู้เงอะงะ เป็นใบ้ ไม่รู้เดียงสา ใช้ภาษาใบ้ ไม่มี

กำลังพอ รู้ความแห่งคำที่กล่าวดีกล่าวชั่ว เทวดาทั้งหมดไม่เลื่อมใสใน

พระพุทธเจ้า ไม่เลื่อมใส

ในพระธรรม ไม่เลื่อมใสในพระสงฆ์ ไม่เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่ทูลถามปัญหากับพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่ชื่นชมในปัญหาที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าวิสัชนาแล้ว เทวดาทั้งหมดประกอบด้วยกัมมาวรณ์ กิเลสาวรณ์ วิปากาวรณ์ ไม่มีศรัทธา ไม่มีฉันทะ เป็นผู้มีปัญญาทราม เป็นผู้ไม่ควรเพื่อก้าวลงสู่ความแน่นอนอันเป็นทางชอบในกุศลธรรมทั้งหลาย เทวดาทั้งหมดเป็นผู้ทำมาตุฆาต เป็นผู้ทำปิตุฆาต เป็นผู้ทำอรหันตฆาต เป็นผู้ทำโลหิตุปบาท เป็นผู้ทำสังฆเภท เทวดาทั้งหมดเป็นผู้ทำปาณาติบาต เป็นผู้ทำอทินนาทาน เป็นผู้ประพฤติผิดในกามเป็นผู้กล่าวมุสาวาท เป็นผู้กล่าวปิสุณาวาท เป็นผู้กล่าวผรุสวาท เป็นผู้กล่าวสัมผัปปลาปวาทเป็นผู้มากด้วยอภิชฌา เป็นผู้มีจิตพยาบาท เป็นมิจฉาทิฏฐิ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เทวดาที่ไม่เป็นผู้เงอะงะ ไม่เป็นใบ้ เป็นผู้รู้เดียงสาไม่ใช้ภาษาใบ้ มีกำลังพอจะรู้เนื้อความแห่งคำที่กล่าวดีหรือชั่ว มีอยู่ เทวดาที่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า เลื่อมใสในพระธรรม เลื่อมใสในพระสงฆ์ เข้าไปนั่งใกล้พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทูลถามปัญหากะพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ชื่นชมในปัญหาที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าวิสัชนาแล้ว ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่ประกอบด้วยกัมมาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยกิเลสาวรณ์ ไม่ประกอบด้วยวิปากาวรณ์ เป็นผู้มีศรัทธาเป็นผู้มีฉันทะ เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ควรเพื่อจะก้าวลงสู่ความแน่นอนอันเป็นทางชอบในกุศลธรรมทั้งหลาย ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่เป็นผู้ทำมาตุฆาต ไม่เป็นผู้ทำปิตุฆาต ไม่เป็นผู้ทำอรหันตฆาตไม่เป็นผู้ทำโลหิตุปบาท ไม่เป็นผู้ทำสังฆเภท ก็มีอยู่ เทวดาที่ไม่เป็นผู้ทำปาณาติบาต ไม่เป็นผู้ทำอทินนาทาน ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่กล่าวมุสาวาท ไม่กล่าวปิสุณาวาท ไม่กล่าวผรุสวาทไม่กล่าวสัมผัปปลาปวาท มิใช่ผู้มากด้วยอภิชฌา มิใช่ผู้มีจิตพยาบาท เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มีอยู่มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า เทวดาที่ไม่เป็นผู้เงอะงะ ไม่เป็นใบ้ เป็นผู้รู้เดียงสาไม่ใช้ภาษาใบ้ มีกำลังพอจะรู้เนื้อความแห่งคำที่กล่าวดีกล่าวชั่ว มีอยู่ ฯลฯ เทวดาที่เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าฯลฯ เป็นสัมมาทิฏฐิ ก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ตตฺถ ปพฺพชฺชา มุณฺฑิยํ กาสาวธารณา ปตฺตธารณา เทเวสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ สาวกยุคํ อุปฺปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ในหมู่เทวดานั้น มีการบรรพชา ปลงผม ทรงผ้ากาสาวะ ทรงบาตร

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นได้ พระปัจเจกพุทธเจ้าก็อุบัติขึ้นได้ คู่แห่งพระสาวกก็อุบัติขึ้นได้ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ ปพฺพชฺชา นตฺถีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ อตฺถิ ปพฺพชฺชา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ ปพฺพชฺชา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ อตฺถิ ปพฺพชฺชา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ ปพฺพชฺชา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ โย ปพฺพชฺชติ ตสฺเสว พฺรหฺมจริยวาโส โย น ปพฺพชฺชติ นตฺถิ ตสฺส พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะในหมู่เทวดาไม่มีการบรรพชา ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ในที่ใดมีการบรรพชา ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่

มีการบรรพชา ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ในที่ใดมีการบรรพชา ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่

มีการบรรพชา ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดบรรพชา ผู้นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ใดไม่บรรพชา ผู้นั้น

ไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ มุณฺฑิยํ นตฺถีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ อตฺถิ มุณฺฑิยํ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ มุณฺฑิยํ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ อตฺถิ มุณฺฑิยํ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ มุณฺฑิยํ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ โย มุณฺโฑ โหติ ตสฺเสว พฺรหฺมจริยวาโส โย มุณฺโฑ น โหติ นตฺถิ ตสฺส พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะในหมู่เทวดาไม่มีการปลงผม ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ในที่ใดมีการปลงผม ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่มี

การปลงผม ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ในที่ใดมีการปลงผม ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่มี

การปลงผม ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดปลงผม ผู้นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ใดไม่ปลงผม ผู้นั้นไม่

มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ กาสาวธารณา นตฺถีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริย- วาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ อตฺถิ กาสาวธารณา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ กาสาวธารณา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถ อตฺถิ กาสาวธารณา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ กาสาวธารณา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ โย กาสาวํ ธาเรติ ตสฺเสว พฺรหฺมจริยวาโส โย กาสาวํ น ธาเรติ นตฺถิ ตสฺส พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะในหมู่เทวดา ไม่มีการทรงผ้ากาสาวะ ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ในที่ใดมีการทรงผ้ากาสาวะ ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่

ใดไม่มีการทรงผ้ากาสาวะ ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ในที่ใดมีการทรงผ้ากาสาวะ ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่

ใดไม่มีการทรงผ้ากาสาวะ ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดทรงผ้ากาสาวะ ผู้นั้นมีการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ใดไม่ทรงผ้ากาสาวะ

ผู้นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่กล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ ปตฺตธารณา นตฺถีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริย- วาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ อตฺถิ ปตฺตธารณา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ ปตฺตธารณา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ อตฺถิ ปตฺตธารณา ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ นตฺถิ ปตฺตธารณา นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ โย ปตฺตํ ธาเรติ ตสฺเสว พฺรหฺมจริยวาโส โย ปตฺตํ น ธาเรติ นตฺถิ ตสฺส พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะในหมู่เทวดา ไม่มีการทรงบาตร ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ในที่ใดมีการทรงบาตร ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่

มีการทรงบาตร ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ในที่ใดมีการทรงบาตร ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่ใดไม่

มีการทรงบาตร ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ใดทรงบาตร ผู้นั้นมีการประพฤติพรหมจรรย์ ผู้ใดไม่ทรงบาตร ผู้นั้น

ไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ สมฺมาสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ สมฺมาสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ลุมฺพินิยา ภควา ชาโต โพธิยา มูเล อภิสมฺพุทฺโธ พาราณสิยํ ภควตา ธมฺมจกฺกํ ปวตฺติตํ ตตฺถ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส นตฺถญฺญตฺร พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่อุบัติขึ้นในหมู่เทวดา ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลายอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติ

พรหมจรรย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคประสูติที่สวนลุมพินี ตรัสรู้ที่ควงไม้โพธิ พระผู้มีพระภาค

ยังธรรมจักรให้เป็นไปแล้วที่เมืองพาราณสี ในที่นั้นๆ เทียวมีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่อื่นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺตีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา นุปฺปชฺชนฺติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส นตฺถญฺญตฺร พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะพระปัจเจกสัมพุทธเจ้า ไม่อุบัติขึ้นในหมู่เทวดา ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติ

พรหมจรรย์ พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติ

พรหมจรรย์ พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในมัชฌิมชนบท ในมัชฌิมชนบทนั้นแล

มีการประพฤติพรหมจรรย์ ในที่อื่นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

เทเวสุ สาวกยุคํ นุปฺปชฺชตีติ ฯ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ยตฺถ สาวกยุคํ อุปฺปชฺชติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ สาวกยุคํ นุปฺปชฺชติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยตฺถ สาวกยุคํ อุปฺปชฺชติ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส ยตฺถ สาวกยุคํ นุปฺปชฺชติ นตฺถิ ตตฺถ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ มคเธสุ สาวกยุคํ อุปฺปนฺนํ ตตฺเถว พฺรหฺมจริยวาโส นตฺถญฺญตฺร พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะคู่พระสาวก ไม่อุบัติขึ้นในหมู่เทวดา ฉะนั้น การประพฤติพรหมจรรย์จึงไม่มีในหมู่เทวดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. คู่พระสาวกอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์

คู่พระสาวกไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. คู่พระสาวกอุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นแลมีการประพฤติพรหมจรรย์

คู่พระสาวกไม่อุบัติขึ้นในที่ใด ในที่นั้นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. คู่พระสาวกได้อุบัติแล้วในมคธชนบท ในมคธชนบทนั้นแลมีการประพฤติ

พรหมจรรย์ ในที่อื่นไม่มีการประพฤติพรหมจรรย์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพเทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ มนุสฺเสสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพมนุสฺเสสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ทุกหมู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์ มีอยู่ในหมู่เทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ มนุสฺเสสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส มิลกฺขูสุ อวิญฺญาตาเรสุ ยตฺถ นตฺถิ คติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่มนุษย์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในชาวชนบท พวกปลายเขต ปลายแดน

เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา เป็นที่ซึ่งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไปไม่ถึง หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถีติ ฯ อสญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส สญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เทเวสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ กตฺถตฺถิ กตฺถ นตฺถีติ ฯ อสญฺญ- สตฺเตสุ สตฺเตสุ เทเวสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส สญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อสญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ สญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ อสญฺญสตฺเตสุ เทเวสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีอยู่ในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ที่มีก็มี ที่ไม่มีก็มี

ป. ในหมู่เทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี

ในหมู่เทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มีหรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ในหมู่เทวดา ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. มีในที่ไหน ไม่มีในที่ไหน

ส. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ การประพฤติ

พรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์

ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าสัญญีสัตว์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในเทวดาเหล่าอสัญญีสัตว์ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ มนุสฺเสสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถีติ ฯ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส มิลกฺขูสุ อวิญฺญาตาเรสุ ยตฺถ นตฺถิ คติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในหมู่มนุษย์ หรือ?

ส. ที่มีก็มี ที่ไม่มีก็มี

ป. ในชาวชนบทพวกปลายเขต ปลายแดน เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา เป็น

ที่ซึ่งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึง ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี ในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน (มัชฌิมชนบท)ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

มนุสฺเสสุ อตฺถิ ยตฺถ อตฺถิ อตฺถิ ยตฺถ นตฺถิ พฺรหฺมจริย- วาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ กตฺถตฺถิ กตฺถ นตฺถีติ ฯ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส มิลกฺขูสุ อวิญฺญาตาเรสุ ยตฺถ นตฺถิ คติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส มิลกฺขูสุ อวิญฺญาตาเรสุ ยตฺถ นตฺถิ คติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ นตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ มชฺฌิเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจนฺติเมสุ ชนปเทสุ อตฺถิ พฺรหฺมจริยวาโส มิลกฺขูสุ อวิญฺญาตาเรสุ ยตฺถ นตฺถิ คติ ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ในหมู่มนุษย์ ที่มีการประพฤติพรหมจรรย์ก็มี ที่ไม่มีก็มี หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. มีในที่ไหน ไม่มีในที่ไหน

ส. การประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีในชาวชนบทพวกปลายเขต ปลายแดน

เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึงการประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน

ป. การพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในชาวชนบท พวกปลายเขต ปลายแดน เป็น

มิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาไปไม่ถึง หรือส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในชาวชนบทที่อยู่ร่วมใน หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบทพวกที่อยู่ร่วมใน หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในชาวชนบท พวกที่อยู่ปลายเขต ปลายแดน

เป็นมิลักขู ไม่รู้ประสา ที่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ไปไม่ถึง หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตีหิ ภิกฺขเว ฐาเนหิ ชมฺพูทีปกา มนุสฺสา อุตฺตรกุรุเก จ มนุสฺเส อธิคฺคณฺหนฺติ เทเว จ ตาวตึเส ฯ กตเมหิ ตีหิ ฯ สูรา สติมนฺโต อิธ พฺรหฺมจริยวาโสติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ สาวตฺถิยํ วุตฺตํ ภควตา อิธ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อามนฺตา ฯ สาวตฺถิยญฺเญว พฺรหฺมจริยวาโส นตฺถญฺญตฺร พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อนาคามิสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ อปฺปหีนานิ อิโต จุตสฺส ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส กุหึ ผลุปฺปตฺตีติ ฯ ตตฺเถว ฯ

หญฺจิ อนาคามิสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ อปฺปหีนานิ อิโต จุตสฺส ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส ตหึ ผลุปฺปตฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อนาคามิสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ อปฺปหีนานิ อิโต จุตสฺส ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส กุหึ ภาโรหรณํ กุหึ ทุกฺขปริญฺญาตํ กุหึ กิเลสปฺปหานํ กุหึ นิโรธสจฺฉิกิริยา กุหึ อกุปฺปปฏิเวโธติ ฯ ตตฺเถว ฯ หญฺจิ อนาคามิสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ อปฺปหีนานิ อิโต จุตสฺส ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส ตหึ อกุปฺปปฏิเวโธ โน วต เร วตฺตพฺเพ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ อนาคามิสฺส ปุคฺคลสฺส ปญฺโจรมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ ปหีนานิ ปญฺจุทฺธมฺภาคิยานิ สญฺโญชนานิ อปฺปหีนานิ อิโต จุตสฺส ตตฺถ อุปฺปนฺนสฺส ตหึ ผลุปฺปตฺติ ตหึ ภาโรหรณํ ตหึ ทุกฺขปริญฺญาตํ ตหึ กิเลสปฺปหานํ ตหึ นิโรธสจฺฉิกิริยา ตหึ อกุปฺปปฏิเวโธ เกนฏฺเฐน วเทสิ นตฺถิ เทเวสุ พฺรหฺมจริยวาโสติ ฯ หนฺท หิ อนาคามี ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรติ ฯ

๑ อํ. นวก. ๔๗

Royal Thai

ป. การประพฤติพรหมจรรย์มีในหมู่เทวดา หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มนุษย์ชาวชมพูทวีป

ย่อมครอบงำมนุษย์ชาวอุตตรกุรุทวีป และเทวดาชั้นดาวดึงส์ ด้วยฐานะ ๓ ประการ ๓ ประการ อะไรบ้าง กล้า ๑ มีสติ ๑ มีการประพฤติพรหมจรรย์ ณ ที่นี้ ๑ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น การประพฤติพรหมจรรย์ก็ไม่มีในหมู่เทวดาน่ะสิส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัส ณ เมืองสาวัตถีว่า มีการประพฤติพรหมจรรย์

ณ ที่นี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. การประพฤติพรหมจรรย์มี ณ เมืองสาวัตถีเท่านั้น การประพฤติพรหม

จรรย์ไม่มีในที่อื่น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์ อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อนจากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลบังเกิดขึ้นในที่ไหนป. ในหมู่เทวดานั้นแล

ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อนจากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดขึ้นในหมู่เทวดานั้นก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดาส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อนจากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการปลงภาระ ณ ที่ไหน ... มีการกำหนดรู้ทุกข์ ณ ที่ไหน ... มีการละกิเลส ณ ที่ไหน ... มีการกระทำให้แจ้งซึ่งนิโรธ ณ ที่ไหน ... มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรม ณ ที่ไหนป. ในหมู่เทวดานั้นแล

ส. หากว่าบุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อนจากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว มีการแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรมในหมู่เทวดานั้น ก็ต้องไม่กล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

ส. บุคคลผู้อนาคามี ละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องต่ำ ๕ ได้แล้ว

แต่ยังละสัญโญชน์อันเป็นไปในส่วนเบื้องบน ๕ ไม่ได้ เมื่อท่านเคลื่อนจากโลกนี้ บังเกิดในหมู่เทวดานั้นแล้ว ผลก็บังเกิดในหมู่เทวดานั้นการปลงภาระก็ในหมู่เทวดานั้น การกำหนดรู้ก็ในหมู่เทวดานั้น การละกิเลสก็ในหมู่เทวดานั้น การทำให้แจ้งซึ่งนิโรธก็ในหมู่เทวดานั้น การแทงตลอดซึ่งอกุปปธรรมก็ในหมู่เทวดานั้น ก็โดยอรรถเป็นไฉนเล่า ท่านจึงกล่าวว่า การประพฤติพรหมจรรย์ไม่มีในหมู่เทวดา

ป. ก็เพราะบุคคลผู้อนาคามีกระทำให้แจ้งซึ่งผล ในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคที่

ท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้นั่นแล

Pali (Siam Rath)

อนาคามี ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺโน ปุคฺคโล ตตฺถ ภาวิเตน มคฺเคน อิธ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามี ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี ปุคฺคโล อิธ ปรินิพฺพายิปุคฺคโล ตตฺถ ภาวิเตน มคฺเคน อิธ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺโน ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน อิธ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี ปุคฺคโล ตตฺถ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามี ปุคฺคโล อิธ ปรินิพฺพายิปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน อิธ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี ปุคฺคโล ตตฺถ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้โสดาบันทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว

ในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้เกิด

แล้วในโลก หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้มีสกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ กระทำให้แจ้ง

ซึ่งผลในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้โสดาบัน ทำให้แจ้งซึ่งผลในโลกนี้ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้ว

ในโลกนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้

เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้สกทาคามี เป็นบุคคลผู้จะปรินิพพานในโลกนี้ ทำให้แจ้งซึ่งผล

ในโลกนี้ ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อนาคามี ทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้

เกิดแล้วในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อิธ วิหายนิฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺส มคฺโค จ ภาวิยติ น จ กิเลสา ปหียนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส มคฺโค จ ภาวิยติ น จ กิเลสา ปหียนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อิธ วิหายนิฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺส มคฺโค จ ภาวิยติ น จ กิเลสา ปหียนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิผล- สจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส มคฺโค จ ภาวิยติ น จ กิเลสา ปหียนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิด และละกิเลสทั้งหลายอีกหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล จะไม่ยังมรรคให้เกิด

และละกิเลสทั้งหลายอีก หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีก

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ

กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล จะไม่ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายอีกหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปตฺติผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ มคฺโค จ ภาวิยติ กิเลสา จ ปหียนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อิธ วิหายนิฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ มคฺโค จ ภาวิยติ กิเลสา จ ปหียนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส ฯเปฯ อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺนสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ มคฺโค จ ภาวิยติ กิเลสา จ ปหียนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อิธ วิหายนิฏฺฐสฺส ปุคฺคลสฺส อปุพฺพํ อจริมํ มคฺโค จ ภาวิยติ กิเลสา จ ปหียนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่

หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ

กระทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อิธวิหายนิฏฐะ ยังมรรคให้เกิดและละกิเลสทั้งหลายไม่ก่อน

ไม่หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามี ปุคฺคโล กตกรณีโย ภาวิตภาวโน ตตฺถ อุปปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา อุปปชฺชตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหา อุปปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อรหโต ปุนพฺภโวติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตฺถิ อรหโต ปุนพฺภโวติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ภเวน ภวํ คจฺฉติ คติยา คตึ คจฺฉติ สํสาเรน สํสารํ คจฺฉติ อุปปตฺติยา อุปปตฺตึ คจฺฉตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อนาคามี มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว จึงผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ผลุดเกิดเป็นพระอรหันต์เลย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. พระอรหันต์มีภพใหม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ไปสู่ภพจากภพ ไปสู่คติจากคติ ไปสู่สงสารจากสงสาร ไป

สู่อุปบัติจากอุปบัติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามี ปุคฺคโล กตกรณีโย ภาวิตภาวโน อโนหฏภาโร ตตฺถ อุปปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ภาโรหรณาย ปุน มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้วแต่เป็นผู้มีภาระอันยังไม่ปลงลงแล้ว ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อนาคามี จะต้องยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อปลงภาระ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามี ปุคฺคโล กตกรณีโย ภาวิตภาวโน อปริญฺญาตทุกฺโข อปฺปหีนกิเลโส อสจฺฉิกตนิโรโธ อปฺปฏิวิทฺธากุปฺโป ตตฺถ อุปปชฺชตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อกุปฺปปฏิเวธาย ปุน มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้วแต่เป็นผู้มีทุกข์อันยังไม่กำหนดรู้ ... มีกิเลสอันยังไม่ได้ละ ... มีนิโรธอันยังไม่ได้กระทำให้แจ้ง ... มีอกุปปธรรมอันยังไม่ได้แทงตลอด ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้อนาคามี จะต้องยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อแทงตลอดอกุปปธรรม

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามี ปุคฺคโล กตกรณีโย ภาวิตภาวโน อโนหฏภาโร ตตฺถ อุปปชฺชติ น จ ภาโรหรณาย ปุน มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อโนหฏภาโร จ ตตฺถ ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อนาคามี ปุคฺคโล กตกรณีโย ภาวิตภาวโน อปริญฺญาตทุกฺโข อปฺปหีนกิเลโส อสจฺฉิกตนิโรโธ อปฺปฏิวิทฺธากุปฺโป ตตฺถ อุปปชฺชติ น จ อกุปฺปปฏิเวธาย ปุน มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อปฺปฏิวิทฺธากุปฺโป จ ตตฺถ ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ยถา มิโค สลฺเลน วิทฺโธ ทูรมฺปิ คนฺตฺวา กาลํ กโรติ เอวเมว อนาคามี ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ ผลํ สจฺฉิกโรตีติ ฯ ยถา มิโค สลฺเลน วิทฺโธ ทูรมฺปิ คนฺตฺวา สสลฺโลว กาลํ กโรติ เอวเมว อนาคามี ปุคฺคโล อิธ ภาวิเตน มคฺเคน ตตฺถ สสลฺโลว ปรินิพฺพายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

พฺรหฺมจริยกถา ฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้วแต่เป็นผู้มีภาระอันยังไม่ปลงแล้ว ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น จะไม่ยังมรรคให้เกิดอีกเพื่อปลงภาระ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นผู้มีภาระอันไม่ปลงลงแล้ว ปรินิพพานในหมู่เทวดานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้อนาคามี เป็นผู้มีกรณียะอันกระทำแล้ว มีภาวนาอันอบรมแล้ว

แต่เป็นผู้มีทุกข์อันยังไม่ได้กำหนดรู้ ... มีกิเลสอันยังไม่ได้ละ ... มีนิโรธอันยังไม่ได้กระทำให้แจ้ง ... มีอกุปปธรรมอันยังไม่ได้แทงตลอด ผลุดเกิดในหมู่เทวดานั้น จะไม่ยังมรรคให้เกิดอีก เพื่อแทงตลอดอกุปปธรรมหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นผู้มีอกุปปธรรมอันไม่แทงตลอดแล้ว ปรินิพพานในหมู่เทวดานั้น

หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. เนื้อที่ถูกยิงด้วยลูกศร แม้ไปได้ไกล ก็ต้องตายฉันใด บุคคลผู้อนาคามี

ก็จะกระทำให้แจ้งซึ่งผลในหมู่เทวดานั้นด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ ฉันนั้น

ส. เนื้อที่ถูกยิงด้วยลูกศร แม้ไปได้ไกล ก็มีลูกศรติดอยู่ ตายฉันใด บุคคล

ผู้อนาคามี ก็มีลูกศรติดอยู่ ปรินิพพานในหมู่เทวดานั้น ด้วยมรรคอันท่านให้เกิดแล้วในโลกนี้ฉันนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

พรหมจริยกถา จบ.

โอธิโสกถา

โอธิโสกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค โอธิโสกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติผล- สจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทุกฺขทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ โสตาปนฺโน เอกเทสํ น โสตาปนฺโน เอกเทสํ โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ สตฺตกฺขตฺตตปรโม โกลํโกโล เอกวีชี พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต ธมฺเม ฯเปฯ สงฺเฆ ฯเปฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ น สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมุทยทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ สกฺกายทิฏฺฐึ ชหติ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ

เอกเทสํ โสตาปนฺโน เอกเทสํ น โสตาปนฺโน ฯเปฯ เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ น สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ วิจิกิจฺฉํ ชหติ สีลพฺพตปรามาสํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ โสตาปนฺโน เอกเทสํ น โสตาปนฺโน ฯเปฯ เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ น สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มคฺคทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ สีลพฺพตปรามาสํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ โสตาปนฺโน เอกเทสํ น โสตาปนฺโน เอกเทสํ โสตาปตฺติผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ สตฺตกฺขตฺตตปรโม โกลํโกโล เอกวีชี พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต ธมฺเม ฯเปฯ สงฺเฆ ฯเปฯ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต เอกเทสํ อริยกนฺเตหิ สีเลหิ น สมนฺนาคโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นทุกข์ป. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส และบรรดากิเลสพวกเดียว

กันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระโสดาบันแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระโสดาบัน

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ ... ซึ่งโสดาปัตติผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งโสดาปัตติผล ส่วนหนึ่งเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ... ผู้โกลังโกละ ... ผู้เอกพีชี ... ประกอบด้วยความเสื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ฯลฯ ในพระธรรม ฯลฯ ในพระสงฆ์ ... ประกอบด้วยอริยกันตศีล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ประกอบด้วยอริยกันตศีล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ละอะไรได้ด้วยการเห็น

สมุทัย

ป. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส และบรรดากิเลสพวกเดียว

กันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระโสดาบันแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง ไม่เป็นพระโสดาบัน

ฯลฯ ส่วนหนึ่งประกอบด้วยอริยกันตศีล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ประกอบด้วยอริยกันตศีล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ละอะไรได้ด้วยการเห็น

นิโรธ

ป. ละวิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส และบรรดากิเลสพวกเดียวกันส่วนหนึ่งได้ส. บุคคลเป็นพระโสดาบันแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระโสดาบัน

ฯลฯ ส่วนหนึ่งประกอบด้วยอริยกันตศีล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ประกอบด้วยอริยกันตศีล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นมรรคป. ละสีลัพพตปรามาส และบรรดากิเลสพวกเดียวกันได้

ส. บุคคลเป็นโสดาบันแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นโสดาบัน ส่วน

หนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ... ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งโสดาปัตติผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งโสดาปัตติผล ส่วนหนึ่งเป็นพระโสดาบันผู้สัตตขัตตุปรมะ ... ผู้โกลังโกละ ... ผู้เอกพีชีประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ฯลฯ ประกอบด้วยอริยกันตศีลแต่อีกส่วนหนึ่งไม่ประกอบด้วยอริยกันตศีลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทุกฺขทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ โอฬาริกํ กามราคํ ชหติ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ สกทาคามี เอกเทสํ น สกทาคามี เอกเทสํ สกทาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมุทยทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ โอฬาริกํ กามราคํ ชหติ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ สกทาคามี เอกเทสํ น สกทาคามี เอกเทสํ สกทาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ

โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหติ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ สกทาคามี เอกเทสํ น สกทาคามี เอกเทสํ สกทาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มคฺคทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหติ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ สกทาคามี เอกเทสํ น สกทาคามี เอกเทสํ สกทาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นทุกข์ป. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ และบรรดากิเลสพวกเดียว

กันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระสกทาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระสกทาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อกระทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็น

สมุทัย

ป. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ และบรรดากิเลสพวกเดียว

กันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระสกทาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระสกทาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผลหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็น

นิโรธ

ป. ละพยาบาทอย่างหยาบ และบรรดากิเลสพวกเดียวกันส่วนหนึ่งได้ส. บุคคลเป็นพระสกทาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระสกทาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นมรรคป. ละพยาบาทอย่างหยาบ และบรรดากิเลสพวกเดียวกันได้

ส. บุคคลเป็นพระสกทาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระสกทาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งสกทาคามิผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายซึ่งสกทาคามิผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทุกฺขทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ อณุสหคตํ กามราคํ ชหติ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อนาคามี เอกเทสํ น อนาคามี เอกเทสํ อนาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ อนฺตรา ปรินิพฺพายี อุปหจฺจ ปรินิพฺพายี อสงฺขารปรินิพฺพายี สสงฺขารปรินิพฺพายี อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี เอกเทสํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมุทยทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ อณุสหคตํ กามราคํ ชหติ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อนาคามี เอกเทสํ น อนาคามี ฯเปฯ เอกเทสํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี เอกเทสํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ฯ

น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ชหติ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อนาคามี เอกเทสํ น อนาคามี ฯเปฯ เอกเทสํ อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี เอกเทสํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มคฺคทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อนาคามี เอกเทสํ น อนาคามี เอกเทสํ อนาคามิผลปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ อนฺตราปรินิพฺพายี อุปหจฺจ ปรินิพฺพายี อสงฺขารปรินิพฺพายี สสงฺขารปรินิพฺพายี อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามี เอกเทสํ น อุทฺธํโสโต อกนิฏฺฐคามีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นทุกข์ป. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด และบรรดากิเลสพวก

เดียวกันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระอนาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ...

ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี ... ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ... ผู้อสังขารปรินิพพายี ... ผู้สสังขารปรินิพพายี ... ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นสมุทัยป. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด และกิเลสพวกเดียว

กันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระอนาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามี

ฯลฯ ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นนิโรธป. ละพยาบาทอย่างละเอียด และบรรดากิเลสพวกเดียวกันส่วนหนึ่งได้ส. บุคคลเป็นพระอนาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามี

ฯลฯ ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี แต่อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นมรรคป. ละบรรดากิเลสพวกเดียวกันได้

ส. บุคคลเป็นพระอนาคามีแต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามี

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ... ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอนาคามิผล ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี ... ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ... ผู้อสังขารปรินิพพายี ... ผู้สสังขารปรินิพพายี ... ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี แต่อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

Pali (Siam Rath)

อรหตฺตสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล ทุกฺขทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ รูปราคํ อรูปราคํ มานํ อุทฺธจฺจํ อวิชฺชํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อรหา เอกเทสํ น อรหา เอกเทสํ อรหตฺตปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริโข อพฺพุฬฺเหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต สุวิชิตวิชโย ทุกฺขนฺตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน นิโรโธ สจฺฉิกโต มคฺโค ภาวิโต อภิญฺเญยฺยํ

อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ น สจฺฉิกตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมุทยทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ รูปราคํ อรูปราคํ ชหติ มานํ อุทฺธจฺจํ อวิชฺชํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อรหา เอกเทสํ น อรหา ฯเปฯ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ น สจฺฉิกตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิโรธทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ มานํ ชหติ อุทฺธจฺจํ อวิชฺชํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส เอกเทเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อรหา เอกเทสํ น อรหา ฯเปฯ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ น สจฺฉิกตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มคฺคทสฺสเนน กึ ชหตีติ ฯ

อุทฺธจฺจํ อวิชฺชํ ตเทกฏฺเฐ จ กิเลเส ชหตีติ ฯ เอกเทสํ อรหา เอกเทสํ น อรหา เอกเทสํ อรหตฺตปฺปตฺโต ปฏิลทฺโธ อธิคโต สจฺฉิกโต อุปสมฺปชฺช วิหรติ กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ น กาเยน ผุสิตฺวา วิหรติ เอกเทสํ วีตราโค วีตโทโส วีตโมโห กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสญฺโญชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต อุกฺขิตฺตปลิโฆ สงฺกิณฺณปริโข อพฺพุฬฺเหสิโก นิรคฺคโฬ อริโย ปนฺนทฺธโช ปนฺนภาโร วิสญฺญุตฺโต สุวิชิตวิชโย ทุกฺขํ ตสฺส ปริญฺญาตํ สมุทโย ปหีโน นิโรโธ สจฺฉิกโต มคฺโค ภาวิโต อภิญฺเญยฺยํ อภิญฺญาตํ ปริญฺเญยฺยํ ปริญฺญาตํ ปหาตพฺพํ ปหีนํ ภาเวตพฺพํ ภาวิตํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ สจฺฉิกตํ เอกเทสํ สจฺฉิกาตพฺพํ น สจฺฉิกตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นทุกข์ป. ละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา และบรรดากิเลสพวก

เดียวกันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระอรหันต์แต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอรหันต์

ส่วนหนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ... ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอรหัตผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งอรหัตผล ส่วนหนึ่งเป็นผู้ปราศจากราคะโทสะโมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้ว เพราะรู้ชอบ มีลิ่มอันยกขึ้นแล้ว มีคูอันกลบแล้ว มีเสาระเนียดอันถอยขึ้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก เป็นอริยะ ลดธง (คือมานะ) แล้ว มีภาระอันวางแล้ว หมดเครื่องผูกพันแล้วมีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว ยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้ว กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้วละธรรมที่ควรละแล้ว บำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้ว ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ส่วนหนึ่งทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นสมุทัยป. ละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ อวิชชา และบรรดากิเลสพวก

เดียวกันส่วนหนึ่งได้

ส. บุคคลเป็นพระอรหันต์แต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอรหันต์ ฯลฯ

ส่วนหนึ่งทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นนิโรธป. ละมานะ อุทธัจจะ อวิชชา และบรรดากิเลสพวกเดียวกันส่วนหนึ่งได้ส. บุคคลเป็นพระอรหันต์แต่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอรหันต์ ฯลฯ

ส่วนหนึ่งทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ละอะไรได้ด้วยการเห็นมรรคป. ละอุทธัจจะ อวิชชา และบรรดากิเลสพวกเดียวกันได้ส. บุคคลเป็นพระอรหันต์ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอรหันต์ ส่วน

หนึ่งบรรลุ ... ได้เฉพาะ ... ถึงทับ ... ทำให้แจ้ง ... เข้าถึงอยู่ ... ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอรหัตผล แต่อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องด้วยกายอยู่ซึ่งอรหัตผล ส่วนหนึ่งเป็นผู้ปราศจากราคะโทสะโมหะแล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้วปลงภาระแล้ว บรรลุประโยชน์ตนแล้ว มีเครื่องผูกไว้ในภพสิ้นไปรอบแล้ว พ้นวิเศษแล้ว เพราะรู้ชอบ มีลิ่มอันยกขึ้นแล้ว มีคูอันกลบแล้วมีเสาระเนียดอันถอนขึ้นแล้ว เป็นผู้ไม่มีลิ่มสลัก เป็นอริยะ ลดธง(คือมานะ) แล้ว วางภาระแล้ว หมดเครื่องผูกพันแล้ว มีชัยชนะอย่างดีวิเศษแล้ว ท่านกำหนดรู้ทุกข์แล้ว ละสมุทัยแล้ว ทำนิโรธให้แจ้งแล้ว ยังมรรคให้เกิดแล้ว รู้ยิ่งซึ่งธรรมที่ควรรู้ยิ่งแล้ว กำหนดรู้ธรรมที่ควรกำหนดรู้แล้ว ละธรรมที่ควรละแล้ว บำเพ็ญธรรมที่ควรบำเพ็ญแล้วทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว ส่วนหนึ่ง ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งแล้ว แต่อีกส่วนหนึ่งยังไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

อนุปุพฺเพน เมธาวี โถกํ โถกํ ขเณ ขเณ

กมฺมาโร รชตสฺเสว นิทฺธเม มลมตฺตโนติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ

๑ ขุ. ขุ. ๓๙ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่าบุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ผู้มีปัญญาพึงกำจัดมลทินของตนทีละ

น้อยๆ ทุกคณะโดยลำดับ เหมือนช่างทองกำจัดมลทินทองฉะนั้น

ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็ละกิเลสได้เป็นส่วนๆ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ๕ วุตฺตํ ภควตา

สหาวสฺส ทสฺสนสมฺปทาย

ตยสฺสุ ธมฺมา ชหิตา ภวนฺติ

สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉิตญฺจ

สีลพฺพตํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจิ

จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต

ฉจาภิฐานานิ อภพฺโพ กาตุนฺติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า พร้อมกับการถึงพร้อมด้วยทัสสนะของท่าน

(พระโสดาบัน) ท่านละธรรม ๓ อย่างได้ คือสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉาและสีลัพพตปรามาส ที่ยังมีอยู่แม้หน่อยหนึ่งท่านก็พ้นจากอบายภูมิ ๔เป็นผู้ไม่ควรเพื่อจะทำอภิฐานหก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าว บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยสฺมึ ภิกฺขเว สมเย อริยสาวกสฺส วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ ยงฺกิญฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ สห ทสฺสนุปฺปาทา ภิกฺขเว อริยสาวกสฺส ตีณิ สญฺโญชนานิ ปหียนฺติ สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา สีลพฺพตปรามาโสติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ โอธิโสธิโส กิเลเส ชหตีติ ฯ

โอธิโสกถา ฯ

๑ ขุ. ขุ. ๖ ฯ

Royal Thai

ส. บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยใด ธรรมจักษุ

ปราศจากผงฝ้าเกิดขึ้นแล้ว แก่อริยสาวกว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีอันเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีอันดับไปเป็นธรรมดา ดูกรภิกษุทั้งหลาย พร้อมกับการเกิดขึ้นแห่งทัสสนะนั้น อริยสาวกละสัญโญชน์ ๓ ประการได้ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพต

ปรามาส ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลละกิเลสได้เป็นส่วนๆ น่ะสิ

โอธิโสกถา จบ.

ชหติกถา

ชหติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค ชหติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ อปฺปฏิสนฺธิยํ ชหติ สมูลํ ชหติ สตณฺหํ ชหติ สานุสยํ ชหติ อริเยน ญาเณน ชหติ อริเยน มคฺเคน ชหติ อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ชหติ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ละได้ไม่มีเยื่อใย ละได้กับทั้งราก

ละได้กับทั้งตัณหา ละได้กับทั้งอนุสัย ละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะละได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะ แทงตลอดอกุปปธรรมละได้ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ อปฺปฏิสนฺธิยํ วิกฺขมฺเภติ สมูลํ วิกฺขมฺเภติ สตณฺหํ วิกฺขมฺเภติ สานุสยํ วิกฺขมฺเภติ อริเยน ญาเณน วิกฺขมฺเภติ อริเยน มคฺเคน วิกฺขมฺเภติ อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนข่มกามราคะ และพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ข่มได้ไม่มีเยื่อใย ข่มได้กับทั้งราก

ข่มได้กับทั้งตัณหา ข่มได้กับทั้งอนุสัย ข่มได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะข่มได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะแทงตลอดอกุปปธรรมข่มได้ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ ชหติ อนวเสสํ ชหติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ และบุคคลนั้นละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนละกามราคะ และพยาบาทได้ และเขาละได้หมดสิ้น ละได้ไม่มี

ส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกามราคะพยาบาทได้ และบุคคลนั้นข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มีส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ และเขาข่มได้หมดสิ้น ข่มได้ไม่มี

ส่วนเหลือ ฯลฯ ทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ ชหติ น อนวเสสํ ชหติ น อปฺปฏิสนฺธิยํ ชหติ น สมูลํ ชหติ น สตณฺหํ ชหติ น สานุสยํ ชหติ น อริเยน ญาเณน ชหติ น อริเยน มคฺเคน ชหติ น อกุปฺปํ ปฏิวิชฺฌนฺโต ชหติ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ ชหติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะละได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะละได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ จะละได้ไม่มีเยื่อใยก็หามิได้ จะละได้กับทั้งรากก็หามิได้ จะละได้กับทั้งตัณหาก็มิได้ จะละได้กับทั้งอนุสัยก็หามิได้จะละได้ด้วยญาณอันเป็นอริยะก็หามิได้ จะละได้ด้วยมรรคอันเป็นอริยะก็หามิได้ จะแทงตลอดอกุปปธรรมละได้ก็หามิได้ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้

แต่บุคคลนั้นจะละได้ทั้งหมดก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลละได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

วิกฺขมฺเภติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ น อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิกฺขมฺเภติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล กามราคพฺยาปาทํ โส จ น อจฺจนฺตํ วิกฺขมฺเภติ น อนวเสสํ วิกฺขมฺเภติ ฯเปฯ น อนาคามิผลํ สจฺฉิกโรนฺโต วิกฺขมฺเภตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนข่มกามราคะและพยาบาทได้ แต่เขาจะข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้งอนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ข่มกามราคะและพยาบาทได้

แต่บุคคลนั้นจะข่มได้หมดสิ้นก็หามิได้ จะข่มได้ไม่มีส่วนเหลือก็หามิได้ ฯลฯ จะทำให้แจ้ง อนาคามิผลข่มได้ก็หามิได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ กตเมน มคฺเคนาติ รูปาวจเรน มคฺเคนาติ ฯ รูปาวจโร มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย อคนฺถนิโย อโนฆนิโย อโยคนิโย อนีวรณิโย อปรามฏฺโฐ อนุปาทานิโย อสงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ รูปาวจโร มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปาวจโร มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโก โน วต เร วตฺตพฺเพ ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ด้วยมรรคไหน

ป. ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร

ส. มรรคส่วนรูปาวจรเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึง

ความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึง

ความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพานเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า มรรคส่วนรูปาวจร ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรม

ให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ก็ต้องไม่กล่าวว่า ปุถุชน ละกามราคะ และพยาบาทได้ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร

Pali (Siam Rath)

ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิมคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย ฯเปฯ อสงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค นิยฺยานิโก ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสโว อสญฺโญชนิโย ฯเปฯ อสงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยอนาคามิมรรค และมรรคนั้นเป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรคส่วนรูปาวจร และมรรคนั้น

เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้นไป ให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ

ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ชหติ ปุถุชฺชโน รูปาวจเรน มคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ชหติ อนาคามิผลสจฺฉิกิริยาย ปฏิปนฺโน ปุคฺคโล อนาคามิมคฺเคน กามราคพฺยาปาทํ โส จ มคฺโค อนิยฺยานิโก น ขยคามี น โพธคามี น อปจยคามี สาสโว สญฺโญชนิโย ฯเปฯ สงฺกิเลสิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ด้วยมรรค ส่วนรูปาวจรและมรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะเป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งอนาคามิผล ละกามราคะและพยาบาทได้ด้วย

อนาคามิมรรค แต่มรรคนั้นไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหตฺเต สณฺฐาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ดำรงอยู่ในอรหัตตผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตโย มคฺเค ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตโย มคฺเค ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตีณิ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อปุพฺพํ อจริมํ ตีณิ สามญฺญผลานิ สจฺฉิกโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ผสฺสานํ ติสฺสนฺนํ เวทนานํ ติสฺสนฺนํ สญฺญานํ ติสฺสนฺนํ เจตนานํ ติณฺณํ จิตฺตานํ ติสฺสนฺนํ สทฺธานํ ติณฺณํ วีริยานํ ติสฺสนฺนํ สตีนํ ติณฺณํ สมาธีนํ ติสฺสนฺนํ ปญฺญานํ สโมธานํ โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ยังมรรคทั้งสามให้เกิดได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ทำให้แจ้งสามัญญผลทั้งสามได้ ไม่ก่อนไม่หลัง หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เป็นการประชุมแห่งผัสสะสาม แห่งเวทนาสาม แห่งสัญญาสาม แห่ง

เจตนาสาม แห่งจิตสาม แห่งศรัทธาสาม แห่งวิริยะสาม แห่งสติสามแห่งสมาธิสาม แห่งปัญญาสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปตฺติมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิมคฺเคนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ กตเมน มคฺเคนาติ ฯ อนาคามิมคฺเคนาติ ฯ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานา โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานา โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ชหตีติ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวา สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวา สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคามิมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ด้วยสกทาคามิมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. ด้วยมรรคไหน

ป. ด้วยอนาคามิมรรค

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสโสดาปัตติผล เพราะละสัญโญชน์สาม มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสโสดาปัตติผล เพราะละสัญโญชน์สาม ก็

ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอนาคามิมรรค ฯลฯ

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ได้ด้วยอนาคามิมรรค

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ได้ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสสกทาคามิผล เพราะความเบาบางแห่งกามราคะและ

พยาบาท มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสสกทาคามิผล เพราะความเบาบางแห่งกาม

ราคะและพยาบาท ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอนาคามิมรรค

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชโน กาเมสุ วีตราโค สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เย เกจิ ธมฺมํ อภิสเมนฺติ สพฺเพ เต สห ธมฺมาภิสมยา อนาคามิผเล สณฺฐหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนเป็นผู้ปราศจากความกำหนัดในกามทั้งหลาย ดำรงอยู่ในอนาคามิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใดบรรลุธรรมได้ ชนเหล่านั้นทั้งหมดดำรงอยู่ในอนาคา

มิผลพร้อมกับการบรรลุธรรม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา

อเหสุนฺเต อตีตํเส ฉ สตฺถาโร ยสสฺสิโน

นิรามคนฺธา กรุเณ วิมุตฺตา กามสญฺโญชนา

กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปคา อหุ

อเหสุํ สาวกา เตสํ อเนกานิ สตานิปิ

นิรามคนฺธา กรุเณ วิมุตฺตา กามสญฺโญชนา

กามราคํ วิราเชตฺวา พฺรหฺมโลกูปคา อหูติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

๑ อํ. ฉกฺก. ๘๙ ตตฺถ ปน อภิเสกา อตีตํเสติ ปาโฐ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ในกาลส่วนอดีต ได้มีศาสดาทั้งหกเป็นผู้

มียศ หมดความฉุนโกรธ แจ่มใสเพราะกรุณา พ้นจากความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว เข้าถึงพรหมโลก แม้สาวกของศาสดาเหล่านั้น อันมีจำนวนหลายร้อยก็เป็นผู้หมดความฉุนโกรธแจ่มใสเพราะกรุณา พ้นจากความเกี่ยวข้องในกาม คลายกามราคะแล้ว เข้าถึงพรหมโลก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ปุถุชนก็ละกามราคะและพยาบาทได้น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา โส หิ นาม ภิกฺขเว สุเนตฺโต สตฺถา เอวํทีฆายุโก สมาโน เอวํจิรฏฺฐิติโก อปริมุตฺโต อโหสิ ชาติยา ชรามรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ อปริมุตฺโต ทุกฺขสฺมาติ วทามิ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ จตุนฺนํ ธมฺมานํ อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา ฯ กตเมสํ จตุนฺนํ ฯ อริยสฺส สีลสฺส อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา อริยสฺส สมาธิสฺส อริยาย ปญฺญาย อริยาย วิมุตฺติยา อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา ตยิทํ ภิกฺขเว อริยํ สีลํ อนุพุทฺธํ ปฏิวิทฺธํ อริโย สมาธิ อนุพุทฺโธ ปฏิวิทฺโธ อริยา ปญฺญา อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา อริยา วิมุตฺติ อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา อุจฺฉินฺนา ภวตณฺหา ขีณา ภวเนตฺติ นตฺถิทานิ ปุนพฺภโวติ

สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ วิมุตฺติ จ อนุตฺตรา

อนุพุทฺธา อิเม ธมฺมา โคตเมน ยสสฺสินา

อิติ พุทฺโธ อภิญฺญาย ธมฺมมกฺขาสิ ภิกฺขุนํ

ทุกฺขสฺสนฺตกโร สตฺถา จกฺขุมา ปรินิพฺพุโตติ ๑

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ ชหติ ปุถุชฺชโน กามราคพฺยาปาทนฺติ ฯ

ชหติกถา ฯ

๑ อํ. สตฺตก. ๑๐๖ ฯ

Royal Thai

ส. ปุถุชนละกามราคะและพยาบาทได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศาสดาชื่อสุเนตตะนั้น

แล เป็นผู้มีอายุยืนอย่างนี้ ทรงชีพอยู่นานอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้หลุดพ้นจาก ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัสอุปายาส เรากล่าวว่า เป็นผู้ไม่พ้นจากทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร? ก็เพราะไม่รู้ตาม ไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมทั้งสี่ ธรรมทั้งสี่เป็นไฉน? เพราะไม่รู้ตาม ไม่แทงตลอด ซึ่งศีลอันเป็นอริยะ ซึ่งสมาธิอันเป็นอริยะ ซึ่งปัญญาอันเป็นอริยะ ซึ่งวิมุติอันเป็นอริยะดูกรภิกษุทั้งหลาย ศีลอันเป็นอริยะ สมาธิอันเป็นอริยะ ปัญญาอันเป็นอริยะ วิมุตติอันเป็นอริยะ นี้ อันเรารู้ตามแล้ว แทงตลอดแล้วเราจึงถอนตัณหาในภพเสียได้แล้ว ตัณหาอันจะนำไปสู่ภพสิ้นไปแล้วบัดนี้ภพใหม่ไม่มี ดังนี้ (พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไวยากรณพจน์นี้ครั้นแล้วจึงได้ตรัสคำอันท่านประพันธ์เป็นคาถาในภายหลัง ความว่าดังนี้)ธรรมเหล่านี้ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ เป็นธรรมอันยอดเยี่ยมอันพระโคดมผู้มียศทรงตามรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงรู้ยิ่งด้วยประการฉะนี้แล้ว ได้ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย เป็นศาสดาผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ ผู้มีจักษุ ปรินิพพานแล้ว ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ปุถุชนและกามราคะ และพยาบาทได้น่ะสิ

ชหติกถา จบ.

สพฺพมตฺถีติกถา

สัพพมัตถีติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค สัพพมัตถีติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพตฺถ สพฺพมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพทา สพฺพมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพน สพฺพมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพสุ สพฺพมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อโยคนฺติ กตฺวา สพฺพมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ยมฺปิ นตฺถิ ตมฺปิ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ สพฺพมตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพมตฺถีติ ยา ทิฏฺฐิ สา ทิฏฺฐิ มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ยา ทิฏฺฐิ สา ทิฏฺฐิ สมฺมาทิฏฺฐีติ เหวมตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ในสรีระทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ในกาลทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่โดยอาการทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ในธรรมทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งทั้งปวง ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า ไม่ประกอบ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. แม้สิ่งที่ไม่มี ก็ชื่อว่ามีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

ส. สิ่งทั้งปวงมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ความเห็นอย่างนี้เรา ทิฏฐิที่ว่าสิ่งทั้งปวงมีอยู่ดังนี้ เป็นมิจฉาทิฏฐิ และ

ว่าทิฏฐิดังว่านี้ เป็นสัมมาทิฏฐิ ดังนี้ ก็มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว สาบสูญไป

แล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว สาบสูญ

ไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า อดีตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิด

ขึ้น ยังไม่ปรากฏ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยัง

ไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ ก็ต้องไม่กล่าวว่า อนาคตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อนิรุทฺธํ อวิคตํ อวิปริณตํ น อตฺถงฺคตํ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อนิรุทฺธํ อวิคตํ อวิปริณตํ น อตฺถงฺคตํ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันยังไม่ดับไป ยังไม่ปราศไป ยังไม่แปรไป ยังไม่อัสดงคต ยังไม่สาบสูญไป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตมีอยู่ อดีตยังไม่ดับ ยังไม่ปราศไป ยังไม่แปรไป ยังไม่อัสดงคต

ยังไม่สาบสูญไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ ชาตํ ภูตํ สญฺชาตํ นิพฺพตฺตํ อภินิพฺพตฺตํ ปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถิ อนาคตํ ชาตํ ภูตํ สญฺชาตํ นิพฺพตฺตํ อภินิพฺพตฺตํ ปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้วบังเกิดขึ้นแล้ว ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว

บังเกิดขึ้นแล้ว ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถิ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ อดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้วสาบสูญไปแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคต

แล้ว สาบสูญไปแล้ว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถิ อนาคตํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิดยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่

บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตํ รูปํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ รูปํ นิรุทฺธํ ฯเปฯ อพฺภตฺถงฺคตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว สาบสูญ

ไปแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า รูปอดีตดับแล้ว ฯลฯ สาบสูญไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูป

อดีตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตํ รูปํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตํ รูปํ อชาตํ ฯเปฯ อปาตุภูตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. รูปอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิดขึ้น ยัง

ไม่ปรากฏ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า รูปอนาคตยังไม่เกิด ฯลฯ ยังไม่ปรากฏ ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูป

อนาคตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อนิรุทฺธํ๔ อวิคตํ อวิปริณตํ น อตฺถงฺคตํ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อนิรุทฺธํ อวิคตํ อวิปริณตํ น อตฺถงฺคตํ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ

Royal Thai

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันยังไม่ดับไป ยังไม่ปราศไป ยังไม่แปรไปยังไม่อัสดงคต ยังไม่สาบสูญไป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตยังไม่ดับไป ยังไม่ปราศไป ยังไม่แปรไป ยังไม่

อัสดงคต ยังไม่สาบสูญไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ชาตํ ภูตํ สญฺชาตํ นิพฺพตฺตํ อภินิพฺพตฺตํ ปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถิ อนาคตํ รูปํ ชาตํ ภูตํ สญฺชาตํ นิพฺพตฺตํ อภินิพฺพตฺตํ ปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ

Royal Thai

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิดแล้ว บังเกิดขึ้นแล้ว ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตเกิดแล้ว เป็นแล้ว เกิดพร้อมแล้ว บังเกิด

แล้ว บังเกิดขึ้นแล้ว ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว สาบสูญไปแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว

อัสดงคตแล้ว สาบสูญไปแล้ว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ รูปํ อตฺถิ อนาคตํ รูปํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยัง

ไม่บังเกิด ยังไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา เวทนา อตฺถิ ฯเปฯ สญฺญา อตฺถิ สงฺขารา อตฺถิ ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตํ วิญฺญาณํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อตฺถงฺคตํ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ วิญฺญาณํ นิรุทฺธํ ฯเปฯ อพฺภตฺถงฺคตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. เวทนาอดีตมีอยู่หรือ ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีตดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว อัสดงคตแล้ว

สาบสูญไปแล้ว มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าวิญญาณอดีตดับไปแล้ว ฯลฯ สาบสูญไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า

วิญญาณอดีตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตํ วิญฺญาณํ อชาตํ อภูตํ อสญฺชาตํ อนิพฺพตฺตํ อนภินิพฺพตฺตํ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตํ วิญฺญาณํ อชาตํ ฯเปฯ อปาตุภูตํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอนาคตยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ยังไม่เกิดพร้อม ยังไม่บังเกิด ยัง

ไม่บังเกิดขึ้น ยังไม่ปรากฏ มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าวิญญาณอนาคตยังไม่เกิด ฯลฯ ยังไม่ปรากฏ ก็ต้องไม่กล่าวว่า

วิญญาณอนาคตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อนิรุทฺธํ ฯเปฯ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อนิรุทฺธํ ฯเปฯ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันยังไม่ดับ ฯลฯ ยังไม่สาบสูญไปหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตยังไม่ดับไป ฯลฯ ยังไม่สาบสูญไป

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ชาตํ ภูตํ ฯเปฯ ปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อนาคตํ วิญฺญาณํ ชาตํ ฯเปฯ ปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันเกิดแล้ว เป็นแล้ว ฯลฯ

ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตเกิดแล้ว ฯลฯ ปรากฏแล้ว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ นิรุทฺธํ ฯเปฯ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นิรุทฺธํ ฯเปฯ อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตดับไปแล้ว ฯลฯ สาบสูญไปแล้ว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันดับไปแล้ว ฯลฯ สาบสูญไปแล้ว

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อนาคตํ วิญฺญาณํ อชาตํ ฯเปฯ อปาตุภูตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อชาตํ อภูตํ ฯเปฯ อปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตยังไม่เกิด ฯลฯ ยังไม่ปรากฏหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันยังไม่เกิด ยังไม่เป็น ฯลฯ ยังไม่

ปรากฏ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา รูปนฺติ วา รูปนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อปฺปิยํ กริตฺวา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นิรุชฺฌมานํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปภาวํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บัญญัติว่าปัจจุบันหรือว่ารูปก็ดี ว่ารูปหรือว่าปัจจุบันก็ดี รวมเพ่งถึงรูปปัจจุบัน บัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกันเท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปปัจจุบันเมื่อดับไป ย่อมละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ย่อมละความเป็นรูป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา รูปนฺติ วา รูปนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ วา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อปฺปิยํ กริตฺวา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นิรุชฺฌมานํ รูปภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โอทาตนฺติ วา วตฺถนฺติ วา วตฺถนฺติ วา โอทาตนฺติ วา โอทาตํ วตฺถํ อปฺปิยํ กริตฺวา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ อามนฺตา ฯ โอทาตํ วตฺถํ รชฺชมานํ โอทาตภาวํ ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ วตฺถภาวํ ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ โอทาตนฺติ วา วตฺถนฺติ วา วตฺถนฺติ วา โอทาตนฺติ วา โอทาตํ วตฺถํ อปฺปิยํ กริตฺวา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ อามนฺตา ฯ โอทาตํ วตฺถํ รชฺชมานํ วตฺถภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โอทาตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. บัญญัติว่าปัจจุบันหรือว่ารูปก็ดี ว่ารูปหรือว่าปัจจุบันก็ดี รวมเพ่งถึงรูปปัจจุบัน บัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกันเท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปปัจจุบันเมื่อดับไป ย่อมไม่ละความเป็นรูป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบันหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บัญญัติว่าขาวหรือว่าผ้าก็ดี ว่าผ้าหรือว่าขาวก็ดี รวมเพ่งถึงผ้าขาว บัญญัติ

ทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากันเหมือนกัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผ้าขาว เมื่อถูกย้อม ย่อมละความเป็นผ้าขาว หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ย่อมละความเป็นผ้า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บัญญัติว่าขาวหรือว่าผ้าก็ดี ว่าผ้าหรือว่าขาวก็ดี รวมเพ่งถึงผ้าขาว บัญญัติ

ทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากันเหมือนกัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผ้าขาวเมื่อถูกย้อม ย่อมไม่ละความเป็นผ้า หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ย่อมไม่ละความเป็นผ้าขาว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

รูปํ รูปภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ รูปํ รูปภาวํ ชหตีติ ฯ รูปํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ รูปํ อนิจฺจํ อธุวํ อสฺสสตํ วิปริณามธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ รูปํ รูปภาวํ น ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. รูปย่อมไม่ละความเป็นรูป หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เพราะรูปย่อมละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คง

ทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า รูปไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา ก็ต้อง

ไม่กล่าวว่า รูปย่อมไม่ละความเป็นรูป

Pali (Siam Rath)

นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหตีติ ฯ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ รูปภาวํ น ชหตีติ ฯ รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะนิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึงชื่อว่า เที่ยงยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันไปเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะรูปย่อมไม่ละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่า เที่ยง ยั่งยืน คงทน

มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

รูปํ รูปภาวํ น ชหตีติ ฯ รูปํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหตีติ ฯ นิพฺพานํ อนิจฺจํ อธุวํ อสฺสสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะรูปย่อมไม่ละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะนิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึงชื่อว่า

ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถิ อนาคตํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถิ อนาคตํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตีตํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อดีตไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา

ก็ต้องไม่กล่าวว่า อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต

Pali (Siam Rath)

นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหตีติ ฯ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อตีตํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะนิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึงชื่อว่า เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะอดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต ฉะนั้น อดีตจึงชื่อว่า

เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถิ อตีตํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อตีตํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหตีติ ฯ นิพฺพานํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะอดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต ฉะนั้น อดีตจึงชื่อว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะนิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึง

ชื่อว่า ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดาหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถิ อนาคตํ รูปํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ รูปํ อตฺถิ อนาคตํ รูปํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตีตํ รูปํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ รูปํ อนิจฺจํ ฯเปฯ วิปริณามธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีต เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา มิใช่

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า รูปอดีต ไม่เที่ยง ฯลฯ มีอันแปรผันเป็นธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าว

ว่า รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต

Pali (Siam Rath)

นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหติ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหติ อตีตํ รูปํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานเที่ยง ยั่งยืนมั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต รูปอดีต เที่ยง ยั่งยืน

มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ อตฺถิ อตีตํ รูปํ อตีตภาวํ น ชหติ อตีตํ รูปํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหติ นิพฺพานํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต รูปอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืนไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพาน ไม่เที่ยง ไม่

ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา เวทนา อตฺถิ ฯเปฯ อตีตา สญฺญา อตฺถิ ฯเปฯ อตีตา สงฺขารา อตฺถิ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เวทนาอดีตมีอยู่ ฯลฯ สัญญาอดีต ฯลฯ สังขาร อดีตมีอยู่ ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อนาคตํ วิญฺญาณํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อนาคตํ วิญฺญาณํ อนาคตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ปจฺจุปฺปนฺนภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตีตํ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมํ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหตีติ ฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีต เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิญญาณอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา

มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า วิญญาณอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน มีอันแปรผันเป็น

ธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต

Pali (Siam Rath)

นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหติ นิพฺพานํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหติ อตีตํ วิญฺญาณํ นิจฺจํ ธุวํ สสฺสตํ อวิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานเที่ยง ยั่งยืนมั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต วิญญาณอดีต

เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถิ อตีตํ วิญฺญาณํ อตีตภาวํ น ชหติ อตีตํ วิญฺญาณํ อนิจฺจํ อธุวํ อสสฺสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ นิพฺพานํ อตฺถิ นิพฺพานํ นิพฺพานภาวํ น ชหติ นิพฺพานํ อนิจฺจํ อธุวํ อสฺสสตํ วิปริณามธมฺมนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต วิญญาณอดีตไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานไม่เที่ยง

ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ นฺวตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตํ นฺวตฺถิ อตีตํ อตฺถีติ มิจฺฉา หญฺจิ วา ปน อตฺถิ นฺวาตีตํ อตฺถิ อตีตนฺติ มิจฺฉา ฯ อนาคตํ นฺวตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตํ นฺวตฺถิ อนาคตํ อตฺถีติ มิจฺฉา หญฺจิ วา ปน อตฺถิ นฺวานาคตํ อตฺถิ อนาคตนฺติ มิจฺฉา ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อดีตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ คำว่าอดีตมีอยู่ก็ผิด ก็หรือหากว่าสภาวะ

อันมิใช่อดีตมีอยู่ คำว่าอดีตมีอยู่ก็ผิด

ส. อนาคตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อนาคตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ คำว่าอนาคตมีอยู่ก็ผิด ก็หรือหากว่า

สภาวะอันมิใช่อนาคตมีอยู่ คำว่าอนาคตมีอยู่ก็ผิด

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เป็นอนาคตแล้วจึงเป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้ว เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้ว เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่ไม่เป็น (อนาคต) แล้ว ไม่เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าไม่เป็นแล้ว

ไม่เป็นอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ หุตฺวา อตีตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว ปจฺจุปฺปนฺนํ ตํ อตีตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว ปจฺจุปฺปนฺนํ ตํ อตีตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เป็นปัจจุบันแล้วจึงเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่เป็น (ปัจจุบัน แล้ว เป็น (อดีต) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สิ่งที่เป็น (ปัจจุบัน) แล้ว เป็น (อดีต) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่ไม่เป็น (ปัจจุบัน) แล้ว ไม่เป็น (อดีต) ชื่อว่าไม่เป็นแล้ว

ไม่เป็น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ หุตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนํ โหติ ปจฺจุปฺปนฺนํ หุตฺวา อตีตํ โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ตํ อตีตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ตญฺเญว อนาคตํ ตํ ปจฺจุปฺปนฺนํ ตํ อตีตนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ หุตฺวา โหติ หุตฺวา โหตีติ ฯ อามนฺตา ฯ น หุตฺวา น โหติ น หุตฺวา น โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เป็นอนาคตแล้วจึงเป็นปัจจุบัน เป็นปัจจุบันแล้วจึงเป็นอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้วเป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้วเป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่ไม่เป็น (อนาคต) แล้วไม่เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าไม่เป็นแล้วไม่

เป็น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน จกฺขุนา อตีตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ โสตํ อตฺถิ สทฺทา อตฺถิ โสตวิญฺญาณํ อตฺถิ อากาโส อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน โสเตน อตีตํ สทฺทํ สุณาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ฆานํ อตฺถิ คนฺธา อตฺถิ ฆาน- วิญฺญาณํ อตฺถิ วาโย อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน ฆาเนน อตีตํ คนฺธํ ฆายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ชิวฺหา อตฺถิ รสา อตฺถิ ชิวฺหา วิญฺญาณํ อตฺถิ อาโป อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตาย ชิวฺหาย อตีตํ รสํ สายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต กาโย อตฺถิ โผฏฺฐพฺพา อตฺถิ กายวิญฺญาณํ อตฺถิ ปฐวี อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน กาเยน อตีตํ โผฏฺฐพฺพํ ผุสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตน มเนน อตีตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ. แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลเห็นรูปอดีตได้ ด้วยจักขุอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตอดีตมีอยู่ เสียง, โสตวิญญาณ, อากาศ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลฟังเสียงอดีตได้ ด้วยโสตอดีตหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ฆานอดีตมีอยู่ กลิ่น, ฆานวิญญาณ, ลม, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลสูดกลิ่นอดีตได้ ด้วยฆานอดีตหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ชิวหาอดีตมีอยู่ รส, ชิวหาวิญญาณ, น้ำ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลลิ้มรสอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กายอดีตมีอยู่ โผฏฐัพพะ, กายวิญญาณ, ดิน, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลถูกต้องโผฏฐัพพอดีตได้ ด้วยกายอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีตได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคเตน จกฺขุนา อนาคตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ โสตํ อตฺถิ ฆานํ อตฺถิ ชิวฺหา อตฺถิ กาโย อตฺถิ มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคเตน มเนน อนาคตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุอนาคตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอนาคตมีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลเห็นรูปอนาคตได้ ด้วยจักขุอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์,

มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อนาคตได้ ด้วยมโนอนาคตหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ อตีเตน จกฺขุนา อตีตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ โสตํ อตฺถิ ฆานํ อตฺถิ ชิวฺหา อตฺถิ กาโย อตฺถิ มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺเนน มเนน ปจฺจุปฺปนฺนํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีโต มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ อตีเตน มเนน อตีตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบันมีอยู่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันได้ ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่

บุคคลเห็นรูปอดีตได้ ด้วยจักขุอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์,

มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบันมีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันได้ ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่

บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีตได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ อนาคเตน จกฺขุนา อนาคตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ โสตํ อตฺถิ ฯเปฯ ฆานํ อตฺถิ ชิวฺหา อตฺถิ กาโย อตฺถิ มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺเนน มเนน ปจฺจุปฺปนฺนํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคโต มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ อนาคเตน มเนน อนาคตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบันมีอยู่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันได้ ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุอนาคตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอนาคตมีอยู่

บุคคลเห็นรูปอนาคตได้ ด้วยจักขุอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์,

มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบันมีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคต

มีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อนาคตได้ด้วยมโนอนาคต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ อตีเตน จกฺขุนา อตีตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ โสตํ อตฺถิ ฯเปฯ ฆานํ อตฺถิ ชิวฺหา อตฺถิ กาโย อตฺถิ ฯเปฯ มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ อตีเตน มเนน อตีตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺโน มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ ปจฺจุปฺปนฺเนน มเนน ปจฺจุปฺปนฺนํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่แต่บุคคลเห็นรูปอดีตด้วยจักขุอดีตไม่ได้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบันมี

อยู่ แต่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันไม่ได้ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโน

วิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีตไม่ได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบัน

มีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันไม่ได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ อนาคเตน จกฺขุนา อนาคตํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุํ อตฺถิ รูปา อตฺถิ จกฺขุวิญฺญาณํ อตฺถิ อาโลโก อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ ปจฺจุปฺปนฺเนน จกฺขุนา ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ปสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ โสตํ อตฺถิ ฆานํ อตฺถิ ชิวฺหา อตฺถิ กาโย อตฺถิ ฯเปฯ มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ อนาคเตน มเนน อนาคตํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺโน มโน อตฺถิ ธมฺมา อตฺถิ มโนวิญฺญาณํ อตฺถิ วตฺถุํ อตฺถิ มนสิกาโร อตฺถิ น จ ปจฺจุปฺปนฺเนน มเนน ปจฺจุปฺปนฺนํ ธมฺมํ วิชานาตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุอนาคตมีอยู่, รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง มนสิการอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลเห็นรูปอนาคตไม่ได้ด้วยจักขุอนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง มนสิการปัจจุบันมีอยู่

แต่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันไม่ได้ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตะ ... ฆานะ ... ชิวหา ... กาย ... มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์,

มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อนาคตไม่ได้ด้วยมโนอนาคต หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ มนสิการปัจจุบัน

มีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันไม่ได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้ ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้ ยังมรรคให้

เกิดได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ ญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้, ยังมรรคให้

เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ญาณํ อตฺถิ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณอดีตมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่, บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้

แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณอดีตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้

ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น

หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณที่เป็นอนาคต

นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้

แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้

แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ไม่ได้ด้วยญาณอดีตนั้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้, ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ

ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ และสมุทัยไม่ได้, ทำ

นิโรธให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ญาณกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ญาณํ อตฺถิ น จ เตน ญาเณน ทุกฺขํ ปริชานาติ สมุทยํ ปชหติ นิโรธํ สจฺฉิกโรติ มคฺคํ ภาเวตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบัน

นั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ

ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ

ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหโต อตีโต ราโค อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน ราเคน สราโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีโต โทโส อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน โทเสน สโทโสติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีโต โมโห อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน โมเหน สโมโหติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีโต มาโน อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน มาเนน สมาโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตา ทิฏฺฐิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา ตาย วิจิกิจฺฉาย สวิจิกิจฺโฉติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตํ ถีนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน ถีเนน สถีโนติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตํ อุทฺธจฺจํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน อุทฺธจฺเจน สอุทฺธจฺโจติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตํ อหิริกํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน อหิริเกน สอหิริโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีตํ อโนตฺตปฺปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหา เตน อโนตฺตปฺเปน สอโนตฺตปฺปีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโทสะด้วยโทสะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โมหะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มานะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีมานะด้วยมานะอดีตนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ทิฏฐิอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีวิจิกิจฉาด้วยวิจิกิจฉานั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ถีนะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีถีนะด้วยถีนะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อุทธัจจะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอุทธัจจะด้วยอุทธัจจะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อหิริกะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอหิริกะด้วยอหิริกะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ อตีโต สีลพฺพตปรามาโส อตฺถิ อตีโต อณุสหคโต กามราโค อตฺถิ อตีโต อณุสหคโต พฺยาปาโท อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามี มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด

อดีต ของพระอนาคามี มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ อตีโต สีลพฺพตปรามาโส อตฺถิ อตีโต โอฬาริโก กามราโค อตฺถิ อตีโต โอฬาริโก พฺยาปาโท อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามี มีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะอย่างหยาบ, พยาบาทอย่างหยาบ

ที่เป็นอดีตของพระสกทาคามี มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ อตีโต สีลพฺพตปรามาโส อตฺถิ อตีโต อปายคมนิโย ราโค อตฺถิ อตีโต อปายคมนิโย โทโส อตฺถิ อตีโต อปายคมนิโย โมโห อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺโน เตน โมเหน สโมโหติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, ราคะอันเป็นอปายคามี, โทสะอันเป็น

อปายคามี, โมหะอันเป็นอปายคามี, ที่เป็นอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชนสฺส อตีโต ราโค อตฺถิ ปุถุชฺชโน เตน ราเคน สราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อตีโต ราโค อตฺถิ อรหา เตน ราเคน สราโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีโต โทโส อตฺถิ ฯเปฯ อตีตํ อโนตฺตปฺปํ อตฺถิ ปุถุชฺชโน เตน อโนตฺตปฺเปน อโนตฺตปฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ อรหโต อตีตํ อโนตฺตปฺปํ อตฺถิ อรหา เตน อโนตฺตปฺเปน อโนตฺตปฺปีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ราคะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โทสะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ อโนตตัปปะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชน

ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะ

ด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ อนาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต อณุสหคโต พฺยาปาโท อตฺถิ ปุถุชฺชโน เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคามิสฺส อตีโต อณุสหคโต พฺยาปาโท อตฺถิ อนาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ พระอนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย

ทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของ

ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ พระอนาคามีชื่อว่า

มีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ สกทาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต โอฬาริโก พฺยาปาโท อตฺถิ ปุถุชฺชโน เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สกทาคามิสฺส อตีโต โอฬาริโก พฺยาปาโท อตฺถิ สกทาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ พระสกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย

ทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของ

ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ พระสกทาคามี

ชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ โสตาปนฺโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต อปายคมนิโย โมโห อตฺถิ ปุถุชฺชโน เตน โมเหน สโมโหติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตาปนฺนสฺส อตีโต อปายคมนิโย โมโห อตฺถิ โสตาปนฺโน เตน โมเหน สโมโหติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ พระโสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย

ทิฏฐินั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของ

ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ พระโสดาบันชื่อ

ว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อรหโต อตีโต ราโค อตฺถิ น จ อรหา เตน ราเคน สราโคติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีโต ราโค อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน เตน ราเคน สราโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อรหโต อตีโต โทโส อตฺถิ ฯเปฯ อตีตํ อโนตฺตปฺปํ อตฺถิ น จ อรหา เตน อโนตฺตปฺเปน อโนตฺตปฺปีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตํ อโนตฺตปฺปํ อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน เตน อโนตฺตปฺเปน อโนตฺตปฺปีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พระอรหันต์หาชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ราคะอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้นไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ ฯลฯ อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มี

อยู่ แต่พระอรหันต์หาชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อโนตตัปปะอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วย

อโนตตัปปะนั้นไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ อนาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคามิสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต อณุสหคโต พฺยาปาโท อตฺถิ น จ อนาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีโต อณุสหคโต พฺยาปาโท อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ แต่พระอนาคามีหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็น

อดีตของพระอนาคามีมีอยู่ แต่พระอนาคามีหาชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีจิต

พยาบาทนั้นไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สกทาคามิสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ สกทาคามี ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สกทาคามิสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต โอฬาริโก พฺยาปาโท อตฺถิ น จ สกทาคามี เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีโต โอฬาริโก พฺยาปาโท อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน เตน พฺยาปาเทน พฺยาปนฺนจิตฺโตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ แต่พระสกทาคามีหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น

ไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างหยาบที่เป็น

อดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ แต่พระสกทาคามีหาชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีจิต

พยาบาทด้วยพยาบาทนั้นไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

โสตาปนฺนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ โสตาปนฺโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีตา สกฺกายทิฏฺฐิ อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน ตาย ทิฏฺฐิยา สทิฏฺฐิโกติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตาปนฺนสฺส อตีตา วิจิกิจฺฉา อตฺถิ ฯเปฯ อตีโต อปายคมนิโย โมโห อตฺถิ น จ โสตาปนฺโน เตน โมเหน สโมโหติ ฯ อามนฺตา ฯ ปุถุชฺชนสฺส อตีโต อปาย- คมนิโย โมโห อตฺถิ น จ ปุถุชฺชโน เตน โมเหน สโมโหติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ แต่พระโสดาบันหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ ฯลฯ โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็น

อดีตของพระโสดาบันมีอยู่ แต่พระโสดาบันหาชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้นไม่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามี

โมหะด้วยโมหะนั้นไม่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา หตฺถา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตสุ หตฺเถสุ สติ อาทานนิกฺเขปนํ ปญฺญายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ปาทา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตสุ ปาเทสุ สติ อภิกฺกมปฏิกฺกโม ปญฺญายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ปพฺพา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีเตสุ ปพฺเพสุ สติ สมฺมิญฺชนปสารณํ ปญฺญายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต กุจฺฉิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตสฺมึ กุจฺฉิสฺมึ สติ ชิฆจฺฉาปิปาสา ปญฺญายตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต กาโย อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีโต กาโย ปคฺคหนิคฺคหูปโค เฉทนเภทนูปโค กาเกหิ คิชฺเฌหิ กุลเลหิ สาธารโณติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีเต กาเย วิสํ กเมยฺย สตฺถํ กเมยฺย อคฺคิ กเมยฺยาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา อตีโต กาโย อทฺทุพนฺธเนน พนฺธิตุํ รชฺชุพนฺธเนน พนฺธิตุํ สงฺขลิกพนฺธเนน พนฺธิตุํ คามพนฺธเนน พนฺธิตุํ นิคมพนฺธเนน พนฺธิตุํ นครพนฺธเนน พนฺธิตุํ ชนปทพนฺธเนน พนฺธิตุํ กณฺฐปญฺจเมหิ พนฺธเนหิ พนฺธิตุนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. มืออดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อมืออดีตมีอยู่ การจับ การวาง ยังปรากฏอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เท้าอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อเท้าอดีตมีอยู่ การก้าวไป การถอยกลับ ยังปรากฏอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ข้อพับอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อข้อพับอดีตมีอยู่ การคู้ การเหยียด ยังปรากฏอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ท้องอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อท้องอดีตมีอยู่ ความหิว ความกระหาย ยังปรากฏอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กายอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กายอดีต ยังเข้าถึงการยกย่องและการปราบปราม ยังเข้าถึงการตัดและการ

ทำลาย ยังเป็นของสาธารณะแก่กา แก่แร้ง แก่เหยี่ยว หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ยาพิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายอดีต หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. กายอดีต ยังจะจองจำได้ด้วยเครื่องจำคือขื่อคา ด้วยเครื่องจำคือเชือก

ด้วยเครื่องจำคือตรวน ด้วยเครื่องจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจำคือนิคม ด้วยเครื่องจำคือนคร ด้วยเครื่องจำคือชนบท ด้วยเครื่องจำห้าประการหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีโต อาโป อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน อาเปน อาปกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต เตโช อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน เตเชน เตชกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีโต วาโย อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน วาเยน วายกรณียํ กโรตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. น้ำอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้น้ำได้ด้วยน้ำนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ไฟอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้ไฟได้ด้วยไฟนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ลมอดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้ลมได้ด้วยลมนั้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีโต รูปกฺขนฺโธ อตฺถิ อนาคโต รูปกฺขนฺโธ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺโน รูปกฺขนฺโธ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตโย รูปกฺขนฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา ปญฺจกฺขนฺธา อตฺถิ อนาคตา ปญฺจกฺขนฺธา อตฺถิ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนา ปญฺจกฺขนฺธา อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปณฺณรสขนฺธาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. รูปขันธ์อดีตมีอยู่ รูปขันธ์อนาคตมีอยู่ รูปขันธ์ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปขันธ์เป็นสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ขันธ์ห้าที่เป็นอดีตมีอยู่ ขันธ์ห้าที่เป็นอนาคตมีอยู่ ขันธ์ห้าที่เป็นปัจจุบัน

มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ขันธ์เป็นสิบห้า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ จกฺขายตนํ อตฺถิ อนาคตํ จกฺขายตนํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขายตนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีณิ จกฺขายตนานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ ทฺวาทสายตนานิ อตฺถิ อนาคตานิ ทฺวาทสายตนานิ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนานิ ทฺวาทสายตนานิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉตฺตึสายตนานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขายตนะอดีตมีอยู่ จักขายตนะอนาคตมีอยู่ จักขายตนะปัจจุบันมีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อายตนะสิบสองที่เป็นอดีตมีอยู่ อายตนะสิบสองที่เป็นอนาคตมีอยู่

อายตนะสิบสองที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อายตนะเป็นสามสิบหก หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา จกฺขุธาตุ อตฺถิ อนาคตา จกฺขุธาตุ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนา จกฺขุธาตุ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติสฺโส จกฺขุธาตุโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา อฏฺฐารส ธาตุโย อตฺถิ อนาคตา อฏฺฐารส ธาตุโย อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนา อฏฺฐารส ธาตุโย อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ จตุปญฺญาส ธาตุโยติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุธาตุอดีตมีอยู่ จักขุธาตุอนาคตมีอยู่ จักขุธาตุปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุธาตุเป็นสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธาตุสิบแปดที่เป็นอดีตมีอยู่ ธาตุสิบแปดที่เป็นอนาคตมีอยู่ ธาตุสิบแปด

ที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธาตุเป็นห้าสิบสี่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ จกฺขุนฺทฺริยํ อตฺถิ อนาคตํ จกฺขุนฺทฺริยํ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ตีณิ จกฺขุนฺทฺริยานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตฺถิ อนาคตานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนานิ พาวีสตินฺทฺริยานิ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ฉสฏฺฐินฺทฺริยานีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขุนทรีย์อดีตมีอยู่ จักขุนทรีย์อนาคตมีอยู่ จักขุนทรีย์ปัจจุบันมีอยู่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขุนทรีย์เป็นสาม หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นอดีตมีอยู่ อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นอนาคตมีอยู่

อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อินทรีย์เป็นหกสิบหก หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีโต ราชา จกฺกวตฺติ อตฺถิ อนาคโต ราชา จกฺกวตฺติ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺโน ราชา จกฺกวตฺติ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ ราชูนํ จกฺกวตฺตีนํ สมฺมุขีภาโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. พระเจ้าจักรพรรดิอดีตมีอยู่ พระเจ้าจักรพรรดิอนาคตมีอยู่ พระเจ้าจักรพรรดิปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระเจ้าจักรพรรดิทั้งสามพระองค์ทรงพบกันได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีโต สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถิ อนาคโต สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺโน สมฺมาสมฺพุทฺโธ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ติณฺณํ สมฺมาสมฺพุทฺธานํ สมฺมุขีภาโว โหตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สัมมาสัมพุทธเจ้าอดีตมีอยู่ สัมมาสัมพุทธเจ้าอนาคตมีอยู่ สัมมาสัมพุทธเจ้าปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสามองค์ทรงพบกันได้ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อตีตนฺติ ฯ อตฺถิ สิยา อตีตํ สิยา นฺวาตีตนฺติ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ อตีตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อตีตํ สิยา นฺวาตีตํ เตนาตีตํ นฺวาตีตํ นฺวาตีตํ อตีตนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อตีตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อตีตํ สิยา นฺวาตีตํ เตนาตีตํ นฺวาตีตํ นฺวาตีตํ อตีตนฺติ มิจฺฉา โน เจ ปน อตีตํ นฺวาตีตํ นฺวาตีตํ อตีตนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อตีตํ สิยา นฺวาตีตนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อตีตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อตีตํ สิยา นฺวาตีตํ เตนาตีตํ นฺวาตีตํ นวาตีตํ อตีตนฺติ มิจฺฉา ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีต หรือ?

ป. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี

ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าอดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี

ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็นอดีต, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็นอดีตดังนี้ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า อดีตไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตเป็นอดีตก็ต้องไม่กล่าวว่า อดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มีที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่าอดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็นอดีต ดังนี้ผิด

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ อนาคตนฺติ ฯ อตฺถิ สิยา อนาคตํ สิยา นฺวานาคตนฺติ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ อนาคตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อนาคตํ สิยา นฺวานาคตํ เตน อนาคตํ นฺวานาคตํ นฺวานาคตํ อนาคตนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อนาคตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อนาคตํ สิยา นฺวานาคตํ เตน อนาคตํ นฺวานาคตํ นฺวานาคตํ อนาคตนฺติ มิจฺฉา โน เจ ปน อนาคตํ นฺวานาคตํ นฺวานาคตํ อนาคตนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อนาคตํ สิยา นฺวานาคตนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข อนาคตํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา อนาคตํ สิยา นฺวานาคตํ เตน อนาคตํ นฺวานาคตํ นฺวานาคตํ อนาคตนฺติ มิจฺฉา ฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นอนาคต หรือ?

ป. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี

ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าอนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่

เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตก็เป็นอนาคต, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อนาคตมีอยู่สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตก็เป็นอนาคต ดังนี้ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า อนาคตไม่เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตเป็นอนาคต ก็ต้องไม่กล่าวว่า อนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี,ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่เป็นอนาคตสิ่งที่ไม่ใช่อนาคตก็เป็นอนาคต ดังนี้ผิด

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ฯ อตฺถิ สิยา ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา โนปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา โนปจฺจุปฺปนฺนํ เตน ปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา โนปจฺจุปฺปนฺนํ เตน ปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มิจฺฉา โน เจ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ โน วต เร วตฺตพฺเพ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา โนปจฺจุปฺปนฺนนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา ปจฺจุปฺปนฺนํ สิยา โนปจฺจุปฺปนฺนํ เตน ปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ โนปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ มิจฺฉา ฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบัน หรือ?

ป. สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี

ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นปัจจุบันก็มี ไม่

เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบันก็ไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบัน ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบันก็ไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบัน ก็เป็นปัจจุบัน ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า ปัจจุบันไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันเป็นปัจจุบัน ก็ต้องไม่กล่าวว่า ปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มีที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบันก็ไม่เป็นปัจจุบันสิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบัน ดังนี้ผิด

Pali (Siam Rath)

นิพฺพานํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถิ นิพฺพานนฺติ ฯ อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ สิยา โนนิพฺพานนฺติ ฯ อาชานาหิ นิคฺคหํ หญฺจิ นิพฺพานํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ สิยา โนนิพฺพานํ เตน นิพฺพานํ โนนิพฺพานํ โนนิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข นิพฺพานํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ สิยา โนนิพฺพานํ เตน นิพฺพานํ โนนิพฺพานํ โนนิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ มิจฺฉา โน เจ ปน นิพฺพานํ โนนิพฺพานํ โนนิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ โน วต๔ เร วตฺตพฺเพ นิพฺพานํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ สิยา โนนิพฺพานนฺติ ยํ ตตฺถ วเทสิ วตฺตพฺเพ โข นิพฺพานํ อตฺถิ อตฺถิ สิยา นิพฺพานํ สิยา โนนิพฺพานํ เตน นิพฺพานํ โนนิพฺพานํ โนนิพฺพานํ นิพฺพานนฺติ มิจฺฉา ฯ

Royal Thai

ส. นิพพานมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นนิพพาน หรือ?

ป. สิ่งที่มีอยู่เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี

ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่านิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่

เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุนั้น นิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพานก็เป็นนิพพาน, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่านิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุนั้น นิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพาน ก็เป็นนิพพาน ดังนี้ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า นิพพานไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพานเป็นนิพพาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า นิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มีไม่เป็นนิพพานก็มี. ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า นิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุนั้นนิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพานก็เป็นนิพพาน ดังนี้ผิด

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตีตํ อตฺถิ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยํ กิญฺจิ ภิกฺขเว รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา อยํ วุจฺจติ รูปกฺขนฺโธ ยา กาจิ เวทนา ฯเปฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯเปฯ เย เกจิ สงฺขารา ฯเปฯ ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา โอฬาริกํ วา สุขุมํ วา หีนํ วา ปณีตํ วา ยํ ทูเร สนฺติเก วา อยํ วุจฺจติ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ อตีตํ อตฺถิ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง

ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดีละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี ที่อยู่ในที่ไกล ในที่ใกล้ก็ดี นี้เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ฯลฯ วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายในก็ดี ภายนอกก็ดีหยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี ที่อยู่ในที่ไกล ในที่ใกล้ก็ดี นี้เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น อดีตก็มีอยู่ อนาคตก็มีอยู่ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถิ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตโยเม ภิกฺขเว นิรุตฺติปถา อธิวจนปถา ปญฺญตฺติปถา อสงฺกิณฺณา อสงฺกิณฺณปุพฺพา น สงฺกิยนฺติ น สงฺกิยิสฺสนฺติ อปฺปฏิกฺกุฏฺฐา สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ ฯ กตเม ตโย ฯ ยํ ภิกฺขเว รูปํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อโหสีติ ตสฺส สงฺขา อโหสีติ ตสฺส สมญฺญา อโหสีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ ยา เวทนา ฯเปฯ ยา สญฺญา ฯเปฯ เย สงฺขารา ฯเปฯ

ยํ วิญฺญาณํ อตีตํ นิรุทฺธํ วิคตํ วิปริณตํ อโหสีติ ตสฺส สงฺขา อโหสีติ ตสฺส สมญฺญา อโหสีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ ยํ ภิกฺขเว รูปํ อชาตํ อปาตุภูตํ ภวิสฺสตีติ ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ ตสฺส สมญฺญา ภวิสฺสตีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ น ตสฺส สงฺขา อโหสีติ ยา เวทนา ฯเปฯ ยา สญฺญา ฯเปฯ เย สงฺขารา ฯเปฯ ยํ วิญฺญาณํ อชาตํ อปาตุภูตํ ภวิสฺสตีติ ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ ตสฺส สมญฺญา ภวิสฺสตีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ น ตสฺส สงฺขา อโหสีติ ยํ ภิกฺขเว รูปํ ชาตํ ปาตุภูตํ อตฺถีติ ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ ตสฺส สมญฺญา อตฺถีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อโหสีติ น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ ยา เวทนา ฯเปฯ ยา สญฺญา ฯเปฯ เย สงฺขารา ฯเปฯ

ยํ วิญฺญาณํ ชาตํ ปาตุภูตํ อตฺถีติ ตสฺส สงฺขา อตฺถีติ ตสฺส สมญฺญา อตฺถีติ ตสฺส ปญฺญตฺติ น ตสฺส สงฺขา อโหสีติ น ตสฺส สงฺขา ภวิสฺสตีติ อิเม โข ภิกฺขเว ตโย นิรุตฺติปถา อธิวจนปถา ปญฺญตฺติปถา อสงฺกิณฺณา อสงฺกิณฺณปุพฺพา น สงฺกิยนฺติ น สงฺกิยิสฺสนฺติ อปฺปฏิกฺกุฏฺฐา สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ เยปิ เต ภิกฺขเว อเหสุํ อุกฺกลา วสฺสภญฺญา อเหตุกวาทา อกิริยวาทา นตฺถิกวาทา เตปิเม ตโย นิรุตฺติปเถ อธิวจนปเถ ปญฺญตฺติปเถ น ครหิตพฺพํ น ปฏิกฺโกสิตพฺพํ อมญฺญึสุ ฯ ตํ กิสฺส เหตุ ฯ นินฺทาพฺยาโรสนาอุปารมฺภภยาติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตํ อตฺถิ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษา

ครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่งบัญญัติ สามประการนี้ อันสมณ

พราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้าง ไม่รังเกียจอยู่

จักไม่รังเกียจ มิได้คัดค้าน สามประการเป็นไฉน?

(๑) รูปใด ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว รูปนั้นเขากล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาเรียกว่า ได้มีแล้ว เขาบัญญัติว่า ได้มีแล้ว แต่รูปนั้น เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว วิญญาณนั้นเขากล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาเรียกว่า ได้มีแล้ว เขาบัญญัติว่า ได้มีแล้ว แต่วิญญาณนั้นเขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี

(๒) รูปใด ยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ รูปนั้น เขากล่าวกันว่า จักมี เขาเรียกว่า จักมี เขาบัญญัติว่า จักมี แต่รูปนั้น เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่าได้มีแล้ว เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด ยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ วิญญาณนั้น เขากล่าวกันว่า จักมี เขาเรียกว่า จักมี เขาบัญญัติว่า

จักมี แต่เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว

(๓) รูปใด เกิดแล้ว ปรากฏแล้ว รูปนั้น เขากล่าวกันว่า มีอยู่ เขาเรียกว่า มีอยู่ เขาบัญญัติว่า มีอยู่ แต่เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาไม่กล่าวกันว่า จักมีเวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด เกิดแล้ว ปรากฏแล้ว วิญญาณนั้น เขากล่าวกันว่า มีอยู่ เขาเรียกว่า มีอยู่ เขาบัญญัติว่า มีอยู่ แต่วิญญาณนั้น เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษา ครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่งบัญญัติ สามประการเหล่านี้แล อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้างไม่รังเกียจอยู่ จักไม่รังเกียจ มิได้คัดค้าน แม้ชนที่เป็นชาวอุกกละ ชาววัสสภัญญะ ที่เป็นอเหตุกวาท อกิริยวาท นัตถิกวาท ก็ได้สำคัญครรลองแห่งภาษา ครรลองแห่งชื่อครรลองแห่งบัญญัติ สามประการนี้ว่า อันตนไม่พึงติเตียน อันตนไม่พึงคัดค้าน ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะกลัวการติเตียน การเพิดเพ้ยและการโต้แย้ง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา ผคฺคุโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ อตฺถิ นุ โข ตํ ภนฺเต จกฺขุํ เยน จกฺขุนา อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญาเปยฺย ฯเปฯ อตฺถิ นุ โข สา ภนฺเต ชิวฺหา ฯเปฯ อตฺถิ นุ โข โส ภนฺเต มโน เยน มเนน อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญาเปยฺยาติ ฯ นตฺถิ โข ตํ ผคฺคุณ จกฺขุํ เยน จกฺขุนา อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญาเปยฺย ฯเปฯ นตฺถิ โข สา ผคฺคุณ ชิวฺหา ฯเปฯ นตฺถิ โข โส ผคฺคุณ มโน เยน มเนน อตีเต พุทฺเธ ปรินิพฺพุเต ฉินฺนปปญฺเจ ฉินฺนวฏุเม ปริยาทินฺนวฏฺเฏ สพฺพทุกฺขวีติวตฺเต ปญฺญาปยมาโน ปญฺญาเปยฺยาติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ

๑ สํ. ขุ. ๖๔ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านพระผัคคุณะได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า

บุคคลเมื่อยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนินช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้วล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยจักษุใดจักษุนั้นมีอยู่หรือหนอ ฯลฯ ชิวหานั้นมีอยู่หรือหนอ ฯลฯ บุคคลเมื่อยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนิ่นช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้วล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยมโนใดมโนนั้นมีอยู่หรือหนอ ดูกรผัคคุณะ บุคคลเมื่อยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนิ่นช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว ล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้วให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยจักษุใด จักษุนั้นไม่มีอยู่เลย ฯลฯ

ชิวหานั้นไม่มีอยู่เลย ฯลฯ บุคคลยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนิ่นช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏพึงให้ปรากฏได้ด้วยมโนใด มโนนั้นไม่มีอยู่เลย ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อายสฺมา นนฺทโก เอตทโวจ อหุ ปุพฺเพ โลโภ ตทหุ อกุสลํ โส เอตรหิ นตฺถิ อิจฺเจตํ กุสลํ อหุ ปุพฺเพ โทโส ฯเปฯ อหุ ปุพฺเพ โมโห ตทหุ อกุสลํ โส เอตรหิ นตฺถิ อิจฺเจตํ กุสลนฺติ ๒ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ท่านพระนันทกะได้กล่าวว่า โลภะได้มีแล้วในกาลก่อน ข้อนั้นได้เป็น

ความไม่ดีแล้ว โลภะนั้น บัดนี้ไม่มีอยู่ ข้อนี้เป็นความดี โทสะได้มีแล้วในกาลก่อน ฯลฯ โมหะได้มีแล้วในกาลก่อน ข้อนั้นได้เป็นความไม่ดีแล้ว โมหะนั้น บัดนี้ไม่มีอยู่ ข้อนี้เป็นความดี ดังนี้

เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา กพฬีกาเร เจ ภิกฺขเว อาหาเร อตฺถิ ราโค อตฺถิ นนฺทิ อตฺถิ ตณฺหา ปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ วิรูฬฺหํ ยตฺถ ปติฏฺฐิตํ วิญฺญาณํ วิรูฬฺหํ อตฺถิ ตตฺถ นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ ยตฺถ อตฺถิ นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ อตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุฑฺฒิ ยตฺถ อตฺถิ สงฺขารานํ วุฑฺฒิ อตฺถิ ตตฺถ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ อตฺถิ ตตฺถ อายตึ ชาติชรามรณํ ยตฺถ อตฺถิ อายตึ ชาติชรามรณํ สโสกนฺตํ ภิกฺขเว สรชํ สอุปายาสนฺติ วทามิ ผสฺเส เจ ภิกฺขเว อาหาเร ... มโนสญฺเจตนาย เจ ภิกฺขเว อาหาเร ... วิญฺญาเณ เจ ภิกฺขเว อาหาเร อตฺถิ ราโค อตฺถิ นนฺทิ ฯเปฯ สรชํ สอุปายาสนฺติ วทามีติ ๓ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ

๑ สํ. สฬายตน. ๖๕ ฯ ๒ อํ. ติก. ๒๕๓ ฯ ๓ สํ. นิ. ๑๒๒ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากว่า ความยินดี

ความเพลิน ความอยาก ยังมีอยู่ในกวฬิงการาหาร วิญญาณก็ตั้งมั่นแล้ว งอกงามแล้ว ในเพราะกวฬิงการาหารนั้น วิญญาณตั้งมั่นแล้ว งอกงามแล้วในที่ใด ความหยั่งลงแห่งนามรูปก็มีอยู่ในที่นั้นความหยั่งลงแห่งนามรูปมีอยู่ในที่ใด ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายก็มีอยู่ในที่นั้น ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายมีอยู่ในที่ใด การเกิดในภพใหม่ต่อไปก็มีอยู่ในที่นั้น การเกิดในภพใหม่ต่อไปมีอยู่ในที่ใด ชาติ ชรา มรณะ ก็ยังมีอยู่ต่อไปในที่นั้น ชาติ ชรา มรณะยังมีอยู่ต่อไปในที่ใด เรากล่าวว่า ที่นั้นยังมีโศก ยังมีธุลี ยังมีความคับแค้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากว่า ความยินดี ความเพลินความอยาก ยังมีอยู่ในผัสสาหาร ... ในมโนสัญเจตนาหาร ... ในวิญญาณาหาร ฯลฯ เรากล่าวว่า ที่นั้นยังมีโศก ยังมีธุลี มีความ

คับแค้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อนาคตมีอยู่น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา กพฬีกาเร เจ ภิกฺขเว อาหาเร นตฺถิ ราโค นตฺถิ นนฺทิ นตฺถิ ตณฺหา อปฺปติฏฺฐิตํ ตตฺถ วิญฺญาณํ อวิรูฬฺหํ ยตฺถ อปฺปติฏฺฐิตํ วิญฺญาณํ อวิรูฬฺหํ นตฺถิ ตตฺถ นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ ยตฺถ นตฺถิ นามรูปสฺส อวกฺกนฺติ นตฺถิ ตตฺถ สงฺขารานํ วุฑฺฒิ ยตฺถ นตฺถิ สงฺขารานํ วุฑฺฒิ นตฺถิ ตตฺถ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ ยตฺถ นตฺถิ อายตึ ปุนพฺภวาภินิพฺพตฺติ นตฺถิ ตตฺถ อายตึ ชาติชรามรณํ ยตฺถ นตฺถิ อายตึ ชาติชรามรณํ อโสกนฺตํ ภิกฺขเว อรชํ อนุปายาสนฺติ วทามิ ผสฺเส เจ ภิกฺขเว อาหาเร ... มโนสญฺเจตนาย เจ ภิกฺขเว อาหาเร ... วิญฺญาเณ เจ ภิกฺขเว อาหาเร นตฺถิ ราโค นตฺถิ นนฺทิ ฯเปฯ อรชํ อนุปายาสนฺติ วทามีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ

สพฺพมตฺถีติกถา ฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากว่า ความยินดี

ความเพลิน ความอยาก ไม่มีอยู่ในกวฬิงการาหาร วิญญาณก็ไม่ตั้งมั่นแล้ว ไม่งอกงามแล้ว ในเพราะกวฬิงการาหารนั้น วิญญาณไม่ตั้งมั่นแล้ว ไม่งอกงามแล้วในที่ใด ความหยั่งลงแห่งนามรูปก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น ความหยั่งลงแห่งนามรูปไม่มีอยู่ในที่ใด ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายก็ไม่มีอยู่ในที่นั้น ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายไม่มีอยู่ในที่ใด การเกิดในภพใหม่ต่อไปก็ไม่มีอยู่ในที่นั้นการเกิดในภพใหม่ต่อไปไม่มีอยู่ในที่ใด ชาติ ชรา มรณะ ก็ไม่มีต่อไปในที่นั้น ชาติ ชรา มรณะ ไม่มีต่อไปในที่ใด เรากล่าวว่าที่นั้น ไม่มีโศก ไม่มีธุลี ไม่มีความคับแค้น ดูกรภิกษุทั้งหลายหากว่า ความยินดี ความเพลิน ความอยาก ไม่มีอยู่ในผัสสาหาร ...

ในมโนสัญเจตนาหาร ... ในวิญญาณาหาร ฯลฯ เรากล่าวว่า ที่นั้นไม่มีโศก ไม่มีธุลี ไม่มีความคับแค้น ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อนาคตมีอยู่ น่ะสิ

สัพพมัตถีติกถา จบ.

อตีตํ ขนฺธาติกถา

อดีตขันธาติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค อดีตขันธาติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตีตํ ขนฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ สํ. นิ. ๑๒๒ ฯ

Royal Thai

ปรวาที อดีตเป็นขันธ์ หรือ?

สกวาที ถูกแล้ว

ป. อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นอายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นธาตุ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ ขนฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. อนาคตเป็นขันธ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อนาคตเป็นอายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อนาคตเป็นธาตุ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ขนฺธา อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อายตนํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ธาตุ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตเป็นขันธ์ อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตเป็นอายตนะ อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตเป็นธาตุ อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ขนฺธา อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ อายตนํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ธาตุ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตเป็นอายตนะ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตเป็นธาตุ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ ขนฺธา อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ อายตนํ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ อายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ธาตุ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ธาตุ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. อดีตเป็นขันธ์ อดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นอายตนะ อดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นอายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นธาตุ อดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นธาตุ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ อดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ ขนฺธา อนาคตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธา ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. อนาคตเป็นขันธ์ อนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. อนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ อนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ

อายตนะ อนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ ปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ อายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ธาตูติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธ- ธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอดีตเป็นอายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอดีตเป็นธาตุ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอดีต เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ รูปํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอนาคตเป็นอายตนะหรือ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นธาตุหรือ ฯลฯ รูป

อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ ขนฺโธ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็น

ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺโธ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ รูปํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ รูปอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ รูปปัจจุบัน

เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ รูปํ ขนฺโธ อตีตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺโธ อนาคตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ รูปํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ รูปํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา เวทนา ฯเปฯ อตีตา สญฺญา ฯเปฯ อตีตา สงฺขารา ฯเปฯ

Royal Thai

ป. รูปอดีตเป็นขันธ์ รูปอดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ

อายตนะ รูปอดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอนาคตเป็นขันธ์ รูปอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. รูปอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ รูปอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ รูปอนาคตเป็น

ขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ รูปปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. เวทนาอดีต ฯลฯ สัญญาอดีต ฯลฯ สังขารอดีต ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอดีต

เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณ

อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณ

ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอดีตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณปัจจุบันเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณ

ปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อตีตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อตีตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อตีตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. วิญญาณอดีตเป็นขันธ์ วิญญาณอดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณอดีตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอดีตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณอดีต

เป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอดีตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ อนาคตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺโธ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ อายตนํ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ธาตุ ฯเปฯ อนาคตํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ อนาคตํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ ขนฺธธาตุอายตนํ ปจฺจุปฺปนฺนํ วิญฺญาณํ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. วิญญาณอนาคตเป็นขันธ์ วิญญาณอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. วิญญาณอนาคตเป็นอายตนะ ฯลฯ วิญญาณอนาคตเป็นธาตุ ฯลฯ วิญญาณ

อนาคตเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. วิญญาณปัจจุบันเป็นขันธ์ ธาตุ อายตนะ วิญญาณปัจจุบันไม่มีอยู่ หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ตโยเม ภิกฺขเว นิรุตฺติปถา อธิวจนปถา ปญฺญตฺติปถา ฯเปฯ วิญฺญูหีติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ

Royal Thai

ส. ไม่พึงกล่าวว่า ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษา

ครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่งบัญญัติสามประการนี้ อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้าง ไม่รังเกียจอยู่ จักไม่รังเกียจ มิได้คัดค้าน ฯลฯ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคต เหล่านี้ ก็ไม่มี

อยู่ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา ยํ กิญฺจิ ภิกฺขเว รูปํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ รูปกฺขนฺโธ ยา กาจิ เวทนา ฯเปฯ ยา กาจิ สญฺญา ฯเปฯ เย เกจิ สงฺขารา ฯเปฯ ยํ กิญฺจิ วิญฺญาณํ อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนํ ฯเปฯ อยํ วุจฺจติ วิญฺญาณกฺขนฺโธติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ อตีตานาคตา ขนฺธา ธาตุ อายตนํ นตฺถิ เจเตติ ฯ

อตีตํ ขนฺธาติกถา ฯ

Royal Thai

ป. ขันธ์ ธาตุ อายตนะที่เป็นอดีตและอนาคตเหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง

เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ฯลฯ วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคตปัจจุบัน ฯลฯ นี้เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริงมิใช่หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้นก็ไม่พึงกล่าวว่า ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ที่เป็นอดีตและอนาคต

เหล่านี้ ไม่มีอยู่เลย น่ะสิ

อดีตขันธาติกถา จบ.

เอกจฺจมตฺถีติกถา

เอกัจจมัตถีติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค เอกัจจมัตถีติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ เอกจฺจํ นิรุทฺธํ เอกจฺจํ น นิรุทฺธํ เอกจฺจํ วิคตํ เอกจฺจํ อวิคตํ เอกจฺจํ อตฺถงฺคตํ เอกจฺจํ น อตฺถงฺคตํ เอกจฺจํ อพฺภตฺถงฺคตํ เอกจฺจํ น อพฺภตฺถงฺคตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที อดีตมีอยู่ หรือ?

ปรวาที อดีตบางอย่างมีอยู่ อดีตบางอย่างไม่มีอยู่?

ส. อดีตบางอย่างดับไปแล้ว บางอย่างยังไม่ดับไป บางอย่างปราศไปแล้ว

บางอย่างยังไม่ปราศไป บางอย่างอัสดงคตแล้ว บางอย่างยังไม่อัสดงคตบางอย่างสาบสูญไปแล้ว บางอย่างยังไม่สาบสูญไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เอกจฺเจ อตฺถิ เอกจฺเจ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต บางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เอกจฺเจ อตฺถิ เอกจฺเจ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีต บางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปากา ธมฺมา เอกจฺเจ อตฺถิ เอกจฺเจ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันไม่มีวิบากที่เป็นอดีต บางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กึ อตฺถิ กึ นตฺถีติ ฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถิ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อดีตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อะไรมีอยู่ อะไรไม่มีอยู่?

ป. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตมีอยู่ ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตไม่มีอยู่

Pali (Siam Rath)

อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันให้ผลแล้ว ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปากา ๑ ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ ๒ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผล ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันไม่มีวิบาก ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปากา ๓ ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมอันให้ผลแล้ว ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผล ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมอันให้ผลแล้ว ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันไม่มีวิบาก ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา โน [๔]- วต เร วตฺตพฺเพ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผล ล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผล ที่เป็นอดีต ดับไปแล้วมิใช่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า ธรรมยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า ธรรม

อันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปากา ๕ ธมฺมา นิรุทฺธา เต. อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ๖ ธมฺมา นิรุทฺธา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา อวิปากา ๑ ธมฺมา นิรุทฺธา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ ๓ ๕ ๖ ม. อวิปกฺกวิปากา ๒ ม. นตฺถีติ ๔ ม. สพฺพตฺถ เอตฺถนฺตเร จสทฺโท อตฺถิ

Royal Thai

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันไม่มีวิบากที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันไม่มีวิบากที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา วิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตา เอกเทสํ วิปกฺกวิปากา ธมฺมา เอกเทสํ อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา นิรุทฺธา เต เอกจฺเจ อตฺถิ เอกจฺเจ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วที่เป็นอดีตดับไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมอันให้ผลแล้วส่วนหนึ่ง ยังไม่ให้ผลส่วนหนึ่งที่เป็นอดีตดับไปแล้ว

ธรรมเหล่านั้น บางส่วนมีอยู่ บางส่วนไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา วิปจฺจิสฺสนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา วิปจฺจิสฺสนฺติ ฯ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อตีตา อวิปกฺกวิปากา ธมฺมา วิปจฺจิสฺสนฺตีติ กตฺวา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ วิปจฺจิสฺสนฺตีติ กตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ วิปจฺจิสฺสนฺตีติ กตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ กตฺวา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ยังจักให้ผลมิใช่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลที่เป็นอดีต ยังจักให้ผล ด้วยเหตุนั้นนะท่าน

จึงต้องกล่าวว่า ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นยังมีอยู่ส. ธรรมอันยังไม่ให้ผลล่วงไปแล้ว ธรรมเหล่านั้นชื่อว่า มีอยู่ เพราะทำ

อธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายว่า ยังจักให้ผล หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมที่เป็นปัจจุบัน ก็ชื่อว่าไม่มีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักดับไปด้วย

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถีติ ฯ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯฝ เอกจฺจํ ชาตํ เอกจฺจํ อชาตํ เอกจฺจํ สญฺชาตํ เอกจฺจํ อสญฺชาตํ ฯ เอกจฺจํ นิพฺพตฺตํ เอกจฺจํ อนิพฺพตฺตํ ฯ เอกจฺจํ ปาตุภูตํ เอกจฺจํ อปาตุภูตนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. บางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่

ส. อนาคตบางอย่างเกิดแล้ว บางอย่างยังไม่เกิด บางอย่างเกิดพร้อมแล้ว

บางอย่างยังไม่เกิดพร้อม บางอย่างบังเกิดแล้ว บางอย่างยังไม่บังเกิด บางอย่างปรากฏแล้ว บางอย่างยังไม่ปรากฏ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เอกจฺเจ อตฺถิ เอกจฺเจ นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตํ เอกจฺจํ ฯเปฯ อนุปฺปาทิโน ธมฺมา ฯเปฯ

๑ ม. อวิปกฺกวิปากา

Royal Thai

ส. อนาคตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อุปปาทิธรรม (ธรรมจักเกิดขึ้น) ที่เป็นอนาคต บางอย่างมีอยู่ บางอย่าง

ไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อนาคตบางอย่าง ฯลฯ อนุปปาทิธรรม (ธรรมจักไม่เกิดขึ้น) ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ เอกจฺจํ อตฺถิ เอกจฺจํ นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กึ อตฺถิ กึ นตฺถีติ ฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถิ อนาคตา อนุปฺปาทิโน ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา อนุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตา อนุปฺปาทิโน ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตาติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตา ฯ โน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ส. อนาคตบางอย่างมีอยู่ บางอย่างไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อะไรมีอยู่ อะไรไม่มีอยู่?

ป. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตไม่มีอยู่ส. อุปปาทิธรรมเป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต ยังไม่เกิดมิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ก็ต้องไม่กล่าวว่า อุปปาทิธรรม

ที่เป็นอนาคตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา อนุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตา เต อตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อนาคตา อนุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตา เต นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อชาตา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ธรรมทั้งหลายนั้นมีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ธรรมเหล่านั้นมีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อนุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ไม่มีอยู่ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺติ ฯ เตน วต เร วตฺตพฺเพ อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา เต อตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต จักบังเกิดขึ้นมิใช่ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตจักบังเกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง

ต้องกล่าวว่า อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคตมีอยู่

Pali (Siam Rath)

อนาคตา อุปฺปาทิโน ธมฺมา อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ ฯ กตฺวา เต อตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ กตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปฺปชฺชิสฺสนฺตีติ กตฺวา ปจฺจุปฺปนฺนาติ ฯ อามนฺตา ฯ ปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมา นิรุชฺฌิสฺสนฺตีติ กตฺวา เต นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

เอกจฺจมตฺถีติกถา ฯ

Royal Thai

ส. อุปปาทิธรรมที่เป็นอนาคต ชื่อว่ามีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักบังเกิดขึ้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายไว้ว่า จักบังเกิดขึ้น หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ชื่อว่าปัจจุบัน เพราะทำอธิบายไว้ว่า จักบังเกิดขึ้นหรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมที่เป็นปัจจุบัน ชื่อว่าไม่มีอยู่ เพราะทำอธิบายว่า จักดับไป หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เอกัจจมัตถีติกถา จบ

สติปฏฺฐานกถา

สติปัฏฐานกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค สติปัฏฐานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวา อสญฺโญชนิยา อคนฺถนิยา อโนฆนิยา อโยคนิยา อนีวรณิยา อปรามฏฺฐา อนุปาทานิยา อสงฺกิเลสิกา สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ

สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ธรรมทั้งปวงเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็นสังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติ เป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติเป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐา- นนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวํ อสญฺโญชนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกํ จกฺขายตนํ พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ราโค ฯเปฯ โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อโนตฺตปฺปํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ ฯเปฯ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ

สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส จักขายตนะเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็นสังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติเป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติ เป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติเป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตน ชิวหายตนะ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ

สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ราคะ ฯลฯ

โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ

อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อโนตตัปปะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ ฯลฯ

เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห มาโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน และจักขายตนะนั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะ

โทสะ โมหะ มานะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน และอโนตตัปปะนั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขายตนะ เป็นสติปัฏฐาน แต่จักขายตนะนั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะ

โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน แต่อโนตตัปปะนั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐติ ๑ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. สติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ มิใช่หรือ?

ส. หากว่าสติ ปรารภธรรมทั้งปวง ตั้งมั่นได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง

กล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน

Pali (Siam Rath)

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ ผสฺโส สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา ผสฺสปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะผัสสะปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า

ผัสสปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ เวทนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ สญฺญา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ เจตนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา จิตฺตปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั้นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตปรารภธรรมทั้งปวง

ตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า จิตตปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา อุปฏฺฐิตสติโน สติยา สมนฺนาคตา สติยา สโมหิตา สพฺเพสํ สตฺตานํ สติ ปจฺจุปฏฺฐิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งปวงเป็นผู้ตั้งสติมั่น เป็นผู้ประกอบด้วยสติ เป็นผู้มั่นคงด้วยสติ

สติเป็นธรรมชาติเข้าไปตั้งมั่นแก่สัตว์ทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อมตนฺเต ภิกฺขเว น ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ น ปริภุญฺชนฺติ อมตนฺเต ภิกฺขเว ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺติ ปฏิลภนฺติ อาเสวนฺติ ภาเวนฺติ พหุลีกโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ ม. สนฺติฏฺฐตีติ.

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่ได้

บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นไม่ได้บริโภคอมตะ ชนเหล่าใดบริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นได้บริโภคอมตะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งปวงเจริญ ปฏิบัติ เสพ อบรม ทำให้มาก ซึ่งกายคตาสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ ๒ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา เอกายนมคฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรคเป็นเอกายนะ

ทางอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความก้าวล่วงซึ่งโสกะ ปริเทวะ เพื่อความสาบสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุอริยมรรคเครื่องออกไปจากทุกข์ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพานนี้คือสติปัฏฐานทั้ง ๔ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นเอกายนมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ จกฺกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ หตฺถิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อสฺสรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ มณิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อิตฺถีรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ คหปติรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปริณายกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา อิเมสํ สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ

สติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ วิริยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคตสฺส ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สพฺเพ ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺครตนา โหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ อิทฺธิปาทา ฯเปฯ อินฺทฺริยา ฯเปฯ พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สติปฏฺฐานกถา ฯ

๑ อํ. เอก. ๕๙ ฯ ๒ ม. มู. ๑๐๓ ฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการ

ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ประการเป็นไฉน จักรรัตนะ (จักรแก้ว) ปรากฏ ๑ หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว)ปรากฏ ๑ อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว) ปรากฏ ๑ มณีรัตนะ (ดวงมณีแก้ว)ปรากฏ ๑ อิตถีรัตนะ (นางแก้ว) ปรากฏ ๑ คหปติรัตนะ(คหบดีแก้ว) ปรากฏ ๑ ปริณายกรัตนะ (ขุนพลแก้ว) ปรากฏ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาพุทธะ๗ ประการเป็นไฉน รัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ ปรากฏ ๑ รัตนะคือวิริยสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือปีติสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือสมาธิสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคืออุเบกขาสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายรัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นรัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ปรากฏ เพราะความปรากฏแห่ง

พระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสัมมัปปธาน ฯลฯ เป็นอิทธิบาท ฯลฯ เป็นอินทรีย์ ฯลฯ

เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สติปัฏฐานกถา จบ.

เหวตฺถีติกถา

เหวัตถีติกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค เหวัตถีติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

อตีตํ อตฺถีติ ฯ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ อตฺถฏฺโฐ อตฺถิภาโว นตฺถิภาโว นตฺถิภาโว อตฺถิภาโว อตฺถีติ วา นตฺถีติ วา นตฺถีติ วา อตฺถีติ วา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ สํ. ม. ๑๑๘ ฯ

Royal Thai

สกวาที อดีตมีอยู่ หรือ?

ปรวาที มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ อรรถว่าไม่มีอยู่ก็คืออรรถว่ามีอยู่ ความ

มีอยู่ก็คือความไม่มีอยู่ ความไม่มีอยู่ก็คือความมีอยู่ บัญญัติว่า มีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ก็ดี ว่าไม่มีอยู่หรือว่ามีอยู่ก็ดี บัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกันมีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ อตฺถีติ ฯ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ อตฺถฏฺโฐ อตฺถิภาโว นตฺถิภาโว นตฺถิภาโว อตฺถิภาโว อตฺถีติ วา นตฺถีติ วา นตฺถีติ วา อตฺถีติ วา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?

ป. มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ อรรถว่าไม่มีอยู่ก็คืออรรถว่ามีอยู่ ความ

มีอยู่ก็คือความไม่มีอยู่ ความไม่มีอยู่ก็คือความมีอยู่ บัญญัติว่ามีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ก็ดี ว่าไม่มีอยู่หรือว่ามีอยู่ก็ดี บัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกันมีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ อตฺถีติ ฯ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?

ป. มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อตีตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺตตฺถิ กินฺติ นตฺถีติ ฯ อตีตํ อตีตนฺติ เหวตฺถิ อตีตํ อนาคตนฺติ เหว นตฺถิ อตีตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ อตฺถฏฺโฐ อตฺถิภาโว นตฺถิภาโว นตฺถิภาโว อตฺถิภาโว อตฺถีติ วา นตฺถีติ วา นตฺถีติ วา อตฺถีติ วา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อดีตมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีอยู่โดยภาวะอย่างไร ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างไร

ป. อดีตมีอยู่โดยภาวะว่าอดีต อดีตไม่มีอยู่โดยภาวะว่าอนาคต อดีตไม่มีอยู่

โดยภาวะว่าปัจจุบัน

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ อรรถว่าไม่มีอยู่ก็คืออรรถว่ามีอยู่ ความ

มีอยู่ก็คือความไม่มีอยู่ ความไม่มีอยู่ก็คือความมีอยู่ บัญญัติว่ามีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ก็ดี ว่าไม่มีอยู่หรือว่ามีอยู่ก็ดี ว่าไม่มีอยู่หรือว่ามีอยู่ก็ดีบัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากันเหมือนกัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

อนาคตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺตตฺถิ กินฺติ นตฺถีติ ฯ อนาคตํ อนาคตนฺติ เหวตฺถิ อนาคตํ อตีตนฺติ เหว นตฺถิ ๑ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ อตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. อนาคตมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตมีอยู่โดยภาวะอย่างไร ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างไรป. อนาคตมีอยู่โดยภาวะว่าอนาคต อนาคตไม่มีอยู่โดยภาวะว่าอดีต อนาคต

ไม่มีอยู่โดยภาวะว่าปัจจุบัน

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ อรรถว่าไม่มีอยู่ก็คืออรรถว่ามีอยู่ ฯลฯ

เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

ปจฺจุปฺปนฺนํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺตตฺถิ กินฺติ นตฺถีติ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ เหวตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตีตนฺติ เหว นตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อนาคตนฺติ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีอยู่โดยภาวะอย่างไร ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างไร

ป. ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะว่าปัจจุบัน ปัจจุบันไม่มีอยู่โดยภาวะว่าอดีต ปัจจุบัน

ไม่มีอยู่โดยภาวะว่าอนาคต

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็อย่างนั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็อย่างนั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ อตีตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถิ อนาคตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตีตํ อนาคตนฺติ เหวตฺถิ อตีตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ เหวตฺถิ อนาคตํ อตีตนฺติ เหวตฺถิ อนาคตํ ปจฺจุปฺปนฺนนฺติ เหวตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อตีตนฺติ เหวตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ อนาคตนฺติ เหวตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ อตีตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถิ อนาคตํ เหวตฺถิ เหว นตฺถิ ปจฺจุปฺปนฺนํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้อนาคตมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อดีตมีอยู่โดยภาวะว่าอนาคต อดีตมีอยู่โดยภาวะว่าปัจจุบัน อนาคตมีอยู่

โดยภาวะว่าอดีต อนาคตมีอยู่โดยภาวะว่าปัจจุบัน ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะว่าอดีต ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะว่าอนาคต หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น อดีตก็มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ อนาคต

มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ปัจจุบันมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ น่ะสิ

Pali (Siam Rath)

รูปํ อตฺถีติ ฯ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ อตฺถฏฺโฐ อตฺถิภาโว นตฺถิภาโว นตฺถิภาโว อตฺถิภาโว อตฺถีติ วา นตฺถีติ วา นตฺถีติ วา อตฺถีติ วา เอเส เส เอกฏฺเฐ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ อตฺถีติ ฯ เหวตฺถิ ๑ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺตตฺถิ กินฺติ นตฺถีติ ฯ รูปํ รูปนฺติ เหวตฺถิ รูปํ เวทนาติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ รูปํ สญฺญาติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ

รูปํ สงฺขาราติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ รูปํ วิญฺญาณนฺติ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ เสวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ กินฺตตฺถิ กินฺติ นตฺถีติ ฯ วิญฺญาณํ วิญฺญาณนฺติ เหวตฺถิ ๒ วิญฺญาณํ รูปนฺติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ วิญฺญาณํ เวทนาติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ วิญฺญาณํ สญฺญาติ เหว นตฺถิ ฯเปฯ วิญฺญาณํ สงฺขาราติ เหว นตฺถีติ ฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เสวตฺถิ เสว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ อตฺถฏฺโฐ นตฺถฏฺโฐ ฯเปฯ สเม สมภาเค ตชฺชาเตติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑. ม. เหวตฺถิ.

๑. ม. น เหวตฺถิ. ๒. ม. เสวตฺถิ.

Royal Thai

ส. รูปมีอยู่ หรือ?

ป. มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ อรรถว่าไม่มีอยู่ก็คืออรรถว่ามีอยู่ ความ

มีอยู่ก็คือความไม่มีอยู่ ความไม่มีอยู่ก็คือความมีอยู่ บัญญัติว่ามีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ก็ดี ว่าไม่มีอยู่หรือว่ามีอยู่ก็ดี บัญญัติทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกันมีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณมีอยู่ หรือ?

ป. มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีอยู่โดยภาวะอย่างไร ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างไร

ป. รูปมีอยู่โดยภาวะว่ารูป รูปไม่มีอยู่โดยภาวะว่าเวทนา ฯลฯ รูปไม่มีอยู่

โดยภาวะว่าสัญญา ฯลฯ รูปไม่มีอยู่โดยภาวะว่าสังขาร ฯลฯ รูปไม่มีอยู่โดยภาวะว่าวิญญาณ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้

ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีอยู่โดยภาวะอย่างไร ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างไร

ป. วิญญาณมีอยู่โดยภาวะว่าวิญญาณ วิญญาณไม่มีอยู่โดยภาวะว่ารูป ฯลฯ

วิญญาณไม่มีอยู่โดยภาวะว่าเวทนา ฯลฯ วิญญาณไม่มีอยู่โดยภาวะว่าสัญญา ฯลฯ วิญญาณไม่มีอยู่โดยภาวะว่าสังขาร

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. มีอยู่ก็นั้นแหละ ไม่มีอยู่ก็นั้นแหละ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรรถว่ามีอยู่ก็คืออรรถว่าไม่มีอยู่ ฯลฯ เสมอกัน เท่ากัน เหมือนกัน

หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ รูปํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ สงฺขารา ฯเปฯ วิญฺญาณํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ อามนฺตา ฯ รูปํ เวทนาติ เหวตฺถิ ฯเปฯ รูปํ สญฺญาติ เหวตฺถิ ฯเปฯ รูปํ สงฺขาราติ เหวตฺถิ ฯเปฯ รูปํ วิญฺญาณนฺติ เหวตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ รูปนฺติ เหวตฺถิ วิญฺญาณํ เวทนาติ เหวตฺถิ ฯเปฯ วิญฺญาณํ สงฺขาราติ เหวตฺถีติ ฯ นต เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ รูปํ เหวตฺถิ เหว นตฺถิ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ

เหวตฺถีติกถา ฯ

ปฐโม มหาวคฺโค ฯ

ตสฺส อุทฺทานํ

อุปลพฺโภ ปริหานํ พฺรหฺมจริยวาโส

โอธิโส ปริญฺญากามราคปฺปหานํ

สพฺพตฺถิวาโท อายตนํ

อตีตานาคเตสุ ภาโค สพฺเพ ธมฺมา

สติปฏฺฐานา เหวตฺถิ เหว นตฺถีติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่ารูปมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ สังขาร ฯลฯ วิญญาณมีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปมีอยู่โดยภาวะว่าเวทนา ฯลฯ รูปมีอยู่โดยภาวะว่าสัญญา ฯลฯ รูปมี

อยู่โดยภาวะว่าสังขาร ฯลฯ รูปมีอยู่โดยภาวะว่าวิญญาณ เวทนา สัญญาสังขาร วิญญาณ มีอยู่โดยภาวะว่ารูป วิญญาณมีอยู่โดยภาวะว่าเวทนา ฯลฯ วิญญาณมีอยู่โดยภาวะว่าสังขาร หรือ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น รูปก็มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ เวทนา

สัญญา สังขาร วิญญาณ ก็มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้ ไม่มีอยู่โดยภาวะอย่างนี้น่ะสิ

เหวัตถีติกถา จบ.

มหาวรรคที่ ๑ จบ.

End of กัลยาณวรรค