arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร · กัตถปัญญัติวารที่ ๑

ปาราชิกกัณฑ์ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๗ ในกัตถปัญญัติวารที่ ๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กัตถปัญญัติวารที่ ๑ ปาราชิกกัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๑๐ หน้า ๑–๙

หน้า ๑

พระวินัยปิฎก

เล่ม ๘

ปริวาร

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร

กัตถปัญญัติวาร ที่ ๑

[๑] พระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน ทรงปรารภใครเพราะเรื่องอะไร ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุ-ปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน นับเนื่องในอุเทศไหน มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไรบรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน บรรดาสมถะ ๗ ย่อมระงับด้วยสมถะเท่าไร ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑นั้น อะไรเป็นอภิวินัย ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์ อะไรเป็นวิบัติ อะไร

หน้า ๒

เป็นสมบัติ อะไรเป็นข้อปฏิบัติ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร พวกไหนศึกษา พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใคร พวกไหนย่อมทรงไว้เป็นถ้อยคำของใคร ใครนำมา.

ปาราชิกกัณฑ์

คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๑

[๒] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมา-สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ณ ที่ไหน

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี

ถ. ทรงปรารภใคร

ต. ทรงปรารภพระสุทิน กลันทบุตร

ถ. เพราะเรื่องอะไร

ต. เพราะเรื่องที่พระสุทิน กลันทบุตร เสพเมถุนธรรมในปุราณ-ทุติยิกา

ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติ อนุบัญญัติ อนุปันน-บัญญัติ หรือ

ต. มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๒ อนุปันนบัญญัติ ไม่มี ในปาราชิก-สิกขาบทที่ ๑ นั้น

ถ. มีสัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ หรือ

ต. มีแต่สัพพัตถบัญญัติ

ถ. มีสาธารณบัญญัติ อสาธารณบัญญัติ หรือ

หน้า ๓

ต. มีแต่สาธารณบัญญัติ

ถ. มีเอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ

ต. มีแต่อุภโตบัญญัติ

ถ. บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕ ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น จัดเข้าในอุเทศไหน นับเนื่องในอุเทศไหน

ต. จัดเข้าในนิทาน นับเนื่องในนิทาน

ถ. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร

ต. มาสู่อุเทศโดยอุเทศที่ ๒

ถ. บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน

ต. เป็นศีลวิบัติ

ถ. บรรดาอาบัติ ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน

ต. เป็นอาบัติกองปาราชิก

ถ. บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้นเกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร

ต. เกิดด้วยสมุฏฐานอันหนึ่ง คือ เกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจาถ. บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อะไร

ต. เป็นอาปัตตาธิกรณ์

ถ. บรรดาสมถะ ๗ ระงับด้วยสมถะเท่าไร

ต. ระงับด้วยสมถะ ๒ อย่าง คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นวินัย ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอภิวินัย

หน้า ๔

ต. พระบัญญัติเป็นวินัย การจำแนกเป็นอภิวินัย

ถ. ในปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นปาติโมกข์ ในปาราชิก-สิกขาบทที่ ๑ นั้น อะไรเป็นอธิปาติโมกข์

ต. พระบัญญัติเป็นปาติโมกข์ การจำแนกเป็นอธิปาติโมกข์

ถ. อะไรเป็นวิบัติ

ต. ความไม่สังวรเป็นวิบัติ

ถ. อะไรเป็นสมบัติ

ต. ความสังวรเป็นสมบัติ

ถ. อะไรเป็นข้อปฏิบัติ

ต. ข้อที่ภิกษุสมาทานอาปาณโกฏิกศีลตลอดชีวิตว่า จักไม่ทำกรรมเห็นปานนี้ แล้วศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย เป็นข้อปฏิบัติ

ถ. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์เท่าไร

ต. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ เพราะทรงอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่อยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความดำรงมั่นแห่งพระสัทธรรม๑ เพื่ออนุเคราะห์พระวินัย ๑

ถ. พวกไหนศึกษา

หน้า ๕

ต. พระเสกขะและกัลยาณปุถุชนศึกษา

ถ. พวกไหนมีสิกขาอันศึกษาแล้ว

ต. พระอรหันต์มีสิกขาอันศึกษาแล้ว

ถ. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ นั้น ตั้งอยู่ในใครต. ตั้งอยู่ในสิกขากามบุคคล

ถ. พวกไหนย่อมทรงไว้

ต. ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ย่อมเป็นไปแก่พระเถระพวกใด พระเถระพวกนั้นย่อมทรงไว้

ถ. เป็นถ้อยคำของใคร

ต. เป็นพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าถ. ใครนำมา

ต. พระเถระทั้งหลายนำสืบ ๆ กันมา.

รายนามพระเถระ

[๓] พระเถระเหล่านี้ คือ พระอุบาลี

พระทาสกะ พระโสณถะ พระสิคควะ รวมเป็นห้าทั้งพระโมคคัลลีบุตร นำพระวินัยมา

ในทวีปชื่อว่าชมพู อันมีสิริ แต่นั้น พระ-

เถระผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ คือ พระมหินทะ ๑ พระอิฏฏิยะ ๑ พระอุตติยะ ๑

พระสัมพละ ๑ พระเถระชื่อภัททะผู้เป็น

บัณฑิต ๑ มาในเกาะสิงหฬนี้ แต่ชมพูทวีป

หน้า ๖

พวกท่านสอน พระวินัยปิฎกในเกาะตาม-

พปัณณิ สอนนิกาย ๕ และปกรณ์ ๗ แล้ว

ภายหลังพระอริฏฐะผู้มีปัญญา พระติสสทัต-

ตะผู้ฉลาด พระกาฬสุมนะผู้องอาจ พระ-

เถระมีชื่อว่าทีฆะ พระทีฆสุมนะผู้บัณฑิต

ต่อมาอีก พระกาฬสุมนะ พระนาคเถระ

พระพุทธรักขิต พระติสสเถระผู้มีปัญญา

พระเทวเถระผู้ฉลาด ต่อมาอีก พระสุมนะ

ผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระ-

จูฬนาค ผู้พหูสูต ดุจช้างซับมัน พระเถระชื่อธัมมปาลิตะ อันสาธุชนบูชาแล้วในโรหน

ชนบท ศิษย์ของพระธรรมปาลิตะนั้น มี

ปัญญามาก ชื่อพระเขมะ ทรงจำพระไตร-

ปิฎกรุ่งเรืองอยู่ในเกาะ ด้วยปัญญา ดุจ

พระจันทร์ พระอุปติสสะผู้มีปัญญา พระ-

ปุสสะเทวะผู้มหากถึก ต่อมาอีก พระสุมนะผู้มีปัญญา พระเถระชื่อบุปผะ ผู้พหูสูต พระ

มหาสีวะผู้มหากถึก ฉลาดในพระปิฎกทั้ง-

ปวง ต่อมาอีก พระอุบาลี ผู้มีปัญญา เชี่ยว

ชาญในพระวินัย พระมหานาค ผู้มีปัญญา

มาก ฉลาดในวงศ์พระสัทธรรม ต่อมาอีก

หน้า ๗

พระอภยะ ผู้มีปัญญา ฉลาดในพระปิฎก

ทั้งปวง พระติสส เถระ ผู้มีปัญญาเชี่ยวชาญ

ในพระวินัย ศิษย์ของพระติสสเถระนั้น มี

ปัญญามาก ชื่อปุสสะ เป็นพหูสูต ตามรักษา

พระศาสนา อยู่ในชมพูทวีป พระจูฬาภยะ

ผู้มีปัญญาและเชี่ยวชาญในพระวินัย พระ-

ติสสเถระ ผู้มีปัญญา ฉลาดในวงศ์พระ

สัทธรรม พระจูฬาเทวะ ผู้มีปัญญาและ

เชี่ยวชาญในพระวินัย และพระสิวเถระ ผู้

มีปัญญา ฉลาดในพระวินัยทั้งมวล พระเถระ

ผู้ประเสริฐมีปัญญามากเหล่านี้ รู้พระวินัย

ฉลาดในมรรคา ได้ประกาศพระวินัยปิฎกไว้

ในเกาะตามพปัณณิ.

คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๒

[๔] ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมา-สัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติปาราชิกสิกขาบทที่ ๒ ณ ที่ไหน

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครราชคฤห์

ถ. ทรงปรารภใคร

ต. ทรงปรารภพระธนียะ กุมภการบุตร

ถ. เพราะเรื่องอะไร

หน้า ๘

ต. เพราะเรื่องที่พระธนิยะ กุมภการบุตร ถือเอาไม้ของหลวง ซึ่งไม่ได้รับพระราชทาน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐาน

แห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้ เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิตมิใช่วาจา บางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .

คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๓

[๕] ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๓ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี

ถ. ทรงปรารภใคร

ต. ทรงปรารภภิกษุมากรูปด้วยกัน

ถ. เพราะเรื่องอะไร

ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุมากรูปด้วยกัน ปลงชีวิตกันและกัน.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐานแห่ง

อาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต มิใช่วาจาบางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .

คำถามและคำตอบปาราชิกสิกขาบทที่ ๔

[๖] ถามว่า ปาราชิกสิกขาบทที่ ๔ ทรงบัญญัติ ณ ที่ไหน

ตอบว่า ทรงบัญญัติ ณ พระนครเวสาลี

ถ. ทรงปรารภใคร

ต. ทรงปรารภภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา

หน้า ๙

ถ. เพราะเรื่องอะไร

ต. เพราะเรื่องที่ภิกษุพวกฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา กล่าวสรรเสริญ อุตริ-มนุสธรรมของกันและกัน แก่พวกคฤหัสถ์.

มีบัญญัติ ๑ อนุบัญญัติ ๑ อนุปันนบัญญัติไม่มี บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ สิกขาบทนี้เกิดด้วยสมุฏฐาน ๓ คือ บางทีเกิดแต่กายกับจิต ไม่ใช่วาจาบางทีเกิดแต่วาจากับจิต มิใช่กาย บางทีเกิดแต่กาย วาจา และจิต . . .

ปาราชิก ๔ สิกขาบท จบ

หัวข้อประจำกัณฑ์

[๗] ปาราชิก ๔ คือ เมถุนธรรม ๑ อทินนาทาน ๑ มนุสสวิคคหะ ๑อุตริมนุสธรรม ๑ เป็นวัตถุแห่งมูลเฉท หาความสงสัยมิได้ ดังนี้แล.

กัตถปัญญัติวาร

[๘] พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงรู้เห็น เป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงบัญญัติสังฆาทิเสส แก่ภิกษุผู้พยายามปล่อยอสุจิ ณ ที่ไหนทรงปรารภใคร เพราะเรื่องอะไร ในสังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น มีบัญญัติอนุบัญญัติ อนุปันนบัญญัติ สัพพัตถบัญญัติ ปเทสบัญญัติ สาธารณบัญญัติอสาธารณบัญญัติ เอกโตบัญญัติ อุภโตบัญญัติ หรือ บรรดาปาติโมกขุทเทศ ๕สังฆาทิเสสสิกขาบทที่ ๑ นั้น หยั่งลงในอุเทศไหน นับเนื่องในอุเทศไหนมาสู่อุเทศโดยอุเทศที่เท่าไร บรรดาวิบัติ ๔ เป็นวิบัติอย่างไหน บรรดาอาบัติ๗ กอง เป็นอาบัติกองไหน บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ อย่าง ย่อมเกิดขึ้นด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ เป็นอธิกรณ์อย่างไหน บรรดาสมถะ ๗

จบ ปาราชิกกัณฑ์