พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ปกิณณกนิบาต
๘. มหาโมรชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๙๖๑–๑๙๗๔ (Royal Thai)8/13 in ปกิณณกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๘ มหาโมรชาตกํ
๘. มหาโมรชาดก
ว่าด้วยพญานกยูงพ้นจากบ่วง
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ปกิณณกนิบาต มหาโมรชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 60 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สเจ หิ ตฺยาหํ ธนเหตุ คหิโต ๑
มา มํ อวธิ ชีวคาหํ คเหตฺวา
รญฺโญ จ ๒ มํ สมฺม อุปนฺติ ๓ เนหิ
มญฺเญ ธนํ ลจฺฉสินปฺปรูปํ ฯถ
ดูกรสหาย ก็ถ้าแหละท่านจับข้าพเจ้าเพราะเหตุแห่งทรัพย์แล้ว ท่านอย่าฆ่าข้าพเจ้าเลย จงจับเป็นนำข้าพเจ้าไปถวายพระราชาเถิด เข้าใจว่าท่านจะได้ทรัพย์ไม่ใช่น้อยเลย.
น เม อยํ ตุยฺห วธาย อชฺช
สมาหิโต จาปวโร ๔ ขุรปฺโป
ปาสญฺจ ตฺยาหํ อธิปาตยิสฺสํ
ยถาสุขํ คจฺฉตุ โมรราชา ฯ
เราผูกสอดลูกธนูใส่เข้าในแล่ง มิได้หมายมั่นว่าจะฆ่าท่านในวันนี้เลยแต่เราจักตัดบ่วงที่ผูกรัดเท้าท่าน พญานกยูงจงไปตามสบายเถิด.
ยํ สตฺต วสฺสานิ มมานุพนฺธิ
รตฺตินฺทิวํ ขุปฺปิปาสํ สหนฺโต
อถ กิสฺส มํ ปาสวสูปนีตํ
ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมา ฯ
ปาณาติปาตา วิรโต นุสชฺช
อภยนฺนุ เต สพฺพภูเตสุ ทินฺนํ
ยํ มํ ตุวํ ปาสวสูปนีตํ
ปมุตฺตเว อิจฺฉสิ พนฺธนสฺมา ฯ
๑ ม. คาหิโต ฯ ๒ สี. ยุ. ว ฯ ๓ ม. อุปนฺติกํ ฯ ๔ ถามธนูติปิ ปาโฐ ฯ สี.
จาปวเร ฯ ม. จาปธุเร ฯ
เหตุไร ท่านจึงเพียรดักข้าพเจ้ามาถึง ๗ ปี สู้อดกลั้นความหิวกระหายทั้งกลางคืนและกลางวัน เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านปรารถนาจะปลดปล่อยข้าพเจ้า ผู้ติดบ่วงเสียจากบ่วงเพื่ออะไร วันนี้ ท่านงดเว้นจากปาณาติบาตหรือ หรือว่าท่านให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง เหตุไรท่านจึงปรารถนาจะปลดปล่อยข้าพเจ้าผู้ติดบ่วง ออกจากบ่วงเสียเล่า.
ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูหิ๛
อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ
ปุจฺฉามิ ตํ โมรราเชตมตฺถํ
อิติ ๑ จุโต กึ ลภเต สุขํ โส ฯ
ดูกรพญานกยูง ขอท่านจงบอกว่า ผู้ใดเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต และให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง ข้าพเจ้าขอถามความข้อนั้นกะท่าน ผู้นั้นจุติจากโลกนี้แล้วจะได้ความสุขอะไร?
ปาณาติปาตา วิรตสฺส พฺรูมิ
อภยญฺจ โย สพฺพภูเตสุ เทติ
ทิฏฺเฐว ธมฺเม ลภเต ปสํสํ
สคฺคญฺจ โส ยาติ สรีรเภทา ฯ
ข้าพเจ้าขอบอกว่า ผู้ใดเป็นผู้งดเว้นจากปาณาติบาต และให้อภัยในสัตว์ทั้งปวง ผู้นั้นย่อมได้รับความสรรเสริญในปัจจุบัน และเมื่อตายไปย่อม
ไปสู่สวรรค์.
น สนฺติ เทวา อิติ อาหุ ๒ เอเก
อิเธว ชีโว วิภวํ อุเปติ
ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ
ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ วทนฺติ ทานํ
เตสํ วโจ อรหตํ สทฺทหาโน
ตสฺมา อหํ สกุเณ พาธยามิ ฯ
สมณพราหมณ์พวกหนึ่งกล่าวว่า เทวดาทั้งหลายไม่มี ชีพย่อมเข้าถึงความเป็นต่างๆ กันในโลกนี้ ผลของกรรมดีและกรรมชั่วก็เหมือนกัน และกล่าวว่า ทานอันคนโง่บัญญัติไว้ ข้าพเจ้าเชื่อถ้อยคำของพระอรหันต์เหล่านั้น ฉะนั้น จึงเบียดเบียนนกทั้งหลาย.
จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา
คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข
อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส วา เต
กถนฺนุ เต อาหุ มนุสฺสโลเก ฯ
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นกันได้ง่ายๆ ส่องสว่างไปในอากาศดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้น อยู่ในโลกนี้หรือในโลกอื่น สมณพราหมณ์เหล่านั้น กล่าวถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ในมนุษยโลกอย่างไรหรือ?
จนฺโท จ สุริโย จ อุโภ สุทสฺสนา
คจฺฉนฺติ โอภาสยมนฺตลิกฺเข
ปรสฺส โลกสฺส น เต อิมสฺส
เทวาติ เต อาหุ มนุสฺสโลเก ฯ
๑ ม. อิโต ฯ ๒ สี. ยุ. อิจฺจาหุ ฯ
ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ เห็นกันได้ง่ายๆ ส่องสว่างไปในอากาศดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ทั้ง ๒ นั้น มีอยู่ในโลกอื่น ไม่มีในโลกนี้ สมณพราหมณ์เหล่านั้น กล่าวถึงดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ว่า เป็นเทวดาในมนุษยโลก.
เอตฺเถว เต นีหตา หีนวาทา
อเหตุกา เย น วทนฺติ กมฺมํ
ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ
ทตฺตุปญฺญตฺตํ เย จ วทนฺติ ทานํ ฯ
สมณพราหมณ์เหล่าใด มีวาทะว่าหาเหตุมิได้ ไม่กล่าวถึงกรรม ไม่กล่าวถึงผลแห่งกรรมดี กรรมชั่ว และกล่าวถึงทานว่าคนโง่บัญญัติไว้ สมณพราหมณ์เหล่านั้น เป็นผู้มีวาทะเลวทราม ถูกท่านกำจัดเสียแล้ว เพราะการพยากรณ์นี้แหละ.
อทฺธา หิ สจฺจํ วจนํ ตเวตํ ๑
กถญฺหิ ทานํ อผลํ ภเวยฺย ๒
ตถา ผลํ สุกตทุกฺกฏานํ
ทตฺตุปญฺญตฺตญฺจ กถํ ภเวยฺย ฯ
กถงฺกโร กินฺติกโร กิมาจรํ
กึ เสวมาโน เกน ตโปคุเณน
อกฺขาหิ เม โมรราเชตมตฺถํ
ยถา อหํ โน นิรยํ ปเตยฺยํ ฯ
คำของท่านนี้เป็นคำจริงแท้ทีเดียว ไฉนทานจะไม่พึงมีผลเล่า ผลของกรรมดีกรรมชั่ว ก็เหมือนกัน ไฉนจะไม่มีผล อนึ่ง ทานนี้จะว่าคนโง่บัญญัติขึ้นอย่างไรได้ ดูกรพญานกยูง ข้าพเจ้าจะทำอย่างไร จะทำอะไรประพฤติอะไร เสพสมาคมอะไร ด้วยตบะคุณอะไร อย่างไรจึงจะไม่ต้องไปตกนรก ขอท่านจงบอกเนื้อความนี้แก่ข้าพเจ้าเถิด?
เยเกจิ อตฺถิ สมณา ปฐพฺยา
กาสายวตฺถา อนคาริยํ จรนฺติ ๓
ปาโตว ปิณฺฑาย จรนฺติ กาเล
วิกาลจริยา วิรตา หิ สนฺโต ฯ
เต ตตฺถ กาเลนุปสงฺกมิตฺวา
ปุจฺฉาหิ ยํ เต มนโส ปิยํ สิยา
เต ตํ ๑ ปวกฺขนฺติ ยถาปชานํ
อิมสฺส โลกสฺส ปรสฺส จตฺถํ ฯ
๑ ม. ตเวทํ ฯ ๒ สี. ยุ. วเทยฺย ฯ ๓ ม. อนคาริยา เต ฯ
มีสมณะเหล่าใดเหล่าหนึ่ง นุ่งห่มผ้าย้อมด้วยน้ำฝาด ประพฤติเป็นผู้ไม่มีเรือน เที่ยวไปบิณฑบาตในเวลาเช้าในกาล เว้นจากการเที่ยวไปในเวลาวิกาล ผู้สงบระงับ มีอยู่ในแผ่นดินนี้แน่. ท่านจงเข้าไปหาสมณะเหล่านั้นในเวลาอันควร ณ ที่นั้น แล้วจงถามข้อความตามความพอใจของท่าน สมณะเหล่านั้นก็จะชี้แจงประโยชน์โลกนี้และโลกหน้าให้แก่ท่านตามความรู้ความเห็น.
ตจํว ชิณฺณํ อุรโค ปุราณํ
ปณฺฑุปลาสํ หริโต ทุโมว
เอสปฺปหีโน มม ลุทฺทภาโว
ชหามหํ ลุทฺทกภาวมชฺช ฯ
ความเป็นพรานนี้ เราละได้แล้ว เหมือนงูลอกคราบเก่าของตน หรือเหมือนต้นไม้ อันเขียวชะอุ่ม ผลัดใบเหลืองทิ้งฉะนั้น วันนี้เราละความความเป็นพรานได้.
เย จาปิ เม สกุณา อตฺถิ พนฺธา
สตานิเนกานิ นิเวสนสฺมึ
เตสํ อหํ ๒ ชีวิตมชฺช ทมฺมิ
โมกฺขญฺจ เต อจฺฉ ๓ สกํ นิเกตํ ฯ
อนึ่ง มีนกเหล่าใดที่เราขังไว้ในนิเวศน์ประมาณหลายร้อย วันนี้เราให้ชีวิตแก่นกเหล่านั้น ขอนกเหล่านั้นจงพ้นจากการกักขัง ไปสู่สถานที่อยู่เดิมของตนเถิด.
ลุทฺโทจรี ปาสหตฺโถ อรญฺเญ
พาเธตุ โมราธิปตึ ยสสฺสึ
พนฺธิตฺวา โมราธิปตึ ยสสฺสึ
ทุกฺขา ปมุญฺจิ ๔ ยถาหํ ปมุตฺโตติ ฯ
มหาโมรชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ
นายพรานถือบ่วงเที่ยวไปในราวป่า เพื่อดักพญานกยูงตัวเรืองยศ ครั้นดักพญานกยูงตัวเรืองยศได้แล้ว ก็ได้พ้นจากทุกข์เหมือนเราพ้นแล้วฉะนั้น.
จบ มหาโมรชาดกที่ ๘.
End of ๘. มหาโมรชาดก