พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ · จูฬวรรค
๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ เล่ม ๒๖
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๙ (Royal Thai)9/10 in จูฬวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย เปตวัตถุ จูฬวรรค กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ (Royal Thai Volume 26 · Mahachula Volume 26 · Mahamakut Volume 49 · Chaloem Phrakiat Volume 26)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 26, pp. 271–273
[๔๙๗] กลางคืน ได้เสวยทิพยสมบัติด้วยผลแห่งกุศลกรรมนั้น ส่วนกลางวัน ฝูงสุนัขกรูกันเข้ามากัดกินกระผมรอบด้าน เหมือนผูกอาฆาตกันไว้ฉะนั้น[๔๙๘] ก็ชนเหล่าใดประกอบความเพียรเนือง ๆ บากบั่นมั่นในศาสนาของพระสุคตเจ้า กระผมเข้าใจว่าชนเหล่านั้น ย่อมได้บรรลุอมตบทอันปัจจัยอะไร ๆ ปรุงแต่งไม่ได้อย่างแน่นอน
จบ ทุติยมิคลุททกเปตวัตถุที่ ๘
๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ
ว่าด้วยบุพกรรมของเปรตผู้พิพากษาโกง
(พระนารทเถระถามเปรตตนหนิ่งว่า)
{๑๑๙}[๔๙๙] ตัวท่านทัดทรงดอกไม้ ใส่ชฎา สวมกำไลทอง ลูบไล้ด้วยจุรณจันทน์ มีสีหน้าผ่องใส งดงามดุจสีดวงอาทิตย์ยามอุทัยขึ้นฉะนั้น
[๕๐๐] มีนางฟ้า ๑๐,๐๐๐ เป็นบริวารบำรุงบำเรอท่าน นางฟ้าเหล่านั้นล้วนสวมกำไลทอง นุ่งห่มผ้าอันขลิบด้วยทอง
[๕๐๑] ท่านเป็นผู้มีอานุภาพมาก มีรูปเป็นที่ให้เกิดขนชูชันแก่ผู้พบเห็น แต่ท่านควักเนื้อหลังของตนมากินเป็นอาหาร
[๕๐๒] ท่านได้ทำกรรมชั่วอะไรเข้าไว้ด้วยกาย วาจา ใจหรือ ท่านควักเนื้อหลังของตนมากินเป็นอาหารเพราะวิบากแห่งกรรมอะไร
(เปรตนั้นตอบว่า)
[๕๐๓] กระผมได้ประพฤติทุจริตด้วยการส่อเสียด พูดเท็จ ฉ้อโกง และหลอกลวงไว้ในมนุษยโลกเพื่อความฉิบหายแก่ตนแท้
[๕๐๔] กระผมไปสู่ที่ประชุมในที่เฉพาะพระพักตร์นั้นแล้ว เมื่อเวลาที่ควรจะพูดความจริงมาถึง กลับทอดทิ้งเหตุผลเสียประพฤติคล้อยตามอธรรมไป[๕๐๕] ผู้ใดลอบกัดคนอื่น ผู้นั้นจะต้องกินตัวเอง เหมือนกระผม กินเนื้อหลังของตนในวันนี้ฉะนั้น
[๕๐๖] ข้าแต่พระนารทะ ทุกข์ที่กระผมได้รับอยู่นี้ท่านก็ได้เห็นเองแล้ว ผู้ที่ฉลาด มีความอนุเคราะห์ พึงกล่าวตักเตือนคนอื่นว่า ‘ท่านอย่าพูดส่อเสียด อย่าพูดเท็จ อย่าเป็นคนลอบกัดเลย’
จบ กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุที่ ๙
- ๑ผู้ใดลอบกัดคนอื่น ในที่นี้หมายถึงผู้ประพฤติวจีทุจริตมีพูดส่อเสียดเป็นต้น (ขุ.เปต.อ. ๒๒๕) ปิฏฐิมํสิโก แปลตามศัพท์ว่า ผู้มีเนื้อหลังเป็นอาหาร แปลตามสำนวนว่า คนลอบกัด คนนินทาลับหลัง ผู้พิพากษาที่ขาดความยุติธรรม
๑๐. ธาตุวิวัณณเปตวัตถุ
ว่าด้วยบุพกรรมของธาตุวิวัณณเปรต
(พระมหากัสสปเถระถามเปรตตนหนื่งว่า)
{๑๒๐}[๕๐๗] ท่านยืนอยู่ในอากาศ มีกลิ่นเน่าเหม็นฟุ้งไป และหมู่หนอน ก็บ่อนกินปากที่มีกลิ่นเหม็นเน่าของท่าน เมื่อชาติก่อน ท่านได้ทำกรรมอะไรไว้[๕๐๘] เพราะการฟุ้งไปแห่งกลิ่นเหม็นนั้น นายนิรยบาลจึงเอาศัสตรามาเฉือนปากของท่านเนือง ๆ เอาน้ำกรดราดท่าน แล้วเชือดเนื้อเนือง ๆ[๕๐๙] ท่านทำกรรมชั่วอะไรด้วยกาย วาจา ใจไว้หรือ ท่านได้ประสบความทุกข์เพราะวิบากแห่งกรรมอะไร
(เปรตนั้นตอบว่า)
[๕๑๐] ข้าแต่ท่านผู้นิรทุกข์ เมื่อชาติก่อน กระผมเป็นอิสรชน อยู่ที่พระนครราชคฤห์ที่น่ารื่นรมย์ ซึ่งเป็นคอกภูเขาอันร่มรื่น เป็นผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์และข้าวเปลือกมากมาย[๕๑๑] แต่กระผมได้ห้ามภรรยา ธิดา และลูกสะใภ้ของกระผม ซึ่งนำพวงมาลัย ดอกอุบล และเครื่องลูบไล้อันหาค่ามิได้ ไปบูชาพระสถูปกัน บาปนั้นกระผมได้ทำไว้แล้ว[๕๑๒] กระผมได้เสวยทุกขเวทนาเฉพาะตัว และจักหมกไหม้อยู่ในนรกอันโหดร้ายทารุณ ๘๖,๐๐๐ ปี เพราะติเตียนการบูชาพระสถูป
- ๑นายนิรยบาล ผู้คุมนรก หมายถึงผู้ทำหน้าที่ลงโทษสัตว์นรก (ม.อุ.อ. ๑๖๗)
End of ๙. กูฏวินิจฉยกเปตวัตถุ