arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อุรควรรค

๖. ปราภวสูตร เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๐๓–๓๐๔ (Royal Thai)6/12 in อุรควรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส ฉฏฺฐํ ปราภวสุตฺตํ

ปราภวสูตรที่ ๖

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อุรควรรค ปราภวสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 46 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๖ เอวมฺเม สุตํ ฯ เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม ฯ อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ ฯ เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ

Royal Thai

ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล เมื่อปฐมยามสิ้นไปแล้ว เทวดาตนหนึ่งมีรัศมีอันงดงามยิ่ง ทำพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่างไสวเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ยืนอยู่ ณที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

Pali (Siam Rath)

ปราภวนฺตํ ปุริสํ มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ ๑

ภควนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

สุวิชาโน ภวํ โหติ ทุวิชาโน ปราภโว

ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ธมฺมเทสฺสี ปราภโว

อิติ เหตํ วิชานาม ปฐโม โส ปราภโว ฯ

ทุติยํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

อสนฺตสฺส ปิยา โหนฺติ สนฺเต น กุรุเต ปิยํ

อสตํ ธมฺมํ โรเจติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม ทุติโย โส ปราภโว ฯ

ตติยํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

นิทฺทาสีลี สภาสีลี อนุฏฺฐาตา จ โย นโร

อลโส โกธปญฺญาโณ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม ตติโย โส ปราภโว ฯ

จตุตฺถํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

โย มาตรํ วา ๑ ปิตรํ วา ชิณฺณกํ คตโยพฺพนํ

ปหุสนฺโต น ภรติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม จตุตฺโถ โส ปราภโว ฯ

ปญฺจมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

โย พฺราหฺมณํ วา ๒ สมณํ วา อญฺญํ วาปิ วนิพฺพกํ

มุสาวาเทน วญฺเจติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม ปญฺจโม โส ปราภโว ฯ

ฉฏฺฐมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

ปหุตวิตฺโต ๓ ปุริโส สหิรญฺโญ สโภชโน

เอโก ภุญฺชติ สาทูนิ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม ฉฏฺฐโม โส ปราภโว ฯ

สตฺตมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

ชาติถทฺโธ ธนถทฺโธ โคตฺตถทฺโธ จ โย นโร

สญฺญาตึ อติมญฺเญติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม สตฺตโม โส ปราภโว ฯ

อฏฺฐมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

อิตฺถีธุตฺโต สุราธุตฺโต อกฺขธุตฺโต จ โย นโร

ลทฺธํ ลทฺธํ วินาเสติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม อฏฺฐโม โส ปราภโว ฯ

นวมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

เสหิ ทาเรหิ อสนฺตุฏฺโฐ เวสิยาสุ ปทุสฺสติ ๑

ทุสฺสติ ๒ ปรทาเรสุ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม นวโม โส ปราภโว ฯ

ทสมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

อตีตโยพฺพโน โปโส อาเนติ ติมฺพรุตฺถนึ

ตสฺสา อิสฺสา น สุปติ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม ทสโม โส ปราภโว ฯ

เอกาทสมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

อิตฺถึ ๓ โสณฺฑึ วิกิรณึ ปุริสํ วาปิ ตาทิสํ

อิสฺสริยสฺมึ ฐเปติ ๔ ตํ ปราภวโต มุขํ

อิติ เหตํ วิชานาม เอกาทสโม ปราภโว ฯ

ทฺวาทสมํ ภควา พฺรูหิ กึ ปราภวโต มุขํ ฯ

อปฺปโภโค มหาตโณฺห ขตฺติเย ชายเต กุเล

โส ๕ จ รชฺชํ ปตฺถยติ ตํ ปราภวโต มุขํ ฯ

เอเต ปราภเว โลเก ปณฺฑิโต สมเวกฺขิย

อริยทสฺสนสมฺปนฺโน ส โลกํ ภชเต สิวนฺติ ฯ

ปราภวสุตฺตํ ฉฏฺฐํ ฯ

_____________

๑ โป. ม. โคตม ฯ

๑-๒ ม. วาสทฺโท นตฺถิ ฯ ๓ ม. ยุ. ปหูตวิตฺโต ฯ

๑ ยุ. ปทิสฺสติ ฯ ๒ ยุ. ทิสฺสติ ฯ ๓ ยุ. อิตฺถิโสณฺฑึ ฯ ๔ ยุ. ฐาเปติ ฯ

๕ ยุ. โสธ ฯ

Royal Thai

ข้าพระองค์มา เพื่อจะทูลถามถึงคนผู้เสื่อม และคนผู้เจริญกะท่านพระโคดมจึงขอทูลถามว่าอะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ ผู้รู้ชั่วเป็นผู้เสื่อม ผู้ใคร่ธรรมเป็นผู้เจริญผู้เกลียดธรรมเป็นผู้เสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่าความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๑

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๒อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนมีอสัตบุรุษเป็นที่รัก ไม่กระทำสัตบุรุษให้เป็นที่รัก ชอบใจธรรมของอสัตบุรุษ ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๒ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๓อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดชอบนอน ชอบคุย ไม่หมั่น เกียจคร้าน โกรธง่ายข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่าความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๓ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๔อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดสามารถ แต่ไม่เลี้ยงมารดาหรือบิดาผู้แก่เฒ่า ผ่านวัยหนุ่มสาวไปแล้ว ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๔ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๕อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดลวงสมณะพราหมณ์ หรือแม้วณิพกอื่นด้วยมุสาวาทข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๕ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๖อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนมีทรัพย์มาก มีเงินทองของกิน กินของอร่อยแต่ผู้เดียวข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๖ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๗อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดหยิ่งเพราะชาติ หยิ่งเพราะทรัพย์ และหยิ่งเพราะโคตรย่อมดูหมิ่นญาติของตน ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้น เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๗ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๘อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดเป็นนักเลงหญิง เป็นนักเลงสุรา และเป็นนักเลงการพนันผลาญทรัพย์ที่ตนหามาได้ ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อมเพราะเหตุนั้นแลเราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๘ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๙อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนไม่สันโดษด้วยภริยาของตน ประทุษร้ายในภริยาของคนอื่นเหมือนประทุษร้ายในหญิงแพศยา ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อมเพราะเหตุนั้นแล เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๙ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๑๐อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

ชายแก่ได้หญิงรุ่นสาวมาเป็นภริยา ย่อมนอนไม่หลับ เพราะความหึงหวงหญิงรุ่นสาวนั้น ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อมเพราะเหตุนั้น เราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่า ความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๑๐ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๑๑อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

คนใดตั้งหญิงนักเลงสุรุ่ยสุร่าย หรือแม้ชาย เช่นนั้นไว้ในความเป็นใหญ่ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม เพราะเหตุนั้นเราจงทราบชัดข้อนี้เถิดว่าความเสื่อมนั้นเป็นที่ ๑๑ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ขอพระองค์จงตรัสบอกคนเสื่อมที่ ๑๒อะไรเป็นทางของคนเสื่อม ฯ

ก็บุคคลผู้เกิดในสกุลกษัตริย์ มีโภคทรัพย์น้อย มีความมักใหญ่ปรารถนาราชสมบัติ ข้อนั้นเป็นทางของคนเสื่อม บัณฑิตผู้ถึงพร้อมด้วยความเห็นอันประเสริฐ พิจารณาเห็นคนเหล่านี้เป็นผู้เสื่อมในโลก ท่านย่อมคบโลกที่เกษม (คนผู้เจริญ) ฯ

จบปราภวสูตรที่ ๖

End of ๖. ปราภวสูตร