arnon.worldSign in

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อัฏฐกวรรค

๗. ติสสเมตเตยยสูตร เล่ม ๒๕

Text layerBuddha’s wordsItems ๔๑๔ (Royal Thai)7/16 in อัฏฐกวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

สุตฺตนิปาเต จตุตฺถสฺส อฏฺฐกวคฺคสฺส

สตฺตมํ ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตํ

ติสสเมตเตยยสูตรที่ ๗

ท่านพระติสสเมตเตยยะทูลถามปัญหาว่า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อัฏฐกวรรค ติสสเมตเตยยสูตร (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 47 · Chaloem Phrakiat Volume 25)

Pali (Siam Rath)

๗ เมถุนมนุยุตฺตสฺส (อิจฺจายสฺมา ติสฺสเมตฺเตยฺโย) ๑

วิฆาตํ พฺรูหิ มาริส

สุตฺวาน ตว สาสนํ วิเวเก สิกฺขิสฺสามเส ฯ

เมถุนมนุยุตฺตสฺส (เมตฺเตยฺยาติ ภควา)

มุสฺสเต วาปิ สาสนํ

มิจฺฉา จ ปฏิปชฺชติ เอตํ ตสฺมึ อนาริยํ ฯ

เอโก ปุพฺเพ จริตฺวาน เมถุนํ โย นิเสวติ

ยานํ ภนฺตํว ตํ โลเก หีนมาหุ ปุถุชฺชนํ ฯ

ยโส กิตฺตี จ ยา ปุพฺเพ หายเต วาปิ ตสฺส สา

เอตมฺปิ ทิสฺวา สิกฺเขถ เมถุนํ วิปฺปหาตเว ฯ

สงฺกปฺเปหิ ปเรโต โส ๑ กปโณ วิย ฌายติ

สุตฺวา ปเรสํ นิคฺโฆสํ มงฺกุ โหติ ตถาวิโธ ฯ

อถ สตฺถานิ กุรุเต ปรวาเทหิ โจทิโต

เอส ขฺวสฺส มหาเคโธ โมสวชฺชํ ปคาหติ ฯ

ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต เอกจริยํ อธิฏฺฐิโต

อถาปิ เมถุเน ยุตฺโต มนฺโทว ปริกิสฺสติ ฯ

เอตมาทีนวํ ญตฺวา มุนิ ปุพฺพาปเร อิธ

เอกจริยํ ทฬฺหํ กยิรา น นิเสเวถ เมถุนํ ฯ

วิเวกญฺเญว สิกฺเขถ เอตทริยานมุตฺตมํ

เตน เสฏฺโฐ น มญฺเญถ ส เว นิพฺพานสนฺติเก ฯ

ริตฺตสฺส มุนิโน จรโต กาเมสุ อนเปกฺขิโน

โอฆติณฺณสฺส ปิหยนฺติ กาเมสุ คธิตา ปชาติ ฯ

ติสฺสเมตฺเตยฺยสุตฺตํ สตฺตมํ ฯ

สุตฺตนิปาเต จตุตฺถสฺส อฏฺฐกวคฺคสฺส อฏฺฐมํ ปสูรสุตฺตํ

๑ ม. ยุ. ติสฺโส เมตฺเตยฺโย ฯ

๑ ยุ. โย ฯ

Royal Thai

ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอพระองค์จงตรัสบอกความคับแค้นแห่งบุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรมเนืองๆ เถิด ข้าพระองค์ทั้งหลายได้สดับคำสั่งสอนของพระองค์แล้ว จักศึกษาในวิเวก ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรเมตเตยยะ

ความคับแค้นของบุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรมมีอยู่ บุคคลผู้ประกอบเมถุนธรรม ย่อมลืมแม้คำสั่งสอน และย่อมปฏิบัติผิด นี้เป็นกิจไม่ประเสริฐในบุคคลนั้น บุคคลใดประพฤติอยู่ผู้เดียวในกาลก่อนแล้วเสพเมถุนธรรม (ในภายหลัง)บัณฑิตทั้งหลายกล่าวบุคคลนั้นว่าเป็นคนมีกิเลสมากในโลกเหมือนยวดยานที่แล่นไปใกล้เหว ฉะนั้นยศและเกียรติคุณในกาลก่อนของบุคคลนั้น ย่อมเสื่อม บุคคลเห็นโทษแม้นี้แล้ว ควรศึกษาไตรสิกขาเพื่อละเมถุนธรรม ผู้ใดไม่ละเมถุนธรรมผู้นั้นถูกความดำริครอบงำแล้ว ซบเซาอยู่เหมือนคนกำพร้า ฉะนั้นผู้นั้นฟังเสียงอันระบือไปของชนเหล่าอื่นแล้ว เป็นผู้เก้อเขินเช่นนั้นอนึ่ง ผู้ใดอันวาทะของบุคคลอื่นตักเตือนแล้ว ยังกระทำกายทุจริต

เป็นต้น ผู้นี้ แหละพึงเป็นผู้มีเครื่องผูกใหญ่ ย่อมถือเอาโทษแห่ง

มุสาวาทบุคคลอันผู้อื่นรู้กันดีแล้วว่าเป็นบัณฑิต อธิษฐานการเที่ยวไปผู้เดียว แม้ในภายหลังประกอบในเมถุนธรรม ย่อมมัวหมองเหมือนคนงมงาย ฉะนั้น มุนีในศาสนานี้รู้โทษในเบื้องต้นและเบื้องปลายนี้แล้วควรกระทำการเที่ยวไปผู้เดียวให้มั่นคงไม่ควรเสพเมถุนธรรม ควรศึกษาวิเวกเท่านั้น การประพฤติวิเวกนี้ เป็นกิจอันสูงสุดของพระอริยเจ้าทั้งหลาย มุนีไม่ควรสำคัญตนว่าเป็นผู้ประเสริฐด้วยวิเวกนั้น มุนีนั้นแลย่อมอยู่ใกล้นิพพาน หมู่สัตว์ผู้ยินดีแล้วในกามทั้งหลาย ย่อมรักใคร่ต่อมุนีผู้สงัดแล้วเที่ยวไปอยู่ ผู้ไม่มีความห่วงใยในกามทั้งหลาย ผู้ข้ามโอฆะได้แล้ว ฉะนี้แล ฯ

จบติสสเมตเตยยสูตรที่ ๗

End of ๗. ติสสเมตเตยยสูตร