arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๙

กิเลสชหนกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๗๗๑–๑๗๗๔ (Royal Thai)1/8 in วรรคที่ ๑๙4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๙ กิเลสชหนกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 936–939

Page 936

๑๙. เอกูนวีสติมวรรค

(๑๘๖) ๑. กิเลสชหนกถา

ว่าด้วยเรื่องบุคคลละกิเลสที่เป็นอดีต

{๑๗๗๑} [๘๒๘] สกวาทีถามว่า บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีตหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. บุคคลยังธรรมที่ดับแล้วให้ดับไป ยังธรรมที่ปราศไปแล้วให้ปราศไป ยังธรรมที่สิ้นไปแล้วให้สิ้นไป ยังธรรมที่ถึงภาวะตั้งอยู่ไม่ได้แล้วให้ถึงภาวะตั้งอยู่ไม่ได้ไป ยังธรรมที่สาบสูญไปแล้วให้สาบสูญไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อดีตดับไปแล้วมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าอดีตดับไปแล้ว ท่านก็ไม่ควรกล่าวว่า “บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีต”ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า เพราะเหตุที่การละกิเลสมีอยู่ และกิเลสทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต และปัจจุบันก็เป็นอันบุคคลผู้ละกิเลสละได้แล้วทั้งนั้น ฉะนั้น บุคคลจึงชื่อว่าละกิเลสที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า บุคคลเมื่อกำลังละกิเลส ย่อมไม่มีความพยายามในการละกิเลสที่เป็นอดีตเป็นต้น เหมือนกับการที่บุคคลกำลังทิ้งขยะ ย่อมไม่มีความพยายามในการทิ้งขยะ คือ เมื่อจะทิ้ง ก็ทิ้งไปเลย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๐๔)
Page 937

ส. อดีตไม่มีอยู่มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าอดีตไม่มีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีต”{๑๗๗๒} [๘๒๙] ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นอนาคตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลยังธรรมที่ยังไม่เกิดไม่ให้เกิด ยังธรรมที่ยังไม่เกิดพร้อมไม่ให้เกิดพร้อม ยังธรรมที่ยังไม่บังเกิดไม่ให้บังเกิด ยังธรรมที่ยังไม่ปรากฏไม่ให้ปรากฏหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นอนาคตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิดมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าธรรมที่เป็นอนาคตยังไม่เกิด ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลละกิเลสที่เป็นอนาคต”ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นอนาคตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อนาคตไม่มีอยู่มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าอนาคตไม่มีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “บุคคลละกิเลสที่เป็นอนาคต”

Page 938

{๑๗๗๓} [๘๓๐] ส. บุคคลละกิเลสที่เป็นปัจจุบันหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลผู้กำหนัดแล้วละราคะ ผู้ขัดเคืองแล้วละโทสะ ผู้หลงแล้วละโมหะ ผู้เศร้าหมองแล้วละกิเลสหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. บุคคลละราคะด้วยราคะ ละโทสะด้วยโทสะ ละโมหะด้วยโมหะ ละกิเลสด้วยกิเลสหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ราคะสัมปยุตด้วยจิต มรรคก็สัมปยุตด้วยจิตหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีความประชุมแห่งผัสสะ ๒ ... แห่งจิต ๒ หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ราคะเป็นอกุศล ส่วนมรรคเป็นกุศลหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ที่มีโทษและไม่มีโทษ ที่เลวและประณีต ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกัน มารวมกันได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ... ที่ดำและขาว ซึ่งเป็นข้าศึกกันมารวมกันได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่ไกลแสนไกลกันมี ๔ อย่างนี้ ๔ อย่างคืออะไรบ้าง คือ

Page 939

๑) ฟ้ากับแผ่นดิน นี้เป็นสิ่งที่ไกลแสนไกลกันประการที่ ๑

... ...

เพราะฉะนั้น ธรรมของสัตบุรุษจึงไกลจากธรรมของอสัตบุรุษ”

ดังนี้. มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า สภาวธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ... มารวมกันได้”{๑๗๗๔} [๘๓๑] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “บุคคลละกิเลสที่เป็นอดีต ละกิเลสที่เป็นอนาคต ละกิเลสที่เป็นปัจจุบัน” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลที่ละกิเลสได้ไม่มีหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลก็ต้องละกิเลสที่เป็นอดีต ละกิเลสที่เป็นอนาคต ละกิเลสที่เป็นปัจจุบัน

จบ กิเลสชหนกถา

(๑๘๗) ๒. สุญญตากถา

ว่าด้วยเรื่องความว่างนับเนื่องในสังขารขันธ์

{๑๗๗๕} [๘๓๒] สกวาทีถามว่า ความว่างนับเนื่องในสังขารขันธ์หรือ ?

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบใน องฺ.จตุกก. (แปล) ๒๑/๔๗/๘๓ (อ้างแล้ว หน้า ๕๕๗ ในเล่มนี้)

End of กิเลสชหนกถา