arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๒

สังวโรกัมมันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๗๖–๑๔๗๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๙ ในวรรคที่ ๑๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๒ สังวโรกัมมันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๓๒๘–๓๓๓

หน้า ๓๒๘

วรรคที่ ๑๒

สังวโรกัมมันติกถา

[๑๔๗๖] สกวาที ความสำรวมเป็นกรรม หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมใน

ฆานินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

หน้า ๓๒๙

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความสำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความสำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความสำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมใน

ฆานินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความสำรวมในกายินทรีย์เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๔๗๗] ส. ความไม่สำรวม เป็นกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวม

ในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

หน้า ๓๓๐

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวม

ในฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ เป็นชิวหากรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความไม่สำรวมในจักขุนทรีย์ เป็นจักขุกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความไม่สำรวมในมนินทรีย์ เป็นมโนกรรม หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ความไม่สำรวมในโสตินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมใน

ฆานินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในชิวหินทรีย์ ฯลฯ ความไม่สำรวมในกายินทรีย์ เป็นกายกรรม หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๔๗๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดีเป็นกรรม หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย

ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นผู้ถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ฟังเสียงด้วยโสตแล้ว ฯลฯ รู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจแล้วเป็น

หน้า ๓๓๑

ผู้ถือนิมิต ฯลฯ ไม่เป็นผู้ถือนิมิต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. ถ้าอย่างนั้น ความสำรวมก็ดี ความไม่สำรวมก็ดี

ก็เป็นกรรม น่ะสิ.

สังวโรกัมมันติกถา จบ

อรรถกถาสังวโร กัมมันติกถา

ว่าด้วย ความสำรวมเป็นกรรม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องความสำรวมเป็นกรรม. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายมหาสังฆิกะทั้งหลายว่า ความสำรวมก็ดีความไม่สำรวมก็ดี เป็นกรรม เพราะอาศัยพระสูตรที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า ภิกษุเห็นรูปด้วยจักขุแล้วเป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต... ไม่ถือเอาโดยนิมิต ดังนี้ คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที. ลำดับนั้น สกวาทีจึงกล่าวว่า ความสำรวมในจักขุนทรีย์เป็นจักขุกรรมหรือ เป็นต้น เพื่อท้วงด้วยคำว่า การกล่าวคำอันใดที่สกวาทีกล่าวไว้ในลัทธิของตนว่า เจตนาเป็นกรรม การกล่าวนั้นเป็นไปในกายวจีและมโนทวาร ย่อมได้ชื่อว่าเป็นกายกรรมเป็นต้น ฉันใดถ้าความสำรวมเป็นกรรมตามลัทธิของท่านไซร้ ความสำรวมแม้นั้นเมื่อเป็นไปในจักขุนทรีย์เป็นต้น ก็พึงได้ชื่อว่า จักขุกรรมเป็นต้น ดังนี้.

ฝ่ายปรวาทีเมื่อไม่เห็นบทพระสูตรเช่นนั้น จึงตอบปฏิเสธในทวารทั้ง ๔และย่อมปฏิเสธโดยหมายเอาประสาทกายในกายทวารที่ ๕ แต่ตอบรับรองหมายเอาวิญญัตติกาย. จริงอยู่ ปรวาทีนั้นย่อมปรารถนาประสาทกาย

หน้า ๓๓๒

บ้าง วิญญัตติกายบ้าง ว่าเป็นกายินทรีย์นั่นแหละ. ย่อมตอบปฏิเสธหมายเอาวิปากทวาร แม้เป็นมโนทวาร. ย่อมตอบรับรอง หมายเอากรรมทวาร. แม้ในความไม่สำรวมก็นัยนี้.

พระสูตรว่า ภิกษุในธรรมวินัยนี้เห็นรูปด้วยจักษุแล้ว เป็นต้นนี้ย่อมแสดงเฉพาะความสำรวมกับความไม่สำรวมในทวารทั้งหลายเท่านั้นไมใช่แสดงซึ่งความที่ความสำรวมและความไม่สำรวมเป็นกรรม เพราะฉะนั้น พระสูตรที่ยกมานั้น จึงไม่ใช่ข้ออ้างในที่นี้ ดังนี้แล.

อรรถกถาสังวโรกัมมันติกถา จบ

หน้า ๓๓๓

กัมมกถา

[๑๔๗๙] สกวาที กรรมทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เจตนาที่เป็นกิริยาอัพยากฤต ก็มีวิบาก หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายกามาพจร ก็มี

วิบาก หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เจตนาทั้งปวงมีวิบาก หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เจตนาที่เป็นวิบากอัพยากฤต ฝ่ายรูปาวจร ฝ่าย

อรูปาวจร ฝ่ายโลกุตตระ ก็มีวิบาก หรือ ?

จบ สังวโรกัมมันติกถา