พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เอกาทสกนิบาต
๗. ทสรถชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๖๔–๑๕๗๖ (Royal Thai)7/9 in เอกาทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๗ ทสรถชาตกํ
๗. ทสรถชาดก
ว่าด้วยผู้มีปัญญาย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เสียไปแล้ว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกาทสกนิบาต ทสรถชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 60 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
เอถ ลกฺขณสีตา จ อุโภ โอตรโถทกํ
เอวายํ ภรโต อาห ราชา ทสรโถ มโต ฯ
มานี่แน่ะ เจ้าลักษณ์และนางสีดาทั้งสองจงมาลงน้ำ พระภรตนี้กล่าว
อย่างนี้ว่า พระเจ้าทสรถสวรรคตเสียแล้ว.
เกน ราม ปภาเวน โสจิตพฺพํ น โสจสิ
ปิตรํ กาลกตํ สุตฺวา น ตํ ปสหเต ทุขํ ฯ
พี่ราม ด้วยอานุภาพอะไรเจ้าพี่ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ควรเศร้าโศก ความทุกข์มิได้ครอบงำพี่เพราะได้ทรงสดับว่า พระราชบิดาสวรรคตเล่า?
ยํ น สกฺกา นํ ปาเลตุํ ๑ โปเสน ลปตํ พหุํ
ส กิสฺส วิญฺญู เมธาวี อตฺตานมุปตาปเย ฯ
คนเราไม่สามารถจะรักษาชีวิต ที่คนเป็นอันมากพร่ำเพ้อถึง นักปราชญ์ผู้รู้แจ้งจะทำตนให้เดือดร้อนเพื่ออะไรกัน?
ทหรา จ หิ เย วุฑฺฒา เย พาลา เย จ ปณฺฑิตา
อทฺธา เจว ทลิทฺทา จ สพฺเพ มจฺจุปรายนา ฯ
ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ ทั้งพาลทั้งบัณฑิต ทั้งคนมั่งมีทั้งคนยากจน ล้วนบ่ายหน้าไปหามฤตยูทั้งนั้น.
ผลานมิว ปกฺกานํ นิจฺจํ ปตนโต ภยํ
เอวํ ชาตาน มจฺจานํ นิจฺจํ มรณโต ภยํ ฯ
ผลไม้ที่สุกแล้ว ก็พลันแต่จะหล่นลงเป็นแน่ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายเกิดมาแล้ว ก็พลันแต่จะตายเป็นแน่ ฉันนั้น.
สายเมเก น ทิสฺสนฺติ ปาโต ทิฏฺฐา พหู ชนา
ปาโต เอเก น ทิสฺสนฺติ สายํ ทิฏฺฐา พหู ชนา ฯ
เวลาเช้าเห็นกันอยู่มากคน พอถึงเวลาเย็นบางคนไม่เห็นกัน เวลาเย็นเห็นกันอยู่มากคน พอถึงเวลาเช้าบางคนไม่เห็นกัน.
ปริเทวยมาโน เจ กิญฺจิทตฺถํ อุทพฺพเห
สมฺมุโฬฺห หึสมตฺตานํ กยิรา ตํ วิจกฺขโณ ฯ
ถ้าผู้ที่คร่ำครวญหลงเบียดเบียนตนอยู่ จะพึงได้รับประโยชน์สักเล็กน้อยไซร้ บัณฑิตผู้มีปรีชาก็จะพึงทำเช่นนั้นบ้าง.
กีโส วิวณฺโณ ภวติ หึสมตฺตานมตฺตโน
น เตน เปตา ปาเลนฺติ นิรตฺถา ปริเทวนา ฯ
ผู้เบียดเบียนตนของตนอยู่ ย่อมซูบผอมปราศจากผิวพรรณ สัตว์ผู้ละไปแล้วไม่ได้ช่วยคุ้มครองรักษา ด้วยการร่ำไห้นั้นเลย การร่ำไห้ไร้ประโยชน์.
ยถา สรณมาทิตฺตํ วารินาว นิพฺพาปเย ๒
เอวมฺปิ ธีโร สุตวา เมธาวี ปณฺฑิโต นโร
ขิปฺปมุปฺปติตํ โสกํ วาโต ตูลํว ธํสเย ฯ
๑ ม. นิปาเลตุํ ฯ ๒ ม. วารินา ปรินิพฺพเย ฯ
คนฉลาดพึงดับไฟที่ไหม้เรือนด้วยน้ำ ฉันใด คนผู้เป็นนักปราชญ์ได้รับการศึกษามาดี มีปัญญาเฉลียวฉลาด พึงรีบกำจัดความโศกที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน เหมือนลมพัดปุยนุ่น ฉันนั้น.
เอโกว มจฺโจ อจฺเจติ เอโกว ชายเต กุเล
สํโยคปรมาเตฺวว สมฺโภคา สพฺพปาณินํ ฯ
คนๆ เดียวเท่านั้นตายไป คนเดียวเท่านั้นเกิดในตระกูล ส่วนการคบหากันของสรรพสัตว์ มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างยิ่ง.
ตสฺมา หิ ธีรสฺส พหุสฺสุตสฺส
สมฺปสฺสโต โลกมิมํ ปรญฺจ
อญฺญาย ธมฺมํ หทยํ มนญฺจ
โสกา มหนฺตาปิ น ตาปยนฺติ ฯ
เพราะเหตุนั้นแล ความเศร้าโศกแม้จะมากมายก็ไม่ทำจิตใจของนักปราชญ์ ผู้เป็นพหูสูต มองเห็นโลกนี้และโลกหน้า รู้ทั่วถึงธรรมให้เร่าร้อนได้.
โสหํ ยสญฺจ โภคญฺจ ภริยาปิ ๑ จ ญาตเก
เสสํ สมฺปาลยิสฺสามิ ๒ กิจฺจเมตํ ๓ วิชานโต ฯ
เราจักให้ยศ และโภคสมบัติ แก่ผู้ที่ควรจะได้ จักทะนุบำรุงภรรยาญาติทั้งหลาย และคนที่เหลือ นี้เป็นกิจของบัณฑิตผู้ปรีชา.
ทสวสฺสสหสฺสานิ สฏฺฐิวสฺสสตานิ จ
กมฺพุคีโว มหาพาหุ ราโม รชฺชมการยีติ ฯ
ทสรถชาตกํ สตฺตมํ ฯ
พระเจ้ารามผู้มีพระศอดุจกลองทอง มีพระพาหาใหญ่ ทรงครอบครองราชสมบัติอยู่ตลอด ๑๖,๐๐๐ ปี.
จบ ทสรถชาดกที่ ๗.
End of ๗. ทสรถชาดก