พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · อุเบกขาสหคตทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๑๕–๗๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในอุเบกขาสหคตทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุเบกขาสหคตทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๓ หน้า ๕๘๑–๕๘๘
ในนมัคคปัจจัย มี ๖ วาร
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๖ "
จบ ปัจจนียะ
(การนับ ๒ วารนอกนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงทำอย่างนี้)
๙๒. อุเปกขาสหคตทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลมะ ๑. วิภังควาร
เหตุอาทิปัจจัย
{๗๑๕} [๑๘๖] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสหรคต ด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ใน ปฏิสนธิขณะ ...
(มี ๔ วารเหมือนวารแห่งสวิตักกทุกะ)
{๗๑๖} สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอธิปติปัจจัย
(อารัมมณปัจจัยก็ดี อธิปติปัจจัยก็ดี พึงขยายให้พิสดารเหมือน สัปปีติกทุกะ บทว่า อุเบกขา มีข้อแตกต่างกันอยู่)
อนันตราทิปัจจัย
{๗๑๗} [๑๘๗] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคต ด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่ไม่สหรคต ด้วยอุเบกขาเวทนา อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เวทนา มโนธาตุที่เป็นวิบาก เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ภวังค์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา กุศลและอกุศลที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา
กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา โดยอนันตรปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา และที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตร ปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ และอุเบกขาเวทนาโดย อนันตรปัจจัย (๓)
![๑๘๘] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย คือ อุเบกขา เวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) อุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา
เวทนา เป็นปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ภวังค์ที่ไม่ สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ กายวิญญาณธาตุ เป็น ปัจจัยแก่มโนธาตุที่เป็นวิบาก มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากที่ไม่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นกิริยา ภวังค์ที่ไม่สหรคต ด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา กุศล และอกุศลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่สหรคต ด้วยอุเบกขาเวทนา กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย คือ อุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ และอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย (๓)
![๑๘๙] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและที่ไม่สหรคตด้วย อุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดย อนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ และ อุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิด ก่อน ๆ และอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและอุเบกขาเวทนา เป็น ปัจจัยแก่อุปบัติจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา อาวัชชนะและอุเบกขา เวทนา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา มโนธาตุที่เป็น วิบากและอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นวิบากที่ไม่ สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ภวังค์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและอุเบกขา เวทนา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา กุศลและอกุศล ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่
สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา กิริยาและอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลและอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ และอุเบกขาเวทนาของพระอนาคามีผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผล สมาบัติที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอนันตรปัจจัย (พึงทำตามมูลบท) ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดก่อน ๆ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาที่เกิดหลัง ๆ และอุเบกขาเวทนาโดยอนันตร ปัจจัย (๓)
เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร
อุปนิสสยปัจจัย
{๗๑๘} [๑๙๐] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่ เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เวทนาแล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้วทำฌานที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... วิปัสสนา ... มรรค ... สมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เวทนา ... ปัญญา ... ราคะ ...โทสะ ...โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะ ... อุเบกขา เวทนาแล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา...ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... เสนาสนะ
ละอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... ปัญญา ... ราคะ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรค ... ผลสมาบัติและอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (แม้อุปนิสสยปัจจัยก็มี ๓ อย่าง) คือ บุคคลอาศัยศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาแล้วให้ทาน ด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... ทำสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือ ทิฏฐิ อาศัยศีลที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... เสนาสนะ ... อุเบกขา เวทนาแล้วให้ทานด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... ทำสมาบัติให้เกิด ขึ้น ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ด้วยจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่ให้เหลือ ปล้น เรือนหลังเดียว ดักที่ทางเปลี่ยว ล่วงภรรยาผู้อื่น ฆ่าชาวบ้าน ฆ่าชาวนิคม ศรัทธาที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... เสนาสนะและอุเบกขา เป็นปัจจัย แก่ศรัทธาที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา ... ความปรารถนา ... มรรค ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัยสภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง เหมือนกับบาลีที่กล่าวไว้แล้วในตอนที่ ๒) (๓)
สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาและที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เวทนา เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยอุปนิสสย ปัจจัยมี ๓ วาร
ปุเรชาตปัจจัย
{๗๑๙} [๑๙๑] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนา เป็นปัจจัยแก่
สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับสัปปีติกทุกะ)
ปัจฉาชาตาทิปัจจัย
{๗๒๐} [๑๙๒] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขาเวทนาโดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาร เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย มี ๖ วาร(สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย พึงทำให้มี ๔ วาร อนึ่ง นานาขณิกกัมมปัจจัยก็พึงทำให้มี ๒ วาร)
เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัยมี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัยมี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๔ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัยมี ๖ วาร เป็นปัจจัยโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาร เป็นปัจจัยโดยอัตถิปัจจัยมี ๙ วาร เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย เป็นปัจจัยโดย อวิคตปัจจัย(พึงจำแนกปัจจัยเหล่านี้โดยวิธีแห่งสัปปีติกทุกะ)
๑. ปัจจยานุโลมะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๗๒๑} [๑๙๓] ในเหตุปัจจัย มี ๔ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๙ "
ในอธิปติปัจจัย " ๙ "
ในอนันตรปัจจัย " ๙ "
ในสมนันตรปัจจัย มี ๙ วาร
ในสหชาตปัจจัย " ๙ "
ในอัญญมัญญปัจจัย " ๙ "
ในนิสสยปัจจัย " ๙ "
ในอุปนิสสยปัจจัย " ๙ "
ในปุเรชาตปัจจัย " ๓ "
ในปัจฉาชาตปัจจัย " ๓ "
ในอาเสวนปัจจัย " ๙ "
ในกัมมปัจจัย " ๖ "
ในวิปากปัจจัย " ๙ "
ในอาหารปัจจัย " ๔ "
ในอินทริยปัจจัย " ๔ "
ในฌานปัจจัย " ๙ "
ในมัคคปัจจัย " ๔ "
ในสัมปยุตตปัจจัย " ๖ "
ในวิปปยุตตปัจจัย " ๕ "
ในอัตถิปัจจัย " ๙ "
ในนัตถิปัจจัย " ๙ "
ในวิคตปัจจัย " ๙ "
ในอวิคตปัจจัย " ๙ "
(ปัจจนียวิภังค์ก็ดี การนับ ๓วารนอกนี้ก็ดี พึงทำให้เหมือนกับ สัปปีติกทุกะอย่างนี้)
จบ อุเปกขาสหคตทุกะ
๙๓. กามาวจรทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลมะ ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๗๒๒} [๑๙๔] สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกามาวจร เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นกามาวจรเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... มหาภูตรูป ๑ ... (ย่อ)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรอาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่ เป็นกามาวจรเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่ไม่เป็น กามาวจรอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปทั้งหลาย เกิดขึ้น (๓)![๑๙๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็น กามาวจรเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ เป็นกามาวจรเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ...
สภาวธรรมที่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจรเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่ไม่เป็นกามาวจรเกิดขึ้นสภาวธรรมที่เป็นกามาวจรและที่ไม่เป็นกามาวจรอาศัยสภาวธรรมที่ ไม่เป็นกามาวจรเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน รูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นกามาวจรเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)
จบ ปัญหาวาร