arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๖

รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๘๒–๑๖๘๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในวรรคที่ ๑๖มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๖ รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๘๗๗–๘๘๒

หน้า ๘๗๗

ส. หากว่ารูปไม่เป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต ... มีวัตอุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ... กับจิตที่แสวงหาสมาบัติก็หามิได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “รูปเป็นอรูปาวจรมีอยู่”{๑๖๘๑} [๗๗๐] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นรูปาวจรมีอยู่ รูปเป็นอรูปาวจรมีอยู่” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปที่เกิดขึ้นเพราะกรรมส่วนกามาวจรที่บุคคลได้ทำไว้เป็นกามาวจรมิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่ารูปที่เกิดขึ้นเพราะกรรมส่วนกามาวจรที่บุคคลได้ทำไว้เป็นกามาวจร ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “รูปที่เกิดขึ้นเพราะกรรม ส่วนรูปาวจรที่บุคคลได้ทำไว้เป็นรูปาวจร รูปที่เกิดขึ้นเพราะกรรมส่วนอรูปาวจรที่บุคคลได้ทำไว้เป็นอรูปาวจร”

จบ รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา

(๑๖๕) ๑๐. รูปราโครูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา

ว่าด้วยเรื่องรูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุเป็นต้น

{๑๖๘๒} [๗๗๑] สกวาทีถามว่า รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า เพราะเหตุที่กามราคะ (ความกำหนัดในกาม) นับเนื่องในกามธาตุ ฉะนั้น รูปราคะ (ความกำหนัดในรูป) และอรูปราคะ (ความกำหนัดในอรูป) ก็ต้องนับเนื่องในรูปธาตุและอรูปธาตุได้ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่ากิเลสคือราคะนับเนื่องในกามธาตุทั้งใน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๘)
หน้า ๘๗๘

ส. รูปราคะเป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตที่แสวงหาสมาบัติ กับจิตที่แสวงหาอุบัติ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. รูปราคะไม่เป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต ... มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ... กับจิตที่แสวงหาสมาบัติ ... ก็หามีได้มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่ารูปราคะไม่เป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต ... มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ... กับจิตที่แสวงหาสมาบัติก็หามีได้ ท่านก็ใม่ควรยอมรับว่า “รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุ”{๑๖๘๓} [๗๗๒] ส. รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัททราคะ (ความกำหนัดในเสียง) นับเนื่องในสัททธาตุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. คันธราคะ (ความกำหนัดในกลิ่น) ... รสราคะ (ความกำหนัดในรส) ... โผฏฐัพพราคะ (ความกำหนัด ในโผฏฐัพพะ) นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

หน้า ๘๗๙

{๑๖๘๔} ส. สัททราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในสัททธาตุ” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในรูปธาตุ” หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. คันธราคะ ... รสราคะ ... โผฏฐัพพราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในโผฎฐัพพธาตุ” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในรูปธาตุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๖๘๕} [๗๗๓] ส. อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรูปราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในอรูปธาตุ” หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรูปราคะเป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคด เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน กับจิตที่แสวงหาสมาบัติ กับจิตที่แสวงหาอุบัติ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อรูปราคะไม่เป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคด ... มีวัตถุเป็นอัน

หน้า ๘๘๐

เดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกัน ... กับจิตที่แสงหาสมบัติก็หามิได้ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าอรูปราคะไม่เป็นสภาวะแสวงหาสมาบัติ ไม่เป็นสภาวะแสวงหาอุบัติ ไม่เป็นสภาวะเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน สหรคต เกิดร่วม ระคน สัมปยุต เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน มีวัตถุเป็นอันเดียวกัน มีอารมณ์เป็นอันเดียวกันกับจิตที่แสวงหาสมาบัติก็หามิได้ กับจิตที่แสวงหาอุบัติก็หามิได้ กับจิตเครื่องอยู่เป็นสุขในปัจจุบันก็หามิได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุ”{๑๖๘๖} [๗๗๔] ส. อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัททราคะนับเนื่องในสัททธาตุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. คันธราคะ ... รสราคะ ... โผฏฐัพพราคะนับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๖๘๗} ส. สัททราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในสัททธาตุ” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรูปราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในอรูปธาตุ” หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

หน้า ๘๘๑

ส. คันธราคะ ... รสราคะ ... โผฏฐัพพราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อรูปราคะท่านไม่ยอมรับว่า “นับเนื่องในอรูปธาตุ” หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๖๘๘} [๗๗๕] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุ อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุ” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. กามราคะนับเนื่องในกามธาตุมิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่ากามราคะนับเนื่องในกามธาตุ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “รูปราคะนับเนื่องในรูปธาตุ อรูปราคะนับเนื่องในอรูปธาตุ”

จบ รูปราโครูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา

จบ โสฬสมวรรค

รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. นิคคหกถา ๒. ปัคคหกถา

๓. สุขานุปปทานกถา ๔. อธิคคัยหมนสิการกถา

๕. รูปังเหตูติกถา ๖. รูปังสเหตุกันติกถา

๗. รูปังกุสลากุสลันติกถา ๘. รูปังวิปาโกติกถา

๙. รูปังรูปาวจรารูปาวจรันติกถา

๑๐. รูปราโครูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา

หน้า ๘๘๒

๑๗. สัตฅรสมวรรค

(๑๖๖) ๑. อัตถิอรหโตปุญญปจโยติกถา

ว่าด้วยเรื่องพระอรหันต์มีการสะสมบุญ

{๑๖๘๙} [๗๗๖] สกวาทีถามว่า พระอรหันต์มีการสะสมบุญหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์มีการสะสมบาปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบาปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบุญหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๖๙๐} [๗๗๗] ส. พระอรหันต์มีการสะสมบุญหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระอรหันต์ยังสร้างสมบุญญาภิสังขาร ยังสร้างสมอาเนญชาภิสังขาร ยังทำกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ เพื่อภพ เพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อความเป็นอธิบดี เพื่อสมบัติใหญ่ เพื่อบริวารมาก เพื่อความงามในเทพ เพื่อความงามในมนุษย์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระอรหันต์ยังมีการสะสมคือ กระทำบุญกุศลอยู่เพราะประจักษ์แก่สายตาในการที่พระอรหันต์ทั้งหลายให้ทานและไหว้พระเจดีย์เป็นต้น ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า พระอรหันต์นั้นละทั้งบุญและบาปได้เด็ดขาดแล้ว แต่การทำความดีเช่นนั้นไม่จัดเป็นการสะสมบุญ เป็นเพียงกิริยาที่ไม่ก่อให้เกิดวิบาก เพราะหากทำบุญที่ก่อให้เกิดวิบากได้ ก็พึงทำบาปได้ ไม่ต่างอะไรกับปุถุชน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๙)

จบ รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโนติอาทิกถา