arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๙

นยถาจิตตัสสวาจาติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๕๘–๑๓๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๒ ในวรรคที่ ๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๙ นยถาจิตตัสสวาจาติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๖๖๙–๖๗๑

หน้า ๖๖๙

ส. หากว่าความแผ่ไปแห่งวิตกไม่เป็นเสียงที่พึงรู้ได้ด้วยโสตวิญญาณ ไม่กระทบที่โสตะ ไม่มาสู่คลองแห่งโสตะ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ทุกครั้งที่ตรึกอยู่ ตรองอยู่ ความแผ่ไปแห่งวิตกเกิดเป็นเสียง”

จบ วิตักกวิปผารสัททกถา

(๙๒) ๙. นยถาจิตตัสสวาจาติกถา

ว่าด้วยเรื่องวาจาไม่เป็นอย่างที่คิด

{๑๓๕๘} [๕๖๔] สกวาทีถามว่า บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้ไม่มีผัสสะ ไม่มีเวทนา ไม่มีสัญญา ไม่มีเจตนา ไม่มีจิต ก็มีวาจาได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลมีผัสสะ มีเวทนา มีสัญญา มีเจตนา มีจิต จึงมีวาจาได้ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าบุคคลมีผัสสะ ... มีจิตจึงมีวาจาได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้”{๑๓๕๙} ส. บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า วาจาหรือคำพูดที่คนเราเปล่งออกมาไม่เกี่ยวข้องกับจิต ไม่อยู่ในการควบคุมของจิต ไม่เป็นไปตามที่จิตคิด โดยอ้างเหตุผลว่า บางคนคิดจะพูดอย่างหนึ่งกลับพูดอีกอย่างหนี่ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๖-๒๔๗)
หน้า ๖๗๐

ส. บุคคลผู้ไม่นึกอยู่ ไม่ผูกใจอยู่ ... ไม่ตั้งใจอยู่ ก็มีวาจาได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลนึกอยู่ ผูกใจอยู่ ... ตั้งใจอยู่ จึงมีวาจาได้ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าบุคคลนึกอยู่ ผูกใจอยู่ ตั้งใจอยู่ จึงมีวาจาได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้”ส. บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วาจามีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดในขณะเดียวกับจิตมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าวาจามีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดร่วมกับจิต เกิดในขณะเดียวกับจิต ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้”{๑๓๖๑} ส.บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลไม่ปรารถนาจะกล่าว ก็กล่าวได้ ไม่ปรารถนาจะแถลง ก็แถลงได้ ไม่ปรารถนาจะร้องเรียก ก็ร้องเรียกได้ ไม่ปรารถนาจะพูด ก็พูดได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลปรารถนาจะกล่าว ก็กล่าวได้ ปรารถนาจะแถลง ก็แถลงได้ ปรารถนาจะร้องเรียก ก็ร้องเรียกได้ ปรารถนาจะพูด ก็พูดได้ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

หน้า ๖๗๑

ส. หากว่าบุคคลปรารถนาจะกล่าว ก็กล่าวได้ ปรารถนาจะแถลง ก็แถลงได้ ปรารถนาจะร้องเรียก ก็ร้องเรียกได้ ปรารถนาจะพูด ก็พูดได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้”{๑๓๖๒} [๕๖๕] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป บางคนคิดว่าจะกล่าวอย่างหนึ่ง ก็กล่าวเสียอีกอย่างหนึ่ง คิดว่าจะแถลงอย่างหนึ่ง ก็แถลงเสียอีกอย่างหนึ่ง คิดว่าจะร้องเรียกอย่างหนึ่ง ก็ร้องเรียกเสียอีกอย่างหนึ่ง คิดว่าจะพูดอย่างหนึ่ง ก็พูดเสียอีกอย่างหนึ่ง มีอยู่ มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าบางคนคิดว่าจะกล่าวอย่างหนึ่ง ก็กล่าวเสียอีกอย่างหนึ่ง ... คิดว่าจะพูดอย่างหนึ่ง ก็พูดเสียอีกอย่างหนึ่งมีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “บุคคลมีวาจาไม่เป็นอย่างที่คิดได้”

จบ นยถาจิตตัสสวาจาติกถา

(๙๓) ๑๐. นยถาจิตตัสสกายกัมมันติกถา

ว่าด้วยเรื่องกายกรรมไม่เป็นอย่างที่คิด

{๑๓๖๓} [๕๖๖] สกวาทีถามว่า บุคคลมีกายกรรมไม่เป็นอย่างที่คิดได้หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่ากายกรรมหรือพฤติกรรมที่แสดงออกทางกายของคนเราไม่เกี่ยวข้องกับจิต ไม่อยู่ในการควบคุมของจิต ไม่เป็นไปตามที่จิตคิด โดยอ้างเหตุผลว่า บางคนคิดจะไปในที่หนึ่ง กลับไปอีกที่หนึ่ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๗)

จบ นยถาจิตตัสสวาจาติกถา