arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓

อสัญญกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๘๓๘–๘๕๑ (Royal Thai)11/12 in วรรคที่ ๓4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ อสัญญกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 417–422

Page 417

(๓๑) ๑๑. อสัญญกถา

ว่าด้วยเรื่องอสัญญสัตว์

{๘๓๘} [๓๘๑] สกวาทีถามว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. ภพของอสัญญสัตว์เป็นภพที่มีสัญญา เป็นคติที่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด(สงสาร)ที่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่มีสัญญาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

{๘๓๙} ส. ภพของอสัญญสัตว์เป็นภพที่ไม่มีสัญญา เป็นคติที่ไม่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่ไม่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่ไม่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่ไม่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีสัญญามิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าภพของอสัญญสัตว์เป็นภพที่ไม่มีสัญญา เป็นคติที่ไม่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่ไม่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด(สงสาร)ที่ไม่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่ไม่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีสัญญา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย”

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑อสัญญสัตว์ หรืออสัญญีสัตว์ สัตว์จำพวกเทพไม่มีสัญญา ไม่เสวยเวทนา มีอัตภาพเพียงรูปเท่านั้น ได้แก่เหล่าเทวดาชั้นรูปพรหมจตุตถฌานภูมิ (ที.สี.อ. ๑๐๘, อภิ.วิ.อ. ๕๖๗)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า การปฏิสนธิของสัตว์จะเว้นจากวิญญาณไม่ได้โดยอ้างพระพุทธพจน์ว่า ‘เพราะสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ’ ดังนั้น แม้พวกอสัญญสัตว์ก็ยังมีสัญญาอยู่ในขณะจุติและปฏิสนธิตามพระพุทธพจน์ว่า ‘ก็แลเทวดาเหล่านั้นย่อมจุติจากชั้นนั้นเพราะมีสัญญาเกิดขึ้น’ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๐๐)
Page 418

{๘๔๐} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ภพของอสัญญสัตว์เป็นปัญจโวการภพ (ภพที่มีขันธ์ ๕) เป็นคติเป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๑} ส. ภพของอสัญญสัตว์เป็นเอกโวการภพ (ภพที่มีขันธ์ ๑) เป็นคติเป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าภพของอสัญญสัตว์เป็นเอกโวการภพ เป็นคติ เป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย”{๘๔๒} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสัญญสัตว์ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๓} [๓๘๒] ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นภพที่มีสัญญา เป็นคติที่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่มีสัญญาหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Page 419

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นภพที่มีสัญญาเป็นคติที่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่มีสัญญาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๔} ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นปัญจโวการภพเป็นคติ เป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นปัญจโวการภพเป็นคติ เป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๕} ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย มนุษย์ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย อสัญญสัตว์ทำกิจที่พึงด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๖} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นภพที่ไม่มีสัญญา เป็นคติที่ไม่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่ไม่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่ไม่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่ไม่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีสัญญาหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Page 420

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นภพที่ไม่มีสัญญา ... เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีสัญญาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๗} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นเอกโวการภพเป็นคติ เป็นที่อยู่ของสัตว์ เป็นที่เวียนว่ายตายเกิด เป็นกำเนิด เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และภพนั้นเป็นเอกโวการภพ ... เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๘} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย แต่อสัญญสัตว์ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย แต่มนุษย์ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๔๙} [๓๘๓] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มีพวกเทวดาชื่อว่าอสัญญีสัตว์อยู่ ก็แลเทวดาเหล่านั้นย่อมจุติจากชั้นนั้นเพราะมีสัญญาเกิดขึ้น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบใน ที.ปา. (แปล) ๑๑/๔๖/๓๘
Page 421

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น สัญญาก็มีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย

{๘๕๐} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายหรือ ?

ป. มีในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว

ส. อสัญญสัตว์เป็นสัญญสัตว์ในกาลบางคราว เป็นอสัญญสัตว์ในกาลบางคราว ภพของอสัญญภพเป็นภพที่มีสัญญาในกาลบางคราว เป็นภพที่ไม่มีสัญญาในกาลบางคราว เป็นปัญจโวการภพในกาลบางคราว เป็นเอกโวการภพในกาลบางคราวหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๕๑} ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราวหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีอยู่ในกาลไหน ไม่มีในกาลไหน ?

ป. มีอยู่ในกาลจุติ ในกาลอุบัติ ไม่มีในกาลตั้งอยู่ (ฐิติกาล)

ส. อสัญญสัตว์เป็นสัญญสัตว์ในกาลจุติ ในกาลอุบัติ เป็นอสัญญสัตว์ในกาลตั้งอยู่ ภพของอสัญญสัตว์เป็นภพที่มีสัญญาในกาลจุติในกาลอุบัติ เป็นภพที่ไม่มีสัญญาในกาลตั้งอยู่ เป็นปัญจโวการภพในกาลจุติในกาลอุบัติ เป็นเอกโวการภพในกาลตั้งอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

จบ อสัญญกถา

Page 422

(๓๒) ๑๒. เนวสัญญานาสัญญายตนกถา

ว่าด้วยเรื่องเนวสัญญานาสัญญายตนภพ

{๘๕๒} [๓๘๔] สกวาทีถามว่า ท่านไม่ยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ” หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นภพที่ไม่มีสัญญา เป็นคติที่ไม่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่ไม่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่ไม่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่ไม่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่ไม่มีสัญญาหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๕๓} ส. เนวสัญญานาสัญญญายตนภพเป็นภพที่มีสัญญา เป็นคติที่มีสัญญา เป็นที่อยู่ของสัตว์ที่มีสัญญา เป็นที่เวียนว่ายตายเกิดที่มีสัญญา เป็นกำเนิดที่มีสัญญา เป็นการได้อัตภาพที่มีสัญญามิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าเนวสัญญานาสัญญญายตนภพเป็นภพที่มีสัญญา ... เป็นการได้อัตภาพที่มีสัญญา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ”{๘๕๔} ส. ท่านไม่ยอมรับว่า “สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นประเด็นเดียวว่า ในสัญญานาสัญญายตนภพ (ภพของผู้เข้าถึงภาวะที่มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ หรืออรูปภพชั้นที่ ๔) มีสัญญาแจ้งชัด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๐๐)

End of อสัญญกถา