อุปาทานอุปาทานิยทุกะ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๖๐–๔๖๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๘/๔๖ ในปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อุปาทาน อุปาทานิยทุกํ
ปฏิจฺจวาโร
อุปาทานอุปาทานิยทุกะ
ปฏิจจวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจว- *อุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานํ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ กามุปาทานํ ปฏิจฺจ ทิฏฺฐุปาทานํ ฯ จกฺกํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทาเน ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานํ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ ฯ
อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ปฏิสนฺธิ ยาว อชฺฌตฺติกา มหาภูตา ฯ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิเยเจวโนจอุปาทาเน ขนฺเธ ปฏิจฺจ อุปาทานา ฯ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา อุปาทานา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ
อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจว- *โนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ทิฏฺฐุปาทานญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ กามุปาทานํ ฯ จกฺกํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธญฺจ อุปาทาเน จ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อุปาทาเน จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ อุปาทานญฺเจวอุปาทานิยญฺจ อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: อุปาทานิยญฺเจวโนจอุปาทานํ เอกํ ขนฺธญฺจ ทิฏฺฐุปาทานญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กามุปาทานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ ฯ
เอวํ ยถา อุปาทานทุกํ เอวํ ปฏิจฺจวาโรปิ
สหชาตวาโรปิ ปจฺจยวาโรปิ นิสฺสยวาโรปิ
สํสฏฺฐวาโรปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ กาตพฺโพ
นินฺนานากรณา ฯ อามสนํ นานากรณํ ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานธรรม และอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้ง
อุปาทานธรรม และอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กามุปาทาน อาศัยทิฏฐุปาทาน ทิฏฐุปาทาน อาศัยกามุปาทาน.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยอุปาทานธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กามุปาทาน และสัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย อาศัยทิฏฐุปาทาน
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ปฏิสนธิตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ อุปาทานธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และอุปาทานธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กามุปาทาน อาศัยทิฏฐุปาทาน และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรมและอุปาทานธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๒ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยอุปาทานธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม อาศัยธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และกามุปาทาน และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม และทิฏฐุปาทาน ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
พึงกระทำจักรนัย.
โดยนัยนี้ อุปาทานทุกะฉันใด ปฏิจจวารก็ดี สหชาตวารก็ดี ปัจจยวารก็ดี นิสสยวารก็ดี สังสัฏฐวารก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำฉันนั้น. ไม่มีแตกต่างกัน หลักจำแนกหัวข้อปัจจัยต่างกัน.
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ อุปาทานอุปาทานิยทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปาทานสฺสเจว- *อุปาทานิยสฺสจ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปาทานาเจวอุปาทานิยาจ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ อุปาทานานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปาทานิยสฺสเจวโนจอุปาทานสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปาทานาเจวอุปาทานิยาจ เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุปาทานทุกสทิสา นินฺนานา นว ปญฺหา ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปาทานธรรมทั้งหลาย ที่เป็นสัมปยุตตธรรม โดยเหตุปัจจัย.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.
เหมือนกับอุปาทานทุกะ ไม่มีแตกต่างกัน มีหัวข้อปัจจัย ๙.
อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ ธมฺโม อุปาทานสฺสเจว- *อุปาทานิยสฺสจ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปาทาเน อารพฺภ อุปาทานา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ตีณิ ฯ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปาทานิยสฺสเจวโนจอุปาทานสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อริยา โคตฺรภุํ ปจฺจเวกฺขนฺติ โวทานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปาทานสฺสเจวอุปาทานิยสฺสจ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อิตเร เทฺว อุปาทานทุกสทิสา ฯ อุปาทาโนเจวอุปาทานิโยจ อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน จ ธมฺมา อุปาทานสฺสเจวอุปาทานิยสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ เหฏฺฐา อธิปติ ตีณิ อุปาทานทุกสทิสา ฯ
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทาน และอุปาทานิยธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภอุปาทานธรรมทั้งหลาย อุปาทานธรรมทั้งหลายเกิดขึ้น. มี ๓ นัย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ออกจากฌาน พิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลายพิจารณาโคตรภู พิจารณาโวทาน กิเลสที่ละแล้ว ฯลฯ กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดแล้วในกาลก่อน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ
เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปทานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย ฯลฯ.
สองอย่างนอกนี้ เหมือนกับอุปาทานทุกะ.
ธรรมที่เป็นทั้งอุปาทานและอุปาทานิยธรรม และธรรมที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอุปาทานและอุปาทานิยธรรม โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย.
อธิปติปัจจัย มี ๓ นัย เหมือนกับอุปาทานทุกะข้างต้น.
อุปาทานิโยเจวโนจอุปาทาโน ธมฺโม อุปาทานิยสฺสเจว- *โนจอุปาทานสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ เสกฺขา โคตฺรภุํ ครุํ กตฺวา ... โวทานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อุปาทานิเยเจว- *โนจอุปาทาเน ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ฯเปฯ อุปาทานิยาเจวโนจอุปาทานา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: อุปาทานิยาเจวโนจอุปาทานา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อวเสสา เทฺวปิ อารมฺมณาธิปติปิ สหชาตาธิปติปิ อุปาทานทุกสทิสา ฯ ฆฏนา อธิปติปิ ตีณิ อุปาทานทุกสทิสา สพฺเพ ปจฺจยา อุปาทานทุกสทิสา อุปาทานิเย โลกุตฺตรํ นตฺถิ ปจฺจนียมฺปิ อิตเร เทฺว คณนาปิ อุปาทานทุกสทิสา ฯ
อุปาทานอุปาทานิยทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ออกจากฌาน กระทำฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำทานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำทานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น ฯลฯ
พระเสกขบุคคลทั้งหลาย กระทำโคตรภูให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ โวทาน ฯลฯ
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ กระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานิยะ แต่ไม่ใช่อุปาทานธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำขันธ์นั้นให้หนักแน่นราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอุปาทานิยะแต่ไม่ใช่อุปาทานธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย.
อารัมมณาธิปติก็ดี สหชาตาธิปติก็ดี ทั้งสองอย่างที่เหลือ เหมือนกับอุปาทานทุกะ.
ปัจจัยสงเคราะห์แม้ที่เป็นอธิปติปัจจัย ก็มี ๓ นัย เหมือนกับอุปาทานทุกะปัจจัยทั้งหมดเหมือนกับอุปาทานทุกะ ในอุปาทานิยะ โลกุตตรธรรมไม่มีปัจจนียะก็ดี การนับทั้งสองอย่างนอกนี้ก็ดี เหมือนกับอุปาทานทุกะ.
อุปาทานอุปาทานิยทุกะ จบ
จบ อุปาทานอุปาทานิยทุกะ