พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สัตตกนิบาต · คันธารวรรค
๖. สุสีมชาดก เล่ม ๒๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๗๙–๑๐๘๕ (Royal Thai)6/11 in คันธารวรรค4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
๖ สุสีมชาตกํ
๖. สุสีมชาดก
ว่าด้วยพระเจ้าสุสีมะออกผนวช
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก สัตตกนิบาต คันธารวรรค สุสีมชาดก (Royal Thai Volume 27 · Mahachula Volume 27 · Mahamakut Volume 59 · Chaloem Phrakiat Volume 27)
กาฬานิ เกสานิ ปุเร อเหสุํ
ชาตานิ สีสมฺหิ ยถาปเทเส
ตานิชฺช ๓ เสตานิ สุสีม ทิสฺวา
ธมฺมํ จร พฺรหฺมจริยสฺส กาโล ฯ
เมื่อก่อนผมดำเกิดบนศีรษะอันเป็นประเทศที่สมควร ดูกรสุสิมะ วันนี้ท่านเห็นผมเหล่านั้นกลายเป็นสีขาวแล้ว จงประพฤติธรรมเถิด เวลานี้เป็นการสมควรจะประพฤติพรหมจรรย์แล้ว.
มเมว เทว ปลิตํ น ตุยฺหํ
มเมว สีสํ มม อุตฺตมงฺคํ
อตฺถํ กริสฺสนฺติ มุสา อภาณึ
เอกาปราธํ ขมถ ๑ ราชเสฏฺฐ ฯ
๑ ม. โอสิญฺจํ ฯ ๒ ม. อพฺพหี ฯ ๓ ม. ตานชฺช ฯ
ข้าแต่พระองค์ผู้ประเสริฐ ผมหงอกของหม่อมฉันเอง ไม่ใช่ของพระองค์หม่อมฉันถอนออกจากศีรษะของหม่อมฉันเอง หม่อมฉันได้ทูลคำเท็จด้วยคิดจะทำประโยชน์แก่ตน ขอพระองค์จงทรงพระราชทานความผิดให้สักครั้งหนึ่งเถิด เพคะ.
ทหโร ตฺวํ ทสฺสนีโยสิ ราช
ปฐมุคฺคโต โหสิ ยถา กลีโร
รชฺชญฺจ กาเรหิ มมญฺจ ปสฺส
มา กาลิกํ อนุธาวิ ชนินฺท ฯ
ข้าแต่พระราชาผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์ยังหนุ่ม มีพระโฉมชวนพิศยังทรงตั้งอยู่ในปฐมวัย มีพระฉวีวรรณงาม ดังใบกล้วยมีนวลอ่อนๆเมื่อแรกขึ้นฉะนั้น ขอเชิญพระองค์ดำรงราชสมบัติอยู่ก่อนเถิด เชิญทอดพระเนตรหม่อมฉันก่อน อย่าทรงทำให้หม่อมฉันเป็นหม้ายไร้ที่พึ่งเสียเลย เพคะ.
ปสฺสามิ โวหํ ทหรึ กุมารึ
สามฏฺฐปสฺสํ สุตนน สุมชฺฌํ
กาลปฺปลฺลวาว ๒ ปเวลฺลมานา
ปโลภยนฺตีว ๓ นเรสุ คจฺฉติ ฯ
เราได้เห็นนางกุมารีรุ่นสาวมีฉวีวรรณอันเกลี้ยงเกลา ร่างกายงาม ทรวดทรงเฉิดฉายอ่อนละมุนละไม เหมือนเถากาลวัลลี เมื่อต้องลมอ่อนรำเพยพัด ก็โอนเอนไปมา เข้าไปใกล้ชายดั่งยั่วยวนใจชายอยู่.
ตเมน ปสฺสามิ ปเรน นารึ
อาสีติกํ นาวุติกญฺจ ชจฺจา
ทณฺฑํ คเหตฺวาน ปเวธมานํ
โคปาณสีภคฺคสมํ จรนฺตํ ๔ ฯ
สมัยต่อมา เราได้เห็นนารีคนนั้นถึงความชรามีอายุล่วงไป ๘๐-๙๐ ปีถือไม้เท้าสั่นงันงก มีกายคดน้อมลงดุจกลอนเรือน เดินก้มหน้าอยู่.
โสหํ ตเมวานุวิจินฺตยนฺโต
เอโก สยามิ สยนสฺส มชฺเฌ
อหมฺปิ เอวํ อิติ เปกฺขมาโน
เคเห น รเม ๕ พฺรหฺมจริยสฺส กาโล ฯ
เรากำลังตริตรองถึงความพอใจและโทษของรูปทั้งหลายนั้นแลอยู่ จึงหลีกออกไปนอนอยู่ท่ามกลางที่นอนแต่ผู้เดียว เราพิจารณาเห็นว่า แม้เราเองก็จักต้องเป็นอย่างนั้นบ้าง จึงมิได้ยินดีในการอยู่ในเรือนเลย ถึงเวลาที่เราจะประพฤติพรหมจรรย์แล้ว.
รชฺชุ วาลมฺพนี เจสา ยา เคเห วสโต รติ
เอตํปิ เฉตฺวาน วชนฺติ ธีรา
อนเปกฺขิโน กามสุขํ ปหายาติ ฯ
สุสีมชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ
๑ ม. ขม ฯ ๒ สี. กาลาปวาลาว ฯ ม. กาลปฺปวาฬาว ฯ ๓ ยุ. สา โลภยนฺตีว ฯ
๔ ม. โคปานสีโภคฺคสมํ จรนฺตึ ฯ ๕ ม. น คเห รเม ฯ
ความยินดีของบุคคลผู้อยู่ครอบครองเรือนนี้แหละ เป็นเชือกเครื่องเหนี่ยวรั้งไว้ ธีรชนตัดเชือกนี้แล้ว หาความอาลัยใยดีมิได้ ละทิ้งกามสุขแล้วออกบวช.
จบ สุสีมชาดกที่ ๖.
End of ๖. สุสีมชาดก