พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · ทสกนิบาต
๑๔. ภูริปัญหาชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๔๖๓–๑๔๗๒ (Royal Thai)14/16 in ทสกนิบาต4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๑๔ ภูริปญฺหาชาตกํ
๑๔. ภูริปัญหาชาดก
ว่าด้วยคนไม่ดี ๔ จำพวก
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก ทสกนิบาต ภูริปัญหาชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
สจฺจํ กิร ตุวมฺปิ ๓ ภูริปญฺญ
ยา ตาทิสี สิรี ธิติ มติ จ
น ตายเต ภาววสูปนีตํ
โย ยวกํ ภุญฺชสิ อปฺปสูปํ ฯ
ดูกรท่านผู้มีปัญญากว้างขวาง ได้ยินว่า คำที่ท่านอาจารย์เสนกกล่าวนั้นเป็นความจริง ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงแม้ท่านเป็นผู้มีปัญญา มีศิริ มีความเพียร มีความคิดมั่นคงเช่นนั้นก็ป้องกันความเข้าถึงอำนาจแห่งความฉิบหายไม่ได้ ท่านจึงต้องกินข้าวแดงไม่มีแกง.
สุขํ ทุกฺเขน ปริปาจยนฺโต
กาลากาลํ วิจินํ ฉนฺทฉนฺโน
อตฺถสฺส ทฺวารานิ อปาปุรนฺโต
เตนาหํ ตุสฺสามิ ยโวทเนน ฯ
๑ ม. หึสยํ ฯ ๒ ม. จร ฯ ๓ ม. ตฺวํ อปิ ฯ
เราทำความสุขเดิมของเราให้เจริญได้ด้วยความยาก เมื่อพิจารณากาลอันควรและไม่ควร จึงหลบอยู่ตามความพอใจ เปิดช่องประโยชน์ให้แก่ตนด้วยเหตุนั้น เราได้ยินดีด้วยข้าวแดง.
กาลญฺจ ญตฺวา อภิชิหนาย
มนฺเตหิ อตฺถํ ปริปาจยิตฺวา
วิชมฺภิสํ สีหวิชมฺภิตานิ
ตายิทฺธิยา ทกฺขสิ มํ ปุนาปิ ฯ
ก็เรารู้จักกาลเพื่อกระทำความเพียร ยังประโยชน์ให้เจริญด้วยความรู้ของตนเอง อาจอยู่ เหมือนความองอาจแห่งราชสีห์ ฉะนั้น ท่านจักได้เห็นเราพร้อมด้วยความสำเร็จนั้นอีก.
สุขีปิ เหเก น กโรนฺติ ปาปํ
อวณฺณสํสคฺคภยา ปุเนเก
ปหูสมาโน วิปุลตฺถจินฺตี
กึการณา เม น กโรสิ ทุกฺขํ ฯ
ก็บุคคลบางพวก แม้จะมีความสุขก็ไม่ทำบาป บุคคลอีกพวกหนึ่งไม่ทำบาป เพราะเกรงกลัวต่อการเกี่ยวข้องด้วยความติเตียน ท่านเป็นคนสามารถ มีความคิดกว้างขวาง เหตุไร จึงไม่ทำทุกข์ให้เกิดแก่เรา?
น ปณฺฑิตา อตฺตสุขสฺส เหตุ
ปาปานิ กมฺมานิ สมาจรนฺติ
ทุกฺเขน ผุฏฺฐา ขลิตาปิ สนฺตา
ฉนฺทา จ โทสา น ชหนฺติ ธมฺมํ ฯ
บัณฑิตทั้งหลาย ย่อมไม่ประพฤติกรรมอันเป็นบาป เพราะเหตุแห่งความสุขของตน ถูกทุกข์กระทบแล้ว แม้จะพลาดพลั้งลงไปก็สงบอยู่ได้ ไม่ละทิ้งธรรมเพราะความรักและความชัง.
เยนเกนจิ วณฺเณน มุทุนา ทารุเณน วา
อุทฺธเร ทีนมตฺตานํ ปจฺฉา ธมฺมํ สมาจเร ฯ
บุคคลควรถอนตนผู้เข็ญใจขึ้น ด้วยเพศที่อ่อนแอหรือแข็งแรงอย่างใดอย่างหนึ่ง ภายหลังจึงประพฤติธรรม.
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก ฯ
บุคคลนอน หรือนั่งที่ร่มเงาแห่งต้นไม้ใด ไม่พึงหักรานกิ่งแห่งต้นไม้นั้น เพราะบุคคลผู้ประทุษร้ายมิตรเป็นคนชั่วช้า.
ยสฺสาปิ ๑ ธมฺมํ ปุริโส ๒ วิชญฺญา
เย จสฺส กงฺขํ วินยนฺติ สนฺโต
ตํ หิสฺส ทีปญฺจ ปรายนญฺจ
น เตน เมตฺตึ ชิรเยถ ๑ ปญฺโญ ฯ
๑ สี. ยสฺส หิ ฯ ๒ สี. มนุโช ฯ
บุรุษรู้แจ้งธรรมแต่สำนักอาจารย์ใด อนึ่ง การที่สัตบุรุษทั้งหลาย กำจัดความสงสัยของบุรุษนั้นนั่นและ ชื่อว่าเป็นดังเกาะหรือเป็นที่พึ่งพา ของบุรุษนั้น คนมีปัญญาไม่พึงละมิตรภาพ กับอาจารย์เช่นนั้น.
อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ
อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี
โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ
คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามคุณ เป็นคนเกียจคร้าน ไม่ดี บรรพชิต ผู้ไม่สำรวมระวัง ไม่ดี พระราชาไม่ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วประกอบราชกิจไม่ดี บัณฑิตมักโกรธ ก็ไม่ดี.
นิสมฺม ขตฺติโย กยิรา นานิสมฺม ทิสมฺปติ
นิสมฺมการิโน ราช ยโส กิตฺตี จ วฑฺฒตีติ ฯ
ภูริปญฺหาชาตกํ จุทฺทสมํ ฯ
ข้าแต่พระราชา กษัตริย์ควรพิจารณาก่อน แล้วจึงค่อยประกอบราชกิจไม่พิจารณาก่อนไม่ควรประกอบราชกิจ พระยศและพระเกียรติ ย่อมเจริญแก่พระราชาผู้ทรงพิจารณาเสียก่อน แล้วจึงประกอบราชกิจ.
จบ ภูริปัญหาชาดกที่ ๑๔.
End of ๑๔. ภูริปัญหาชาดก