arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๑

กรรมกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๘๕๑–๑๘๕๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๘/๑๖ ในวรรคที่ ๒๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๒๑. เอกวีสติมวคฺค

(๒๐๗) ๘. กมฺมกถา

๘. กัมมกถา (๒๐๗)

ว่าด้วยกรรม

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๑ กรรมกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๕๐๗–๕๐๘ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๙๒๐–๙๒๒

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ? อามนฺตา. มิจฺฉตฺตนิยตาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นตฺถิ อนิยโต ราสีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อตฺถิ อนิยโต ราสีติ? อามนฺตา. หญฺจิ อตฺถิ อนิยโต ราสิ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “สพฺเพ กมฺมา นิยตา”ติ.

*สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ? อามนฺตา. นนุ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา:- มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ, สมฺมตฺตนิยโต ราสิ, อนิยโต ราสีติ? อามนฺตา. หญฺจิ ตโย ราสี วุตฺตา ภควตา:- มิจฺฉตฺตนิยโต ราสิ, สมฺมตฺตนิยโต ราสิ, อนิยโต ราสิ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “สพฺเพ กมฺมา นิยตา”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนไม่มีใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)ที่ไม่แน่นอนมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน”

สก. กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอนใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) กอง ที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน มิใช่หรือปร. ใช่

สก. หากกอง(แห่งสภาวธรรม)พระผู้มีพระภาคตรัสกองไว้ ๓ อย่าง คือ (๑) กองที่ผิดและแน่นอน (๒) กองที่ถูกและแน่นอน (๓) กองที่ไม่แน่นอน ท่านก็ไม่ ควรยอมรับว่า “กรรมทั้งปวงเป็นสภาวะที่แน่นอน”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะและนิกายอุตตราปถกะบางพวก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๙/๓๑๘)
  2. ๒เพราะมีความเห็นว่า กรรมทุกอย่างเป็นสิ่งที่แน่นอน ไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น เช่น กรรมที่ให้ผลใน ปัจจุบันก็ต้องให้ผลในปัจจุบัน ไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า กรรมทุกอย่าง อาจเปลี่ยนแปลง เช่น กรรมที่ให้ผลในปัจจุบัน ถ้าไม่ให้ผลก็กลายเป็นอโหสิกรรมได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๘๙/๓๑๘)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ? อามนฺตา. มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนียํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนียํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺติ? อามนฺตา. มิจฺฉตฺตนิยตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สมฺมตฺตนิยตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอนโดยอรรถว่าเป็นกรรม อันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบันใช่ไหมปร. ใช่

สก. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมนั้นเป็นสภาวะที่ผิดและแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เป็นสภาวะที่ถูกและแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรม เป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในอัตภาพต่อ ๆ ไปใช่ไหมปร. ใช่

สก. อปราปริยเวทนียกรรมนั้นเป็นสภาวะที่ผิดและให้ผลแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เป็นสภาวะที่ถูกและให้ผลแน่นอนใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ. อุปปชฺชเวทนียํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนียํ กมฺมํ อปราปริยเวทนิยฏฺเฐน นิยตนฺ”ติ? อามนฺตา. ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ กมฺมํ อุปปชฺชเวทนียํ โหติ, อปราปริยเวทนียํ โหติ ฯเปฯ อุปปชฺชเวทนียํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ, อปราปริยเวทนียํ โหติ ฯเปฯ อปราปริยเวทนียํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหติ, อุปปชฺชเวทนียํ โหตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ. เตน หิ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนิยฏฺเฐน นิยตํ. อุปปชฺชเวทนียํ กมฺมํ ฯเปฯ อปราปริยเวทนียํ กมฺมํ อปราปริยเวทนียฏฺเฐน นิยตนฺติ. กมฺมกถา นิฏฺฐิตา. เอกวีสติโม วคฺโค. ตสฺสุทฺทานํ

สาสนํ นวํ กตํ, อตฺถิ โกจิ ตถาคตสฺส สาสนํ นวํ

กโรติ, ลพฺภา ตถาคตสฺส สาสนํ ปุน นวํ กาตุํ,

ปุถุชฺชโน เตธาตุเกหิ กมฺเมหิ (๑) อวิวิตฺโต, อตฺถิ

กิญฺจิ สญฺโญชนํ อปฺปหาย อรหตฺตปฺปตฺติ, อตฺถิ

อธิปฺปายอิทฺธิ พุทฺธานํ วา สาวกานํ วา, อตฺถิ

พุทฺธานํ พุทฺเธหิ หินาติเรกตา, สพฺพา ทิสา พุทฺธา

ติฏฺฐนฺติ, สพฺเพ ธมฺมา นิยตา, สพฺเพ กมฺมา นิยตาติ.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ก. ธมฺเมหิ
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึง เสวยในอัตภาพต่อ ๆ ไป” ใช่ไหมสก. ใช่

ปร. ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมเป็นอุปปัชชเวทนียกรรม เป็นอปราปริยเวทนียกรรม ฯลฯ อุปปัชชเวทนียกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็นอปราปริยเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรมเป็นทิฏฐธรรมเวทนียกรรม เป็น อุปปัชชเวทนียกรรมใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ปร. ดังนั้น ทิฏฐธรรมเวทนียกรรมจึงเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่า เป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยในปัจจุบัน อุปปัชชเวทนียกรรม ฯลฯ อปราปริยเวทนียกรรมเป็นสภาวะที่แน่นอน โดยอรรถว่าเป็นกรรมอันบุคคลพึงเสวยใน อัตภาพต่อ ๆ ไป

กัมมกถา จบ

เอกวีสติมวรรค จบ

รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สาสนกถา ๒. อวิวิตตกถา

๓. สัญโญชนกถา ๔. อิทธิกถา

๕. พุทธกถา ๖. สัพพทิสากถา

๗. ธัมมกถา ๘. กัมมกถา

จบ กรรมกถา