arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · กัลยาณวรรค

สติปัฏฐานกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๒๖–๔๓๖ (Royal Thai)12/13 in กัลยาณวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สติปฏฺฐานกถา

สติปัฏฐานกถา

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ กัลยาณวรรค สติปัฏฐานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวา อสญฺโญชนิยา อคนฺถนิยา อโนฆนิยา อโยคนิยา อนีวรณิยา อปรามฏฺฐา อนุปาทานิยา อสงฺกิเลสิกา สพฺเพ ธมฺมา พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

สกวาที ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ปรวาที ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ

สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ไม่เป็นอารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาสะ ไม่เป็นอารมณ์ของอุปทาน ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ธรรมทั้งปวงเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็นสังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติ เป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติเป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติ เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติหรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐา- นนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ สติสมฺโพชฺฌงฺโค เอกายนมคฺโค ขยคามี โพธคามี อปจยคามี อนาสวํ อสญฺโญชนิยํ ฯเปฯ อสงฺกิเลสิกํ จกฺขายตนํ พุทฺธานุสฺสติ ธมฺมานุสฺสติ สงฺฆานุสฺสติ สีลานุสฺสติ จาคานุสฺสติ เทวตานุสฺสติ อานาปานสฺสติ มรณานุสฺสติ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ชิวฺหายตนํ กายายตนํ ฯเปฯ รูปายตนํ สทฺทายตนํ คนฺธายตนํ รสายตนํ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ ราโค ฯเปฯ โทโส โมโห มาโน ทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉา ถีนํ อุทฺธจฺจํ อหิริกํ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานนฺติ ฯ อามนฺตา ฯ อโนตฺตปฺปํ สติ สตินฺทฺริยํ สติพลํ สมฺมาสติ ฯเปฯ กายคตาสติ อุปสมานุสฺสตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ เป็นสติ

สัมโพชฌงค์ เป็นเอกายนมรรค เป็นเหตุให้ถึงความสิ้นไป เป็นเหตุให้ถึงความตรัสรู้ เป็นเหตุให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสัญโญชน์ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส จักขายตนะเป็นพุทธานุสสติ เป็นธัมมานุสสติ เป็นสังฆานุสสติ เป็นสีลานุสสติเป็นจาคานุสสติ เป็นเทวดานุสสติ เป็นอานาปานสติ เป็นมรณานุสสติเป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตน ชิวหายตนะ กายายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ

สัททายตนะ คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ ราคะ ฯลฯ

โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ ฯลฯ

อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อโนตตัปปะ เป็นสติ เป็นสตินทรีย์ เป็นสติพละ เป็นสัมมาสติ ฯลฯ

เป็นกายคตาสติ เป็นอุปสมานุสสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห มาโน ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. จักขายตนะเป็นสติปัฏฐาน และจักขายตนะนั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน และสตินั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะ

โทสะ โมหะ มานะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน และอโนตตัปปะนั้นเป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

จกฺขายตนํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ โสตายตนํ ฯเปฯ กายายตนํ รูปายตนํ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ราโค โทโส โมโห ฯเปฯ อโนตฺตปฺปํ สติปฏฺฐานํ ตญฺจ น สตีติ ฯ อามนฺตา ฯ สติ สติปฏฺฐานา สา จ น สตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. จักขายตนะ เป็นสติปัฏฐาน แต่จักขายตนะนั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. โสตายตนะ ฯลฯ กายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ราคะ

โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นสติปัฏฐาน แต่อโนตตัปปะนั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สติเป็นสติปัฏฐาน แต่สตินั้นไม่เป็นสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

น วตฺตพฺพํ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ ฯ อามนฺตา ฯ หญฺจิ สพฺเพ ธมฺเม อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐติ ๑ เตน วต เร วตฺตพฺเพ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ

Royal Thai

ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ส. ถูกแล้ว

ป. สติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ มิใช่หรือ?

ส. หากว่าสติ ปรารภธรรมทั้งปวง ตั้งมั่นได้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้อง

กล่าวว่า ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน

Pali (Siam Rath)

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ ผสฺโส สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา ผสฺสปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะผัสสะปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า

ผัสสปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ สติ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺพํ ธมฺมํ อารพฺภ เวทนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ สญฺญา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ เจตนา สนฺติฏฺฐติ ฯเปฯ จิตฺตํ สนฺติฏฺฐตีติ สพฺเพ ธมฺมา จิตฺตปฏฺฐานาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. เพราะสติปรารภธรรมทั้งปวงตั้งมั้นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า สติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เพราะเวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ จิตปรารภธรรมทั้งปวง

ตั้งมั่นได้ ฉะนั้นธรรมทั้งปวงจึงชื่อว่า จิตตปัฏฐาน หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา อุปฏฺฐิตสติโน สติยา สมนฺนาคตา สติยา สโมหิตา สพฺเพสํ สตฺตานํ สติ ปจฺจุปฏฺฐิตาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งปวงเป็นผู้ตั้งสติมั่น เป็นผู้ประกอบด้วยสติ เป็นผู้มั่นคงด้วยสติ

สติเป็นธรรมชาติเข้าไปตั้งมั่นแก่สัตว์ทั้งปวง หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา อมตนฺเต ภิกฺขเว น ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ น ปริภุญฺชนฺติ อมตนฺเต ภิกฺขเว ปริภุญฺชนฺติ เย กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ สตฺตา กายคตาสตึ ปริภุญฺชนฺติ ปฏิลภนฺติ อาเสวนฺติ ภาเวนฺติ พหุลีกโรนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

๑ ม. สนฺติฏฺฐตีติ.

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ชนเหล่าใดไม่ได้

บริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นไม่ได้บริโภคอมตะ ชนเหล่าใดบริโภคกายคตาสติ ชนเหล่านั้นได้บริโภคอมตะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งปวงเจริญ ปฏิบัติ เสพ อบรม ทำให้มาก ซึ่งกายคตาสติ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย ยทิทํ จตฺตาโร สติปฏฺฐานาติ ๒ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา เอกายนมคฺโคติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย นี้มรรคเป็นเอกายนะ

ทางอันเอก เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย เพื่อความก้าวล่วงซึ่งโสกะ ปริเทวะ เพื่อความสาบสูญแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุอริยมรรคเครื่องออกไปจากทุกข์ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งนิพพานนี้คือสติปัฏฐานทั้ง ๔ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นเอกายนมรรค หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Pali (Siam Rath)

สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ นนุ วุตฺตํ ภควตา รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ จกฺกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ หตฺถิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อสฺสรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ มณิรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อิตฺถีรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ คหปติรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปริณายกรตนสฺส ปาตุภาโว โหติ รญฺโญ ภิกฺขเว จกฺกวตฺติสฺส ปาตุภาวา อิเมสํ สตฺตนฺนํ รตนานํ ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหติ ฯ กตเมสํ สตฺตนฺนํ ฯ

สติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ วิริยสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปีติสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ สมาธิสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺครตนสฺส ปาตุภาโว โหติ ตถาคตสฺส ภิกฺขเว ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิเมสํ สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺครตนานํ ปาตุภาโว โหตีติ ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ ฯ อามนฺตา ฯ ตถาคตสฺส ปาตุภาวา อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส สพฺเพ ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺครตนา โหนฺตีติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ สพฺเพ ธมฺมา สติปฏฺฐานาติ ฯ อามนฺตา ฯ สพฺเพ ธมฺมา สมฺมปฺปธานา ฯเปฯ อิทฺธิปาทา ฯเปฯ อินฺทฺริยา ฯเปฯ พลา ฯเปฯ โพชฺฌงฺคาติ ฯ น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

สติปฏฺฐานกถา ฯ

๑ อํ. เอก. ๕๙ ฯ ๒ ม. มู. ๑๐๓ ฯ

Royal Thai

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการ

ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ประการเป็นไฉน จักรรัตนะ (จักรแก้ว) ปรากฏ ๑ หัตถิรัตนะ (ช้างแก้ว)ปรากฏ ๑ อัสสรัตนะ (ม้าแก้ว) ปรากฏ ๑ มณีรัตนะ (ดวงมณีแก้ว)ปรากฏ ๑ อิตถีรัตนะ (นางแก้ว) ปรากฏ ๑ คหปติรัตนะ(คหบดีแก้ว) ปรากฏ ๑ ปริณายกรัตนะ (ขุนพลแก้ว) ปรากฏ ๑ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย รัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาพุทธะ๗ ประการเป็นไฉน รัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ ปรากฏ ๑ รัตนะคือวิริยสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือปีติสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคือสมาธิสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ รัตนะคืออุเบกขาสัมโพชฌงค์ปรากฏ ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลายรัตนะคือโพชฌงค์ ๗ ประการเหล่านี้ ย่อมปรากฏ เพราะความปรากฏแห่งพระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นรัตนะคือสติสัมโพชฌงค์ปรากฏ เพราะความปรากฏแห่ง

พระตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสติปัฏฐาน หรือ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ธรรมทั้งปวงเป็นสัมมัปปธาน ฯลฯ เป็นอิทธิบาท ฯลฯ เป็นอินทรีย์ ฯลฯ

เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สติปัฏฐานกถา จบ.

End of สติปัฏฐานกถา