พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ฉักกนิบาต · อาวาริยวรรค
๗. สิริกาฬกัณณิชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๘๖๙–๘๘๕ (Royal Thai)7/10 in อาวาริยวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๗ สิริกาฬกณฺณิชาตกํ
๗. สิริกาฬกัณณิชาดก
ว่าด้วยสิริกับกาฬกรรณี
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ฉักกนิบาต อาวาริยวรรค สิริกาฬกัณณิชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กา นุ กาเฬน วณฺเณน น จาปิ ๓ ปิยทสฺสนา
กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ท่านเป็นใครหนอ มีผิวพรรณดำ ไม่น่ารักน่าดูเลย ท่านเป็นใคร หรือเป็นธิดาของใคร จะรู้จักท่านได้อย่างไร?
มหาราชสฺสหํ ธีตา วิรูปกฺขสฺส จณฺฑิยา
อหํ กาฬี อลกฺขิกา กาฬกณฺณีติ มํ วิทู
โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ
ฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าวิรูปักษ์ เป็นหญิงดุร้าย เป็นหญิงกาฬีไม่มีบุญ ทวยเทพรู้จักเราว่า เป็นหญิงกาฬกรรณี ฉันขอพักอาศัยอยู่ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.
กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ๔ ตุวํ
ปุฏฺฐา เม กาฬิ อกฺขาหิ กถํ ๕ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางกาฬี เราถามท่าน ท่านจงบอกเรา เราจะรู้จักท่านได้อย่างไร?
มกฺขี ปลาสี สารมฺภี อิสฺสุกี มจฺฉรี สโถ
โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ลทฺธํ ยสฺส วินสฺสติ ฯ
บุรุษใด ลบหลู่คุณท่าน ตีเสมอท่าน แข่งดี ริษยา ตระหนี่ โอ้อวดและได้ทรัพย์มาแล้ว ย่อมพินาศหมดไป บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของเรา.
โกธโน อุปนาหี จ ปิสุโณ จ วิเภทโก
กณฺฏกวาโจ ๖ ผรุโส โส เม กนฺตตโร ตโต ฯ
๑ ม. อติสีมจโร ฯ ๒ วุทฺธสาสนนฺติ ฯ ๓ สี. น จาสิ ฯ ๔ ม. นิวิสเส ฯ
๕ สี. ยุ. ยถา ฯ ๖ ม. กณฺฑกวาโจ ฯ สี. ยุ. อณฺฑกวาโจ ฯ
บุรุษใด เป็นคนมักโกรธ ผูกโกรธไว้ ส่อเสียด ยุยงให้แตกกัน มีวาจากระด้าง หยาบคาย บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉันยิ่งกว่าบุรุษคนก่อนนั้นอีก.
อชฺช สุเวติ ปุริโส สทตฺถํ นาวพุชฺฌติ
โอวชฺชมาโน กุปฺปติ เสยฺยโส ๑ อติมญฺญติ ฯ
บุรุษไม่รู้จักประโยชน์ของตนว่า กรรมนี้ควรทำวันนี้ กรรมนี้ควรทำพรุ่งนี้ เป็นคนสำคัญตนว่า ดีกว่าเขา เมื่อถูกตักเตือนก็โกรธเคือง.
ทวปฺปลุทฺโธ ๒ ปุริโส สพฺพมิตฺเตหิ ธํสติ
โส มยฺหํ ปุริโส กนฺโต ตสฺมึ โหมิ อนามยา ฯ
บุรุษผู้อันความคะนองในกามคุณครอบงำเป็นนิตย์ ย่อมเสื่อมจากมิตรทุกคน บุรุษนั้น เป็นที่รักใคร่ของฉัน ถ้าฉันได้บุรุษเช่นนั้นแล้ว จะไม่เกี่ยวข้องในบุรุษอื่นเลย.
อเปหิ เอตฺโต ตฺวํ กาฬิ เนตํ อเมฺหสุ วิชฺชติ
อญฺญํ ชนปทํ คจฺฉ นิคเม ราชธานิโย ฯ
แน่ะนางกาฬี เจ้าจงหลีกไปเสียจากที่นี้ อุปกิเลสมีความลบหลู่เป็นต้นที่กระทำความรักใคร่ของเจ้านั้น ไม่มีในเรา เจ้าจงไปยังชนบท นิคมและราชธานีอื่นเสียเถิด.
อหมฺปิ โข ตํ ๓ ชานามิ เนตํ ตุเมฺหสุ วิชฺชติ
สนฺติ โลเก อลกฺขิกา สงฺฆรนฺติ พหุํ ธนํ
อหํ เทโว จ เม ภาตา อุโภ นํ วิธมามเส ฯ
แม้ฉันก็รู้จักสิ่งที่ทำความพอใจให้แก่ฉัน มีความลบหลู่คุณท่านเป็นตนนี้ว่า ไม่มีอยู่ในท่าน คนไร้ปัญญามีอยู่ในโลก ย่อมรวบรวมเอาทรัพย์ไว้มากมาย ฉัน และพี่ของฉัน ผู้เป็นเทพบุตร ทั้งสองคนจะช่วยกันกำจัดทรัพย์ที่คนไม่มีปัญญารวบรวมไว้เสียก็ได้.
กา นุ ทิพฺเพน วณฺเณน ปฐพฺยา สุปติฏฺฐิตา
กา วา ตฺวํ กสฺส วา ธีตา กถํ ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ท่านเป็นใครหนอ มีรัศมีเป็นทิพย์ ยืนอยู่ที่แผ่นดินอย่างเรียบร้อย ท่านเป็นใคร หรือเป็นธิดาของใคร เราจะรู้จักท่านอย่างไร.
มหาราชสฺสหํ ธีตา ธตรฏฺฐสิรีมโต ๔
อหํ สิรี จ ลกฺขี จ ภูริปญฺญาติ มํ วิทู
โอกาสํ ยาจิโต เทหิ วเสมุ ตว สนฺติเก ฯ
ดิฉันเป็นธิดาของท้าวมหาราชนามว่าธตรฐ ผู้มีสิริ ข้าพเจ้ามีสิริด้วย มีบุญด้วย ทวยเทพรู้จักข้าพเจ้าว่า มีปัญญาดุจแผ่นดิน ดิฉันขอพักอาศัยอยู่ในสำนักของท่านสักราตรีหนึ่ง ขอท่านจงให้โอกาสเถิด.
กึสีเล กึสมาจาเร ปุริเส นิวิเส ๕ ตุวํ
ปุฏฺฐา เม ลกฺขิ อกฺขาหิ ยถา ชาเนมุ ตํ มยํ ฯ
ท่านตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษผู้มีศีล มีสมาจารเช่นไร แน่ะนางลักขี ข้าพเจ้าถามท่าน ท่านจงบอกข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะรู้จักท่านได้อย่างไร?
โย จาปิ สีเต อถวาปิ อุเณฺห
วาตาตเป ฑํสสิรึสเป จ
ขุทฺท ๖ ปิปาสํ อภิภุยฺย สพฺพํ
รตฺตินฺทิวํ โย สตตํ นิยุตฺโต
กาลาคตญฺจ น หาเปติ อตฺถํ
โส เม มนาโป นิวิเส วตมฺหิ ๑ ฯ
๑ ม. เสยฺยํ โส ฯ ๒ ยุ. ทวปฺปลทฺโธ ฯ ๓ สี. เจตํ ฯ ๔ ม. ธตรฏฺฐสฺส สิรีมโต ฯ
๕ ม. นิวิสเส ฯ ๖ ม. ขุธํ ฯ ยุ. ขุทํ ฯ
บุรุษใด เมื่อหนาว ร้อน ลม แดด เหลือบ ยุง และสัตว์เลื้อยคลานมีอยู่ ก็ครอบงำความหิวความกระหายทั้งหมด ประกอบการงานทั้งหลายมิได้ขาด ทั้งกลางคืนกลางวัน ไม่ทำประโยชน์ที่มาถึงตามกาลให้เสื่อมเสียไป บุรุษนั้น เป็นที่พอใจของดิฉัน ดิฉันตั้งใจมั่นอยู่ในบุรุษนั้น.
อกฺโกธโน มิตฺตวา จาควา จ
สีลูปปนฺโน อสโถชุภูโต ๒
สงฺคาหโก สขิโล สณฺหวาโจ
มหตฺตปตฺโตปิ นิวาตวุตฺติ
ตสฺมึห ๓ โปเส วิปุลา ภวามิ
อุมฺมี ๔ สมุทฺทสฺส ยถาปิ วณฺณํ ฯ
อนึ่ง บุรุษใด เป็นคนไม่โกรธ มีมิตรดี ชอบบริจาคทาน มีศีล ไม่โอ้อวด เป็นคนตรง สงเคราะห์มิตร มีวาจาอ่อนหวานไพเราะ แม้ได้รับแต่งตั้งเป็นใหญ่โต ก็ยังประพฤติถ่อมตนอยู่ ดิฉันพอใจในบุรุษนั้นเป็นอย่างมาก ดุจคลื่นทะเลปรากฏแก่คนที่มองดูสีน้ำทะเลเหมือนมีมากฉะนั้น.
โย จาปิ มิตฺเต อถวา อมิตฺเต
เสฏฺเฐ สริกฺเข อถวาปิ หีเน
อตฺถํ จรนฺตํ อถวา อนตฺถํ
อาวี รโห สงฺคหเมว วตฺโต ๕
วาจํ น วชฺชา ผรุสํ กทาจิ
มตสฺส ชีวสฺส จ ตสฺส โหมิ ฯ
อนึ่ง บุรุษใด ประพฤติสังคหธรรม ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ในมิตรหรือผู้ที่มิใช่มิตร ในคนที่ประเสริฐกว่า คนที่เสมอกัน หรือคนที่เลวกว่า คนที่ประพฤติประโยชน์ หรือคนที่ประพฤติสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ไม่กล่าววาจาหยาบคายในกาลไหนๆ ดิฉันจะขอคบบุรุษนั้น ทั้งเมื่อเขาตายแล้วและเป็นอยู่.
เอเตส โย อญฺญตรํ ลภิตฺวา
กนฺตํ สิรึ ๖ มชฺชติ อปฺปปญฺโญ
ตํ ทิตฺตรูปํ วิสมํ จรนฺตํ
กรีสชาตํว ๗ วิวชฺชยามิ ฯ
บุรุษใด เป็นคนไม่มีปัญญา ปรารถนาสิริที่คนพอใจ ได้อย่างใดอย่างหนึ่งบรรดาคุณตามที่กล่าวมาแล้วนี้ แล้วลืมเสีย ดิฉันขอเว้นบุรุษนั้นผู้ประพฤติลุ่มๆ ดอนๆ เป็นเหตุเดือดร้อน เหมือนบุคคลเว้นหลุ่มคูถห่างไกล ฉะนั้น.
อตฺตนา กุรุเต ลกฺขึ อลกฺขึ กุรุตตฺตนา
น หิ ลกฺขึ อลกฺขึ วา อญฺโญ อญฺญสฺส การโกติ ฯ
สิริกาฬกณฺณิชาตกํ สตฺตมํ ฯ
๑ ม. จ ตมฺหิ ฯ ๒ ยุ. อสโฐ อุชฺชุภูโต ฯ ๓ ม. ตสฺมึหํ ฯ สี. ยุ. ตสฺมาหํ ฯ
๔ ม. อูมิ ฯ ๕ ม. วตฺเต ฯ ๖ ม. กนฺตา สิรี ฯ ๗ ม. กรีสฐานํว ฯ
บุคคลย่อมทำความดี และความชั่วด้วยตนเอง คนอื่นจะทำความดี หรือความชั่วให้แก่คนอื่นไม่ได้เลย.
จบ สิริกาฬกัณณิชาดกที่ ๗.
End of ๗. สิริกาฬกัณณิชาดก