กิเลสทุกะ
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๗๙–๕๐๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๑/๔๖ ในปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
กิเลสทุกํ
ปฏิจฺจวาโร
กิเลสทุกะ
ปฏิจจวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสทุกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห มาโน ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห มาโน อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โทสํ ปฏิจฺจ โมโห ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โทสํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ วิจิกิจฺฉํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ อุทฺธจฺจํ ปฏิจฺจ โมโห อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: กิเลสํ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯ จกฺกํ ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ วตฺถุํ ปฏิจฺจ ขนฺธา เอกํ มหาภูตํ ... ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลเส ขนฺเธ ปฏิจฺจ กิเลสา ฯ
โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา กิเลสา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ จกฺกํ ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ กิเลเส จ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... กิเลเส จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ ฯ
สงฺขิตฺตํ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะโมหะ ทิฏฐิ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ มานะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ มานะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโทสะ
โมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโทสะ
โมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยวิจิกิจฉา
โมหะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยอุทธัจจะ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยกิเลสธรรม
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยโลภะ.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส ขันธ์ ๒ ฯลฯ
ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือกิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และกิเลสธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส และกิเลสธรรมทั้งหลาย ขันธ์ ๓ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกิเลสธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
พึงกระทำจักรนัย.
ฯลฯ
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สพฺพตฺถ นว วิปาเก เอกํ อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ ปฏิจฺจ โมโห ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: อเหตุกํ โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... อเหตุกปฏิสนฺธิ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต ขนฺเธ จ วิจิกิจฺฉญฺจ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ อุทฺธจฺจญฺจ ปฏิจฺจ อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัยคือ โมหะ อาศัยวิจิกิจฉา โมหะ อาศัยอุทธัจจะ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส ซึ่งเป็นอเหตุกะ ขันธ์๒ ฯลฯ อเหตุกปฏิสนธิขณะ ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและวิจิกิจฉา โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและอุทธัจจะ.
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: กิเลเส ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: โนกิเลเส ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ วตฺถุ ยาว อสญฺญสตฺตา ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา: กิเลเส จ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กิเลเส จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ ... นอธิปติ ปจฺจยา: นอนนฺตรปจฺจยา: นสมนนฺตรปจฺจยา: นอญฺญมญฺญปจฺจยา: นอุปนิสฺสยปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัยคือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุอาศัยขันธ์ทั้งหลาย ตลอดถึงอสัญญสัตว์.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะอารัมมณปัจจัย
คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยทั้งกิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยกิเลสธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย.
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอธิปติปัจจัย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอนันตรปัจจัย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอัญญมัญญปัจจัย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอุปนิสสยปัจจัย.
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ทิฏฺฐิ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห มาโน ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห มาโน อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ โลภํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ วิจิกิจฺฉํ ปฏิจฺจ โมโห อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ อุทฺธจฺจํ ปฏิจฺจ โมโห อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ อรูเป โทสมูลกํ นตฺถิ ฯ กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นปุเรชาตปจฺจยา: อรูเป กิเลเส ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา กิเลเส ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ฯ เอวํ นวปิ ปญฺหา กาตพฺพา ฯ ... นปจฺฉาชาตปจฺจยา: นอาเสวนปจฺจยา: ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัยคือ ในอรูปภูมิ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะโมหะ ทิฏฐิ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ มานะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะโมหะ มานะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ.
โมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ
โมหะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยวิจิกิจฉา
โมหะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยอุทธัจจะ.
ในอรูปภูมิ ที่มีโทสะ เป็นมูล ไม่มี.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะปุเรชาตปัจจัย
คือ ในอรูปภูมิ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
วาระทั้ง ๙ พึงกระทำอย่างนี้.
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะปัจฉาชาตปัจจัย
ฯลฯ ไม่ใช่เพราะอาเสวนปัจจัย.
กิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: กิเลเส ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: โนกิเลเส ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา พาหิรํ ... อาหารสมุฏฺฐานํ ... อุตุสมุฏฺฐานํ ... ฯเปฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นกมฺมปจฺจยา: กิเลเส จ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปฏิจฺจ สมฺปยุตฺตกา เจตนา ฯ เอวํ สพฺเพ ปจฺจยา กาตพฺพา ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัยคือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส พาหิรรูป ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อุตุสมุฏฐานรูป ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะกัมมปัจจัย
คือ สัมปยุตตเจตนา อาศัยกิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
ปัจจัยทั้งปวง พึงกระทำอย่างนี้.
นเหตุยา จตฺตาริ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว นอนนฺตเร ตีณิ นสมนนฺตเร ตีณิ นอญฺญมญฺเญ ตีณิ นอุปนิสฺสเย ตีณิ นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ นอินฺทฺริเย เอกํ นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นสมฺปยุตฺเต ตีณิ นวิปฺปยุตฺเต นว โนนตฺถิยา ตีณิ โนวิคเต ตีณิ ฯ
เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ สหชาตวาโรปิ กาตพฺพา ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสสยปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อินทริยปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สหชาตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปจฺจยวาโร
ปัจจยวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสทุกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
กิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: ตีณิ ปฏิจฺจสทิสา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา ยาว อชฺฌตฺติกา มหาภูตา วตฺถุํ ปจฺจยา โนกิเลสา ขนฺธา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลเส ขนฺเธ ปจฺจยา กิเลสา วตฺถุํ ปจฺจยา กิเลสา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธํ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา กิเลสา จ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... วตฺถุํ ปจฺจยา กิเลสา มหาภูเต ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ วตฺถุํ ปจฺจยา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ
กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ ปจฺจยา โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ จกฺกํ ฯ โลภญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา กิเลสา ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ กิเลสญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... กิเลเส จ มหาภูเต จ ปจฺจยา จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กิเลเส จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา โนกิเลสา ขนฺธา ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา: โนกิเลสํ เอกํ ขนฺธญฺจ โลภญฺจ ปจฺจยา ตโย ขนฺธา โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ เทฺว ขนฺเธ ... ฯ จกฺกํ ฯ โลภญฺจ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ฯ จกฺกํ ฯ
อารมฺมณปจฺจเย โนกิเลสมูเล ปญฺจ วิญฺญาณา กาตพฺพา ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๓ นัยเหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส ตลอดถึงอัชฌัตติกมหาภูตรูป ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ กิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส กิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และกิเลสธรรมทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลสขันธ์ ๒ ฯลฯ กิเลสธรรมทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยมหาภูตรูปทั้งหลายกิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย อาศัยหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ อาศัยโลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย.
พึงกระทำจักรนัย.
กิเลสธรรมทั้งหลาย อาศัยโลภะ และหทัยวัตถุ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลสและกิเลสธรรม ขันธ์ ๒ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป อาศัยกิเลสธรรมและมหาภูตรูปทั้งหลาย ขันธ์ทั้งหลายที่มิใช่กิเลส อาศัยกิเลสธรรมทั้งหลาย และหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
คือ ขันธ์ ๓ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส และโลภะ ขันธ์ ๒ ฯลฯ.
พึงกระทำจักรนัย.
โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยโลภะ และหทัยวัตถุ.
พึงกระทำจักรนัย.
ในอารัมมณปัจจัย ในที่ไม่ใช่กิเลสธรรมเป็นมูล พึงกระทำปัญจวิญญาณ.
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว สพฺพตฺถ นว วิปาเก เอกํ อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
กิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉํ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจํ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา โนกิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: ยาว อสญฺญสตฺตา จกฺขายตนํ ปจฺจยา จกฺขุวิญฺญาณํ กายายตนํ ... วตฺถุํ ปจฺจยา อเหตุกา โนกิเลสา ขนฺธา ฯ โนกิเลสํ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ จ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ กิเลสญฺจ โนกิเลสญฺจ ธมฺมํ ปจฺจยา กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: วิจิกิจฺฉญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา วิจิกิจฺฉาสหคโต โมโห อุทฺธจฺจญฺจ สมฺปยุตฺตเก จ ขนฺเธ วตฺถุญฺจ ปจฺจยา อุทฺธจฺจสหคโต โมโห ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัยคือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยวิจิกิจฉา โมหะที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยอุทธัจจะ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส อาศัยธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ ตลอดถึงอสัญญสัตว์ จักขุวิญญาณ อาศัยจักขายตนะ กายายตนะ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส ซึ่งเป็นอเหตุกะ อาศัยหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยขันธ์ทั้งหลาย ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ และหทัยวัตถุ.
ธรรมที่เป็นกิเลส อาศัยธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัย
คือ โมหะ ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉา อาศัยวิจิกิจฉา และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และหทัยวัตถุ โมหะ ที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ อาศัยอุทธัจจะและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และหทัยวัตถุ.
ฯลฯ
นเหตุยา จตฺตาริ นอารมฺมเณ ตีณิ นอธิปติยา นว ฯเปฯ นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นอาหาเร เอกํ โนวิคเต ตีณิ ฯ
เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ นิสฺสยวาโรปิ กาตพฺพา ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙ ฯลฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มีวาระ ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาหารปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย มี " ๓.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
สํสฏฺฐวาโร
สังสัฏฐวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสทุกะ สังสัฏฐวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
กิเลสํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา: โลภํ สํสฏฺโฐ โมโห ทิฏฺฐิ ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ ฯ จกฺกํ ฯ เอวํ นว ปญฺหา กาตพฺพา ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นกิเลส เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัยคือ โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ คลุกเคล้ากับโลภะ.
พึงกระทำจักรนัย.
พึงกระทำหัวข้อปัจจัย ๙ อย่างนี้.
เหตุยา นว อารมฺมเณ นว สพฺพตฺถ นว วิปาเก เอกํ อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
กิเลสํ ธมฺมํ สํสฏฺโฐ กิเลโส ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา: เอวํ นเหตุปญฺหา จตฺตาริ กาตพฺพา ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส คลุกเคล้ากับธรรมที่เป็นกิเลสเกิดขึ้น ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัยพึงกระทำหัวข้อที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย ๔ อย่างนี้.
นเหตุยา จตฺตาริ นอธิปติยา นว นปุเรชาเต นว นปจฺฉาชาเต นว นอาเสวเน นว นกมฺเม ตีณิ นวิปาเก นว นฌาเน เอกํ นมคฺเค เอกํ นวิปฺปยุตฺเต นว ฯ
เอวํ อิตเร เทฺว คณนาปิ สมฺปยุตฺตวาโรปิ กาตพฺพา ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปุเรชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่กัมมปัจจัย มี " ๓
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปากปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่ฌานปัจจัย มีวาระ ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่มัคคปัจจัย มี " ๑
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย มี " ๙.
การนับทั้งสอง นอกจากนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงกระทำอย่างนี้.
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ กิเลสานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: โนกิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยเหตุปัจจัยคือ เหตุทั้งหลายที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายที่เป็นสัมปยุตตธรรมโดยเหตุปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกิเลสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิ.
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: กิเลเส อารพฺภ กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ กิเลเส อารพฺภ โนกิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ กิเลเส อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ... ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา อุทฺธจฺจํ ... โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ ผลสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา ฯเปฯ
อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ... ทิฏฺฐิ ... วิจิกิจฺฉา ... อุทฺธจฺจํ ฯเปฯ ฌาเน ปริหีเน วิปฺปฏิสาริสฺส โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ ... ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัยคือ เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น.
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น.
พึงถามถึงมูล
เพราะปรารภกิเลสธรรมทั้งหลาย กิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัยคือ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถธรรม ฯลฯ กุศลที่สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ฯลฯ
ออกจากฌาน แล้วพิจารณาฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้นราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสเกิดขึ้น
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผล แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัสเกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ โดยอารัมมณปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ออกจากฌาน ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งซึ่งฌาน เพราะปรารภกุศลกรรมนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ เมื่อฌานเสื่อมไป โทมนัสเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เดือดร้อน
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสเพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย
คือ ทาน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส เพราะปรารภทานเป็นต้นนั้น กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ นัย.
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: กิเลเส ครุํ กตฺวา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ ตีณิ อารมฺมณาธิปติเยว ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ ปุพฺเพ ... ฌานา ... อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ฯเปฯ ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... ฯ สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... ฯ สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ กิเลสานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ ฌานํ ... จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อารมฺมณาธิปติเยว ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลสโดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำกิเลสทั้งหลายให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น กิเลสธรรมทั้งหลาย เกิดขึ้น.
มี ๓ นัย เป็นอารัมมณาธิปติ อย่างเดียว.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ศีล ฯลฯ บุคคลกระทำอุโบสถกรรมแล้วทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศลธรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น
กุศลธรรมที่ได้สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ออกจากฌาน ฯลฯ
พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสให้หนักแน่นแล้วย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่อธิปติธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำทานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายที่เป็นสัมปยุตตธรรม โดยอธิปติปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ ฌาน ฯลฯ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ
บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำทานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น กิเลสธรรมและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกิเลสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ นัย
เป็นอารัมมณาธิปติ อย่างเดียว.
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย กิเลสา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มูลํ ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อาวชฺชนา กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอนันตรปัจจัยคือ กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย
กิเลสธรรมทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กิเลสธรรมทั้งหลาย ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลสที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย
อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอนันตรปัจจัย
คือ กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กิเลสธรรมทั้งหลายที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลสทั้งหลายที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงถามถึงมูล
กิเลสธรรมที่เกิดก่อนๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมที่เกิดหลังๆ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย.
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: กิเลสา กิเลสานํ ... ตีณิ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ ... ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ ... เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ
ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ กิเลสานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอุปนิสสยปัจจัยมี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ กิเลสธรรมทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลายมี ๓ นัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ก่อมานะถือทิฏฐิ
ศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยเสนาสนะ แล้วให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ แก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอุปนิสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้ว ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
ศีล ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยเสนาสนะ แล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาแล้ว ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
ศีล ฯลฯ บุคคลเข้าไปอาศัยเสนาสนะ แล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอุปปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ นัย.
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส โผฏฺฐพฺพายตนํ ... ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ จกฺขุํ ... วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ
โทมนัส เกิดขึ้น
บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ
รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส โดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยปุเรชาตปัจจัยมี ๒ อย่าง คืออารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุ ฯลฯ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส เกิดขึ้น.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาตได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง ซึ่งหทัยวัตถุ เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยปุเรชาตปัจจัย.
กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ ... อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย.
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตา นานาขณิกา ฯ สหชาตา: โนกิเลสา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ นานาขณิกา: โนกิเลสา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: โนกิเลสา เจตนา กิเลสานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: โนกิเลสา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยกัมมปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต นานาขณิก.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ที่เป็นนานาขณิก ได้แก่ เจตนาที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และกิเลสธรรม และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย.
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ฯ ... อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: นว สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยวิปากปัจจัย มี ๑ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๓ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ นัย.
กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ วิตฺถาเรตพฺพํ ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรมทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
ที่ย่อไว้พึงให้พิสดาร
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: เอกํ ปฏิจฺจสทิสํ ฯ กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปจฺฉาชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: ปฏิจฺจสทิสํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สหชาตํ: สหชาตสทิสํ ปุเรชาตํ: ปุเรชาตสทิสํ ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาตํ: สหชาตสทิสํ ปุเรชาตํ: ปุเรชาตสทิสํ ฯ
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: โลโภ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา โมหสฺส ทิฏฺฐิยา ถีนสฺส อุทฺธจฺจสฺส อหิริกสฺส อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาโต: โลโภ จ วตฺถุ จ โมหสฺส ทิฏฺฐิยา ถีนสฺส อุทฺธจฺจสฺส อหิริกสฺส อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ จกฺกํ ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ปจฺฉาชาตํ อาหารํ อินฺทฺริยํ ฯ สหชาโต: โนกิเลโส เอโก ขนฺโธ จ กิเลโส จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตา: กิเลสา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาตา: กิเลสา จ วตฺถุ จ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา กพฬึกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตํ ปุเรชาตํ ฯ สหชาโต: โนกิเลโส เอโก ขนฺโธ จ โลโภ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ โมหสฺส จ ทิฏฺฐิยา ถีนสฺส อุทฺธจฺจสฺส อหิริกสฺส อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สหชาโต: โลโภ จ วตฺถุ จ โมหสฺส ทิฏฺฐิยา ถีนสฺส อุทฺธจฺจสฺส อหิริกสฺส อโนตฺตปฺปสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย มี ๑ นัยเหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปัจฉาชาต ฯลฯ.
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย เหมือนกับปฏิจจวาร.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์ ฯลฯ.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ฯลฯ.
ที่เป็นสหชาต เหมือนกับสหชาตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต เหมือนกับสหชาตปัจจัย
ที่เป็นปุเรชาต เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โลภะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัย แก่โมหะ ทิฏฐิถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่โลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะอหิริกะ อโนตตัปปะ โดยอัตถิปัจจัย.
พึงกระทำจักรนัย
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๕ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต ปัจฉาชาต อาหาร อินทรีย์.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส และกิเลสธรรม เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๓และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่กิเลสธรรม และมหาภูตรูปทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่กิเลสธรรมทั้งหลาย และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่กายนี้ ที่เกิดก่อน โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย.
ที่เป็นปัจฉาชาต ได้แก่ กิเลสธรรม และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอัตถิปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ สหชาต ปุเรชาต.
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ขันธ์ ๑ ที่ไม่ใช่กิเลส และโลภะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย และแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ โดยอัตถิปัจจัย
ที่เป็นสหชาต ได้แก่ โลภะ และหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะอหิริกะ อโนตตัปปะ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอัตถิปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย.
เหตุยา จตฺตาริ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ตีณิ วิปาเก เอกํ อาหาเร ตีณิ อินฺทฺริเย ตีณิ ฌาเน ตีณิ มคฺเค นว สมฺปยุตฺเต นว วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มี " ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มีวาระ ๙
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในกัมมปัจจัย มี " ๓
ในวิปากปัจจัย มี " ๑
ในอาหารปัจจัย มี " ๓
ในอินทริยปัจจัย มี " ๓
ในฌานปัจจัย มี " ๓
ในมัคคปัจจัย มี " ๙
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๙
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย.
ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส เป็นปัจจัยแก่ธรรมที่เป็นกิเลส และธรรมที่ไม่ใช่กิเลส โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
นเหตุยา นว นอารมฺมเณ นว นอธิปติยา นว สพฺพตฺถ นว โนอวิคเต นว ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย มี " ๙
ในปัจจัยทั้งปวง มี " ๙
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อวิคตปัจจัย มี " ๙.
เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ จตฺตาริ ... นอธิปติยา จตฺตาริ นอนนฺตเร จตฺตาริ นสมนนฺตเร จตฺตาริ นอญฺญมญฺเญ เทฺว นอุปนิสฺสเย จตฺตาริ สพฺพตฺถ จตฺตาริ นสมฺปยุตฺเต เทฺว นวิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ โนนตฺถิยา จตฺตาริ โนวิคเต จตฺตาริ ฯ
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อารัมมณปัจจัย
กับเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อธิปติปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สมนันตรปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อัญญมัญญปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่อุปนิสยปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยทั้งปวง กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่สัมปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๒
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิปปยุตตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่นัตถิปัจจัย
กับ ฯลฯ มีวาระ ๔
ในปัจจัยที่ไม่ใช่วิคตปัจจัย
กับ ฯลฯ มี " ๔.
นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว ... อธิปติยา นว ฯ อนุโลมมาติกา กาตพฺพา ฯ ... อวิคเต นว ฯ
กิเลสทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ในอรัมมณปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙
ในอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี " ๙.
พึงกระทำอนุโลมมาติกา.
ในอวิคตปัจจัย
กับปัจจัยที่ไม่ใช่เหตุปัจจัย มีวาระ ๙.
กิเลสทุกะ จบ
จบ กิเลสทุกะ