arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓

วิมุจจมานกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๗๕๔–๗๖๒ (Royal Thai)4/12 in วรรคที่ ๓4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ วิมุจจมานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 387–390

Page 387

(๒๔) ๔. วิมุจจมานกถา

ว่าด้วยเรื่องจิตกำลังหลุดพ้น

{๗๕๔} [๓๖๖] สกวาทีถามว่า จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้นหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. ส่วนหนึ่งหลุดพ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังไม่หลุดพ้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๕๕} ส. ส่วนหนึ่งหลุดพ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังไม่หลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ส่วนหนึ่งเป็นพระโสดาบัน อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระโสดาบัน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูกต้องโสดาปัตติผลด้วยกายอยู่ อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องโสดาปัตติผลด้วยกายอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นพระโสดาบันผู้สัตตักขัตตุปรมะ ผู้โกลังโกละ ผู้เอกพีชี ประกอบด้วยความเสื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ... ในพระธรรม ... ในพระสงฆ์ ... ประกอบด้วยอริยกันตศีล อีกส่วนหนึ่งไม่ประกอบด้วยอริยกันตศีลหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๕๖} ส. ส่วนหนึ่งหลุดพ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังไม่หลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ส่วนหนึ่งเป็นพระสกทาคามี อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระสกทาคามี ส่วนหนึ่งเป็นผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูกต้องสกทาคามิผลด้วยกายอยู่ อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องสกทาคามิผลด้วยกายอยู่หรือ ?

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าจิตที่หลุดพ้นด้วยความหลุดพ้น เพราะอำนาจฌานข่มไว้ (วิกขัมภนวิมุตติ) ชื่อว่ากำลังหลุดพ้นด้วยความหลุดพ้นจากกิเลสอย่างเด็ดขาด (สมุจเฉทวิมุตติ) ในขณะแห่งมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘๙)
Page 388

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๕๗} ส. ส่วนหนึ่งหลุดพ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังไม่หลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามี ส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามี ส่วนหนึ่งเป็นผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูกต้องอนาคามิผลด้วยกายอยู่ อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องอนาคามิผลด้วยกายอยู่ ส่วนหนึ่งเป็นพระอนาคามีผู้อันตราปรินิพพายี ผู้อุปหัจจปรินิพพายี ผู้อสังขารปรินิพพายี ผู้สสังขารปรินิพพายี ผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามี อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอนาคามีผู้อุทธังโสโตอกนิฏฐคามีหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๕๘} ส. ส่วนหนึ่งหลุดพ้นแล้ว อีกส่วนหนึ่งยังไม่หลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ส่วนหนึ่งเป็นพระอรหันต์ อีกส่วนหนึ่งไม่เป็นพระอรหันต์ ส่วนหนึ่งเป็นผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูกต้องอรหัตตผลด้วยกายอยู่ อีกส่วนหนึ่งไม่ถูกต้องอรหัตตผลด้วยกายอยู่ ส่วนหนึ่งปราศ จากราคะโทสะ โมหะแล้ว ... ส่วนหนึ่งทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้ง อีกส่วนหนึ่งไม่ทำให้แจ้งซึ่งธรรมที่ควรทำให้แจ้งหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๕๙} ส. จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จิตหลุดพ้นแล้วในขณะเกิดขึ้น กำลังหลุดพ้นในขณะดับไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

Page 389

{๗๖๐} [๓๖๗] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้น” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “เมื่อบุคคลนั้นรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้นแม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้น”

{๗๖๑} ส. จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลนั้นเมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อน ควรแก่การงาน ตั้งมั่นไม่หวั่นไหวอย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่อญาณที่ทำให้สิ้นอาสวะ” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่หลุดพ้นแล้วชื่อว่ากำลังหลุดพ้น”

{๗๖๒} ส. จิตที่กำลังหลุดพ้นมีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จิตที่กำลังกำหนัด ขัดเคือง หลง เศร้าหมองมีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบใน ที.สี. (แปล) ๙/๒๔๘/๑๑๙-๑๒๐ เป็นต้น
Page 390

ส. มีแต่จิตที่กำหนัดและไม่กำหนัด ขัดเคืองและไม่ขัดเคือง หลงและไม่หลง ขาดและไม่ขาด แตกดับและไม่แตกดับ ถูกปัจจัยปรุงแต่งและไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งเท่านั้นมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้ามีแต่จิตที่กำหนัดและไม่กำหนัด ขัดเคืองและไม่ขัดเคือง หลงและไม่หลง ขาดและไม่ขาด แตกดับและไม่แตกดับ ถูกปัจจัยปรุงแต่งและไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งเท่านั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตกำลังหลุดพ้นมีอยู่”

จบ วิมุจจมานกถา

(๒๕) ๕. อัฏฐมกกถา

ว่าด้วยบุคคลที่ ๘

{๗๖๓} [๓๖๘] สกวาทีถามว่า บุคคลที่ ๘ ละกิเลสเครื่องกลุ้มรุมคือทิฏฐิได้แล้วหรือ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลที่ ๘ เป็นพระโสดาบัน เป็นผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง เข้าถึงอยู่ ถูกต้องโสดาปัตติผลด้วยกายอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๗๖๔} ส. บุคคลที่ ๘ ละกิเลสเครื่องกลุ้มรุมคือวิจิกิจฉาได้แล้วหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑บุคคลที่ ๘ (อัฏฐมกบุคคล) ในที่นี้หมายถึงบุคคลผู้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๕)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและนิกายสมิติยะ ซึ่งมีความเห็นว่าบุคคลที่ ๘ คือ พระอริยบุคคลผู้ได้บรรลุโสดาปัตติมรรคสามารถละปริยุฏฐานกิเลสทั้ง ๒ คือ สักกายทิฏฐิ และวิจิกิจฉาได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๕)

End of วิมุจจมานกถา