arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต · สตุลลปกายิกวรรค

๕. อุชฌานสัญญีสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๖–๑๑๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในสตุลลปกายิกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ปญฺจมํ อุชฺฌานสญฺญิสุตฺตํ

อุชฌานสัญญีสูตรที่ ๕

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต สตุลลปกายิกวรรค อุชฌานสัญญีสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข สมฺพหุลา อุชฺฌานสญฺญิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ อฏฺฐํสุ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น เมื่อปฐมยามล่วงไปแล้ว พวกเทวดาผู้มีความมุ่งหมายเพ่งโทษมากด้วยกัน มีวรรณงาม ยังพระ วิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างเข้าไป

เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ แล้วจึงได้ลอย อยู่ในอากาศ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เวหาสํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

อญฺญถา สนฺตมตฺตานํ อญฺญถา โย ปเวทเย

นิกจฺจ กิตวสฺเสว ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตํ

ยญฺหิ กยิรา ตญฺหิ วเท ยํ น กยิรา น ตํ วเท

อกโรนฺตํ ภาสมานานํ ๒ ปริชานนฺติ ปณฺฑิตาติ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาตนหนึ่ง ครั้นลอยอยู่ในอากาศแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ใน สำนักพระผู้มีพระภาคว่า

บุคคลใดประกาศตนอันมีอยู่โดยอาการอย่างอื่น ให้เขารู้โดยอาการอย่างอื่น บุคคลนั้นลวงปัจจัยเขากินด้วยความเป็นขโมย เหมือนความลวงกินแห่งพรานนก ก็บุคคลทำกรรมใดควรพูดถึงกรรมนั้น ไม่ทำกรรมใด ก็ไม่ควรพูดถึงกรรมนั้นบัณฑิตทั้งหลายย่อมรู้จักบุคคลนั้น ผู้ไม่ทำ มัวแต่พูดอยู่ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

นยิทํ ภาสิตมตฺเตน เอกนฺตสวเนน วา

อนุกฺกมิตเว สกฺกา ยายํ ปฏิปทา ทฬฺหา ๓

ยาย ธีรา ปมุจฺจนฺติ ฌายิโน มารพนฺธนา

น เว ธีรา ปกุพฺพนฺติ วิทิตฺวา โลกปริยายํ

อญฺญาย นิพฺพุตา ธีรา ติณฺณา โลเก วิสตฺติกนฺติ ฯ

๑ สงฺคาติคาติ วา สงฺขาติคาติ วา ปาโฐ ฯ ๒ ม. อกโรนฺตํ อภาสมานํ ฯ

๓ สี. ปฏิปทฬฺหา ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาทั้งหลายนี้ว่า

ใครๆ ไม่อาจดำเนินปฏิปทานี้ด้วยเหตุสักว่าพูด หรือฟังส่วนเดียว บุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย ผู้มีฌาน ย่อมพ้นจากเครื่องผูกของมาร ด้วยปฏิปทาอันมั่นคงนี้บุคคลผู้มีปัญญาทั้งหลาย ทราบความเป็นไปของโลกแล้วรู้แล้ว เป็นผู้ดับกิเลส ข้ามตัณหาเป็นเครื่องเกี่ยวข้องในโลกแล้วย่อมไม่พูดโดยแท้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ตา เทวตาโย ปฐวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ อจฺจโย โน ภนฺเต อจฺจคมา ยถาพาลา ยถามูฬฺหา ยถาอกุสลา ยา มยํ ภควนฺตํ อปสาเทตพฺพํ อมญฺญิมฺหา ตาสํ โน ภนฺเต ภควา อจฺจยํ อจฺจยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ อายตึ สํวรายาติ ฯ อถ โข ภควา สิตํ ปาตฺวากาสิ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาเหล่านั้นลงมายืนบนแผ่นดิน หมอบลงใกล้พระบาททั้งสองของพระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เจริญ โทษของพวกข้าพเจ้าล่วงไปแล้ว พวกข้าพเจ้าเหล่าใด เป็นพาลอย่างไร เป็นผู้หลงแล้วอย่างไรเป็นผู้ไม่ฉลาดอย่างไร ได้สำคัญ แล้วว่าพระผู้มีพระภาคอันพวกเราพึงรุกราน ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคโปรดอดโทษของพวกข้าพเจ้านั้น เพื่อจะสำรวมในกาลต่อไป ฯ

ในลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ทรงยิ้มแย้ม ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ตา เทวตาโย ภิยฺโยโส มตฺตาย ๑ อุชฺฌายนฺติโย เวหาสํ อพฺภุคฺคจฺฉฉ ฯ เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ โย เจ ๒ น ปฏิคณฺหติ

โกปนฺตโร โทสครุ ส เวรํ ปฏิมุจฺจตีติ ฯ

อจฺจโย เจ น วิชฺเชถ โนจีธ อปหตํ ๓ สิยา

เวรานิ น จ สมฺเมยฺยุํ เกนีธ ๔ กุสโล สิยาติ ฯ

กสฺสจฺจยา น วิชฺชนฺติ กสฺส นตฺถิ อปาหตํ

โก น สมฺโมหมาปาทิ โกธ ธีโร สทา สโตติ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาเหล่านั้นผู้เพ่งโทษโดยประมาณยิ่ง กลับ ขึ้นไปบนอากาศ เทวดาตนหนึ่งได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่าเมื่อเราแสดงโทษอยู่ ถ้าบุคคลใดมีความโกรธอยู่ในภายในมีความเคืองหนัก ย่อมไม่อดโทษให้ บุคคลนั้นย่อมสอดสวมเวร หากว่าในโลกนี้โทษก็ไม่มี ความผิดก็ไม่มี เวรทั้งหลายก็ไม่สงบ ในโลกนี้ใครพึงเป็นคนฉลาด เพราะเหตุไร โทษทั้งหลายของใครก็ไม่มี ความผิดของใครก็ไม่มีใครไม่ถึงแล้วซึ่งความหลงใหล ในโลกนี้ ใครย่อมเป็นผู้มีปัญญาเป็นผู้มีสติในกาลทั้งปวง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

ตถาคตสฺส พุทฺธสฺส สพฺพภูตานุกมฺปิโน

ตสฺสจฺจยา น วิชฺชนฺติ ตสฺส นตฺถิ อปาหตํ

โส น สมฺโมหมาปาทิ โสธ ๕ ธีโร สทา สโตติ ฯ

อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ โย เจ น ปฏิคณฺหติ

โกปนฺตโร โทสครุ ส ๑ เวรํ ปฏิมุจฺจติ

ตํ เวรํ นาภินนฺทามิ ปฏิคฺคณฺหามิ โวจฺจยนฺติ ฯ

๑ ภีโยโส มตฺตายาติปิ ปาโฐ ฯ ๒ โป. ยุ. โย เว ฯ ๓ สี. ม. จีธ อปคตํ ฯ

ยุ. จีธาปคตํ ฯ ๔ สี. โกนีธ ฯ ๕ โป. ม. โสว ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

โทษทั้งหลายก็ไม่มี ความผิดก็ไม่มีแก่พระตถาคตนั้น ผู้ตรัสรู้แล้ว ผู้เอ็นดูแก่สัตว์ทั้งปวง พระตถาคตนั้นไม่ถึงแล้วซึ่งความหลงใหล พระตถาคตนั้นย่อมเป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้มีสติในกาลทั้งปวง เมื่อพวกท่านแสดงโทษอยู่ หากบุคคลใดมีความโกรธอยู่ในภายใน มีความเคืองหนัก

ย่อมไม่อดโทษให้ บุคคลนั้นย่อมสอดสวมเวร เราไม่ชอบเวรนั้น เราย่อมอดโทษแก่ท่านทั้งหลาย ฯ

จบ ๕. อุชฌานสัญญีสูตร