พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · เอกาทสกนิบาต
๒. ชุณหชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๕๐๔–๑๕๑๔ (Royal Thai)2/9 in เอกาทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๒ ชุณฺหชาตกํ
๒. ชุณหชาดก
ว่าด้วยการคบบัณฑิตและคบคนพาล
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เอกาทสกนิบาต ชุณหชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 60 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สุโณหิ มยฺหํ วจนํ ชนินฺท
อตฺเถน ชุณฺหมฺหิ อิธานุปตฺโต
น พฺราหฺมเณ อทฺธิเก ติฏฺฐมาเน
คนฺตพฺพมาหุ ทฺวิปทานเสฏฺฐ ๔ ฯ
๑ สี. มุตฺโต ทามาตุ กุญฺชโร ฯ ม. มุตฺตมาทาย กุญฺชโร ฯ ๒ สี. วิสฺสมิตฺวาน ฯ
ม. อสฺสาสยิตฺวา ฯ ๓ สี. ม. นลินึ ฯ ๔ ม. ทฺวิปทินฺท เสฏฺฐ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งชน ขอพระองค์ทรงสดับคำของข้าพระองค์ข้าพระองค์มาถึงในที่นี้ด้วยประโยชน์ในพระเจ้าชุณหะ ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐกว่าสัตว์ ๒ เท้าทั้งหลาย เมื่อพราหมณ์เดินทางยืนขออยู่บัณฑิตทั้งหลายไม่กล่าวว่า ควรไป.
สุโณมิ ติฏฺฐามิ วเทหิ พฺรเหฺม
เยนาปิ ๑ อตฺเถน อิธานุปตฺโต
กํ วา ตฺวมตฺถํ มยิ ปตฺถยาโน
อิธาคมา พฺรเหฺม ตทิงฺฆ พฺรูหิ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ข้าพเจ้ากำลังรอฟังอยู่ ท่านมาถึงในที่นี้ด้วยประโยชน์อันใด จงบอกประโยชน์อันนั้น หรือว่าท่านปรารถนาประโยชน์อะไรในข้าพเจ้าจึงมาในที่นี้ เชิญท่านพราหมณ์บอกมาเถิด.
ททาหิ เม คามวรานิ ปญฺจ
ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ
ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข
ภริยา จ เม สาทิสี เทฺว ททาหิ ฯ
ขอพระองค์โปรดพระราชทานบ้านส่วย ๕ ตำบลแก่ข้าพระองค์ ทาสี๑๐๐ คน โค ๗๐๐ ทองเนื้อดี ๑๐๐๐ แท่ง ขอได้ทรงโปรดประทานภรรยาผู้พริ้มเพราแก่ข้าพระองค์ ๒ คน.
ตโป นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูโป
มนฺตา นุ เต พฺราหฺมณ จิตฺตรูปา
ยกฺขา นุ ๒ เต อสฺสวา สนฺติ เกจิ
อตฺถํ วา เม อภิชานาสิ กตฺตํ ฯ
ดูกรพราหมณ์ ตบะอันมีกำลังกล้าของท่านมีอยู่หรือ หรือว่ามนต์ขลังของท่านมีอยู่ หรือว่ายักษ์บางพวกผู้เชื่อฟังถ้อยคำของท่านมีอยู่ หรือว่าท่านยังจำได้ถึงประโยชน์ที่ท่านทำแล้วแก่เรา?
น เม ตโป อตฺถิ น จาปิ มนฺตา
ยกฺขาปิ เม อสฺสวา นตฺถิ เกจิ
อตฺถํปิ เต นาภิชานามิ กตฺตํ
ปุพฺเพว โข ๓ สงฺคติมตฺตมาสิ ฯ
ตบะของข้าพระองค์มิได้มี แม้มนต์ของข้าพระองค์ก็มิได้มี ยักษ์บางพวกผู้เชื่อฟังถ้อยคำของข้าพระองค์ก็ไม่มี อนึ่ง ข้าพระองค์ก็จำไม่ได้ถึงประโยชน์ ที่ข้าพระองค์ทำแล้วแก่พระองค์ ก็แต่ว่า เมื่อก่อนได้มีการพบปะกันเท่านั้นเอง.
ปฐมํ อิทํ ทสฺสนํ ชานโต เม
น ตาภิชานามิ อิโต ปุรตฺถา
อกฺขาหิ เม ปุจฺฉิโต เอตมตฺถํ
กทา กุหึ วา อหุ สงฺคโม โน ฯ
๑ ม. เยนาสิ ฯ ๒ สี. ยุ. ยกฺขาว ฯ ๓ ม. ปุพฺเพ จ โข ฯ
ข้าพเจ้ารู้อยู่ว่า การเห็นนี้เป็นการเห็นครั้งแรก นอกจากนี้ข้าพเจ้าจำไม่ได้ถึงการพบกันในครั้งใดเลย ข้าพเจ้าถามถึงเรื่องนั้น ขอท่านจงบอกแก่ข้าพเจ้าว่า เราได้เคยพบกันเมื่อไรหรือที่ไหน?
คนฺธารราชสฺส ปุรมฺหิ รมฺเม
อวสิมฺหเส ตกฺกสิลาย เทว
ตตฺถนฺธการมฺหิ ติมิสฺสกายํ ๑
อํเสน อํสํ สมฆฏฺฏยิมฺหา
เต ตตฺถ ฐตฺวาน อุโภ ชนินฺท
สาราณิยํ วีติสาริมฺห ๒ ตตฺถ
สาเยว โน สงฺคติมตฺตมาสิ
ตโต น ปจฺฉา น ปุเร กทาจิ ๓ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พระองค์และข้าพระองค์ได้อยู่กันมาแล้วในเมืองตักกสิลา อันเป็นเมืองที่รื่นรมย์ของพระเจ้าคันธารราช พระองค์กับข้าพระองค์ได้กระทบไหล่กันในความมืด มีหมอกทึบในนครนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์และข้าพระองค์ยืนกันอยู่ในที่ตรงนั้น เจรจาปราศรัยด้วยคำอันให้ระลึกถึงกันที่ตรงนั้นแล เป็นการพบกันแห่งพระองค์และข้าพระองค์ ภายหลังจากนั้นมิได้มี ก่อนแต่นั้นก็ไม่มี.
ยทากทาจิ มนุเชสุ พฺรเหฺม
สมาคโม สปฺปุริเสน โหติ
น ปณฺฑิตา สงฺคติสนฺถวานิ
ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ ฯ
ดูกรพราหมณ์ การสมาคมกับสัปบุรุษย่อมมีในหมู่มนุษย์บางครั้งบางคราว บัณฑิตทั้งหลายย่อมไม่ทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือคุณที่กระทำไว้แล้วในกาลก่อนให้เสื่อมสูญไป.
พาลา จ โข สงฺคติสนฺถวานิ
ปุพฺเพ กตํ วาปิ วินาสยนฺติ
พหหปิ พาเลสุ กตํ วินสฺสติ
ตถาหิ พาลา อกตญฺญุรูปา ฯ
ส่วนคนพาลทั้งหลาย ย่อมทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือคุณที่เขาทำไว้ในกาลก่อนให้เสื่อมสูญไป คุณที่ทำไว้ในคนพาลทั้งหลาย ถึงจะมากมายก็ย่อมเสื่อมไปหมด เพราะว่าคนพาลทั้งหลายเป็นคนอกตัญญู.
ธีรา จ โข สงฺคติสนฺถวานิ
ปุพฺเพ กตํ วาปิ น นาสยนฺติ
อปฺปํปิ ธีเรสุ กตํ น นสฺสติ
ตถาหิ ธีรา สุกตญฺญุรูปา
ททามิ เต คามวรานิ ปญฺจ
ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ
ปโรสหสฺสญฺจ สุวณฺณนิกฺเข
ภริยา จ เต สาทิสี เทฺว ททามิ ฯ
๑ ม. ติมีสิกายํ ฯ ๒ ม. วีติสารยิมฺห ฯ ๓ ม. อโหสิ ฯ
ส่วนนักปราชญ์ทั้งหลาย ย่อมไม่ทำการพบปะกัน ความสนิทสนม หรือคุณที่เขาทำไว้ในกาลก่อน ให้เสื่อมสูญไป คุณที่ทำไว้ในนักปราชญ์ทั้งหลาย ถึงจะน้อยก็ย่อมไม่เสื่อมหายไป เพราะว่านักปราชญ์ทั้งหลายเป็นผู้มีความกตัญญูดี ข้าพเจ้าจะให้บ้านส่วย ๕ ตำบลแก่ท่าน ทาสี๑๐๐ คน โค ๗๐๐ ทองเนื้อดี ๑๐๐๐ แท่ง และภรรยาผู้พริ้มเพรา ๒คน มีชาติและตระกูลเสมอกัน แก่ท่าน.
เอวํ สตํ โหติ สเมจฺจ ราช
นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ
อาปูรตี กาสิปตี ยถา อหํ ๑
ตยา หิ ๒ เม สงฺคโม อชฺช ลทฺโธติ ฯ
ชุณฺหชาตกํ ทุติยํ ฯ
ข้าแต่พระราชา การสมาคมกับสัตบุรุษย่อมเป็นอย่างนี้ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่ในกาสิกรัฐ ข้าพระองค์บริบูรณ์ไปด้วยสมบัติ มีบ้านส่วยเป็นต้น เหมือนพระจันทร์ตั้งอยู่ท่ามกลางแห่งหมู่ดาวทั้งหลาย ฉะนั้นการสังคมกับพระองค์นั่นแล เป็นอันว่าข้าพระองค์ได้แล้วในวันนี้เอง.
จบ ชุณหชาดกที่ ๒.
End of ๒. ชุณหชาดก