arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ปริวาร · อุปาลิปัญจกะ

อนิสสิตวรรคที่ ๑ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๖๑–๑๑๖๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๔ ในอุปาลิปัญจกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ปริวาร อุปาลิปัญจกะ อนิสสิตวรรคที่ ๑ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๕๖๑–๕๖๙

หน้า ๕๖๑

อุปาลิปัญจกะ

ว่าด้วยองค์ ๕ ในปัญหาที่พระอุบาลีทูลถาม

๑. อนิสสิตวรรค

หมวดว่าด้วยการถือนิสัยและไม่ถือนิสสัยเป็นต้น

{๑๑๖๑} [๔๑๗] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร เชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ท่านพระอุบาลีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วได้นั่ง ณ ที่สมควรข้างหนึ่ง แล้วทูลถามปัญหาว่าดังนี้

องค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสสัย

“พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอ จะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้”

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ จะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้ องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ไม่รู้อุโบสถ ๒. ไม่รู้อุโบสถกรรม

๓. ไม่รู้ปาติโมกข์ ๔. ไม่รู้ปาติโมกขุทเทส

๕. มีพรรษาต่ำกว่า ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลจะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ในหัวข้อนี้ พระอุบาลีทูลถามปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติต่าง ๆ ของภิกษุตามพระวินัยว่ามีจำนวนเท่าไร พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสตอบว่ามีองค์ ๕ ทุกปัญหา จึงตั้งชื่อว่า อุปาลิปัญจกะ
หน้า ๕๖๒

องค์ของภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ต้องถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตได้ องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. รู้อุโบสถ ๒. รู้อุโบสถกรรม

๓. รู้ปาติโมกข์ ๔. รู้ปาติโมกขุทเทส

๕. มีพรรษาได้ ๕ หรือเกิน ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่ต้องถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตได้

องค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสสัยอีกนัยหนึ่ง

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกจะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้ องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ไม่รู้ปวารณา ๒. ไม่รู้ปวารณากรรม

๓. ไม่รู้ปาติโมกข์ ๔. ไม่รู้ปาติโมกขุทเทส

๕. มีพรรษาต่ำกว่า ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลจะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้

องค์ของภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ต้องถือนิสสัยตลอดชีวิตได้องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. รู้ปวารณา ๒. รู้ปวารณากรรม

๓. รู้ปาติโมกข์ ๔. รู้ปาติโมกขุทเทส

๕. มีพรรษาได้ ๕ หรือเกิน ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่ต้องถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตได้

หน้า ๕๖๓

องค์ของภิกษุผู้ต้องถือนิสสัยอีกนัยหนึ่ง

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกจะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้ องค์ ๕ อะไรบ้าง คือ

๑. ไม่รู้อาบัติและอนาบัติ

๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก

๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ

๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ

๕. มีพรรษาต่ำกว่า ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลจะไม่ถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตไม่ได้

องค์ของภิกษุผู้ไม่ต้องถือนิสสัย

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่ต้องถือนิสสัยอยู่ตลอดชีวิตได้ องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. รู้อาบัติและอนาบัติ

๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก

๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ

๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ

๕. มีพรรษาได้ ๕ หรือเกิน ๕

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่ต้องถือนิสสัยอยู่ ตลอดชีวิตได้”

ภิกษุผู้ไม่ควรให้อุปสมบทเป็นต้น

{๑๑๖๒} [๔๑๘] พระอุบาลีทูลถามว่า “พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก”

หน้า ๕๖๔

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ ไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ๑. ไม่สามารถจะพยาบาลเองหรือให้ผู้อื่นพยาบาลอันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกผู้อาพาธได้๒. ไม่สามารถจะระงับเองหรือให้ผู้อื่นช่วยระงับความกระสันได้

๓. ไม่สามารถจะบรรเทาเองหรือให้ผู้อื่นช่วยบรรเทาความเบื่อหน่ายอันเกิดขึ้นแล้วโดยธรรมได้

๔. ไม่สามารถจะแนะนำในธรรมอันยิ่งขึ้นไป

๕. ไม่สามารถจะแนะนำในวินัยอันยิ่งขึ้นไป

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก

ภิกษุผู้ควรให้อุปสมบทเป็นต้น

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ พึงให้อุปสมบท พึงให้นิสสัย พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ๑. สามารถพยาบาลเองหรือให้ผู้อื่นพยาบาลอันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกผู้อาพาธได้

๒. สามารถระงับเองหรือให้ผู้อื่นช่วยระงับความกระสันได้

๓. สามารถบรรเทาเองหรือให้ผู้อื่นช่วยบรรเทาความเบื่อหน่าย อันเกิดขึ้นแล้วโดยธรรมได้

๔. สามารถแนะนำในธรรมอันยิ่งขึ้นไป

๕. สามารถแนะนำในวินัยอันยิ่งขึ้นไป

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลพึงให้อุปสมบท พึงให้นิสสัย พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก

หน้า ๕๖๕

ภิกษุผู้ไม่ควรให้อุปสมบทเป็นต้นอีกนัยหนึ่ง

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก ไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ๑. ไม่สามารถฝึกปรืออันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกในสิกขาอันเป็นอภิสมาจารได้

๒. ไม่สามารถแนะนำอันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกในสิกขาอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ได้

๓. ไม่สามารถแนะนำในศีลอันยิ่งขึ้นไป

๔. ไม่สามารถแนะนำในจิตอันยิ่งขึ้นไป

๕. ไม่สามารแนะนำในปัญญาอันยิ่งขึ้นไป

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่พึงให้อุปสมบท ไม่พึงให้นิสสัย ไม่พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก

ภิกษุผู้ควรให้อุปสมบทเป็นต้น

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ พึงให้อุปสมบท พึงให้นิสสัยพึงให้สามเณรอุปัฏฐาก องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ๑. สามารถฝึกปรืออันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริกในสิกขาอันเป็นอภิสมาจารได้

๒. สามารถแนะนำอันเตวาสิกหรือสัทธิวิหาริก ในสิกขาอันเป็นส่วนเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ได้

๓. สามารถแนะนำในศีลอันยิ่งขึ้นไป

๔. สามารถแนะนำในจิตอันยิ่งขึ้นไป

๕. สามารถแนะนำในปัญญาอันยิ่งขึ้นไป

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลพึงให้อุปสมบท พึงให้นิสสัย พึงให้สามเณรอุปัฏฐาก”

หน้า ๕๖๖

องค์ ๕ ของภิกษุผู้ถูกลงโทษ

{๑๑๖๓} [๔๑๙] พระอุบาลีทูลถามว่า “พระพุทธเจ้าข้า สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอ”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล

๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ ๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕ มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้มีศีลวิบัติในอธิศีล

๒. เป็นผู้มีอาจารวิบัติในอัชฌาจาร

๓. เป็นผู้มีทิฏฐิวิบัติในอติทิฏฐิ

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้ประกอบด้วยความคะนองกาย

๒. เป็นผู้ประกอบด้วยความคะนองวาจา

๓. เป็นผู้ประกอบด้วยความคะนองกายและวาจา

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

หน้า ๕๖๗

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกาย

๒. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางวาจา

๓. เป็นผู้ประกอบด้วยอนาจารทางกายและทางวาจา

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้ประกอบด้วยความทำร้ายทางกาย

๒. เป็นผู้ประกอบด้วยความทำร้ายทางวาจา

๓. เป็นผู้ประกอบด้วยความทำร้ายทางกายและวาจา

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. เป็นผู้ประกอบด้วยมิจฉาชีพทางกาย

๒. เป็นผู้ประกอบด้วยมิจฉาชีพทางวาจา

๓. เป็นผู้ประกอบด้วยมิจฉาชีพทางกายและวาจา

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

หน้า ๕๖๘

ดูก่อนอบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ต้องอาบัติถูกลงโทษแล้ว แต่ยังให้อุปสมบท

๒. ให้นิสสัย

๓. ให้สามเณรอุปัฏฐาก

๔. ยินดีการสมมติให้เป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี

๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ยังสั่งสอนภิกษุณีอยู่

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ถูกสงฆ์ลงโทษเพราะอาบัติใด ต้องอาบัตินั้นอีก

๒. ต้องอาบัติอื่นที่คล้ายคลึงกัน

๓. ต้องอาบัติอันทรามกว่านั้น

๔. ตำหนิกรรมของสงฆ์

๕. ตำหนิภิกษุทั้งหลายผู้ทำกรรม

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีกองค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า

๒. กล่าวติเตียนพระธรรม

๓. กล่าวติเตียนพระสงฆ์

๔. เป็นมิจฉาทิฏฐิ

๕. มีอาชีววิบัติ

ดูก่อนอุบาลี สงฆ์พึงลงโทษแก่ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล”

จบ อนิสสิตวรรคที่ ๑

หน้า ๕๖๙

หัวข้อประจำวรรค

{๑๑๖๔} อุโบสถ ๑ ปวารณา ๑ อาบัติ ๑ อาพาธ ๑ อภิสมาจาร ๑ อลัชชี ๑ อธิศีล ๑ คะนอง ๑ อนาจาร ๑ ทำร้าย ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑ อาบัติ ๑ เพราะอาบัติใด ๑ ติพระพุทธเจ้า ๑ รวมเป็นวรรคที่ ๑ แล

๒. นัปปฏิปัสสัมภนวรรค

หมวดว่าด้วยองค์ของภิกษุที่ไม่ควรระงับกรรมเป็นต้น

{๑๑๖๕} [๔๒๐] พระอุบาลีทูลถามว่า “พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอ สงฆ์ไม่พึงระงับกรรม”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ สงฆ์ไม่พึงระงับกรรม องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ต้องอาบัติถูกสงฆ์ลงโทษแล้วยังให้อุปสมบท

๒. ให้นิสสัย

๓. ให้สามเณรอุปัฏฐาก

๔. ยินดีการสมมติให้เป็นผู้สั่งสอนภิกษุณี

๕. แม้ได้รับสมมติแล้ว ก็ยังสั่งสอนภิกษุณีอยู่

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แล สงฆ์ไม่พึงระงับกรรม

ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ แม้อื่นอีก สงฆ์ไม่พึงระงับกรรม องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ

๑. ถูกสงฆ์ลงโทษเพราะอาบัติใด ยังต้องอาบัตินั้นอยู่

๒. ต้องอาบัติอื่นที่คล้ายคลึงกัน

๓. ต้องอาบัติอันเลวทรามกว่านั้น

จบ อนิสสิตวรรคที่ ๑