พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สัตตกนิบาต · คันธารวรรค
๓. กุมภการชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๕๗–๑๐๖๔ (Royal Thai)3/11 in คันธารวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๓ กุมฺภการชาตกํ
๓. กุมภการชาดก
เหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตร
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต คันธารวรรค กุมภการชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมึ
นีโลภาสํ ผลิตํ ๑ สํวิรูฬฺหํ
ตมทฺทสํ ผลเหตุ วิภคฺคํ
ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
อาตมภาพได้เห็นมะม่วงอันงอกงามออกช่อและผลเขียวไปทั้งต้น ในระหว่างป่ามะม่วง เวลากลับ อาตมภาพได้เห็นมะม่วงต้นนั้นหักย่อยยับเพราะผลเป็นเหตุ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
เสลํ สุมฏฺฐํ นรวีรนิฏฺฐิตํ
นารี ยุคํ ธารยิ อปฺปสทฺทํ
ทุติยญฺจ อาคมฺม อโหสิ สทฺโท
ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นางนารีคนหนึ่งสวมกำไรมือหินคู่หนึ่ง เกลี้ยงกลม อันนายช่างผู้ชำนาญทำแล้วไม่มีเสียงดัง เพราะอาศัยข้างที่สอง จึงเกิดมีเสียงดังขึ้นได้ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
ทิชา ทิชํ กุณปมาหรนฺตํ
เอกํ สมานํ พหุกา สเมจฺจ
อาหารเหตุ ปริปาตยึสุ
ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
นกจำนวนมากพากันล้อมลุมตามจิก ตีนกตัวหนึ่งซึ่งกำลังคาบก้อนเนื้ออยู่ได้ก้อนเนื้อแล้วบินไป เพราะอาหารเป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
อุสภาหมทฺทํ ยูถสฺส มชฺเฌ
วลกฺกกก ๒ วณฺณพลูปปนฺนํ
ตมทฺทสํ กามเหตุ วิตุนฺนํ
ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ
อาตมภาพได้เห็นวัวหนึ่งตัวอยู่ในท่ามกลางฝูง มีวลัยเป็นเครื่องประดับประกอบด้วยสีสรรและกำลังมาก ได้ขวิดเอาวัวตัวหนึ่งตาย เพราะกามเป็นเหตุ อาตมภาพได้เห็นอย่างนี้ จึงได้เที่ยวประพฤติภิกขาจาริยวัตร.
กรณฺฑโก ๓ กลิงฺคานํ คนฺธารานญฺจ นคฺคชิ
นิมิราชา วิเทหานํ ปญฺจาลานญฺจ ทุมฺมุโข
เอเต รฏฺฐานิ หิตฺวาน ปพฺพชึสุ อกิญฺจนา ฯ
๑ ม. ผลินํ ฯ ๒ ม. จลกฺกกก ฯ ๓ สี. ยุ. กรณฺฑุ นาม ฯ
พระเจ้ากรันฑกะของชาวกลิงครัฐ พระเจ้านัคคชิของชาวคันธารรัฐพระเจ้าเนมิราชของชาววิเทหรัฐ และพระเจ้าทุมมุขะของชาวปัญจาลรัฐทั้งสี่พระองค์นี้ต่างพากันทรงละรัฐออกผนวช หาความห่วงใยมิได้.
สพฺเพปิเม เทวสมา สมาคตา
อคฺคิ ยถา ปชฺชลิโต ตเถวิเม
อหํปิ เอโก จริสฺสามิ ภคฺควิ
หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานิ ฯ
แม้พระราชาเหล่านั้นทุกๆ พระองค์ เปรียบด้วยเทพเจ้า มาพร้อมหน้ากันย่อมสง่างามไปด้วยคุณ เหมือนไฟอันงามสว่างไสวฉะนั้น ดูกรนางภัควิแม้เราเองจะสละกามทั้งหลายตามส่วนของตนๆ แล้วจะออกบวชเที่ยวไปแต่ผู้เดียว.
อยเมว กาโล น หิ อญฺโญ อตฺถิ
อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา ๑
อหมฺปิ เอกา จริสฺสามิ ภคฺคว
สกุณีว มุตฺตา ปุริสสฺส หตฺถา ฯ
เวลานี้เท่านั้น เวลาอื่นจากนี้เป็นไม่มี ภายหลังบุคคลผู้สอนดิฉันจะไม่มีข้าแต่ท่านผู้มีส่วนความดี แม้ดิฉันก็จะขอพ้นจากมือของบุรุษเที่ยวไปผู้เดียว ดังนางนกที่พ้นจากมือของบุรุษ ฉะนั้น.
อามํ ปกฺกญฺจ ชานนฺติ อโถ โลณํ อโลณกํ
ตมหํ ทิสฺวาน ปพฺพชึ จเรว ตฺวํ จรามหนฺติ ฯ
กุมฺภการชาตกํ ตติยํ ฯ
เด็กสองคนนั้นย่อมรู้จักว่านี่ข้าวดิบ นี่ข้าวสุก และรู้จักว่านี่เค็ม นี่ไม่เค็ม ดิฉันเห็นอย่างนี้แล้วจึงออกบวช ท่านจงประพฤติภิกขาจาริยวัตรเถิด ถึงดิฉันก็จะประพฤติภิกขาจาริยวัตรเช่นเดียวกัน.
จบ กุมภการชาดกที่ ๓.
End of ๓. กุมภการชาดก