arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อุรควรรค

๑๑. วิชยสูตร เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๓๑๒ (Royal Thai)11/12 in อุรควรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส เอกาทสมํ วิชยสุตฺตํ

วิชยสูตรที่ ๑๑

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อุรควรรค วิชยสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 46 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๑๑ จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ นิสินฺโน อุท วา สยํ

สมฺมิญฺเชติ ๑ ปสาเรติ เอสา กายสฺส อิญฺชนา ฯ

อฏฺฐินฺหารูหิ ๒ สํยุตฺโต ตจมํสาวเลปโน

ฉวิยา กาโย ปฏิจฺฉนฺโน ยถาภูตํ น ทิสฺสติ

อนฺตปูโร อุทรปูโร ยกเปฬสฺส ๓ วตฺถิโน

หทยสฺส ปปฺผาสสฺส วกฺกสฺส ปิหกสฺส จ

สิงฺฆาณิกาย เขลสฺส เสทสฺส จ เมทสฺส จ

โลหิตสฺส ลสิกาย ปิตฺตสฺส จ วสาย จ ฯ

อถสฺส นวหิ โสเตหิ อสุจี สวติ สพฺพทา

อกฺขิมฺหา อกฺขิคูถโก กณฺณมฺหา กณฺณคูถโก

สิงฺฆาณิกา จ นาสโต มุเขน วมเตกทา

ปิตฺตํ เสมฺหํ จ วมติ กายมฺหา เสทชลฺลิกา ฯ

อถสฺส สุสิรํ สีสํ มตฺถลุงฺคสฺส ปูริตํ

สุภโต นํ มญฺญติ พาโล อวิชฺชาย ปุรกฺขโต ฯ

ยทา ๔ จ โส มโต เสติ อุทฺธุมาโต วินีลโก

อปวิฏฺโฐ สุสานสฺมึ อนเปกฺขา โหนฺติ ญาตโย ฯ

ขาทนฺติ นํ สุวาณา จ ๕ สิงฺคาลา ๖ จ วกา กิมี

กากา คิชฺฌา จ ขาทนฺติ เย จญฺเญ สนฺติ ปาณิโน ฯ

สุตฺวาน พุทฺธวจนํ ภิกฺขุ ปญฺญาณวา อิธ

โส โข นํ ปริชานาติ ยถาภูตญฺหิ ปสฺสติ ฯ

ยถา อิทํ ตถา เอตํ ยถา เอตํ ตถา อิทํ

อชฺฌตฺตญฺจ พหิทฺธา จ กาเย ฉนฺทํ วิราชเย ฯ

ฉนฺทราควิรตฺโต โส ภิกฺขุ ปญฺญาณวา อิธ

อชฺฌคา อมตํ สนฺตึ นิพฺพานปทมจฺจุตํ ๑ ฯ

ทิปาทโกยํ ๒ อสุจิ ทุคฺคนฺโธ ปริหีรติ ๓

นานากุณปปริปูโร วิสฺสวนฺโต ตโต ตโต ฯ

เอตาทิเสน กาเยน โย มญฺเญ อุณฺณเมตเว

ปรํ วา อวชาเนยฺย กิมญฺญตฺร อทสฺสนาติ ฯ

วิชยสุตฺตํ เอกาทสมํ ฯ

๑ ม. สมิญฺเชติ ฯ ๒ ม. ยุ. อฏฺฐินฺหารูสญฺญุตฺโต ฯ ๓ ม. ยกนเปฬสฺส ฯ

๔ โป. ยถา ฯ ๕ ยุ. สุปาณา จ ฯ ๖ ยุ. สิคาลา ฯ

Royal Thai

ถ้าว่าบุคคลเที่ยวไป ยืนอยู่ นั่ง นอน คู้เข้าหรือเหยียดออกนั่นเป็นความเคลื่อนไหวของกาย กายประกอบแล้วด้วยกระดูกและเอ็นฉาบด้วยหนังและเนื้อ ปกปิดด้วยผิว เต็มด้วยไส้ อาหาร มีก้อนตับ มูตรหัวใจ ปอด ม้าม ไตน้ำมูก น้ำลาย เหงื่อ มันข้น เลือด ไขข้อดี เปลวมันอันปุถุชนผู้เป็นพาล ย่อมไม่เห็นตามความเป็นจริง อนึ่งของอันไม่สะอาดย่อมไหลออกจากช่องทั้งเก้าของกายนี้ทุกเมื่อ คือขี้ตาจากตา ขี้หูจากหู และน้ำมูกจากจมูก บางคราวย่อมสำรอกออกจากปากดีและเสลดย่อมสำรอกออก เหงื่อและหนองฝีซึมออกจากกาย

อนึ่งอวัยวะเบื้องสูงของกายนี้เป็นโพลง เต็มด้วยมันสมอง คนพาลถูกอวิชชาหุ้มห่อแล้ว ย่อมสำคัญกายนั้นโดยความเป็นของสวยงาม ก็เมื่อใด เขาตายขึ้นพอง มีสีเขียว ถูกทิ้งไว้ในป่า เมื่อนั้น ญาติทั้งหลายย่อมไม่ห่วงใย สุนัขบ้าน สุนัขจิ้งจอก หมาป่า หมู่หนอนกา แร้งและสัตว์เหล่าอื่น ย่อมกัดกินกายนั้น ภิกษุในศาสนานี้ ได้ฟังพระพุทธพจน์แล้ว มีความรู้ชัด เธอย่อมกำหนดรู้กายนี้ ย่อมเห็นตามความเป็นจริงทีเดียว สรีระที่มีวิญญาณนี้เหมือนสรีระที่ตายแล้วนั่น สรีระที่ตายแล้วนั้นเหมือนสรีระที่มีวิญญาณนี้ ภิกษุพึงคลายความพอใจในกายเสียทั้งภายในและภายนอก ภิกษุนั้นมีความรู้ชัดในศาสนานี้ ไม่ยินดีแล้วด้วยฉันทราคะ ได้บรรลุอมฤตบท สงบดับไม่จุติ กายนี้มีสองเท้าไม่สะอาด มีกลิ่นเหม็น อันบุคคลบริหารอยู่ เต็มไปด้วยซากศพต่างๆถ่ายของไม่สะอาดมีน้ำลายและน้ำมูกเป็นต้นให้ไหลออกจากทวารทั้งเก้า และขับเหงื่อไคลให้ไหลออกจากขุมขนนั้นๆ ผู้ใดพึงสำคัญเพื่อยกย่องตัวหรือพึงดูหมิ่นผู้อื่น จักมีอะไร นอกจากการไม่เห็นอริยสัจ ฯ

จบวิชยสูตรที่ ๑๑

End of ๑๑. วิชยสูตร