มณิกุณฑลวรรค
Text layerBuddha’s wordsItems 702–752 (Royal Thai)1/3 in ปัญจกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
ปญฺจกนิปาตชาตกํ
๑ มณิกุณฺฑลวคฺโค
๑ มณิกุณฺฑลชาตกํ
ปัญจกนิบาตชาดก
๑. มณิกุณฑลวรรค
๑. มณิกุณฑลชาดก
ผู้ไม่หวั่นไหวในโลกธรรม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค มณิกุณฑลชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
ชินฺโน รฏฺฐสฺสมณิกุณฺฑเล จ ๑
ปุตฺเต จ ทาเร จ ตเถว ชินฺโน ๒
สพฺเพสุ โภเคสุ อเสสเกสุ ๓
กสฺมา น สนฺตปฺปสิ โสกกาเล ฯ
พระองค์ละแว่นแคว้น ม้า กุณฑล และแก้วมณี อนึ่ง ยังทรงละพระราชบุตร และเหล่าพระสนมเสียได้ เมื่อโภคสมบัติทั้งสิ้นของพระองค์ ไม่มีเหลือเลย เหตุไฉน พระองค์จึงไม่ทรงเดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่เล่า?.
ปุพฺเพว มจฺจํ วิชหนฺติ โภคา
มจฺโจ วา เต ๔ ปุพฺพตรํ ชหาติ
อสสฺสตา โภคิโน กามกามิ
ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล ฯ
โภคสมบัติย่อมละทิ้งสัตว์ไปเสียก่อนก็มี บางทีสัตว์ย่อมละทิ้งโภคสมบัติเหล่านั้นไปก่อนก็มี ดูกรพระองค์ผู้ใคร่ในกามารมณ์ โภคสมบัติที่บริโภคกันอยู่ เป็นของไม่แน่นอน เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่.
อุเทติ ปูเรติ ขียติ ๕ จนฺโท
อตฺถงฺคเมตฺวาน ๖ ปเลติ สูริโย
วิชิตา ๗ มยา สตฺตุก โลกธมฺมา
ตสฺมา น โสจามหํ โสกกาเล ฯ
พระจันทร์อุทัยขึ้นเต็มดวง ก็จะกลับหายสิ้นไป พระอาทิตย์กำจัดความมืด ทำโลกให้เร่าร้อนแล้วอัสดงคตไป ดูกรพระองค์ผู้เป็นศัตรูโลกธรรมทั้งหลาย หม่อมฉันชนะได้แล้ว เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เดือดร้อน ในคราวที่มหาชนพากันเศร้าโศกอยู่.
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ
อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี
โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
๑ สี. ม. ชีโน รถสฺสํ มณิกุณฺฑเล จ ฯ ๒ ม. ชีโน ฯ ๓ สี. ยุ. อเสสิเตสุ ฯ
๔ ยุ. จ เน ฯ ๕ สี. ม. อาปูเรติ เวติ ฯ ๖ สี. ม. อตฺถํ ตเปตฺวาน ฯ
๗ สี. ม. วิทิตา ฯ
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เกียจคร้านก็ไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมก็ไม่ดีพระเจ้าแผ่นดินไม่ทรงใคร่ครวญเสียก่อนแล้วทรงทำก็ไม่ดี บัณฑิตมีความโกรธเป็นเจ้าเรือนก็ไม่ดี.
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ
นิสมฺมการิโน รญฺโญ ๑ ยโส กิตฺตี ๒ จ วฑฺฒตีติ ฯ
มณิกุณฺฑลชาตกํ ปฐมํ ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเจ้าทิศ กษัตริย์ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วจึงทำ ไม่ใคร่ครวญเสียก่อนแล้วไม่ควรทำ อิสริยยศ บริวารยศ และเกียรติคุณของพระราชาผู้ทรงใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำ ย่อมเจริญขึ้น.
จบ มณิกุณฑลชาดกที่ ๑.
๒ สุชาตชาตกํ
๒. สุชาตชาดก
ว่าด้วยคำคมของคนฉลาด
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค สุชาตชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กินฺนุ สนฺตรมาโนว ลายิตฺวา หริตํ ติณํ
ขาท ขาทาติ ลปสิ คตสนฺตํ ชรคฺควํ
นหิ อนฺเนน ปาเนน มโต โคโณ สมุฏฺฐเห
ตฺวญฺจ ตุจฺฉํ วิลปสิ ยถาตํ ทุมฺมตี ตถา ฯ
เหตุไรหนอ เจ้าจึงเป็นเหมือนรีบด่วนเกี่ยวเอาหญ้าอันเขียวสดมาแล้วบ่นเพ้อถึงวัวแก่ผู้ปราศจากชีวิตแล้วว่า จงเคี้ยวกินเสีย วัวที่ตายแล้วจะพึงลุกขึ้นได้เพราะหญ้า และน้ำเป็นไม่มีแน่ เจ้าบ่นเพ้อไปเปล่าๆ เหมือนคนผู้ไร้ความคิด ฉะนั้น.
ตเถว ติฏฺฐติ สีสํ หตฺถปาทา จ วาลธิ
โสตา ตเถว ติฏฺฐนฺติ มญฺเญ โคโณ สมุฏฺฐเห
เนวยฺยกสฺส สีสํ วา ๓ หตฺถปาทาว ๔ ทิสฺสเร
รุทํ มตฺติกถูปสฺมึ นนุ ตฺวญฺเญว ทุมฺมติ ฯ
ศีรษะ เท้าหน้า เท้าหลัง หาง และหู ของวัว ก็ตั้งอยู่ตามที่อย่างนั้น ผมเข้าใจว่า วัวตัวนี้จะพึงลุกขึ้นได้ ศีรษะหรือมือเท้าของคุณปู่ มิได้ปรากฏเลย คุณพ่อนั่นเองมาร้องไห้อยู่ที่สถูปดิน เป็นคนไร้ความคิดมิใช่หรือ?
อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ
วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ
อพฺพูฬฺหํ ๕ วต เม สลฺลํ โสกํ หทยนิสฺสิตํ ๖
โย เม โสกปเรตสฺส ปิตุโสกํ อปานุทิ ฯ
๑ ม. ราช ฯ ๒ ม. กิตฺติ ฯ ๓ ม. สีสญฺจ ฯ ๔ ม. จ ฯ ๕ ม. อพฺพหี ฯ
๖ สี. ม. ยมาสิ หทยสฺสิตํ ฯ
เจ้ารดพ่อผู้เดือดร้อนยิ่งนักให้หายร้อน ยังความกระวนกระวายของพ่อให้ดับได้สิ้น เหมือนบุคคลเอาน้ำรดไฟติดเปรียงให้ดับไป ฉะนั้นเจ้ามาถอนลูกศรคือ ความโศกที่เสียบแน่นอยู่ในฤทัยของพ่อออกได้แล้วหนอ เมื่อพ่อถูกความโศกครอบงำ เจ้าได้บรรเทาความโศกถึงบิดาเสียได้.
โสหํ อพฺพูฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล
น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน มาณว ฯ
พ่อเป็นผู้ถอนลูกศรคือความโศกออกได้แล้ว ปราศจากความเศร้าโศกหมดความมัวหมอง ลูกรัก พ่อจะไม่เศร้าโศก จะไม่ร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของเจ้า.
เอวํ กโรนฺติ สปฺปญฺญา เย โหนฺติ อนุกมฺปกา
วินิวตฺเตนฺติ โสกมฺหา สุชาโต ปิตรํ ยถาติ ฯ
สุชาตชาตกํ ทุติยํ ฯ
คนผู้มีปัญญา มีใจอนุเคาะห์ ย่อมทำบุคคลให้หลุดพ้นจากความเศร้าโศกได้ เหมือนกับพ่อสุชาตบุตรของพ่อ ทำบิดาให้ล่วงพ้นจากความเศร้าโศก ฉะนั้น.
จบ สุชาตชาดกที่ ๒.
๓ เวนสาขชาตกํ ๑
๓. เวนสาขชาดก
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค เวนสาขชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
นยิทํ นิจฺจํ ภวิตพฺพํ พฺรหฺมทตฺต
เขมํ สุภิกฺขํ สุขตา ๒ จ กาเย
อตฺถจฺจเย มา อหุ สมฺปมูโฬฺห
ภินฺนปฺลโว สาครสฺเสว มชฺเฌ ฯ
ดูกรพรหมทัตตกุมาร ความเกษมสำราญ ภิกษาหารหาได้ง่าย และความเป็นผู้สำราญกายนี้ ไม่พึงมีตลอดกาลเป็นนิตย์ เมื่อประโยชน์ของตนสิ้นไป ท่านอย่าเป็นผู้ล่มจมเสียเลย เหมือนเรือแตก คนไม่ได้ที่พึ่งอาศัย ต้องจมอยู่ในท่ามกลางทะเล ฉะนั้น.
ยานิ กโรติ ปุริโส ตานิ อตฺตนิ ปสฺสติ
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ รุหเต ๓ ผลํ ฯ
บุคคลทำกรรมใด ย่อมมองเห็นกรรมนั้นในตน ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น.
อิทํ ตทาจริยวโจ ปาราจริโย ๔ ยทพฺรวิ
มาสฺสุ ๕ ตฺวํ อกริ ปาปํ ยนฺตํ ๖ ปจฺฉา กตํ ตเป ฯ
ปาจารย์ในปางก่อนได้กล่าวคำใดไว้ว่า ท่านอย่าได้ทำบาปกรรมที่ทำแล้วจะทำให้เดือดร้อนในภายหลังเลย คำนั้น เป็นคำสอนของอาจารย์เรา
อยเมว โส ปิงฺคิโย ๗ เวนสาโข ๘
ยมฺหิ ฆาตยึ ขตฺติยานํ สหสฺสํ
อลงฺกเต จนฺทนสารลิตฺเต ๑
ตเมว ทุกฺขํ ปจฺจาคตํ มมํ ฯ
๑ สี. ยุ. โธนสาขชาตกํ ฯ ๒ สี. สุหตา ฯ ๓ สี. ม. หรเต ฯ ๔ สี. ม. ปาราสริโย ฯ
๕ ม. มาสุ ฯ ๖ ม. ยํ ตฺวํ ฯ ๗ ม. ปิงฺคิย ฯ ๘ สี. ยุ. โธนสาโข ฯ
ปิงคิยปุโรหิตนั้น ย่อมบ่นเพ้อแสดงต้นไทรว่า มีกิ่งแผ่ไพศาล (สามารถให้ความชนะได้) เราได้ให้ฆ่ากษัตริย์ผู้ประดับด้วยราชาลังการ ลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์แดงทั้งพันพระองค์เสีย ที่ต้นไม้ใด ต้นไม้นั้น บัดนี้ไม่อาจทำการป้องกันอะไรแก่เราได้ ความทุกข์อันนั้นแหละกลับมาสนองเราแล้ว.
สามาปิ โข จนฺทนลิตฺตคตฺตี ๒
สิงฺคูว ๓ โสภญฺชนกสฺส อุคฺคตา
อทิสฺวา กาลํ กริสฺสามิ อุพฺพรึ
ตํ เม อิโต ทุกฺขตรํ ภวิสฺสตีติ ฯ
เวนสาขชาตกํ ตติยํ ฯ
พระนางอุพพรีอัครมเหสีของเรา มีพระฉวีวรรณงามดังทองคำ ลูบไล้ตัวด้วยแก่นจันทน์แดง ย่อมงามเจริญตา เหมือนกับกิ่งไม้สิงคุอันขึ้นตรงไป ไหวสะเทือนอยู่ ฉะนั้น เรามิได้เห็นพระนางอุพพรีแล้ว คงจักต้องตายเป็นแน่ การที่เราไม่ได้เห็นพระนางอุพพรีนั้น จักเป็นทุกข์ยิ่งกว่ามรณทุกข์นี้อีก.
จบ เวนสาขชาดกที่ ๓.
๔ อุรคชาตกํ
๔. อุรคชาดก
เปรียบคนตายเหมือนงูลอกคราบ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค อุรคชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อุรโคว ตจํ ชิณฺณํ หิตฺวา คจฺฉติ สนฺตนน
เอวํ สรีเร นิพฺโภเค เปเต กาลกเต สติ
ทยฺหมาโน น ชานาติ ญาตีนํ ปริเทวิตํ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ คโต โส ตสฺส ยา คติ ฯ
บุตรของข้าพเจ้า ละทิ้งร่างกายของตนไป ดุจงูละทิ้งคราบเก่าไป ฉะนั้นเมื่อร่างกายแห่งบุตรของข้าพเจ้าใช้อะไรไม่ได้ เมื่อบุตรของข้าพเจ้ากระทำกาละไปแล้วอย่างนี้ บุตรของข้าพเจ้าถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่เศร้าโศกถึงเขา คติของตนมีอย่างใด เขาก็ย่อมไปสู่คติของตนอย่างนั้น.
อนพฺภิโต ๔ ตโต อาคา นานุญฺญาโต ๕ อิโต คโต
ยถาคโต ตถา คโต ตตฺถ กา ปริเทวนา
ทยฺหมาโน น ชานาติ ญาตีนํ ปริเทวิตํ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ คโต โส ตสฺส ยา คติ ฯ
บุตรของดิฉันนี้ ดิฉันมิได้เชื้อเชิญให้เขามาจากปรโลก เขาก็มาเองแม้เมื่อจะไปจากมนุษยโลกนี้ ดิฉันก็มิได้อนุญาตให้เขาไป เขามาอย่างใด เขาก็ไปอย่างนั้น การปริเทวนาถึงในการที่บุตรของดิฉันไปจากมนุษยโลกนั้น จะเกิดประโยชน์อะไร บุตรของดิฉันถูกเผาอยู่ ก็ไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงเขาคติของตนมีอย่างใด เขาก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.
สเจ โรเท กีสา ๖ อสฺสํ ตสฺสา เม กึ ผลํ สิยา
ญาติมิตฺตสุหชฺชานํ ภิยฺโย โน อรตี สิยา
ทยฺหมาโน น ชานาติ ญาตีนํ ปริเทวิตํ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ คโต โส ตสฺส ยา คติ ฯ
๑ ม. จนฺทนสารานุลิตฺเต ฯ ๒ ม. สามา จ โข จนฺทนลิตฺตคตฺตา ฯ
๓ สี. ม. ลฏฺฐีว ฯ ๔ สี. อนวฺหาโต ฯ ม. อนวฺหิโต ฯ ๕ ม. อนนุญฺญาโต ฯ
๖ ม. กิสา ฯ ยุ. กิสี ฯ
เมื่อพี่ชายตายแล้ว หากว่า ดิฉันจะพึงร้องไห้ ดิฉันก็จะผ่ายผอม เมื่อดิฉันร้องไห้อยู่ จะมีผลอะไร ความไม่ยินดีจะพึงมีแก่ญาติ มิตร และสหายของดิฉันยิ่งขึ้น พี่ชายของดิฉันถูกเผาอยู่ ก็ไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงพี่ชายนั้น คติของตนมีอย่างใด เขาก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.
ยถาปิ ทารโก จนฺทํ คจฺฉนฺตํ อนุโรทติ
เอวํ สมฺปทเมเวตํ โย เปตมนุโสจติ
ทยฺหมาโน น ชานาติ ญาตีนํ ปริเทวิตํ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ คโต โส ตสฺส ยา คติ ฯ
เด็กร้องไห้ขอพระจันทร์อันโคจรอยู่ในอากาศ ฉันใด การที่บุคคลมาเศร้าโศกถึงผู้ที่ละไปสู่ปรโลกแล้วนี้ ก็มีอุปไมย ฉันนั้น สามีของดิฉันถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงสามีนั้น คติของตนมีอย่างใด เขาก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.
ยถาปิ อุทกกุมฺโภ ภินฺโน อปฺปฏิสนฺธิโย
เอวํ สมฺปทเมเวตํ โย เปตมนุโสจติ
ทยฺหมาโน น ชานาติ ญาตีนํ ปริเทวิตํ
ตสฺมา เอตํ น โสจามิ คโต โส ตสฺส ยา คตีติ ฯ
อุรคชาตกํ จตุตฺถํ ฯ
หม้อน้ำที่แตกแล้ว เชื่อมให้สนิทอีกไม่ได้ ฉันใด การที่บุคคลมาเศร้าโศกถึงผู้ที่ละไปสู่ปรโลกแล้วนี้ ก็มีอุปไมย ฉันนั้น นายของดิฉันถูกเผาอยู่ ย่อมไม่รู้สึกถึงความร่ำไห้ของพวกญาติ เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงไม่เศร้าโศกถึงนายนั้น คติของตนมีอย่างใด นายของดิฉันก็ไปสู่คติของตนอย่างนั้น.
จบ อุรคชาดกที่ ๔.
๕ ธงฺกชาตกํ ๑
๕. ธังกชาดก
ว่าด้วยการร้องไห้ไม่มีประโยชน์
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค ธังกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อญฺเญ โสจนฺติ โรทนฺติ อญฺเญ อสฺสุมุขา ชนา
ปสนฺนมุขวณฺโณสิ กสฺมา ฆฏ น โสจสิ ฯ
ชนเหล่าอื่น เศร้าโศกอยู่ ร้องไห้อยู่ ชนเหล่าอื่น มีชุ่มไปด้วยน้ำตาพระองค์เป็นผู้มีผิวพระพักตร์ผ่องใส ดูกรฆตราชา เพราะเหตุไร พระองค์จึงไม่เศร้าโศก?
นาพฺภตีตหโร โสโก นานาคตสุขาวโห
ตสฺมา ธงฺก น โสจามิ นตฺถิ โสเก ทุตียตา ฯ
ความเศร้าโศกหาได้นำสิ่งที่ล่วงไปแล้วมาได้ไม่ หาได้นำความสุขในอนาคตมาได้ไม่ ดูกรธังกราชา เพราะฉะนั้น หม่อมฉันจึงไม่เศร้าโศกความเป็นสหายในความโศก ย่อมไม่มี.
โสจํ ปณฺฑุกิโส โหติ ภตฺตญฺจสฺส น รุจฺจติ
อมิตฺตา สุมนา โหนฺติ สลฺลวิทฺธสฺส รุปฺปโต ฯ์
๑ สี. ม. ฆฏชาตกํ ฯ
บุคคลเศร้าโศกอยู่ ย่อมเป็นผู้ผอมเหลือง และไม่พอใจบริโภคอาหาร เมื่อเขาถูกลูกศรคือความเศร้าโศกเสียบแทงแล้ว เร่าร้อนอยู่ศัตรูทั้งหลาย ย่อมดีใจ.
คาเม วา ยทิวารญฺเญ นินฺเน วา ยทิวา ถเล
ฐิตํ มํ นาคมิสฺสติ ๑ เอวํ ทิฏฺฐปโท อหํ ฯ
ความฉิบหายอันความเศร้าโศกเป็นมูล จักไม่มาถึงหม่อมฉันผู้อยู่ในบ้านหรือในป่า ในที่ลุ่มหรือในที่ดอน หม่อมฉันเห็นบทฌานแล้วอย่างนี้.
ยสฺสตฺตา นาลเมโกว สพฺพกามรสาหโร
สพฺพาปิ ปฐวี ตสฺส น สุขํ อาวหิสฺสตีติ ฯ
ธงฺกชาตกํ ปญฺจมํ ฯ
ตนผู้เดียวเท่านั้น สามารถจะนำกามรสทั้งปวงมาให้ได้ สหายของพระราชาพระองค์ใด ไม่สามารถจะนำมาให้ได้ ถึงสมาบัติในแผ่นดินทั้งสิ้นก็จักนำความสุขมาให้แก่พระราชาพระองค์นั้นไม่ได้.
จบ ธังกชาดกที่ ๕.
๖ การนฺทิยชาตกํ ๒
๖. การันทิยชาดก
ว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค การันทิยชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
เอโก อรญฺเญ คิริกนฺทรายํ
ปคฺคยฺห มหนฺตเสลํ ปเวชฺฌสิ ๓
ปุนปฺปุนํ สนฺตรมานรูโป
การนฺทิย ๔ โกนุ ตวยิธตฺโถ ฯ
ท่านผู้เดียวรีบร้อน ยกเอาก้อนหินใหญ่กลิ้งลงไปในซอกภูเขาในป่าดูกรการันทิยะ จะเป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยการทิ้งก้อนหินลงในซอกเขานี้เล่าหนอ?
อหญฺหิมํ สาครเสวิตนฺตํ
สมํ กริสฺสามิ ยถาปิ ปาณึ ๕
วิกีริย สานูนิ จ ปพฺพตานิ [๖]
ตสฺมา เสลํ กนฺทรายํ ๗ ปกฺขิปามิ ฯ
ข้าพเจ้าเกลี่ยหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ลง จักกระทำแผ่นดินใหญ่นี้ซึ่งมีมหาสมุทรสี่เป็นขอบเขต ให้ราบเรียบเพียงดังฝ่ามือ เพราะฉะนั้นข้าพเจ้าจึงได้ทิ้งหินลงในซอกเขา.
นยิมํ มหึ อรหติ ปาณิกปฺปํ
สมํ มนุสฺโส กรณายเมโก
มญฺญามิ มญฺเญว ทรึ ชิคึสํ ๘
การนฺทิย หายสิ ๑ ชีวโลกํ ฯ
๑ สี. น มํ ตํ อาคมิสฺสติ ฯ ๒ ม. โกรณฺฑิยชาตกํ ฯ ๓ ม. ปคฺคยฺห ปคฺคยฺห
สิลํ ปเวจฺฉสิ ฯ สี. เสลํ ฯ ๔ ม. โกรณฺฑิย ฯ ๕ ม. ปาณิ ฯ ๖ ม. จ ฯ
๗ สี. ม. สิลํ ทริยา ฯ ๘ ม. ชิคีสํ ฯ
ดูกรการันทิยะ เราสำคัญว่า มนุษย์คนเดียว ย่อมไม่สามารถจะทำแผ่นดินให้ราบเรียบดังฝ่ามือได้ ท่านพยายามจะทำซอกเขานี้ให้เต็มขึ้นท่านก็จักละชีวโลกนี้ไปเสียเปล่าเป็นแน่.
สเจ อยํ ภูตธรํ น สกฺโก ๒
สมํ มนุสฺโส กรณายเมโก
เอวเมว ตฺวํ พฺรเหฺม อิเม มนุสฺเส
นานาทิฏฺฐิเก นานยิสฺสสิ เต ฯ
ข้าแต่ท่านพราหมณ์ หากว่า มนุษย์คนเดียวไม่สามารถจะทำแผ่นดินใหญ่นี้ให้ราบเรียบได้ ฉันใด ท่านก็จักนำมนุษย์เหล่านี้ผู้มีทิฏฐิต่างๆ กันมาไม่ได้ ฉันนั้นเหมือนกัน.
สงฺขิตฺตรูเปน ภวํ มมตฺถํ
อกฺขาสิ การนฺทิย ๓ เอวเมตํ
ยถา น สกฺกา ปฐวี สมายํ
กาตุํ ๔ มนุสฺเสน ตถา มนุสฺสาติ ฯ
การนฺทิยชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
ดูกรการันทิยะ ท่านได้บอกความจริงโดยย่อแก่เรา ข้อนั้น เป็นอย่างนี้ แผ่นดินนี้มนุษย์ไม่สามารถจะทำให้ราบเรียบได้ ฉันใด เราก็ไม่อาจจะทำให้มนุษย์ทั้งหลายมาอยู่ในอำนาจของเราได้ ฉันนั้น.
จบ การันทิยชาดกที่ ๖.
๗ ลฏุกิกชาตกํ
๗. ลูฏุกิกชาดก
คติของคนมีเวร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค ลฏุกิกชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
วนฺทามิ ตํ กุญฺชรํ ๕ สฏฺฐิหายนํ
อารญฺญกํ ยูถปตึ ยสสฺสึ
ปกฺเขหิ ตํ ปญฺชลิกํ กโรมิ
มา เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
ดิฉันขอไหว้พญาช้างผู้มีกำลังเสื่อมในกาลที่มีอายุได้หกสิบปีแล้ว ผู้อยู่ในป่า เป็นเจ้าโขลง เพรียบพร้อมด้วยบริวารยศนั้น ดิฉันขอทำอัญชลีท่านด้วยปีกทั้งสอง ขอท่านอย่าได้ฆ่าลูกน้อยๆ ของฉันผู้มีกำลังทุรพลเสียเลย.
วนฺทามิ ตํ กุญฺชรํ ๕ เอกจารึ
อารญฺญกํ ปพฺพตสานุโคจรํ
ปกฺเขหิ ตํ ปญฺชลิกํ กโรมิ
มา เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
๑ ม. โกรณฺฑิย หาหสิ ฯ ๒ ม. สเจ อหํ ภูตธรํ น สกฺกา ฯ ๓ ม. โกรณฺฑิย ฯ
๔ ม. กตฺตุํ ฯ ๕ ม. กุณฺชร ฯ
ดิฉันขอไหว้พญาช้างผู้เที่ยวไปเชือกเดียว ผู้อยู่ในป่า เที่ยวหาอาหารกินตามเชิงภูเขา ดิฉันขอทำอัญชลีท่านด้วยปีกทั้งสอง ขอท่านอย่าได้ฆ่าลูกน้อยๆ ของดิฉันผู้มีกำลังทุรพลเสียเลย.
วธิสฺสามิ เต ลฏุกิเก ปุตฺตกานิ
กึ เม ตฺวํ กาหสิ ทุพฺพลาสิ
สตสหสฺสานิปิ ตาทิสีนํ
วาเมน ปาเทน ปปฺโปถเยยฺยํ ๑ ฯ
แน่ะนางนกไส้ เราจะฆ่าลูกน้อยของเจ้าเสีย เจ้ามีกำลังน้อยจักทำอะไรเราได้ เราจะขยี้นกไส้อย่างเจ้าตั้งแสนตัวให้ละเอียดไปด้วยเท้าข้างซ้าย.
นเหว สพฺพตฺถ พเลน กิจฺจํ
พลํ หิ พาลสฺส วธาย โหติ
กริสฺสามิ เต นาคราช อนตฺถํ
โย เม วธิ ปุตฺตเก ทุพฺพลาย ฯ
กิจที่จะพึงทำด้วยกำลังกาย ย่อมสำเร็จในที่ทั้งปวง เพราะกำลังกายของคนพาล ย่อมมีเพื่อฆ่าคนอื่น แน่ะพญาช้าง ผู้ใด ฆ่าลูกน้อยๆ ของเราผู้มีกำลังทุรพล เราจักทำสิ่งที่ไม่ใช่ความเจริญให้แก่ผู้นั้น.
กากญฺจ ปสฺส ลฏุกิกํ มณฺฑูกํ นีลมกฺขิกํ
เอเต นาคํ อฆาเตสุํ ปสฺส เวรสฺส เวรินํ
ตสฺมา หิ เวรํ น กยิราถ อปฺปิเยนปิ เกนจีติ ฯ
ลฏุกิกชาตกํ สตฺตมํ ฯ
ท่านจงดูกา นางนกไส้ กบ และแมลงวันหัวเขียว สัตว์ทั้งสี่เหล่านี้ได้ร่วมใจกันฆ่าช้างเสียได้ ท่านจงเห็นคติของคนมีเวรแก่คนมีเวรทั้งหลาย เพราะฉะนั้นแล ท่านทั้งหลาย อย่าได้กระทำเวรกับใครๆ ถึงจะไม่เป็นที่รักใคร่กันเลย.
จบ ลฏุกิกชาดกที่ ๗.
๘ จุลฺลธมฺมปาลชาตกํ
๘. จุลลธรรมปาลชาดก
ความรักของแม่ที่มีต่อลูก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค จุลลธรรมปาลชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อหเมว ทูสิยา ภูนหตา รญฺโญ มหาปตาปสฺส
เอตํ มุญฺจตุ ธมฺมปาลํ หตฺเถ เม เทว เฉทหิ ๒ ฯ
หม่อมฉันผู้เดียวที่ตัดความเจริญ กระทำความผิดต่อพระเจ้ามหาปตาปะข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยธรรมปาลกุมารนี้เสียเถิด โปรดรับสั่งให้ตัดมือของหม่อมฉันเถิด.
อหเมว ทูสิยา ภูนหตา รญฺโญ มหาปตาปสฺส
เอตํ มุญฺจตุ ธมฺมปาลํ ปาเท เม เทว เฉทหิ ๒ ฯ
หม่อมฉันผู้เดียวที่ตัดความเจริญ กระทำความผิดต่อพระเจ้ามหาปตาปะข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยธรรมปาลกุมารนี้เสียเถิด โปรดรับสั่งให้ตัดเท้าของหม่อมฉันเถิด.
อหเมว ทูสิยา ภูนหตา รญฺโญ มหาปตาปสฺส
เอตํ มุญฺจตุ ธมฺมปาลํ สีสํ เม เทว เฉทหิ ๑ ฯ
๑ ม. ปโปถเยยฺยํ ฯ ๒ ม. เฉเทหิ ฯ
หม่อมฉันผู้เดียวที่ตัดความเจริญ กระทำความผิดต่อพระเจ้ามหาปตาปะข้าแต่สมมติเทพ ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดปล่อยธรรมปาลกุมารนี้เสียเถิด โปรดรับสั่งให้ตัดศีรษะของหม่อมฉันเถิด.
นห นูนิมสฺส รญฺโญ มิตฺตามจฺจา จ วิชฺชเร
สุหทา เย น วทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ โอรสํ ปุตฺตํ ฯ
ใครๆ ผู้เป็นมิตร และอำมาตย์ของพระราชานี้ ที่มีใจดี คงจะไม่มีแน่นอน ผู้ที่จะทูลห้ามพระราชาว่า อย่าทรงปลงพระชนม์พระราชบุตรซึ่งเกิดแต่พระอุระเสียเลย ก็ไม่มี.
นห นูนิมสฺส รญฺโญ มิตฺตา ญาตี จ วิชฺชเร
สุหทา เย น วทนฺติ ราชานํ มา ฆาตยิ อตฺรชํ ปุตฺตํ ฯ
ใครๆ ผู้เป็นมิตรและพระญาติของพระราชานี้ ที่มีใจดี คงจะไม่มีแน่นอน ผู้ที่จะทูลห้ามพระราชาว่า อย่าทรงปลงพระชนม์พระราชบุตรที่เกิดจากพระองค์เสียเลย ก็ไม่มี.
จนฺทนสารานุลิตฺตา พาหา ฉิชฺชนฺติ ธมฺมปาลสฺส
ทายาทสฺส ปฐพฺยา ปาณา เม เทว รุชฺฌนฺตีติ ฯ
จุลฺลธมฺมปาลชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
แขนของธรรมปาลกุมารผู้เป็นทายาทแห่งแผ่นดิน อันลูบไล้ด้วยแก่นจันทน์แดง มาขาดไปเสีย ข้าแต่สมมติเทพ ชีวิตของหม่อมฉันก็คงจะดับไป
จบ จุลลธรรมปาลชาดกที่ ๘.
๙ สุวณฺณมิคชาตกํ
๙. สุวรรณมิคชาดก
ว่าด้วยเนื้อติดบ่วงนายพราน
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค สุวรรณมิคชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
วิกฺกม เร มหามิค ๒ วิกฺกม เร หรีปท ๓
ฉินฺท วรตฺติกํ ๔ ปาสํ นาหํ เอกา วเน รเม ฯ
ข้าแต่เนื้อผู้มีกำลังมาก ท่านจงพยายามดึงบ่วงออก ข้าแต่ท่านผู้มีเท้าดุจทองคำ ท่านจงพยายามดึงบ่วงที่ติดแน่นให้ขาดเถิด ฉันผู้เดียวจะไม่พึงยินดีอยู่ในป่า.
วิกฺกมามิ น ปาเรมิ ภูมึ สุมฺภามิ เวคสา
ทโฬฺห วรตฺติโก ๕ ปาโส ปาทํ เม ปริกนฺตติ ฯ
ฉันพยายามดึงอยู่ แต่ไม่สามารถจะทำบ่วงให้ขาดได้ ฉันเอาเท้าตะกุยแผ่นดินด้วยกำลังแรง บ่วงติดแน่นเหลือเกิน จึงครูดเอาเท้าของฉันเข้า.
อตฺถรสฺสุ ปลาสานิ อสึ นิพฺพาห ลุทฺทก
ปฐมํ มํ วธิตฺวาน หน ปจฺฉา มหามิคํ ฯ
ข้าแต่นายพราน ท่านจงปูใบไม้ลง จงชักดาบออก จงฆ่าฉันเสียก่อนแล้วจึงฆ่าพญาเนื้อต่อภายหลัง.
น เม สุตํ วา ทิฏฺฐํ วา ภาสนฺตึ มานุสึ มิคึ
ตฺวญฺจ ภทฺเท สุขี โหหิ เอโส จาปิ มหามิโค ฯ
เราไม่เคยได้ยินได้ฟัง หรือได้เห็นเนื้อที่พูดภาษามนุษย์ได้ แนะนางผู้มีหน้าอันเจริญ ตัวท่าน และพญาเนื้อนี้จงเป็นสุขเถิด.
เอวํ ลุทฺทก นนฺทสฺสุ สห สพฺเพหิ ญาติภิ
ยถาหมชฺช นนฺทามิ มุตฺตํ ทิสฺวา มหามิคนฺติ ฯ
สุวณฺณมิคชาตกํ นวมํ ฯ
๑ ม. เฉเทหิ ฯ ๒ ม. หริปาท ฯ ๓ ม. มหามิค ฯ ๔ ม. วารตฺติกํ ฯ
๕ ม. วารตฺติโก ฯ
ข้าแต่นายพราน วันนี้ ฉันเห็นพญาเนื้อหลุดพ้นมาได้แล้ว ย่อมชื่นชมยินดี ฉันใด ขอให้ท่านพร้อมด้วยญาติทั้งมวลของท่าน จงชื่นชม ยินดีฉันนั้น.
จบ สุวรรณมิคชาดกที่ ๙.
๑๐ สุสนฺธีชาตกํ ๑
๑๐. สุสันธีชาดก
ว่าด้วยนางผิวหอม
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปัญจกนิบาต มณิกุณฑลวรรค สุสันธีชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 58 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
วาติ คนฺโธ ติมิรานํ กุสมุทฺโทว ๒ โฆสวา
ทูเร อิโต หิ สุสนฺธี ๓ ตมฺพ กามา ตุทนฺติ มํ ฯ
กลิ่นดอกไม้มิติระหอมฟุ้งไป น้ำทะเลคะนองใหญ่ พระนางสุสันธีอยู่ห่างไกลจากนครนี้ ข้าแต่พระเจ้าตัมพราช กามทั้งหลายเสียบแทงหัวใจข้าพระบาทอยู่.
กถํ สมุทฺทมตริ กถํ อทฺทกฺขิ เสรุมํ ๔
กถํ ตสฺสา จ ตุยฺหญฺจ อหุ อคฺค ๕ สมาคโม ฯ
ท่านข้ามทะเลไปได้อย่างไร ท่านได้เห็นเกาะเสรุมได้อย่างไร ดูกรนายอัคคะ ความสมาคมของนาง และท่าน ได้มีขึ้นอย่างไร?
ภรุกจฺฉา ๖ ปยาตานํ วาณิชานํ ธเนสินํว
มงฺกเรหิ ภิทา นาวา ผลเกน มหณฺณวํ ๗ ฯ
เมื่อพวกพ่อค้าผู้แสวงหาทรัพย์ ออกไปจากท่าชื่อภรุกัจฉะ พวกมังกรทำให้เรือแตกแล้ว เราได้ลอยไปกับแผ่นกระดาน.
สา มํ สเณฺหน มุทุนา นิจฺจํ จนฺทนคนฺธินี
องฺเคน ๘ อุทฺธรี ภทฺทา มาตา ปุตฺตํว โอรสํ ฯ
พระนางสุสันธีมีกลิ่นพระกายหอมดุจแก่นจันทน์อยู่เป็นนิตย์ น่าดูน่าชมทรงเห็นข้าพระบาทเข้าแล้ว ปลอบโยนด้วยวาจาอันอ่อนหวาน ได้ทรงอุ้มข้าพระบาทด้วยแขนทั้งสองเหมือนกับมารดา อุ้มบุตรผู้เกิดจากอกฉะนั้น.
สา มํ อนฺเนน ปาเนน วตฺเถน สยเนน จ
อตฺตนาปิ จ มนฺทกฺขี เอวํ ตมฺพ วิชานหีติ ฯ
สุสนฺธีชาตกํ ทสมํ ฯ
มณิกุณฺฑลวคฺโค ปฐโม ฯ
___________
ตสฺสุทฺทานํ
อถ ชินวโร หริตํ ติณโก ฯ
อถ ภินฺนลิโว อุรโคว ฆโฏ
ทริยา ปุน กุญฺชร ภูนหตา
มิค ปุตฺตมสคฺควเรน ทส ฯ
๑ ม. สุโยนนฺทีชาตกํ ฯ ๒ ม. จ ฯ ๓ ม. สุโยนนฺธี ฯ ๔ ม. สทุมํ ฯ
๕ ม. สคฺค ฯ ๖ ม. กุรุกจฺฉา ฯ ๗ สี. มกเรหิพฺภิทา ... ฯ ม. มกเรหิ อภิทา นาวา
ผลเกนาหมปฺลวึ ฯ ยุ. มกเรหิ ภินฺนา ... ฯ ๘ สี. ยุ. องฺเกน ฯ
พระนางผู้มีพระเนตรอ่อนหวาน ทรงบำรุงบำเรอข้าพระบาทด้วยข้าวน้ำ ผ้า ที่นอน และแม้ด้วยพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าตัมพราช ขอพระองค์โปรดทรงทราบอย่างนี้เถิด.
จบ สุสันธีชาดกที่ ๑๐.
จบ มณิกุณฑลวรรคที่ ๑.
__________________
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. มณิกุณฑลชาดก ๒. สุชาตชาดก
๓. เวนสาขชาดก ๔. อุรคชาดก
๕. ธังกชาดก ๖. การันทิยชาดก
๗. ลฏุกิกชาดก ๘. จุลลธรรมปาลชาดก
๙. สุวรรณมิคชาดก ๑๐. สุสันธีชาดก.
End of มณิกุณฑลวรรค