พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · ปารายนวรรค
๔. เมตตคูปัญหา เล่ม ๒๕
Text layerBuddha’s wordsItems ๔๒๘ (Royal Thai)5/17 in ปารายนวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
เมตตคูปัญหาที่ ๔
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ปารายนวรรค เมตตคูปัญหา (Royal Thai Volume 25 · Mahachula Volume 25 · Mahamakut Volume 47 · Chaloem Phrakiat Volume 25)
๔ ปุจฺฉามิ ตํ ภควา พฺรูหิ เม ตํ (อิจฺจายสฺมา เมตฺตคู)
มญฺญามิ ตํ เวทคุํ ภาวิตตฺตํ
กุโต นุ ทุกฺขา สมุปาคตาเม ๑
เย เกจิ โลกสฺมึ อเนกรูปา ฯ
ทุกฺขสฺส เว ๒ มํ ปภวํ อปุจฺฉสิ (เมตฺตคูติ ภควา)
ตนฺเต ปวกฺขามิ ยถา ปชานํ
อุปธีนิทานา ปภวนฺติ ทุกฺขา
เย เกจิ โลกสฺมึ อเนกรูปา
โย เว อวิทฺวา ๓ อุปธึ กโรติ
ปุนปฺปุนํ ทุกฺขมุเปติ มนฺโท
ตสฺมา ปชานํ ๔ อุปธึ น กยิรา
ทุกฺขสฺส ชาติปฺปภวานุปสฺสี ฯ
ยนฺตํ อปุจฺฉิมฺห อกิตฺตยิ ๕ โน
อญฺญํ ๖ ปุจฺฉาม ๗ ตทิงฺฆ พฺรูหิ
กถํ นุ ธีรา วิตรนฺติ โอฆํ
ชาติชรํ ๘ โสกปริทฺทวญฺจ
ตมฺเม มุนี สาธุ วิยากโรหิ
ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ
กิตฺตยิสฺสามิ เต ธมฺมํ (เมตฺตคูติ ภควา) ทิฏฺเฐ ธมฺเม อนีติหํ
ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ ตเร โลเก วิสตฺติกํ ฯ
ตญฺจาหํ อภินนฺทามิ มเหสิ ธมฺมมุตฺตมํ
ยํ วิทิตฺวา สโต จรํ ตเร โลเก วิสตฺติกํ ฯ
ยงฺกิญฺจิ สมฺปชานาสิ (เมตฺตคูติ ภควา)
อุทฺธํ อโธ ติริยญฺจาปิ มชฺเฌ
เอเตสุ นนฺทิญฺจ นิเวสนญฺจ
ปนุชฺช วิญฺญาณํ ภเว น ติฏฺเฐ
เอวํวิหารี สโต อปฺปมตฺโต
ภิกฺขุ จรํ หิตฺวา มมายิตานิ
ชาติชรํ โสกปริทฺทวญฺจ
อิเธว วิทฺวา ปชเหยฺย ทุกฺขํ ฯ
เอตาภินนฺทามิ วโจ มเหสิโน
สุกิตฺติตํ โคตม นูปธีกํ
อทฺธา หิ ภควา ปหาสิ ทุกฺขํ
ตถา หิ เต วิทิโต เอส ธมฺโม ฯ
เต จาปิ นูน ปชเหยฺยุ ทุกฺขํ
เย ตฺวํ มุนี อฏฺฐิตํ โอวเทยฺย
ตํ ตํ นมสฺสามิ สเมจฺจ นาค
อปฺเปว มํ (ภควา) อฏฺฐิตํ โอวเทยฺย ฯ
ยํ พฺราหฺมณํ เวทคุํ อภิชญฺญํ ๑
อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺตํ
อทฺธา หิ โส โอฆมิมํ อตาริ
ติณฺโณ จ ปารํ อขิโล อกงฺโข
วิทฺวา จ โส ๒ เวทคู นโร อิธ
ภวาภเว สงฺคมิมํ วิสชฺช
โส วีตตโณฺห อนิโฆ นิราโส
อตาริ โส ชาติชรนฺติ พฺรูมีติ ฯ
เมตฺตคูมาณวกปญฺหา จตุตฺถี ฯ
______________
สุตฺตนิปาเต ปญฺจมสฺส ปารายนวคฺคสฺส ปญฺจมี โธตกปญฺหา
๑ ม. ยุ. สมุทาคณา อิเม ฯ ๒ โป. เจ ฯ ๓ โป. อวิทฺธา ฯ ๔ ยุ. ตสฺมา
หิ ชานํ ฯ ๕ ม. ยุ. อกิตฺตยี ฯ ๖ ม. ยุ. อญฺญํ ตํ ฯ ๗ ยุ. ปุจฺฉามิ ฯ
๘ ม. ชาตึ ชรํ ฯ
เมตตคูมาณพทูลถามปัญหาว่า
ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์ ขอพระองค์จงตรัสบอกข้อความนั้นแก่ข้าพระองค์เถิด ข้าพระองค์ย่อมสำคัญพระองค์ว่าทรงถึงเวท มีจิตอันอบรมแล้ว ความทุกข์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกเป็นอันมาก มีมาแล้วแต่อะไร ฯ
พระผู้มีพระภาคตรัสพยากรณ์ว่า ดูกรเมตตคู
ท่านได้ถามเราถึงเหตุเป็นแดนเกิดแห่งทุกข์ เราจะบอกเหตุนั้นแก่ท่านตามที่รู้ ความทุกข์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในโลกเป็นอันมาก ย่อมเกิดเพราะอุปธิเป็นเหตุ ผู้ใดไม่รู้แจ้งย่อมกระทำอุปธิ ผู้นั้นเป็นคนเขลา ย่อมเข้าถึงทุกข์บ่อยๆ เพราะฉะนั้น เมื่อบุคคลมารู้ชัด เห็นชาติว่าเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์ไม่พึงกระทำอุปธิ ฯ
ม. ข้าพระองค์ได้ทูลถามความข้อใด พระองค์ก็ทรงแสดงความข้อนั้นแก่ข้าพระองค์แล้ว ข้าพระองค์ขอทูลถามความข้ออื่นอีกขอเชิญพระองค์จงตรัสบอกความข้อนั้นเถิด นักปราชญ์ทั้งหลายย่อมข้ามโอฆะ คือ ชาติชรา โสกะและปริเทวะได้อย่างไรหนอ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมุนี ขอพระองค์จงตรัสพยากรณ์ธรรมอันเป็นเครื่องข้ามโอฆะให้สำเร็จประโยชน์แก่ข้าพระองค์เถิด เพราะว่าธรรมนี้ พระองค์ทรงทราบชัดแล้วด้วยประการนั้น ฯ
พ. ดูกรเมตตคู เราจักแสดงธรรมแก่ท่านในธรรมที่เราได้เห็นแล้ว เป็นธรรมประจักษ์แก่ตนที่บุคคลทราบชัดแล้ว พึงเป็นผู้มีสติ ดำเนินข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่างๆในโลกเสียได้ ฯ
ม. ข้าแต่พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ก็ข้าพระองค์ยินดีอย่างยิ่ง ซึ่งธรรมอันสูงสุดที่บุคคลทราบชัดแล้ว เป็นผู้มีสติพึงดำเนินข้ามตัณหาอันซ่านไปในอารมณ์ต่างๆ ในโลกเสียได้ ฯ
พ. ดูกรเมตตคู ท่านรู้ชัดซึ่งส่วนอย่างใดอย่างหนึ่งในส่วนเบื้องบน (คืออนาคต) ในส่วนเบื้องต่ำ (คืออดีต) และแม้ในส่วนเบื้องขวางสถานกลาง (คือปัจจุบัน) จงบรรเทาความเพลิดเพลินและความยึดมั่นในส่วนเหล่านั้นเสีย วิญญาณ(ของท่าน) จะไม่พึงตั้งอยู่ในภพ ภิกษุผู้มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ มีสติ ไม่ประมาท ได้รู้แจ้งแล้วเที่ยวไปอยู่ละความถือมั่นว่าของเราได้แล้ว พึงละทุกข์ คือ ชาติ ชรา โสกะและปริเทวะในอัตภาพนี้เสีย ฯ
ม. ข้าพระองค์ยินดีอย่างยิ่งซึ่งพระวาจานี้ ของพระองค์ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ข้าแต่พระผู้มีพระภาคผู้โคตมโคตร ธรรมอันไม่มีอุปธิพระองค์ทรงแสดงชอบแล้ว พระองค์ทรงละทุกข์ได้แน่แล้ว เพราะว่าธรรมนี้พระองค์ทรงรู้แจ้งชัดแล้วด้วยประการนั้น ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมุนี พระองค์พึงทรงสั่งสอนชนเหล่าใดไม่หยุดยั้ง แม้ชนเหล่านั้นก็พึงละทุกข์ได้เป็นแน่ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ เพราะเหตุนั้นข้าพระองค์จึงได้มาถวายบังคมพระองค์ ด้วยคิดว่า แม้ไฉน พระผู้มีพระภาคพึงทรงสั่งสอนข้าพระองค์ไม่หยุดหย่อนเถิด ฯ
พ. ท่านพึงรู้ผู้ใดว่าเป็นพราหมณ์ผู้ถึงเวท ไม่มีกิเลสเครื่องกังวลไม่ติดข้องอยู่ในกามภพ ผู้นั้นแลข้ามโอฆะนี้ได้แน่แล้ว ผู้นั้นข้ามถึงฝั่งแล้วเป็นผู้ไม่มีตะปู คือ กิเลส ไม่มีความสงสัย นรชนนั้นรู้แจ้งแล้วแลเป็นผู้ถึงเวทในศาสนานี้ สละธรรมเป็นเครื่องข้องนี้ในภพน้อยและภพใหญ่ (ในภพและมิใช่ภพ) เสียได้แล้ว เป็นผู้มีตัณหาปราศไปแล้ว ไม่มีกิเลสอันกระทบจิต หาความหวังมิได้ เรากล่าวว่าผู้นั้นข้ามชาติและชราได้แล้ว ฯ
จบเมตตคูมาณวกปัญหาที่ ๔
End of ๔. เมตตคูปัญหา