พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อุรควรรค
๘. เมตตสูตร เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๓๐๘ (Royal Thai)8/12 in อุรควรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส อฏฺฐมํ เมตฺตสุตฺตํ
เมตตสูตรที่ ๘
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อุรควรรค เมตตสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 46 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
๘ กรณียมตฺถกุสเลน
ยนฺตํ สนฺตํ ปทํ อภิสเมจฺจ
สกฺโก อุชู จ สุหุชู ๑ จ
สุวโจ จสฺส มุทุ อนติมานี ฯ
สนฺตุสฺสโก จ สุภโร จ
อปฺปกิจฺโจ จ สลฺลหุกวุตฺติ
สนฺตินฺทฺริโย จ นิปโก จ
อปฺปคพฺโภ กุเลสุ อนนุคิทฺโธ ฯ
น จ ขุทฺทํ สมาจเร กิญฺจิ
เย น วิญฺญู ปเร อุปวเทยฺยุํ ฯ
สุขิโน วา ๒ เขมิโน โหนฺตุ
สพฺเพ ๓ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา
เย เกจิ ปาณภูตตฺถิ
ตสา วา ถาวรา ๑ วา อนวเสสา
ทีฆา วา เย ๒ มหนฺตา วา
มชฺฌิมา รสฺสกา อณุกถูลา
ทิฏฺฐา วา เย ๓ จ อทิฏฺฐา
เย ๔ จ ทูเร วสนฺติ อวิทูเร
ภูตา วา สมฺภเวสี วา ๕
สพฺเพ สตฺตา ภวนฺตุ สุขิตตฺตา ฯ
น ปโร ปรํ นิกุพฺเพถ
นาติมญฺเญถ กตฺถจิ ๖ นํ กิญฺจิ
พฺยาโรสนา ปฏีฆสญฺญา
นาญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขมิจฺเฉยฺย ฯ
มาตา ยถา นิยํ ปุตฺตํ
อายุสา เอกปุตฺตมนุรกฺเข
เอวมฺปิ สพฺพภูเตสุ
มานสมฺภาวเย ๗ อปริมาณํ
เมตฺตญฺจ สพฺพโลกสฺมึ
มานสมฺภาวเย ๗ อปริมาณํ
อุทฺธํ อโธ จ ติริยญฺจ
อสมฺพาธํ อเวรํ อสปตฺตํ
ติฏฺฐญฺจรํ นิสินฺโน วา ๘
สยาโน ๑ วา ยาว ตสฺส วิคตมิทฺโธ ฯ
เอตํ สตึ อธิฏฺเฐยฺย
พฺรหฺมเมตํ วิหารํ อิธมาหุ ฯ
ทิฏฺฐิญฺจ อนุปคมฺม สีลวา
ทสฺสเนน สมฺปนฺโน9
กาเมสุ วิเนยฺย เคธํ
น หิ ชาตุ คพฺภเสยฺยํ ปุนเรตีติ ฯ
เมตฺตสุตฺตํ อฏฺฐมํ ฯ
๑ ยุ. สูชู จ ฯ ๒ ม. สุขิโน ว ฯ ๓ ม. สพฺพสตฺตา ฯ
๑ ม. ถาวรา อนวเสสา ฯ ๒ ม. เยว มหนฺตา ฯ ๓ ม. เยว อทิฏฺฐา ฯ ยุ. เย วา
อทิฏฺฐา ฯ ๔ ม. เยว ... ฯ ๕ ม. ภูตา ว สมฺภเวสี ว ฯ ๖ ม. น กญฺจิ ฯ
๗ ม. มานสํ ... ฯ ๘ ม. นิสินฺโน ว ฯ
กุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์ ปรารถนาเพื่อจะตรัสรู้สันตบท พึงบำเพ็ญ
ไตรสิกขา กุลบุตรนั้นพึงเป็นผู้อาจหาญ เป็นผู้ตรง ซื่อตรง ว่าง่ายอ่อนโยน ไม่เย่อหยิ่ง สันโดษเลี้ยงง่าย มีกิจน้อย มีความประพฤติเบามีอินทรีย์อันสงบแล้ว มีปัญญาเครื่องรักษาตน ไม่คะนอง ไม่พัวพันในสกุลทั้งหลาย และไม่พึงประพฤติทุจริตเล็กน้อยอะไรๆ ซึ่งเป็นเหตุให้ท่านผู้รู้เหล่าอื่นติเตียนได้ พึงเจริญเมตตาในสัตว์ทั้งหลายว่าขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้มีสุข มีความเกษมมีตนถึงความสุขเถิด สัตว์มีชีวิตเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีอยู่ เป็นผู้สะดุ้งหรือเป็นผู้มั่นคง ไม่มีส่วนเหลือสัตว์เหล่าใดมีกายยาวหรือใหญ่ ปานกลางหรือสั้น ผอมหรือพี ที่เราเห็นแล้วหรือไม่ได้เห็น อยู่ในที่ไกลหรือในที่ใกล้
ที่เกิดแล้วหรือแสวงหาที่เกิด ขอสัตว์ทั้งหมดนั้นจงเป็นผู้มีตนถึงความสุขเถิด สัตว์อื่นไม่พึงข่มขู่สัตว์อื่น ไม่พึงดูหมิ่นอะไรเขาในที่ไหนๆ ไม่พึงปรารถนาทุกข์ให้แก่กันและกันเพราะความโกรธ เพราะความเคียดแค้น มารดาถนอมบุตรคนเดียวผู้เกิดในตน แม้ด้วยการยอมสละชีวิตได้ ฉันใดกุลบุตรผู้ฉลาดในประโยชน์ พึงเจริญเมตตามีในใจไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งปวง แม้ฉันนั้น กุลบุตรนั้นพึงเจริญเมตตามีในใจไม่มีประมาณ ไปในโลกทั้งสิ้น ทั้งเบื้องบนเบื้องต่ำ เบื้องขวาง ไม่คับแคบ ไม่มีเวรไม่มีศัตรูกุลบุตรผู้เจริญเมตตานั้นยืนอยู่ก็ดี เดินอยู่ก็ดี นั่งอยู่ก็ดีนอนอยู่ก็ดี พึงเป็นผู้ปราศจากความง่วงเหงาเพียงใด ก็พึงตั้งสตินี้ไว้เพียงนั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าววิหารธรรมนี้ว่าเป็นพรหมวิหารในธรรมวินัยของพระอริยเจ้านี้ และกุลบุตรผู้เจริญเมตตาไม่เข้าไปอาศัยทิฐิเป็นผู้มีศีลถึงพร้อมแล้วด้วยทัศนะ นำความยินดีในกามทั้งหลายออกได้แล้ว ย่อมไม่ถึงความนอนในครรภ์อีกโดยแท้แล ฯ
จบเมตตสูตรที่ ๘
End of ๘. เมตตสูตร