arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · มหาวรรค

จตุกกนยสังสันทนา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๕๐–๕๙ (Royal Thai)11/16 in มหาวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ มหาวรรค จตุกกนยสังสันทนา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 37–43

Page 37

อนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “อัญญาตาวินทรีย์เป็นอย่างหนึ่ง บุคคล เป็นอย่างหนึ่ง” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ข้าพเจ้าค้นหาอัญญาตาวินทรีย์ ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ดุจค้นหาอัญญินทรีย์ได้โดยสัจฉิกฏฐปรมัตถ์ อัญญาตาวินทรีย์เป็นอย่างหนึ่ง อัญญินทรีย์ก็เป็นอย่างหนึ่ง พระผู้มี พระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ และข้าพเจ้าก็ค้นหาอัญญาตาวินทรีย์ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์” คำที่ท่าน กล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหา อัญญาตาวินทรีย์ได้โดยสัจฉิสัฏฐปรมัตถ์ดุจค้นหาอัญญินทรีย์ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ อัญญาตาวินทรีย์เป็นอย่างหนึ่ง อัญญินทรีย์ก็เป็นอย่างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่าบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ และข้าพเจ้าก็ค้นหาอัญญาตาวินทรีย์ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับ ว่าอัญญาตาวินทรีย์เป็นอย่างหนึ่ง บุคคลก็เป็นอย่างหนึ่ง” ดังนี้จึงผิด ...

จบ โอปัมมสังสันทนา

๗. จตุกกนยสังสันทนา

ว่าด้วยการสนทนาถึงบุคคลกับสภาวธรรมโดย ๔ นัย

{๕๐} [๔๖] ส. ท่านค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฎฐปรมัตถ์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. รูปเป็นบุคคลหรือ

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑หมายถึงการเปรียบเทียบบุคคลกับสภาวธรรม ๕๗ ประการ โดยนัย ๔ นัย เช่น เปรียบเทียบ บุคคลกับรูปว่า (๑) รูปเป็นบุคคล (๒) บุคคลมีในรูป (๓) บุคคลเป็นอื่นจากรูป (๔) รูปมีในบุคคล เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๔๐)
Page 38

ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะดังต่อไปนี้ หากว่าท่านค้นหาบุคคลได้โดย สัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “รูปเป็นบุคคล” คำที่ ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหา บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปเป็นบุคคล” ดังนี้จึงผิดอนี่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์”คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ใน ตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปเป็นบุคคล” ดังนี้จึงผิด{๕๑} [๔๗] ส. ท่านค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลในรูปหรือ ... บุคคลอื่นจากรูปหรือ ... รูปในบุคคลหรือ

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะดังต่อไปนี้ หากว่าท่านค้นหาบุคคลได้โดย สัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “รูปในบุคคล” คำที่ท่าน กล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้ โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปในบุคคล” ดังนี้จึงผิดอนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “รูปในบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ใน ตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปในบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

{๕๒} [๔๘] ส. ท่านค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Page 39

ส. เวทนาเป็นบุคคลหรือ ... บุคคลในเวทนาหรือ ... บุคคลอื่น จากเวทนาหรือ ... เวทนาในบุคคลหรือ ... สัญญาเป็นบุคคลหรือ ... บุคคลในสัญญาหรือ ... บุคคลอื่นจากสัญญาหรือ ... สัญญาในบุคคลหรือ ... สังขารเป็นบุคคลหรือ ... บุคคลในสังขารหรือ ... บุคคลอื่นจากสังขารหรือ ... สังขารในบุคคลหรือ ... วิญญาณเป็นบุคคลหรือ ... บุคคลในวิญญาณหรือ ... บุคคลอื่นจากวิญญาณหรือ ... วิญญาณในบุคคลหรือป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะดังต่อไปนี้ หากว่าท่านค้นหาบุคคลได้โดย สัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรกล่าวว่า “วิญญาณในบุคคล” คำ ที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหา บุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่าวิญญาณในบุคคล” ดังนี้จึงผิด

อนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “วิญญาณในบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับ ว่า “ข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ ในตอนต้นนั้นว่า”ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่าวิญญาณในบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

{๕๓} [๔๙] ส. ท่านค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นบุคคล ... บุคคลในจักขายตนะหรือบุคคลอื่นจาก จักขายตนะ ... จักขายตนะในบุคคล ... ธัมมายตนะเป็นบุคคล ... บุคคลในธัมมายตนะ ... บุคคลอื่นจากธัมมายตนะ ... ธัมมายตนะในบุคคล

{๕๔} ส. จักขุธาตุเป็นบุคคล ... บุคคลในจักขุธาตุ ... บุคคลอื่นจาก จักขุธาตุ ... จักขุธาตุในบุคคล ... ธัมมธาตุเป็นบุคคล ... บุคคลในธัมมธาตุ ... บุคคลอื่นจากธัมมธาตุ ... ธัมมธาตุในบุคคล ...

Page 40

{๕๕} ส. จักขุนทรีย์เป็นบุคคล ... บุคคลในจักขุนทรีย์ ... บุคคลอื่นจาก จักขุนทรีย์ ... จักขุนทรีย์ในบุคคล ... อัญญาตาวินทรีย์เป็นบุคคล ... บุคคล ในอัญญาตาวินทรีย์ ... บุคคลอื่นจากอัญญาตาวินทรีย์ ... อัญญาตาวินทรีย์ ในบุคคลหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ส. ท่านจงรับรู้นิคคหะดังต่อไปนี้ หากว่าท่านค้นหาบุคคลไดัโดย สัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “อัญญาตาวินทรีย์ ในบุคคล” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับ ว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่า อัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” ดังนี้จึงผิดอนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “อัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” ท่านก็ ไม่ควรยอมรับว่า “ข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์” คำที่ท่าน กล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้าค้นหาบุคคลได้ โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์ แต่ไม่ยอมรับว่าอัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

{๕๖} [๕๐] ป. ท่านค้นหาบุคคลไม่ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรีอ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. รูปเป็นบุคคลหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

Page 41

ป. ท่านจงรับรู้ปฏิกรรมดังต่อไปนี้ หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส ไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” ด้วยเหตุนั้น ท่าน ก็ควรกล่าวว่า “รูปเป็นบุคคล” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตวัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปเป็นบุคคล” ดังนี้จึงผิดอนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “รูปเป็นบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตวัสไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตน มีอยู่” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าพระผู้ มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่ารูปเป็นบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

{๕๗} [๕๑] ป. ท่านค้นหาบุคคลไม่ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. บุคคลในรูป ... บุคคลอื่นจากรูป ... รูปในบุคคล ... เวทนาเป็น บุคคล ... บุคคลในเวทนา ... บุคคลอื่นจากเวทนา ... เวทนาในบุคคล ... สัญญาเป็นบุคคล ... บุคคลในสัญญา ... บุคคลอื่นจากสัญญา ... สัญญาในบุคคล ... สังขารเป็นบุคคล ... บุคคลในสังขาร ... บุคคลอื่น จากสังขาร ... สังขารในบุคคล ... วิญญาณเป็นบุคคล ... บุคคลในวิญญาณ ... บุคคลอื่นจากวิญญาณ ... วิญญาณในบุคคลหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

Page 42

ป. ท่านจงรับรู้ปฏิกรรมดังต่อไปนี้ หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัส ไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” ด้วยเหตุนั้นท่านก็ควรยอมว่า “วิญญาณในบุคคล” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่าวิญญาณในบุคคล” ดังนี้ จึงผิดอนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “วิญญาณในบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับ ว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่าวิญญาณในบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

{๕๘} [๕๒] ป. ท่านค้นหาบุคคลไม่ได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. จักขายตนะเป็นบุคคล ... บุคคลในจักขายตนะ ... บุคคลอื่นจากจักขายตนะ ... จักขายตนะในบุคคล ... ธัมมายตนเป็นบุคคล ... บุคคลในธัมมายตนะ ... บุคคลอื่นจากธัมมายตนะ ... ธัมมายตนะในบุคคล ... จักขุธาตุเป็นบุคคล ... บุคคลในจักขุธาตุ ... บุคคลอื่นจากจักขุธาตุ ... จักขุธาตุในบุคคล... ธัมมธาตุเป็นบุคคล ... บุคคลในธัมมธาตุ ... บุคคลอื่นจากธัมมธาตุ ... ธัมมธาตุในบุคคล ...

{๕๙} จักขุนทรีย์เป็นบุคคล ... บุคคลในจักขุนทรีย์ ... บุคคลอื่นจากจักขุนทรีย์ ... จักขุนทรีย์ในบุคคล ... อัญญาตาวินทรีย์เป็นบุคคล ... บุคคลใน

Page 43

อัญญาตาวินทรีย์ ... บุคคลอื่นจากอัญญาตาวินทรีย์ อัญญาตาวินรีย์ในบุคคลหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ป. ท่านจงรับรู้ปฏิกรรมดังต่อไปนี้ หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรกล่าวว่า “อัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่าอัญญาตาวินทรีย์ ในบุคคล” ดังนี้จึงผิดอนึ่ง หากท่านไม่ยอมรับว่า “อัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่” คำที่ท่านกล่าวขัดแย้งไว้ในตอนต้นนั้นว่า “ข้าพเจ้ายอมรับว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ‘บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อ ประโยชน์เกื้อกูลแก่ตนมีอยู่’ แต่ไม่ยอมรับว่าอัญญาตาวินทรีย์ในบุคคล” ดังนี้จึงผิด ...

จบ จตุกกนยสังสันทนา

๘. ลักขณยุตติกถา

ว่าด้วยการซักถามถึงลักษณะของบุคคลกับสภาวธรรม

{๖๐} [๕๓] ส. ท่านค้นหาบุคคลได้โดยสัจฉิกัฏฐปรมัตถ์หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลมีปัจจัย ... บุคคลไม่มีปัจจัย ... บุคคลเป็นสังขตะ ... บุคคล เป็นอสังขตะ ... บุคคลเที่ยง ... บุคคลไม่เที่ยง ... บุคคลมีนิมิต ... บุคคลไม่มีนิมิตหรือ ?

End of จตุกกนยสังสันทนา