arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สังกิลิฏฐทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๕๒๓–๕๓๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในสังกิลิฏฐทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

เหตุ

๗๗. สังกิลิฏฐทุกะ ๗. ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑ วิภังควาร

เหตุปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ สังกิลิฏฐทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๓ หน้า ๒๕๑–๒๕๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๓ หน้า ๓๘๑–๓๙๒

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. สงฺกิลิฏฺฐา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. สงฺกิลิฏฺฐา เหตู จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒) สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส จ อสงฺกิลิฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. สงฺกิลิฏฺฐา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. อสงฺกิลิฏฺฐา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยเหตุปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำ ให้เศร้าหมองโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อารมฺมณ สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ราคํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ ทิฏฺฐิ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐึ อสฺสาเทติ ฯเปฯ (กุสลตฺติกสทิสํ.) วิจิกิจฺฉํ อารพฺภ ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ อารพฺภ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. อริยา ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ, วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ฯเปฯ ปุพฺเพ สมุทาจิณฺเณ ฯเปฯ สงฺกิลิฏฺเฐ ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ วิปสฺสติ. เจโตปริยญาเณน สงฺกิลิฏฺฐจิตฺตสมงฺคิสฺส จิตฺตํ ชานาติ. สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา เจโตปริยญาณสฺส, ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส, ยถากมฺมูปคญาณสฺส, อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อารัมมณปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะ เพราะ ปรารภความยินดีเพลิดเพลินราคะนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น ยินดีทิฏฐิ ฯลฯ (เหมือนกับกุสลติกะ) เพราะ ปรารภวิจิกิจฉา ฯลฯ เพราะปรารภอุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ พระอริยะพิจารณากิเลสที่ละได้แล้ว พิจารณากิเลสที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้น ฯลฯ เห็นแจ้งขันธ์ที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ รู้จิตของบุคคลผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยจิต ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองด้วยเจโตปริยญาณ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ ฯเปฯ ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ปจฺจเวกฺขนฺติ ฯเปฯ อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อสงฺกิลิฏฺเฐ ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ วิปสฺสติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อสงฺกิลิฏฺเฐ ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษา อุโบสถ ฯลฯ พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนจิตโดย อารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ เห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ เป็นปัจจัย แก่อนาคตังสญาณและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล ฯลฯ ออก จากฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุและขันธ์ที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมอง เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัส จึงเกิดขึ้น (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อธิปติ สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ราคํ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐึ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: สงฺกิลิฏฺฐา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตาธิปติ: สงฺกิลิฏฺฐา อธิปติ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส จ อสงฺกิลิฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตาธิปติ: สงฺกิลิฏฺฐา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อธิปติปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำ ให้เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินราคะให้เป็นอารมณ์อย่างหนัก แน่นเพราะทําความยินดีเพลิดเพลินราคะนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ยินดีเพลิดเพลินทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทําความยินดีเพลิดเพลินทิฏฐินั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียวคือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ ฯเปฯ ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ ฯเปฯ นิพฺพานํ ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตาธิปติ: อสงฺกิลิฏฺฐา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ ฯเปฯ ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อสงฺกิลิฏฺเฐ ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและ สหชาตาธิปติ

อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌานให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น พระอริยะออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ฯลฯ นิพพานเป็นปัจจัยแก่ผลโดยอธิปติปัจจัย

สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออก จากฌาน ฯลฯ ยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุและขันธ์ที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทําความยินดีเพลิดเพลินจักษุ เป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อนนฺตราทิ สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สงฺกิลิฏฺฐานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อนันตรปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา อสงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อสงฺกิลิฏฺฐานํ ขนฺธานํ ฯเปฯ ผลสมา ปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อาวชฺชนา สงฺกิลิฏฺฐานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. จตฺตาริ. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปญฺจ. อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย. เทฺว. นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. สตฺต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองซึ่งเกิด ก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองซึ่งเกิดหลัง ๆ ฯลฯ เป็นปัจจัย แก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอนันตรปัจจัย (๒)

... เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ

... เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อุปนิสฺสย สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: ราคํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. โทสํ ฯเปฯ ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. ราโค ฯเปฯ ปตฺถนา ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: ราคํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ. โทสํ ฯเปฯ ปตฺถนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ. ราโค ฯเปฯ ปตฺถนา สทฺธาย. ปญฺญาย. กายิกสฺส สุขสฺส. กายิกสฺส ทุกฺขสฺส. มคฺคสฺส, ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อุปนิสสยปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะแล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทําลายสงฆ์ อาศัยโทสะ ฯลฯ ความปรารถนาแล้ว ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทําลายสงฆ์ ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อนันตรูปนิสสยะและปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยราคะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทําสมาบัติให้ เกิดขึ้น ... อาศัยโทสะ ฯลฯ ความปรารถนาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทําสมาบัติให้เกิดขึ้น ราคะ ฯลฯ ความปรารถนาเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... มรรค และผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ. สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ. กายิกํ สุขํ. กายิกํ ทุกฺขํ. อุตํ. โภชนํ. เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ. สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมา- ปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ. ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ. กายิกํ สุขํ. กายิกํ ทุกฺขํ. อุตุํ. โภชนํ. เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ราคสฺส ฯเปฯ ปตฺถนาย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ ทําสมาบัติให้ เกิดขึ้น อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ และเสนาสนะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทําสมาบัติให้เกิดขึ้น ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ

ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วมีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกาย ... อุตุ ... โภชนะ และเสนาสนะแล้วฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทําลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ราคะ ฯลฯ ความปรารถนา โดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปุเรชาต อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปุเรชาตปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและ วัตถุปุเรชาตะ (ย่อ)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ (ย่อ) (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

ปจฺฉาชาตาเสวน สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สงฺขิตฺตํ.) อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สงฺขิตฺตํ.) อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย. เทฺว.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ)... เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

กมฺม สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สงฺกิลิฏฺฐา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานากฺขณิกา. สหชาตา: สงฺกิลิฏฺฐา เจตนา จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. นานากฺขณิกา: สงฺกิลิฏฺฐา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) สงฺกิลิฏฺฐา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา, นานากฺขณิกา. สหชาตา: อสงฺกิลิฏฺฐา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานากฺขณิกา: อสงฺกิลิฏฺฐา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กัมมปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์โดยกัมมปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ

สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป โดยกัมมปัจจัย

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ได้แก่ เจตนาที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะสหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ

นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็น วิบากและกฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปากาทิ อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ.

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย. มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย. สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิปากปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

วิปฺปยุตฺต สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตํ: วตฺถุ สงฺกิลิฏฺฐานํ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

วิปปยุตตปัจจัย

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำ ให้เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อตฺถิอาทิ สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ. (ปฏิจฺจวาร-สทิสํ.) สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส จ อสงฺกิลิฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๓)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. (สงฺขิตฺตํ.) อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, (๑) ปุเรชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๒)

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ฉ.ม. อยํ สทฺโท น ทิสฺสติ.
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

อัตถิปัจจัยเป็นต้น

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ)สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ (ย่อ)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (ย่อ) (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สงฺกิลิฏฺโฐ จ อสงฺกิลิฏฺโฐ จ ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. สหชาโต: สงฺกิลิฏฺโฐ เอโก ขนฺโธ จ วตฺถุ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา จ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๑) สงฺกิลิฏฺโฐ จ อสงฺกิลิฏฺโฐ จ ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. สหชาตา: สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา จ กพฬีกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: สงฺกิลิฏฺฐา ขนฺธา จ รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะ และปุเรชาตะสหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ ขันธ์ ๓ โดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอัตถิปัจจัย มี ๔ อย่าง คือ สหชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะสหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและกวฬิงการาหารเป็นปัจจัย แก่กายนี้โดยอัตถิปัจจัย

ปัจฉาชาตะ ได้แก่ ขันธ์ที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัย แก่กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒)

... เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย

... เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย

... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ เหตุยา จตฺตาริ, อารมฺมเณ จตฺตาริ, อธิปติยา ปญฺจ, อนนฺตเร จตฺตาริ, สมนนฺตเร จตฺตาริ, สหชาเต ปญฺจ, อญฺญมญฺเญ เทฺว, นิสฺสเย สตฺต, อุปนิสฺสเย จตฺตาริ, ปุเรชาเต เทฺว, ปจฺฉา-ชาเต เทฺว, อาเสวเน เทฺว, กมฺเม จตฺตาริ, วิปาเก เอกํ, อาหาเร จตฺตาริ, อินฺทฺริเย จตฺตาริ, ฌาเน จตฺตาริ, มคฺเค จตฺตาริ, สมฺปยุตฺเต เทฺว, วิปฺปยุตฺเต ตีณิ, อตฺถิยา สตฺต, นตฺถิยา จตฺตาริ, วิคเต จตฺตาริ, อวิคเต สตฺต.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ

อารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ

อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ

อนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ

สมนันตรปัจจัย มี ๔ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย มี ๒ วาระ

นิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ

อุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ

ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ

ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๒ วาระ

อาเสวนปัจจัย มี ๒ วาระ

กัมมปัจจัย มี ๔ วาระ

วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ

อาหารปัจจัย มี ๔ วาระ

อินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ

ฌานปัจจัย มี ๔ วาระ

มัคคปัจจัย มี ๔ วาระ

สัมปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ

วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ

อัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ

นัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ

วิคตปัจจัย มี ๔ วาระ

อวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๒. ปจฺจนียุทฺธาร สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส จ อสงฺกิลิฏฺฐสฺส จ ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจนียุทธาร

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้ เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย และกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองโดยสหชาตปัจจัย (๓)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) อสงฺกิลิฏฺโฐ ธมฺโม สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)

สงฺกิลิฏฺโฐ จ อสงฺกิลิฏฺโฐ จ ธมฺมา สงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)

สงฺกิลิฏฺโฐ จ อสงฺกิลิฏฺโฐ จ ธมฺมา อสงฺกิลิฏฺฐสฺส ธมฺมสฺส สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลส ไม่ทำให้เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่กิเลสทำให้ เศร้าหมองโดยอารัมมณปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองโดยสหชาตปัจจัยและปุเรชาตปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองและไม่ทำให้เศร้าหมองเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองโดยสหชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๒)

บาลี (มหาจุฬาฯ)

สุทฺธ นเหตุยา สตฺต, นอารมฺมเณ สตฺต, นอธิปติยา สตฺต, นอนนฺตเร สตฺต, นสมนนฺตเร สตฺต, นสหชาเต ปญฺจ, นอญฺญมญฺเญ ปญฺจ, นนิสฺสเย ปญฺจ, นอุปนิสฺสเย สตฺต, นปุเรชาเต ฉ, นปจฺฉาชาเต สตฺต ฯเปฯ นมคฺเค สตฺต, นสมฺปยุตฺเต ปญฺจ, นวิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ, โนอตฺถิยา จตฺตาริ, โนนตฺถิยา สตฺต, โนวิคเต สตฺต, โนอวิคเต จตฺตาริ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

นเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ

นอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ

นอธิปติปัจจัย มี ๗ วาระ

นอนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ

นสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ

สหชาตปัจจัย มี ๕ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ

นนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ

นปุเรชาตปัจจัย มี ๖ วาระ

นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ

นมัคคปัจจัย มี ๗ วาระ

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ

โนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาระ

โนนัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ

โนวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ

โนอวิคตปัจจัย มี ๔ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๓. ปจฺจนุยาโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ จตฺตาริ, นอธิปติยา จตฺตาริ, นอนนฺตเร จตฺตาริ, นสมนนฺตเร จตฺตาริ, นอญฺญมญฺเญ เทฺว, นอุปนิสฺสเย จตฺตาริ ฯเปฯ นสมฺปยุตฺเต เทฺว, นวิปฺปยุตฺเต เทฺว, โนนตฺถิยา จตฺตาริ, โนวิคเต จตฺตาริ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ

นอธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ

นอนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ

นสมนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ

นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ ฯลฯ

นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ

นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ

โนนัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ

โนวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ จตฺตาริ, อธิปติยา ปญฺจ, (อนุโลมมาติกา.) ฯเปฯ อวิคเต สตฺต. สงฺกิลิฏฺฐทุกํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๗๘. กิเลสสมฺปยุตฺตทุก ๑. ปฏิจฺจวาร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ

อธิปติปัจจัย ” มี ๕ วาระ

(พึงเพิ่มบทอนุโลมมาติกา) ฯลฯ

อวิคตปัจจัย ” มี ๗ วาระ

สังกิลิฏฐทุกะ จบ

จบ ปัญหาวาร