พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๓๑–๒๓๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๔ ในจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๓ หน้า ๑๘๑–๑๘๖
๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๓. ปัจจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๓๑} [๒๘๙] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (ย่อ) มี ๓ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยจิตเกิดขึ้น ... จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (พึงเพิ่มข้อความเข้ามาจนถึงมหาภูตรูป) (๑)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรม ที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (แม้ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) มี ๓ วาร (๓)
[๒๙๐] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (แม้ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ รูปที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและ จิตเกิดขึ้น ... รูปที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยขันธ์ที่ ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและมหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... จิต อาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (แม้ ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๓ วาร) (๒)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็น สมุฏฐานทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์๒ และรูปที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุ เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (แม้ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๒๓๒} [๒๙๑] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย คือ จักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะเกิดขึ้น ... กายายตนะ ... จิตอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณอาศัยจักขายตนะเกิดขึ้น ... กายายตนะ ... สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายอาศัยจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐานอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (แม้ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๒)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิต เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุวิญญาณและสัมปยุตต ขันธ์ทั้งหลายอาศัยจักขายตนะเกิดขึ้น ... กายายตนะ ... จิตและสัมปยุตตขันธ์ ทั้งหลายอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๑ วาร) (๓)
[๒๙๒] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ จักขายตนะและจักขุวิญญาณเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ขันธ์ ๒ อาศัย ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น … (ในปฏิสนธิขณะ ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๑)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุวิญญาณ อาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่
สหรคตด้วยกาย วิญญาณ ... จิตอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็น สมุฏฐานและหทัยวัตถุเกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๑ วาร) (๒)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็น สมุฏฐานทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะอารัมมณ ปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตอาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และหทัยวัตถุเกิดขึ้น … ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๑ วาร ย่อ) (๓)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๒๓๓} [๒๙๓] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๙ "
ในอธิปติปัจจัย " ๙ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาร)
ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาร
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
{๒๓๔} [๒๙๔] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน อาศัย สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย (วารทั้ง ๙ พึงทำอย่างนี้ แม้ปัญจวิญญาณในปัจจยวารก็พึงทำ โมหะ มี ๓ วารเท่านั้น)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๒๓๕} [๒๙๕] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย " ๓ "
ในนอธิปติปัจจัย " ๙ "
ในนอนันตรปัจจัย " ๓ "
ในนสมนันตรปัจจัย " ๓ "
ในนอัญญมัญญปัจจัย " ๓ "
ในนอุปนิสสยปัจจัย " ๓ "
ในนปุเรชาตปัจจัย " ๙ "
ในนปัจฉาชาตปัจจัย " ๙ "
ในนอาเสวนปัจจัย " ๙ "
ในนกัมมปัจจัย " ๔ "
ในนวิปากปัจจัย " ๙ "
ในนอาหารปัจจัย " ๑ "
ในนอินทริยปัจจัย " ๑ "
ในนฌานปัจจัย " ๙ "
ในนมัคคปัจจัย " ๙ "
ในนสัมปยุตตปัจจัย " ๓ "
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๕ "
ในโนนัตถิปัจจัย " ๓ "
ในโนวิคตปัจจัย " ๓ "
(การนับ ๒ วารนอกนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดี พึงทำอย่างนี้)
๖๓. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๕. สังสัฎฐวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๒๓๖} [๒๙๖] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ระคนกับ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ระคนกับ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตระคนกับขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ระคนกับสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่ระคนกับ จิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ระคนกับ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับจิตเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ระคนกับ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑) (ย่อ)
จบ ปัจจยวาร