พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๖
รูปังเหตูติกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๕๙–๑๖๖๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในวรรคที่ ๑๖มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๑๖. โสฬศมวคฺค
(๑๖๐) ๕. รูปํเหตูติกถา
๕. รูปังเหตูติกถา (๑๖๐)
ว่าด้วยรูปเป็นเหตุ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๖ รูปังเหตูติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๔๒–๔๔๓ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๙๙–๘๐๑
*รูปํ เหตูติ? อามนฺตา. อโลโภ เหตูติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส เหตุ ฯเปฯ อโมโห เหตุ ฯเปฯ โลโภ เหตุ ฯเปฯ โทโส เหตุ ฯเปฯ โมโห เหตูติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*รูปํ เหตูติ? อามนฺตา. สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา (๑) ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. หญฺจิ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “รูปํ เหตู”ติ.
- ๑ฉ. อาวฏฺฏนา. เอวมุปริปิ.
สก. รูปเป็นเหตุใช่ไหม
สก. อโลภะเป็นเหตุใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อโทสะเป็นเหตุ ฯลฯ อโมหะ ฯลฯ โลภะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะเป็นเหตุใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูปเป็นเหตุใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. รูปรับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูปรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจมิใช่หรือปร. ใช่
สก. หากรูปรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปเป็นเหตุ”
- ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๕๔-๗๕๖/๒๘๖-๒๘๗)
- ๒เพราะมีความเห็นว่า รูปสามารถเป็นเหตุให้แก่รูปได้ เช่น มหาภูตรูป ๔ ชื่อว่าเป็นเหตุให้แก่อุปาทายรูปได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๕๔-๗๕๖/๒๘๖-๒๘๗)
*อโลโภ เหตุ สารมฺมโณ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. รูปํ เหตุ สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส เหตุ ฯเปฯ อโมโห เหตุ ฯเปฯ โลโภ เหตุ ฯเปฯ โทโส เหตุ ฯเปฯ โมโห เหตุ สารมฺมโณ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. รูปํ เหตุ สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*รูปํ เหตุ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโลโภ เหตุ อนารมฺมโณ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ เหตุ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโทโส เหตุ ฯเปฯ อโมโห เหตุ ฯเปฯ โลโภ เหตุ ฯเปฯ โทโส เหตุ ฯเปฯ โมโห เหตุ อนารมฺมโณ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. อโลภะเป็นเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความ ตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. รูปเป็นเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อโทสะเป็นเหตุ ฯลฯ อโมหะ ฯลฯ โลภะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะเป็นเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหมปร. ใช่
สก. รูปเป็นเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูปเป็นเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความ ตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. อโลภะเป็นเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มี ความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. รูปเป็นเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความ ตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. อโทสะเป็นเหตุ ฯลฯ อโมหะ ฯลฯ โลภะ ฯลฯ โทสะ ฯลฯ โมหะเป็นเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
*น วตฺตพฺพํ “รูปํ เหตู”ติ? อามนฺตา. นนุ มหาภูตา อุปาทายรูปานํ (๑) อุปาทายเหตูติ? อามนฺตา. หญฺจิ มหาภูตา อุปาทายรูปานํ อุปาทายเหตุ, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “รูปํ เหตู”ติ. รูปํเหตูติกถา นิฏฺฐิตา.
- ๑สี.อิ.ม. อุปาทารูปานํ
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นเหตุ” ใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. มหาภูตรูปเป็นเหตุ โดยเป็นที่อาศัยแห่งอุปาทายรูปมิใช่หรือ
สก. ใช่
ปร. หากมหาภูตรูปเป็นเหตุโดยเป็นที่อาศัยแห่งอุปาทายรูป ดังนั้น ท่าน จึงควรยอมรับว่า “รูปเป็นเหตุ”
รูปังเหตูติกถา จบ
จบ รูปังเหตูติกถา