arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๖

รูปังสเหตุกันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖๓–๑๖๖๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในวรรคที่ ๑๖มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๖. โสฬสมวคฺค

(๑๖๑) ๖. รูปํสเหตุกนฺติกถา

๖. รูปังสเหตุกันติกถา (๑๖๑)

ว่าด้วยรูปมีเหตุ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๖ รูปังสเหตุกันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๔๓–๔๔๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๘๐๑–๘๐๓

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*รูปํ สเหตุกนฺติ? อามนฺตา. อโลภเหตุนาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทสเหตุนาติ ฯเปฯ อโมหเหตุนาติ ฯเปฯ โลภเหตุนา ฯเปฯ โทสเหตุนา ฯเปฯ โมหเหตุนาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*รูปํ สเหตุกนฺติ? อามนฺตา. สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. หญฺจิ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “รูปํ สเหตุกนฺ”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. รูปมีเหตุ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. รูปมีอโลภเหตุใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปมีเหตุโดยเหตุคืออโทสะ ฯลฯ โดยเหตุคืออโมหะ ฯลฯ โดยเหตุ คือโลภะ ฯลฯ โดยเหตุคือโทสะ ฯลฯ โดยเหตุคือโมหะใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปมีเหตุใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. รูปรับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจมิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากรูปรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปมีเหตุ”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑เหตุ มี ๒ อย่าง คือ (๑) สัมปยุตตเหตุ (๒) ปัจจยเหตุ ในที่นี้ปรวาทีไม่ได้แยกแยะเหตุเป็น ๒ อย่าง แต่ใช้รวม ๆ กัน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๕๔-๗๕๖/๒๘๖-๒๘๗)
  2. ๒ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๗๕๔-๗๕๖/๒๘๖-๒๘๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*อโลโภ สเหตุโก สารมฺมโณ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา รูปํ สเหตุกํ สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส สเหตุโก ฯเปฯ อโมโห. สทฺธา. วิริยํ. สติ. สมาธิ. ปญฺญา. โลโภ. โทโส. โมโห. มาโน. ทิฏฺฐิ. วิจิกิจฺฉา. ถีนํ. อุทฺธจฺจํ. อหิริกํ. อโนตฺตปฺปํ สเหตุกํ สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. รูปํ สเหตุกํ สารมฺมณํ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*รูปํ สเหตุกํ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโลโภ สเหตุโก อนารมฺมโณ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ รูปํ สเหตุกํ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโทโส สเหตุโก ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สเหตุกํ อนารมฺมณํ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. อโลภะมีเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. รูปมีเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อโทสะเป็นไปกับเหตุ ฯลฯ อโมหะ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ มีเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหมปร. ใช่

สก. รูปมีเหตุ รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปมีเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อโลภะมีเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความ ตั้งใจใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. รูปมีเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อโทสะมีเหตุ ฯลฯ อโนตตัปปะมีเหตุ แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มี ความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “รูปํ สเหตุกนฺ”ติ? อามนฺตา. นนุ รูปํ สปฺปจฺจยนฺติ? อามนฺตา. หญฺจิ รูปํ สปฺปจฺจยํ, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “รูปํ สเหตุกนฺ”ติ. รูปํสเหตุกนฺติกถา นิฏฺฐิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปมีเหตุ” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. รูปมีปัจจัยมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. หากรูปมีปัจจัย ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “รูปมีเหตุ”

รูปังสเหตุกันติกถา จบ

จบ รูปังสเหตุกันติกถา