พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๒
สังวโรกัมมันติกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๗๖–๑๔๗๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๙ ในวรรคที่ ๑๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๒ สังวโรกัมมันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๔๗–๗๕๐
๑๒. ทวาทสมวรรค
(๑๑๖) ๑. สังวโรกัมมันติกถา
ว่าด้วยเรื่องความสำรวมและไม่สำรวมเป็นกรรม
{๑๔๗๖} [๖๓๐] สกวาทีถามว่า ความสำรวมเป็นกรรมหรือ ?
ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ... ความสำรวมในฆานินทรีย์ ... ความสำรวมในชิวหินทรีย์ ... ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ... ความสำรวมในฆานินทรีย์ ... ความสำรวมในชิวหินทรีย์ ... เป็นชิวหากรรมหรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ทั้งความสำรวมและความไม่สำรวมเป็นกรรม (เจตนาไม่ชื่อว่ากรรม) โดยอาศัยพระสูตรที่ว่า ‘บุคคลเห็นรูปด้วยจักขุแล้วเป็นผู้รวบถือรวม ๆ ไม่เป็นผู้รวบถือรวม ๆ’ เป็นข้ออ้าง ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า เจตนาชื่อว่ากรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๖๑)
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความสำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ... ความสำรวมในฆานินทรีย์ ... ความสำรวมในชิวหินทรีย์ ... ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๔๗๗} [๖๓๑] ส. ความไม่สำรวมเป็นกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์เป็นชิวหากรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์เป็นมโนกรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในฆานินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ... ความไม่สำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรม หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๔๗๘} [๖๓๒] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี เป็นกรรม” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปด้วยจักขุแล้วรวบถือรวม ๆ ... ไม่รวบถือรวม ๆ ... ฟังเสียงด้วยโสตะ ... รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้วไม่รวบถือรวม ๆ ... ไม่แยกถือเป็นส่วน ๆ ...” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดีก็ต้องเป็นกรรม
จบ สังวโรกัมมันติกถา
(๑๑.๗) ๒. กัมมกถา
ว่าด้วยเรื่องกรรมทั้งปวงมีวิบาก
{๑๔๗๙} [๖๓๓] สกวาทีถามว่า กรรมทั้งปวงมีวิบากหรือ ?
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบากหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบากหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑พึงดูเทียบใน ม.มู. (แปล) ๑๒/๓๔๗/๔๒๘, ๓๔๙/๔๓๒
- ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีความเห็นว่ากรรมทั้งปวงมีวิบาก คือ กรรมทุกอย่างต้องให้ผล ไม่มีอโหสิกรรม โดยอาศัยสุตตบทที่ว่า ‘ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่รู้แล้วย่อมไม่กล่าวความสิ้นสุดแห่งกรรมที่สัตว์จงใจทำสั่งสมขึ้นไว้’ (อง.ทสก. (แปล) ๒๔/๒๑๗/๓๙๙) เป็นข้ออ้างซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า เจตนาเป็นกรรมเฉพาะเจตนาที่เป็นกุศลและอกุศลเท่านั้นจึงมีวิบาก ส่วนเจตนาที่เป็นอัพยากฤตหามีวิบากไม่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๖๒)
จบ สังวโรกัมมันติกถา