arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑

สาสนกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๓๓–๑๘๓๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๖ ในวรรคที่ ๒๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ สาสนกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๙๘๒–๙๘๔

หน้า ๙๘๒

๒๑. เอกวีสติมวรรค

(๒๐๐) ๑. สาสนกถา

ว่าด้วยเรื่องศาสนาถูกดัดแปลงใหม่

{๑๘๓๓} [๘๗๘] สกวาทีถามว่า ศาสนาถูกดัดแปลงใหม่หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. สติปัฏฐานถูกดัดแปลงใหม่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ศาสนาถูกดัดแปลงใหม่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ ... โพชณงค์ ถูกดัดแปลงใหม่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ศาสนาอันเป็นอกุศลก่อนถูกดัดแปลงให้เป็นกุศลในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ศาสนาที่เนื่องด้วยอาสวะ ... ที่เนื่องด้วยสังโยชน์ ... ที่เนื่องด้วยคันถะ ... ที่เนื่องด้วยโอฆะ ... ที่เนื่องด้วยโยคะ ... ที่เนื่องด้วยนิวรณ์

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งได้เห็นการทำสังคายนาพระธรรมวินัยถึง ๓ ครั้ง จึงลงความเห็นเป็น ๓ ประเด็น คือ (๑) ศาสนธรรมคำทรงสอนของพระตถาคตพุทธเจ้าถูกปรับปรุงแก้ไขใหม่ (๒) มีบุคคลบางคนกระทำการดัดแปลงศาสนธรรมขึ้นใหม่ และ (๓) ศาสนธรรมจะถูกดัดแปลงไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า การทำสังคายนาพระธรรมวินัยหาใช่เป็นการดัดแปลงศาสนธรรมดั้งเดิมของพระพุทธเจ้าไม่ แต่เป็นการรวบรวมจัดหมวดหมู่ให้สะดวกต่อการศึกษา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๔)
หน้า ๙๘๓

... ที่เนื่องด้วยปรามาส ... ที่เนื่องด้วยอุปาทาน ... ที่เนื่องด้วยสังกิเลสในกาลก่อนถูกดัดแปลงไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสในภายหลังหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๘๓๔} ส. บุคคลบางคนที่ดัดแปลงศาสนาของพระตถาคตใหม่ได้มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลบางคนที่ดัดแปลงสติปัฏฐานใหม่ได้มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลบางคนที่ดัดแปลงสัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ ... โพชฌงค์ใหม่ได้มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลบางคนที่ดัดแปลงศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อนให้เป็นกุศลในภายหลังได้มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลบางคนที่ดัดแปลงศาสนาที่เนื่องด้วยอาสวะ ... ที่เนื่องด้วยสังกิเลสในกาลก่อนไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสในภายหลังได้มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๘๓๕} ส. ศาสนาของพระตถาคตจะดัดแปลงใหม่อีกได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติปัฏฐานจะดัดแปลงใหม่อีกได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. สัมมัปปธาน ... อิทธิบาท ... อินทรีย์ ... พละ ... โพชฌงค์จะดัดแปลงใหม่อีกได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

หน้า ๙๘๔

ส. ศาสนาอันเป็นอกุศลในกาลก่อนจะดัดแปลงให้เป็นกุศลในภายหลังได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ศาสนาที่เนื่องด้วยอาสวะ ... ที่เนื่องด้วยสังกิเลสในกาลก่อนจะดัดแปลงไม่ให้เนื่องด้วยสังกิเลสในภายหลังได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

จบ สาสนกถา

(๒๐๑) ๒. อวิวิตตกถา

ว่าด้วยเรื่องผู้ไม่สงัด

{๑๘๓๖}[๘๗๙] สกวาทีถามว่า ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากสภาวธรรมที่เป็นไปในธาตุ ๓ หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากผัสสะที่เป็นไปในธาตุ ๓ ... จากเวทนาที่เป็นไปในธาตุ ๓ ... จากสัญญา ... จากเจตนา ... จากจิต ... จากศรัทธา ... จากวิริยะ ...จากสติ ... จากสมาธิ ... จากปัญญาที่เป็นไปในธาตุ ๓ หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ปุถุชนไม่สงัดแล้วจากสภาวธรรมที่เป็นไปในธาตุ ๓ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า เพราะเหตุที่ปุถุชนกำหนดรู้สภาวธรรมที่เป็นไปในธาตุ ๓ (หรือภูมิ ๓)ไม่ได้ ฉะนั้น จึงไม่มีขณะจิตหนึ่งที่สงัดจากสภาวธรรมเหล่านั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๕)

จบ สาสนกถา