arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต · สตุลลปกายิกวรรค

๒. มัจฉริสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๖–๙๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๐ ในสตุลลปกายิกวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ทุติยํ มจฺฉริสุตฺตํ

มัจฉริยสูตรที่ ๒

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต สตุลลปกายิกวรรค มัจฉริสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข สมฺพหุลา สตุลฺลปกายิกา เทวตาโย อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ... อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ ฯ

ฉบับหลวง

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิตเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามล่วงไป แล้ว พวกเทวดาสตุลลปกายิกามากด้วยกัน มีวรรณงาม ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เอกมนฺตํ ฐิตา โข เอกา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ

มจฺเฉรา จ ปมาทา จ เอวํ ทานํ น ทียติ

ปุญฺญมากงฺขมาเนน เทยฺยํ โหติ วิชานตาติ ฯ

๑ ม. อิทมโวจ ภควา อตฺตมนา ตา เทวตาโย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ

กตฺวา ตตฺเถวนฺตรธายึสูติ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาตนหนึ่ง ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

เพราะความตระหนี่ และความประมาทอย่างนี้ บุคคลจึงให้ทานไม่ได้บุคคลผู้หวังบุญ รู้แจ้งอยู่ พึงให้ทานได้ ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

ยสฺเสว ภีโต น ททาติ มจฺฉรี ตเทว อททโต ๑ ภยํ

ชิฆจฺฉา จ ปิปาสา จ ยสฺส ภายติ มจฺฉรี

ตเมว พาลํ ผุสติ อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ

ตสฺมา วิเนยฺย มจฺเฉรํ ทชฺชา ทานํ มลาภิภู

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณินนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวคาถาทั้งหลายนี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่า

คนตระหนี่กลัวภัยใดย่อมให้ทานไม่ได้ ภัยนั้นนั่นแลย่อมมีแก่คนตระหนี่ผู้ไม่ให้ทาน คนตระหนี่ย่อมกลัวความหิวและความกระหายใดความหิวและความกระหายนั้นย่อมถูกต้องคนตระหนี่นั้นนั่นแลผู้เป็นพาลทั้งในโลกนี้และในโลกหน้า ฉะนั้นบุคคลควรกำจัดความตระหนี่อันเป็นสนิมในใจ ให้ทานเถิดเพราะบุญทั้งหลายย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในโลกหน้า ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

เต มเตสุ น มิยฺยนฺติ อทฺธานํว ๒ สหาวชํ

อปฺปสฺมึ เย ปเวจฺฉนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน

อปฺปเสฺมเก ปเวจฺฉนฺติ พหุเนเก น ทิจฺฉเร

อปฺปสฺมา ทกฺขิณา ทินฺนา สหสฺเสน สมํ ๓ มิตาติ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวคาถาทั้งหลายนี้ในสำนัก พระผู้มีพระภาคว่า

ชนทั้งหลายเหล่าใด เมื่อของมีน้อยก็แบ่งให้ เหมือนพวกเดินทางไกลก็แบ่งของให้แก่พวกที่เดินทางร่วมกัน ชนทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อบุคคลทั้งหลายเหล่าอื่นตายแล้ว ก็ชื่อว่าย่อมไม่ตาย ธรรมนี้เป็นของบัณฑิตแต่ปางก่อน ชนพวกหนึ่งเมื่อของมีน้อยก็แบ่งให้ ชนพวกหนึ่งมีของมากก็ไม่ให้ ทักษิณาที่ให้แต่ของน้อย นับเสมอด้วยพัน ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อปรา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมา คาถาโย อภาสิ

ทุทฺททํ ททมานานํ ทุกฺกรํ กมฺม กุพฺพตํ

อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย

ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ นานา โหติ อิโต คติ

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ สนฺโต สคฺคปรายนาติ ฯ

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ เอตทโวจ กสฺส นุ โข ภควา สุภาสิตนฺติ ฯ

๑ ยุ. ตเทวทาทโต ฯ ๒ สี. ม. ยุ. ปนฺถานํว ฯ ๓ สี. สมปฺปิตาติ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวคาถาทั้งหลายนี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคว่าทาน พวกพาลชนเมื่อให้ ให้ได้ยาก กุศลธรรม พวกพาลชนเมื่อทำทำได้ยาก พวกอสัตบุรุษย่อมไม่ทำตาม ธรรมของสัตบุรุษ อันพวกอสัตบุรุษดำเนินตามได้แสนยาก เพราะฉะนั้น การไปจากโลกนี้ของพวกสัตบุรุษและของพวกอสัตบุรุษจึงต่างกัน พวกอสัตบุรุษย่อมไปสู่นรก พวกสัตบุรุษย่อมเป็นผู้ดำเนินไปสู่สวรรค์ ฯ

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาค คำของใครหนอแลเป็นสุภาษิต ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

สพฺพาสํ โว สุภาสิตํ ปริยาเยน อปิจ มมาปิ สุณาถ

ธมฺมํ จเร โยปิ สมุญฺชกํ ๑ จเร

ทารํ จ โปสํ ททํ อปฺปกสฺมึ

สตํ สหสฺสาน สหสฺสยาคินํ

กลํปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า คำของพวกท่านทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย ก็แต่พวกท่านจงฟังซึ่งคำของเราบ้าง

บุคคลแม้ใด ย่อมประพฤติธรรม ประพฤติสะอาด เป็นผู้เลี้ยงภริยาและเมื่อของมีน้อยก็ให้ได้ เมื่อบุรุษแสนหนึ่งบูชาภิกษุพันหนึ่ง หรือบริจาคทรัพย์พันกหาปณะ การบูชาของบุคคลเหล่านั้น ย่อมไม่ถึงส่วนร้อย ของบุคคลอย่างนั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข อปรา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

เกเนส ยญฺโญ วิปุโล มหคฺคโต

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ

กถํ ๒ สหสฺสาน สหสฺสยาคินํ

กลํปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวกะพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่าการบูชาอันไพบูลย์ใหญ่โตนี้ ย่อมไม่เท่าถึงส่วนแห่งทานที่บุคคลให้ด้วยความประพฤติธรรม เพราะเหตุอะไร เมื่อบุรุษแสนหนึ่งบูชาภิกษุพันหนึ่ง หรือบริจาคทรัพย์พันกหาปณะการบูชาของบุรุษเหล่านั้นย่อมไม่ถึงส่วนร้อยของบุคคลอย่างนั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อถ โข ภควา ตํ เทวตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

ททนฺติ เหเก วิสเม นิวิฏฺฐา

ฆตฺวา ๓ วธิตฺวา อถ โสจยิตฺวา

สา ทกฺขิณา อสฺสุมุขา สทณฺฑา

สเมน ทินฺนสฺส น อคฺฆเมติ

เอวํ [๑]- สหสฺสาน สหสฺสยาคินํ

กลํปิ นาคฺฆนฺติ ตถาวิธสฺส เตติ ฯ

๑ สี. ยุ. สมุจฺฉกํ ฯ ๒ สี. ม. ยุ. สตํ ฯ ๓ สี. ฌตฺวา ฯ ยุ. เฉตฺวา ฯ

ฉบับหลวง

ในลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะเทวดานั้นด้วย พระคาถาว่าบุคคลเหล่าหนึ่ง ตั้งอยู่ในกรรมปราศจากความสงบ (ปราศจากธรรม)โบยเขา ฆ่าเขา ทำให้เขาเศร้าโศกแล้วให้ทานทานนั้นจัดว่าทานมีหน้าอันนองด้วยน้ำตา จัดว่าทานเป็นไปกับด้วยอาชญา จึงย่อมไม่เท่าถึงส่วนแห่งทานที่ให้ด้วยความสงบ(ประพฤติธรรม) เมื่อบุรุษแสนหนึ่งบูชาภิกษุพันหนึ่ง หรือบริจาคทรัพย์พันกหาปณะ การบูชาของบุรุษเหล่านั้น ย่อมไม่ถึงส่วนร้อยของบุคคลอย่างนั้น โดยนัยอย่างนี้ ฯ

จบ ๒. มัจฉริสูตร