arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๒

โกลังโกลเอกวีชีกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๐๐–๑๕๐๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๙ ในวรรคที่ ๑๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๒ โกลังโกลเอกวีชีกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๖๑–๗๖๓

หน้า ๗๖๑

{๑๔๙๘} ส. บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้เที่ยงต่อการเกิดอีกไม่เกิน ๗ ครั้งหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชนเหล่าหนึ่งเหล่าใดเหล่าหนึ่งก้าวลงสู่โสดาปัตตินิยาม ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้เที่ยงต่อความเกิดอีกไม่เกิน ๗ ครั้งหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๙๙} [๖๔๕] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้เที่ยงต่อการเกิดอีกไม่เกิน ๗ ครั้ง” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลนั้นเป็นสัตตักขัตตุปรมะมิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าบุคคลนั้นเป็นสัตตักขัตตุปรมะ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้สัตตักขัตตุปรมะเป็นผู้เที่ยงต่อการเกิดอีกไม่เกิน ๗ ครั้ง”

จบ สัตตักขัตตุปรมกถา

(๑๒๑) ๖. โกลังโกลกถา

ว่าด้วยเรื่องบุคคลผู้โกลังโกละ

{๑๕๐๐} [๖๔๖] ปรวาทีถามว่า ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลผู้โกลังโกละเป็นผู้เที่ยงต่อความเกิดอีก ๒-๓ ครั้ง” หรือ ?

สกวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑บุคคลผู้โกลังโกละ บุคคลผู้ไปจากตระกูลสู่ตระกูล หมายถึงโสดาบันบุคคลผู้เกิดในตระกูลสูงอีก ๒-๓ ครั้ง หรือเกิดในสุคติอีก ๒-๓ ภพ ก็จักบรรลุอรหัตแล้วปรินิพพานไป (องฺ.ติก.อ.๒๔๒, ขุ.ขุ.อ. ๑๖๓, ขุ.สุ.อ. ๒/๒๙) เป็นหนึ่งในโสดาบันบุคคล ๓ ประเภท (ดู อภิ.ปุ. (แปล) ๓๖/๓๒/๑๘๑)
หน้า ๗๖๒

ป. บุคคลนั้นเป็นโกลังโกละ มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าบุคคลนั้นเป็นโกลังโกละ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้โกลังโกละเป็นผู้เที่ยงต่อความเกิดอีก ๒-๓ ครั้ง”

จบ โกลังโกลกถา

(๑๒๒) ๗. เอกพีชีกถา

ว่าด้วยเรื่องบุคคลผู้เอกพีชี

{๑๕๐๑} [๖๔๗] ปรวาทีถามว่า ท่านไม่ยอมรับว่า“บุคคลผู้เอกพีชี<*>เป็นผู้เที่ยงต่อความเกิดอีกครั้งเดียว” หรือ ?

สกวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ป. บุคคลนั้นเป็นเอกพีชี มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าบุคคลนั้นเป็นเอกพีชี ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “บุคคลผู้เอกพีชีเป็นผู้เที่ยงต่อความเกิดอีกครั้งเดียว”

จบ เอกพีชีกถา

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พระบาลีเป็น เอกวีชีกถา<**> (อภิ.ก. ๓๗/๖๔๗/๔๔๐)
  2. ๒บุคคลผู้เอกพีชี บุคคลผู้มีพืชคืออัตภาพเดียว หมายถึงโสดาบันบุคคลผู้เกิดอีกครั้งเดียว ก็จักบรรลุอรหัตตผลแล้วปรินิพพานไป (องฺ.ติก.อ. ๒๔๒, ขุ.ขุ.อ. ๑๖๓, ขุ.สุ.อ. ๒/๒๙) เป็นหนึ่งในโสดาบันบุคคล ๓ ประเภท (ดู อภิ.ปุ.(แปล) ๓๖/๓๓/๑๘๑)
  3. ๒- ผู้รวบรวม
  4. เอกพีชีกถา - ผู้รวบรวม
หน้า ๗๖๓

(๑๒๓) ๘. ชีวิตาโวโรปนกถา

ว่าด้วยเรื่องพระโสดาบันจงใจปลงชีวิตสัตว์ได้

{๑๕๐๒} [๖๔๘] สกวาทีถามว่า บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิพึงแกล้งปลงชีวิตสัตว์หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิพึงแกล้งปลงชีวิตมารดา ... พึงแกล้งปลงชีวิตบิดา ... พึงแกล้งปลงชีวิตพระอรหันต์ ... พึงมีจิตคิดประทุษร้าย ... ยังพระโลหิตของพระตถาคตให้ห้อ ... พึงทำลายสงฆ์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๕๐๓} ส. บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิพึงแกล้งปลงชีวิตสัตว์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิเป็นผู้ไม่มีความเคารพในพระศาสดาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เป็นผู้ไม่มีความเคารพในพระธรรม ... เป็นผู้ไม่มีความเคารพในพระสงฆ์ ... เป็นผู้ไม่มีความเคารพในสิกขาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ หมายถึงบุคคลผู้ประกอบด้วยทิฏฐิอันเป็นองค์มรรคหรือสัมมาทิฏฐิ ได้แก่บุคคลผู้เป็นอริยสาวกชั้นโสดาบัน หรือโสดาบันบุคคลขึ้นไป (องฺ.เอกก.อ. ๔๐๒, องฺ.ปญฺจก.อ. ๑๙)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิ ก็อาจจงใจทำปาณาติบาตคือฆ่าสัตว์ได้ โดยให้เหตุผลว่า ปาณาติบาตเกิดขึ้นได้ด้วยจิตที่สัมปยุตด้วยโทสะ และโทสะนั้นพระโสดาบันยังละไม่ได้ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่าพระโสดาบันจะไม่จงใจทำปาณาติบาตอย่างแน่นอน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๖๕)

จบ โกลังโกลเอกวีชีกถา