พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · อุเบกขาสหคตทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๗๑๕–๗๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในอุเบกขาสหคตทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุเบกขาสหคตทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อุเปกฺขาสหคตา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ เอวํ จตฺตาริ ปญฺหา ยถา สวิตกฺกทุกสฺส ฯ
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยเหตุปัจจัยคือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๔ โดยนัยดังกล่าวมาแล้ว เหมือนกับสวิตักกทุกะ.
อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ ... อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ ยถา สปฺปีติกทุกํ เอวํ อารมฺมณมฺปิ อธิปติปิ วิตฺถาเรตพฺพา อุเปกฺขาติ นานํ ฯ
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอารัมมณปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอธิปติปัจจัย.
อารัมมณปัจจัยก็ดี อธิปติปัจจัยก็ดี พึงให้พิสดารเหมือนกับสัปปีติกทุกะ ต่างกันแต่คำว่าอุเบกขา.
อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม นอุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย อุเปกฺขาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคตํ จุติจิตฺตํ นอุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อาวชฺชนา นอุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ วิปากมโนธาตุ นอุเปกฺขาสหคตาย วิปากมโนวิญฺญาณธาตุยา อุเปกฺขาสหคตํ ภวงฺคํ นอุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส อุเปกฺขาสหคตํ กุสลากุสลํ นอุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส
กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ นอุเปกฺขาสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อุเปกฺขาย จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม นอุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขา ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย อุเปกฺขาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา นอุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ นอุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย
นอุเปกฺขาสหคตํ จุติจิตฺตํ นอุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมํ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นอุเปกฺขาสหคตํ จุติจิตฺตํ อุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส นอุเปกฺขาสหคตํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย กายวิญฺญาณธาตุ วิปากมโนธาตุยา นอุเปกฺขาสหคตา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ กิริยมโนวิญฺญาณธาตุยา นอุเปกฺขาสหคตํ ภวงฺคํ อุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส นอุเปกฺขาสหคตํ กุสลากุสลํ อุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อุเปกฺขาย จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุเปกฺขาสหคโต จ นอุเปกฺขาสหคโต จ ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา จ อุเปกฺขา จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มูลํ ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา จ อุเปกฺขา จ ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย อุเปกฺขาย อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อุเปกฺขาสหคตํ จุติจิตฺตญฺจ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อาวชฺชนา จ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ วิปากมโนธาตุ จ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตาย วิปากมโนวิญฺญาณธาตุยา นอุเปกฺขาสหคตํ ภวงฺคญฺจ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส ภวงฺคสฺส อุเปกฺขาสหคตํ กุสลากุสลญฺจ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส นิโรธา วฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ นอุเปกฺขาสหคตาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา อุเปกฺขาสหคตา ขนฺธา จ อุเปกฺขา จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อุเปกฺขาสหคตานํ ขนฺธานํ อุเปกฺขาย จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อญฺญมญฺญปจฺจเยนฐ ปจฺจโย: นว นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัยคือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
จุติจิต ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมอาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม วิบากมโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ภวังค์ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กุศล อกุศลที่ เป็นอุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ ของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย.
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
จุติจิต ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมอนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู อนุโลม เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย
จุติจิต ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรมภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ กายวิญญาณธาตุ เป็นปัจจัยแก่วิบากมโนธาตุ วิบากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กิริยามโนวิญญาณธาตุ ภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม กุศลอกุศลที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ อุเบกขาที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย.
อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่อุเบกขาที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
จุติจิต ที่อุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม อาวัชชนะ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมวิปากมโนธาตุ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่วิปากมโนวิญญาณธาตุ ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมและอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมกุศล อกุศล ที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลผู้ออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดก่อนๆ และอุเบกขาเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ที่เกิดหลังๆ และอุเบกขา โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย
อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม นอุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: นอุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย นอุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ เทติ สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... นอุเปกฺขาสหคตํ ฌานํ ... วิปสฺสนํ ... มคฺคํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ นอุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ ... ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ อุเปกฺขํ อุปนิสฺสาย นอุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ นอุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ฯเปฯ
เสนาสนํ อุเปกฺขา จ นอุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุเปกฺขาย จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิปิ อุปนิสฺสยา นอุเปกฺขาสหคตํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ นอุเปกฺขาสหคตํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุเปกฺขํ อุปนิสฺสาย อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน ทานํ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ อุเปกฺขาสหคเตน จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ มุสา ภณติ ปิสุณํ ... ผรุสํ ... สมฺผํ ... สนฺธึ ... นิลฺโลปํ ... เอกาคาริกํ ... ปริปนฺเถ ... ปรทารํ ... คามฆาตํ ... นิคมฆาตํ ... นอุเปกฺขาสหคตา สทฺธา ฯเปฯ
เสนาสนํ อุเปกฺขาสหคตาย สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม อุเปกฺขาสหคตสฺส จ นอุเปกฺขาสหคตสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ ตีณิ อุปนิสฺสยา ทุติยคมนสทิสา ฯ อุเปกฺขาสหคโต จ นอุเปกฺขาสหคโต จ ธมฺมา อุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ นัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรมแล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ ฌานที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ วิปัสสนา ฯลฯ มรรค ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ โทสะโมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะอุเบกขา แล้วให้ทานด้วยจิตที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ฆ่าสัตว์ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และอุเบกขา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกายแก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ และแก่อุเบกขา โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีล ที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ อุเบกขา แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น ถือเอาของที่เขามิได้ให้ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ กล่าวมุสา ฯลฯ ปิสุณา ฯลฯ ผรุสะ ฯลฯ สัมผะฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ลอบขึ้นไปลักทรัพย์ ฯลฯ ปล้นบ้านหลังหนึ่ง ฯลฯ ปล้นตามทางฯลฯ ภริยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าคนในหมู่บ้าน ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม ฯลฯ
ศรัทธาที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอุเบกขาสหคตธรรม ฯลฯ แก่ความปรารถนา ฯลฯ แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย มีคำอธิบายเหมือนบาลีตอนที่สอง.
อุเบกขาสหคตธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่อุเบกขาสหคตธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.
นอุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม นอุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ สปฺปีติกทุกสทิสา ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับสัปปีติกทุกะ.
อุเปกฺขาสหคโต ธมฺโม นอุเปกฺขาสหคตสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ ... อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ จตฺตาริ สหชาตา นานาขณิกา กาตพฺพา เทฺว นานาขณิกา จ ฯ ... วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: นว มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: นว นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยนแ ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
อิเม ปจฺจยา สปฺปีติกกรเณน วิภชิตพฺพา ฯ
อุเบกขาสหคตธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่อุเบกขาสหคตธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย มี ๖ นัย
พึงกระทำเป็นสหชาต นานาขณิก ๔ นัย และเป็นนานาขณิก ๒ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
พึงจำแนกปัจจัยเหล่านี้ โดยกระทำอย่างสัปปีติกทุกะ.
เหตุยา จตฺตาริ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ฉ วิปาเก นว อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน นว มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
เอวํ ปจฺจนียวิภงฺโคปิ อิตเร ตีณิ คณนาปิ
สปฺปีติกทุกสทิสา กาตพฺพา ฯ
อุเปกฺขาสหคตทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในกัมมปัจจัย มี " ๖
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอาหารปัจจัย มี " ๔
ในอินทริยปัจจัย มีวาระ ๔
ในฌานปัจจัย มี " ๙
ในมัคคปัจจัย มี " ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
ปัจจนียวิภังค์ก็ดี การนับสามอย่างนอกนี้ก็ดี พึงกระทำเหมือนกับสัปปีติกทุกะ โดยนัยดังกล่าวมาแล้ว.
อุเบกขาสหคตทุกะ จบ
จบ ปัญหาวาร