arnon.world

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร · กัตถปัญญัติวารที่ ๑

ปาราชิกกัณฑ์ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๗ ในกัตถปัญญัติวารที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

วินยปิฏเก ปริวาโร

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ

มหาวิภงฺเค โสฬส มหาวารา

พระวินัยปิฎก

เล่ม ๘

ปริวาร

ขอนอบน้อมแต่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร

ปาราชิกกัณฑ์

กัตถปัญญัติวารที่ ๑

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กัตถปัญญัติวารที่ ๑ ปาราชิกกัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปฐมํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ อตฺถิ ตตฺถ ปญฺญตฺติ อนุปฺปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ปเทสปญฺญตฺติ สาธารณปญฺญตฺติ อสาธารณปญฺญตฺติ เอกโตปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺติ ฯ ปญฺจนฺนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสานํ กตฺโถคธํ กตฺถ ปริยาปนฺนํ กตเมน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กตมา วิปตฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตโม อาปตฺติกฺขนฺโธ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมติ ฯ โก ตตฺถ วินโย โก ตตฺถ อภิวินโย กึ ตตฺถ ปาติโมกฺขํ กึ ตตฺถ อธิปาติโมกฺขํ กา วิปตฺติ กา สมฺปตฺติ กา ปฏิปตฺติ ฯ กติ อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา ปฐมํ ปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ ฯ เก สิกฺขนฺติ ฯ เก สิกฺขิตสิกฺขา ฯ กตฺถ ฐิตํ ฯ เก ธาเรนฺติ ฯ กสฺส วจนํ ฯ เกนาภฏนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาค ผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน? ทรงปรารภใคร? เพราะเรื่องอะไร? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติสาธารณบัญญติ อสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ? บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน? มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร? บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน? บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?

บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร? บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน? บรรดาสมถะ ๗ ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นปาติโมกข์? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์? อะไรเป็นวิบัติ?

อะไรเป็นสมบัติ? อะไรเป็นข้อปฏิบัติ? พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร? พวกไหนศึกษา? พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?

ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร? พวกไหนย่อมทรงไว้? เป็นถ้อยคำของใคร? ใครนำมา

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ปฐมํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สุทินฺนํ กลนฺทปุตฺตํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สุทินฺโน กลนฺทปุตฺโต ปุราณทุติยิกาย เมถุนํ ธมฺมํ ปฏิเสวิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ อตฺถิ ตตฺถ ปญฺญตฺติ อนุปฺปญฺญตฺติ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺตีติ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เทฺว อนุปฺปญฺญตฺติโย อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ตสฺมึ นตฺถิ ฯ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ปเทสปญฺญตฺตีติ ฯ สพฺพตฺถ ปญฺญตฺติ ฯ สาธารณปญฺญตฺติ อสาธารณปญฺญตฺตีติ ฯ สาธารณปญฺญตฺติ ฯ เอกโตปญฺญตฺติ อุภโตปญฺญตฺตีติ ฯ อุภโตปญฺญตฺติ ฯ ปญฺจนฺนํ ปาติโมกฺขุทฺเทสานํ กตฺโถคธํ กตฺถ ปริยาปนฺนนฺติ ฯ นิทาโนคธํ นิทานปริยาปนฺนํ ฯ กตเมน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉตีติ ฯ

ทุติเยน อุทฺเทเสน อุทฺเทสํ อาคจฺฉติ ฯ จตุนฺนํ วิปตฺตีนํ กตมา วิปตฺตีติ ฯ สีลวิปตฺติ ฯ สตฺตนฺนํ อาปตฺติกฺขนฺธานํ กตโม อาปตฺติกฺขนฺโธติ ฯ ปาราชิกาปตฺติกฺขนฺโธ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาตีติ ฯ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต ฯ จตุนฺนํ อธิกรณานํ กตมํ อธิกรณนฺติ ฯ อาปตฺตาธิกรณํ ฯ สตฺตนฺนํ สมถานํ กตีหิ สมเถหิ สมฺมตีติ ฯ ทฺวีหิ สมเถหิ สมฺมติ สมฺมุขาวินเยน จ ปฏิญฺญาตกรเณน จ ฯ โก ตตฺถ วินโย โก ตตฺถ อภิวินโยติ ฯ ปญฺญตฺติ วินโย วิภตฺติ อภิวินโย ฯ กึ ตตฺถ ปาติโมกฺขํ กึ ตตฺถ อธิปาติโมกฺขนฺติ ฯ ปญฺญตฺติ ปาติโมกฺขํ วิภตฺติ อธิปาติโมกฺขํ ฯ กา วิปตฺตีติ ฯ อสํวโร วิปตฺติ ฯ กา สมฺปตฺตีติ ฯ สํวโร สมฺปตฺติ ฯ กา ปฏิปตฺตีติ ฯ

น เอวรูปํ กริสฺสามีติ ยาวชีวํ อาปาณโกฏิกํ สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ ฯ กติ อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา ปฐมํ ปาราชิกํ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ทส อตฺถวเส ปฏิจฺจ ภควตา ปฐมํ ปาราชิกํ ปญฺญตฺตํ สงฺฆสุฏฺฐุตาย สงฺฆผาสุตาย ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลานํ นิคฺคหาย เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย ทิฏฺฐธมฺมิกานํ อาสวานํ สํวราย สมฺปรายิกานํ อาสวานํ ปฏิฆาตาย อปฺปสนฺนานํ [๑] ปสาทาย ปสนฺนานํ [๑] ภิยฺโยภาวาย สทฺธมฺมฏฺฐิติยา วินยานุคฺคหาย ฯ เก สิกฺขนฺตีติ ฯ เสกฺขา จ ปุถุชฺชนกลฺยาณกา จ สิกฺขนฺติ ฯ เก สิกฺขิตสิกฺขาติ ฯ อรหนฺโต สิกฺขิตสิกฺขา ฯ กตฺถ ฐิตนฺติ ฯ สิกฺขากาเมสุ ฐิตํ ฯ เก ธาเรนฺตีติ ฯ เยสํ วตฺตติ เต ธาเรนฺติ ฯ กสฺส วจนนฺติ ฯ ภควโต วจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ เกนาภฏนฺติ ฯ ปรมฺปราภฏํ ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน?

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.

ถ. ทรงปรารภใคร?

ต. ทรงปรารภพระสุทินน์ กลันทบุตร.

ถ. เพราะเรื่องอะไร?

ต. เพราะเรื่องที่พระสุทินน์ กลันทบุตร เสพเมถุนธรรมในปุราณทุติยิกา.

ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ หรือ?

ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๒, อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น.

ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ?

ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ.

ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ?

ต. มีแต่สาธารณบัญญัติ.

ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ?

ต. มีแต่อุภโตบัญญัติ.

ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น จักเข้าในอุเทศไหน? นับเนื่องในอุเทศไหน?

ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน.

ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร?

ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๒.

ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน?

ต. เป็นศีลวิบัติ.

ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน?

ต. เป็นอาบัติกองปาราชิก.

ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร?

ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา.

ถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร?

ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์.

ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร?

ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑.

ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นอภิวินัย?

ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย.

ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์? ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นอะไรเป็นอธิปาติโมกข์?

ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์

ถ. อะไรเป็นวิบัติ?

ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ.

ถ. อะไรเป็นสมบัติ?

ต. ความสังวรเป็นสมบัติ.

ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ?

ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ.

ถ. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร?

ต. พระผู้มีพระภาคทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้แก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑.

ถ. พวกไหนศึกษา?

ต. พระเสขะและกัลยาณปุชนศึกษา.

ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว?

ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว.

ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร?

ต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล.

ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้?

ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้.

ถ. เป็นถ้อยคำของใคร?

ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า.

ถ. ใครนำมา?

ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบๆ กันมา.

บาลี (สยามรัฐ)

อุปาลิ ทาสโก เจว โสณโก สิคฺคโว ตถา

โมคฺคลีปุตฺเตน ๒ ปญฺจมา เอเต ชมฺพุสิริวฺหเย ฯ

ตโต มหินฺโท อิฏฺฏิโย อุตฺติโย เจว สมฺพโล ๓

ภทฺทนาโม จ ปณฺฑิโต

เอเต นาคา มหาปญฺญา ชมฺพุทีปา อิธาคตา

วินยํ เต วาจยึสุ ปิฏกํ ตมฺพปณฺณิยา

นิกาเย ปญฺจ วาเจสุํ สตฺต เจว ปกรเณ ฯ

ตโต อริฏฺโฐ เมธาวี ติสฺสทตฺโต จ ปณฺฑิโต

วิสารโท กาฬสุมโน เถโร จ ทีฆนามโก

ทีฆสุมโน จ ปณฺฑิโต

ปุนเรว กาฬสุมโน นาคตฺเถโร จ พุทฺธรกฺขิโต

ติสฺสตฺเถโร จ เมธาวี เทวตฺเถโร จ ปณฺฑิโต

ปุนเรว สุมโน เมธาวี วินเย จ วิสารโท

พหุสฺสุโต จูฬนาโค คโชว ทุปฺปธํสิโย

ธมฺมปาลิตนาโม จ โรหเณ สาธุปูชิโต

ตสฺส สิสฺโส มหาปญฺโญ เขมนาโม ติเปฏกี ๑

ทีเป ตารกราชาว ปญฺญาย อติโรจติ ๒

อุปติสฺโส จ เมธาวี ปุสฺสเทโว มหากถี

ปุนเรว สุมโน เมธาวี ปุปฺผนาโม พหุสฺสุโต

มหากถี มหาสีโว ปิฏเก สพฺพตฺถ โกวิโท

ปุนเรว อุปาลิ เมธาวี วินเย จ วิสารโท

มหานาโค มหาปญฺโญ สทฺธมฺมวํสโกวิโท

ปุนเรว อภโย เมธาวี ปิฏเก สพฺพตฺถ โกวิโท

ติสฺสตฺเถโร จ เมธาวี วินเย จ วิสารโท

ตสฺส สิสฺโส มหาปญฺโญ ปุสฺสนาโม ๓ พหุสฺสุโต

สาสนํ อนุรกฺขนฺโต ชมฺพุทีเป ปติฏฺฐิโต

จูฬาภโย จ เมธาวี วินเย จ วิสารโท

ติสฺสตฺเถโร จ เมธาวี สทฺธมฺมวํสโกวิโท

จูฬาเทโว ๑ จ เมธาวี วินเย จ วิสารโท

สีวตฺเถโร จ เมธาวี วินเย สพฺพตฺถ โกวิโท

เอเต นาคา มหาปญฺญา วินยญฺญู มคฺคโกวิทา

วินยํ ทีเป ปกาเสสุํ ปิฏกํ ตมฺพปณฺณิยาติ ฯ

๑ โป. วา. ฯ ๒ ม. ยุ. โมคฺคลิ- ฯ ๓ ม. ยุ. อุตฺติโย สมฺพโล ตถา ฯ

อปราปรํปิ อีทิสเมว ฯ

๑ ม. ติเปฏโก ฯ ๒ ม. ยุ. อติโรจถ ฯ ๓ ม. ยุ. ปุปฺผนาโม ฯ

ฉบับหลวง

รายนามพระเถระผู้ทรงพระวินัย

พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี พระทาสกะ พระโสณกะ พระสิคควะรวมเป็น ๕ ทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมาในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ.

แต่นั้น พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระ-อิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑ พระสัมพละ ๑ พระเถระชื่อภัททะผู้เป็นบัณฑิต ๑มาในเกาะสิงหฬนี้ แต่ชมพูทวีป พวกท่านสอนพระวินัยปิฎกในเกาะตามพ-ปัณณิ สอนนิกาย ๕ และปกรณ์ ๗ แล้ว. ภายหลังพระอริฏฐะผู้มีปัญญาพระติสสทัตตะผู้ฉลาด พระกาฬสุมนะผู้องอาจ พระเถระมีชื่อว่าทีฆะ พระ-ทีฆสุมนะผู้บัณฑิต ต่อมาอีก พระกาฬสุมนะ พระนาคเถระ พระพุทธรักขิตะพระติสสเถระผู้มีปัญญา พระเทวเถระผู้ฉลาด

ต่อมาอีก พระสุมนะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระจูฬนาค ผู้พหูสูต ดุจช้างซับมัน พระเถระชื่อธัมมปาลิตะ อันสาธุชนบูชาแล้วในโรหนชนบท ศิษย์ของพระธรรมปาลิตะนั้น มีปัญญามาก ชื่อพระเขมะ ทรงจำพระไตรปิฎก รุ่งเรืองอยู่ในเกาะ ด้วยปัญญา ดุจพระจันทร์ พระอุปติสสะผู้มีปัญญา พระปุสสเทวะผู้มหากถึกต่อมาอีก พระสุมนะผู้มีปัญญา พระเถระชื่อปุปผะ ผู้พหูสูต พระมหาสีวะผู้มหากถึก ฉลาดในพระปิฎกทั้งปวง ต่อมาอีก พระอุบาลี ผู้มีปัญญาเชี่ยวชาญในพระวินัย พระมหานาค ผู้มีปัญญามาก ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรมต่อมาอีก พระอภยะ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระปิฎกทั้งปวง พระติสสเถระผู้มีปัญญา เชี่ยวชาญในพระวินัย ศิษย์ของพระติสสเถระนั้น มีปัญญามากชื่อปุสสะ เป็นพหูสูต ตามรักษาพระศาสนา อยู่ในชมพูทวีป พระจูฬาภยะผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระติสสเถระ ผู้มีปัญญา ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม พระจูฬาเทวะ ผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย และพระสิวเถระผู้มีปัญญา ฉลาดในพระวินัยทั้งมวล พระเถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้ในเกาะตัมพปัณณิ.

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๒.

บาลี (สยามรัฐ)

ยนฺเตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน ทุติยํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ ราชคเห ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ ธนิยํ กุมฺภการปุตฺตํ อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ ธนิโย กุมฺภการปุตฺโต รญฺโญ ทารูนิ อทินฺนานิ อาทิยิ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ นตฺถิ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ฯ ๒ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ [๓] ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

ฉบับหลวง

ถามว่า พระผู้มีพระภาคผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน?

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์.

ถ. ทรงปรารภใคร?

ต. ทรงปรารภพระธนิยะ กุมภการบุตร.

ถ. เพราะเรื่องอะไร?

ต. เพราะเรื่องที่พระธนิยะ กุมภการบุตร ถือเอาไม้ของหลวง ซึ่งไม่ได้รับพระราชทาน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนปัญญัติไม่มี. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา, บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย, บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ...

บาลี (สยามรัฐ)

ตติยํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ สมฺพหุเล ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ สมฺพหุลา ภิกฺขู อญฺญมญฺญํ ชีวิตา โวโรเปสุํ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ นตฺถิ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ๒ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

๑ โป. ม. ยุ. จุฬเทโว ฯ ๒ ม. ยุ. อิทํ ปาฐทฺวยํ นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ.

ถตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาตีติ ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๓

ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน?

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.

ถ. ทรงปรารภใคร?

ต. ทรงปรารภภิกษุมากรูปด้วยกัน.

ถ. เพราะเรื่องอะไร?

ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุมากรูปด้วยกัน ปลงชีวิตกันและกัน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญติไม่มี. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจา, บางทีเกิดแต่วาจากับจิตมิใช่กาย, บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ...

บาลี (สยามรัฐ)

จตุตฺถํ ปาราชิกํ กตฺถ ปญฺญตฺตนฺติ ฯ เวสาลิยา ปญฺญตฺตํ ฯ กํ อารพฺภาติ ฯ วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อารพฺภ ฯ กิสฺมึ วตฺถุสฺมินฺติ ฯ วคฺคุมุทาตีริยา ภิกฺขู คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺณํ ภาสึสุ ตสฺมึ วตฺถุสฺมึ ฯ เอกา ปญฺญตฺติ เอกา อนุปฺปญฺญตฺติ นตฺถิ อนุปฺปนฺนปญฺญตฺติ ๑ ฯ ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ [๒] ตีหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาติ สิยา กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น วาจโต สิยา วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ น กายโต สิยา กายโต จ วาจโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ ฯเปฯ

จตฺตาโร ปาราชิกา นิฏฺฐิตา ฯ

ฉบับหลวง

คำถามและคำตอบในปาราชิกสิกขาบทที่ ๔

ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน?

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี.

ถ. ทรงปรารภใคร?

ต. ทรงปรารภภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา.

ถ. เพราะเรื่องอะไร?

ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา กล่าวสรรเสริญอุตตริมนุสสธรรม ของกันและกัน แก่พวกคฤหัสถ์.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต ไม่ใช่วาจา, บางทีเกิดแต่วาจากับจิตมิใช่กาย, บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต ...

ปาราชิก ๔ สิกขาบท จบ

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺสุทฺทานํ

เมถุนาทินฺนทานญฺจ มนุสฺสวิคฺคหุตฺตริ

ปาราชิกานิ จตฺตาริ เฉชฺชวตฺถู อสํสยาติ ฯ

_______________

ฉบับหลวง

หัวข้อประจำกัณฑ์

ปาราชิก ๔ คือ เมถุนธรรม ๑ อทินนาทาน ๑ มนุสสวิคคหะ ๑ อุตตริมนุสสธรรม ๑ เป็นวัตถุแห่งมูลเฉท หาความสงสัยมิได้ ดังนี้แล.

จบ ปาราชิกกัณฑ์